บทที่ 14
เนื้อบนเขียง
การลิ้มรสอาหารเลิศรสซิ่งหลิงมีเื่มากมายที่ต้องคิดอยู่ในหัว กินเข้าไปก็แทบไม่รู้รสไหนเลยจะมีอารมณ์สุนทรีย์มานั่งมองความประณีตงดงามของจานอาหารแต่ละจาน ทั้งตอนนั่งรถม้ากลับคฤหาสน์นางก็ไม่ปริปากขึ้นเลยแม้แต่ครึ่งคำ
เดิมทีไหนเลยซิ่งหลิงจะสามารถเก็บความขุ่นมัวอดกลั้นเอาไว้ได้นาน กาลก่อนหากไม่พุ่งเข้าตบตีก็ต้องได้ด่าคน ทว่าคนเช่นจิ้งเส้าหวงมีหรือที่นางจะสามารถระบายอารมณ์ใส่เขาได้ด้วยเหตุผลเล็กจ้อยราวฝุ่นผง
ทั้งจิ้งเส้าหวงไม่ใช่คนทั่วไปที่นางสามารถทำเช่นนั้นได้หากไม่เหลืออดจริงๆ การอยู่ใกล้เขาทำให้นางอึดอัดประหนึ่งลูกหนังที่ถูกสูบลมใส่เข้าไป พองขยายจนแทบจะะเิ!
หากนิ่งเฉยต่อไปคงได้คลุ้มคลั่ง!
เช้าวันถัดมาหลังจากทำกิจวัตรยามเช้าเสร็จสิ้นซิ่งหลิงผลัดเปลี่ยนอาภรณ์แล้วเดินดุ่มๆ ออกนอกเรือนไปโดยไม่บอกผู้ใด
“แม่นางซิ่งหลิงจะไปที่ใดเ้าคะ!” อี้ฉุนที่เพิ่งกลับมาจากการนำกล่องอาหารเก็บยังห้องครัวพลันเห็นแม่นางซิ่งหลิงจ้ำอ้าวออกจากเรือนด้วยสีหน้าไม่สู้ดีก็ร้องถามเสียงหลง เร่งฝีเท้าเดินเคียงข้าง
“ไปข้างนอก”
“แจ้งพ่อบ้านหรือคุณชายแล้วหรือไม่เ้าคะ”
“เ้าไปแจ้ง” ซิ่งหลิงหยุดฝีเท้า ใบหน้างดงามถมึงทึงไร้รอยยิ้ม แววตาที่มองมาทำให้อี้ฉุนชะงัก ดึงเท้าที่ก้าวออกไปกลับคืน รู้สึกว่าหากนางวิ่งไปแจ้งพ่อบ้านหรือคุณชายพอกลับมาอีกทีแม่นางซิ่งหลิงจะไม่อยู่ตรงนี้แล้ว...
ซิ่งหลิงรออยู่ชั่วอึดใจอี้ฉุนก็ไม่ได้วิ่งไปแจ้งผู้ใดจึงหมุนกายเดินไปตามเส้นทางมุ่งสู่ประตูคฤหาสน์โดยมีอี้ฉุนติดตามอยู่ด้านหลัง
ยังดีที่อี้ฉุนมีไหวพริบยามที่เดินออกจากประตูใหญ่ก็ปรี่เข้าไปถ่ายทอดสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นแก่บ่าวเฝ้าประตูให้นำความไปแจ้งพ่อบ้านอีกหนแล้วรีบเร่งฝีเท้าติดตามแม่นางซิ่งหลิงไปอย่างรีบร้อน
แผงลอยร้านค้าเปิดร้านรอรับลูกค้าั้แ่เช้าตรู่ ซิ่งหลิงเดินทอดน่องเรื่อยเปื่อยมองร้านรวงรอบด้าน สตรีย่อมชมชอบของสวยงาม แม้ว่าอาภรณ์ เครื่องประดับและเครื่องประทินโฉมของนางจะมีเมิ่งเอินหรูคอยดูแล แต่ออกมาด้านนอกครั้งนี้เพื่อผ่อนคลายความอัดอั้นตันใจก็อยากชมของสวยงามเป็อาหารตา ไม่ให้ใจขุ่นข้องหมองมัวไปมากกว่านี้ ซิ่งหลิงตัดสินใจเดินเข้าร้านเครื่องประดับร้านหนึ่งที่ประดับได้ตกแต่งไม่เลว
“แม่นางเชิญเ้าค่ะ!”
ออกนอกคฤหาสน์หนนี้ผิวเผินมองดูเร่งรีบปุบปับแต่ซิ่งหลิงไม่ใช่คนเลินเล่อที่จะออกไปด้านนอกด้วยสภาพน่าขันให้ผู้อื่นได้ชมดู
ซิ่งหลิงสวมอาภรณ์สีฟ้าอ่อนลวดลายเมฆมงคลแม้ดูเรียบง่ายไม่โอ้อวดทว่าทุกฝีเข็มล้วนประณีตละเอียดลออ ผ้าคาดเอวสีฟ้าเข้มขึ้นมาอีกระดับคาดทับขับเน้นเอวบางให้อ้อนแอ้นน่าถนอม เครื่องประดับเข้าชุดกันทั้งปิ่นระย้า ต่างหูและกำไลเป็หยกสีเขียวอ่อนชิ้นเล็กกะจิริดที่เจียระไนจนวับวาวราวหยดน้ำ ใบหน้างดงามที่ผ่านการประทินโฉมบางๆ แต่เพียงเท่านี้ก็ทำให้ผู้อื่นที่เดินสวนผ่านต้องเหลือบมองอีกครั้ง เป็หญิงงามที่เห็นแล้วรู้สึกสบายตาสบายใจยิ่งนัก
ซิ่งหลิงผงกหัวแล้วยิ้มแย้มตอบรับการต้อนรับแสนกระตือรือร้นจากลูกจ้างในร้าน ั์ตาคู่งามกวาดมองไปรอบๆ ด้วยความสนใจ
“แม่นางงดงามแตกต่างจากคนแถวนี้มากนัก คงมาท่องเที่ยวแดนเหนือใช่หรือไม่เ้าคะ อัญมณีที่แดนเหนือของเราโด่งดังขึ้นชื่อที่สุดจะเป็พลอยสีเ้าค่ะ”
ซิ่งหลิงถูกนำไปยังห้องรับรองด้านข้างที่มีเพียงม่านโปร่งบางกั้นระหว่างภายในและภายนอกเอาไว้เท่านั้น ไม่นานนักลูกจ้างนางนั้นก็เดินเข้ามาพร้อมกับเครื่องประดับมากมายเรียงรายอยู่ในถาด
“ข้าไม่มีสิ่งใดที่ปรารถนาเป็พิเศษ ออกไปเดินดูรอบๆ สักรอบก่อนก็แล้วกัน” ซิ่งหลิงกวาดตามองเครื่องประดับในถาดด้วยความรู้สึกเฉยชา หากจะว่างดงามก็งดงาม ทว่าไม่ได้รู้สึกดึงดูดหรือน่าสนใจมากนัก
“ได้เลยเ้าค่ะ เชิญแม่นางตามสบายเลยนะเ้าคะ หากมีสิ่งขาดเหลือสามารถเรียกใช้ข้าน้อยได้ตลอดเ้าค่ะ!”
ซิ่งหลิงผงกหัวยิ้มรับแม้เครื่องประดับในร้านจะไม่ได้งดงามโดดเด่นแต่หากพูดถึงคะแนนของการบริการแล้วถือว่ายอดเยี่ยม
ซิ่งหลิงก้าวเท้ามองเครื่องประดับที่ถูกจัดวางอยู่ในถาดอย่างผ่อนคลาย ในขณะที่อารมณ์ขุ่นมัวค่อยๆ บรรเทาลงเสียงแหลมสูงเสียดหูพลันดังขึ้นจากทางด้านหลัง
“นึกอยู่นานว่าเป็คุณหนูบ้านใดหน้าตาถึงไม่คุ้นนัก แต่เมื่ออยู่ใต้แสงไฟส่องมองเห็นชัดเจน ที่แท้ก็เป็คณิกาคนโปรดของคุณชายจิ้งนี่เอง”
ซิ่งหลิงใช้หางตามองคุณหนูผู้หนึ่งที่ปัดม่านโปร่งเดินออกมาจากห้องข้าง ดวงตาดอกท้อทอประกายเยาะหยันเมื่อเห็นสาวใช้สองสามนางห้อมล้อมคุณหนูผู้หนึ่งไว้ตรงกลางประดุจไข่ขาวโอบไข่แดง ยังไม่ทันได้เอ่ยปากก็ตั้งป้อมป้องกันแ่าเพียงนี้แล้ว
หากขี้ขลาดจะปากดีกวักมือเรียกกันทำไมเล่า
...น่าเวทนาเสียจริง
“จุ๊ๆ ดูสิพอถูกจับแต่งตัวเข้าหน่อยอีกาก็กลายเป็หงส์ฟ้าไปเสียแล้ว เห็นใจคุณชายจิ้งเหลือเกินที่ต้องสิ้นเปลืองเงินทองไปกับสตรีไร้หัวนอนปลายเท้าผู้หนึ่ง”
“ผู้นี้คือคุณหนูกัวเป็หนึ่งในเหล่าคุณหนูที่ผ่านการคัดเลือก กิจการร้านค้าตระกูลกัวเกี่ยวข้องกับกระดาษเ้าค่ะแม่นางซิ่งหลิง” เสียงอี้ฉุนที่กำลังก้มหน้ากระซิบบอกจากทางด้านหลังนี้ทำให้ซิ่งหลิงดึงผ้าเช็ดหน้าออกจากแขนเสื้อขึ้นจรดจมูก กดเสียงถาม
“ยิ่งใหญ่มากหรือไม่” แม้จะไม่เข้าใจนักว่าผ่านการคัดเลือกหมายถึงสิ่งใดทว่าเวลานี้ได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ในใจเสียก่อน
“ไม่เ้าค่ะ เทียบกับคุณหนูอื่นๆ แล้วตัวนางถือว่าเป็ชนชั้นล่างเ้าค่ะ”
ซิ่งหลิงได้ยินแล้วก็เบาใจกระแอมไอเล็กน้อยแล้วเก็บผ้าเช็ดหน้าใส่แขนเสื้อ ใบหน้าและดวงตาเปี่ยมด้วยรอยยิ้มก้าวเดินเข้าหาคุณหนูกัว ประชันหน้าโดยไม่เกรงกลัว ดวงตาดอกท้องดงามหยาดเยิ้มประเมินมองคุณหนูตรงหน้าั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างเปิดเผย
อารมณ์ขุ่นมัวที่ยังไม่จางหายของซิ่งหลิงลุกพรึบราวกับกระดาษติดไฟ นางกำลังอารมณ์ไม่ดีจู่ๆ มีคนยกมืออาสาตนเองมาเป็เนื้อบนเขียงชวนให้รื่นรมย์เสียเหลือเกิน!
นึกถึงไก่ไก่ก็มา...
เชือดไก่สักตัวให้เหล่าลิงได้เห็นสักหน่อยจะเป็ไรไป!