ยุทธจักรบู้ลิ้ม ออนไลน์ (online)

    ตอนที่ 35 กองทัพสัตว์เลี้ยง 1

    ตอนที่ 35 กองทัพสัตว์เลี้ยง 1

    .......................................................................................................................

            “เมื่อราชันย์ทุกตนมาครบแล้ว....ก็ถึงเวลาที่พวกเราจะจัดปาร์ตี้ฉลองมื้อเย็นอันโอชะเสียที”ราชันย์คิงคองขนขาวจินแก้งกล่าวเมื่อเหล่าราชันย์ทั้ง 27 ตนมาครบแล้ว

            เหล่าราชันย์สัตว์อสูรทั้ง 27ตนนี้เป็นเหล่าสัตว์อสูรที่มีอายุมากกว่า 1 พันปีโดยส่วนมากมีการฝึกฝนพลังในชั้นปราณปฐพี ระดับปลาย มากกว่า 17ตนและมีการฝึกฝนพลังในชั้นปราณปฐพี ระดับกลางอีก 9 ตน

            ส่วนราชันย์หมาป่าเขี้ยววายุเฟิงฮุ่ยเปียวเป็นผู้ที่มีพลังต่ำที่สุดในกลุ่มพันธมิตรเพราะเพิ่งพังผ่านชั้นปราณได้ไม่นานเพียง300 กว่าปีที่ผ่านมาเท่านั้นเองและที่มันได้เข้าร่วมกลุ่มพันธะมิตรก็เป็นเพราะเข้ามาแทนตำแหน่งพ่อของมันที่ตายไปเนื่องจากหมดอายุไขนั่นเอง

            อายุไขของสัตว์อสูรและ NPC ที่เป็นผู้ฝึกตนโดยทั่วไปจะขึ้นอยู่กับพลังที่ฝึกฝนโดยปุถุชนจะมีอายุไขเฉลี่ยที่ 100 ปี เทียบได้กับสัตว์อสูรระดับ 1 ทั่วไปส่วนผู้ฝึกตนชั้นรวบรวมปราณและสัตว์อสูรในชั้นเดียวกันจะมีอายุไขเฉลี่ยที่ 500 ปีผู้ฝึกตนชั้นปราณเริ่มต้นและสัตว์อสูรในชั้นเดียวกันจะมีอายุไขเฉลี่ยที่ 1,000 ปีผู้ฝึกตนชั้นปราณปฐพีและสัตว์อสูรในชั้นเดียวกันจะมีอายุไขเฉลี่ยที่ 5,000 ปีและผู้ฝึกตนชั้นปราณสวรรค์และสัตว์อสูรในชั้นเดียวกันจะมีอายุไขเฉลี่ยที่ 10,000 ปี

            แต่การพังผ่านชั้นปราณแต่ละชั้นนั้นยากเย็นแสนเข็ญมากว่าการปีนป่ายขึ้นสวรรค์เสียอีกดังนั้นจึงมีสัตว์อสูรหลายตนที่ไม่สามารถพังผ่านชั้นปราณได้จนต้องหมดอายุขัยแล้วตายไปจำนวนนับไม่ถ้วน

            “แล้วพวกเราควรจะแบ่งอาหารมื้อนี้อย่างไรดีพวกเรามีมากกว่า 27 ตนแต่อาหารมีเพียง 2 ร่างนับว่าน้อยเกินไปอยู่บ้าง”สัตว์อสูรราชินีต่อมรณะกล่าว

            ใช่! จำนวนผู้กินอาหารกลับมีมากกว่าจำนวนอาหารแล้วจะแบ่งยังไงเพราะราชันย์แต่ละตัวต่างก็สามารถกลืนกินอาหารทั้งสองได้ในคำเดียวเท่านั้น

            มิหนำซ้ำ! อาหารเพียงแค่นี้ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ราชันย์ตนใดตนหนึ่งอิ่มท้องได้เลย!

            “อืม!..ไม่เป็นไร เรามีวิธี”ราชันย์ตะขาบยักษ์มู่กวงรีบสอดขึ้น

            “วิธีอะไร”ราชันย์สัตว์อสูรหนูเตียวกล่าวถาม

            “ของดีและอร่อยมีน้อยดังนั้นพวกเราทุกคนก็เพียงกัดกินกันคนละคำสองคำแต่เพื่อไม่ให้มีใครได้กินมากเกินไปพวกเราทุกตนจะเดินไปใกล้ๆร่างของอาหารแล้วก็รุมกัดกินอาหารมื้อนี้พร้อมกัน..ความคิดนี้เป็นอย่างไรบ้าง”ราชันย์ตะขาบยักษ์มู่กวงรีบอธิบายวิธีการของตนเอง

            “ข้าคิดว่า...”สัตว์อสูรราชินีจิ้งจอกสีขาวกล่าวด้วยน้ำเสียงลังเล

            แต่ยังไม่ทันที่จะพูดจบประโยค!ก็มีเสียงแทรกขึ้นทันที

            “ข้าเห็นด้วยวิธีนี้ดีจริงๆเรียกว่าสามัคคืคือความอร่อยร่วมกัน”ราชันย์คิงคองขนขาวจินแก้ง รีบกล่าวแทรกอย่างรวดเร็ว

            “ใช่ๆนี่คือวิธีทานอาหารที่แปลกใหม่และเสริมสร้างความสามัคคีในกลุ่มพันธะมิตรของเราข้าเห็นด้วยกับวิธีนี้”ราชันย์สัตว์อสูรนกอินทรีทองจินหนิงรีบเสริมทันที

            เมื่อเหล่าราชันย์สัตว์อสูรได้ยินแบบนี้ ก็เลยพากันซุบซิบปรึกษาหารือกันอยู่พักหนึ่ง

            “อ้า!..เอ้อ!...ถ้าอย่างนั้นพวกข้าก็เห็นด้วย”สัตว์อสูรราชินีจิ้งจอกสีขาวเป็นตัวแทนของกลุ่มราชันย์ที่มาใหม่กล่าวแสดงความคิดเห็นจากที่ประชุม

            “ถ้าอย่างนั้นก็ลงมือกินอาหารมื้อนี้กันเถอะ..ข้าหิวจนทนไม่ไหวแล้ว”สัตว์อสูรราชินีต่อมรณะ

            “แน่นอนๆลงมือกันเถอะ...เอาละข้าขอเรียนเชิญราชันย์ทุกตนเดินล้อมเข้ามาใกล้ๆอาหารจะได้กินกันอย่างถนัดๆ”ราชันย์งูมรกตลู่เป้าฉีกล่าวเชิญก่อนที่มันจะเคลื่อนร่างนำเข้าไปก่อน

            เมื่อราชันย์และราชินีสัตว์อสูรตนอื่นๆเห็นดังนั้นก็เริ่มขยับเข้าไปใกล้ๆร่างของฟงอวิ๋นและเสี่ยวกงเป้าอย่างรวดเร็วเพราะกลัวว่าตัวเองอาจจะไม่ได้จุดที่อร่อยที่สุดของอาหารถ้าไปช้ากว่าราชันย์ตนอื่นๆ

            ตำแหน่งเนื้อที่อร่อยก็สำคัญในการกิน!

            แต่จุดที่เนื้ออร่อยมีไม่มาก เช่น เนื้อน่องเนื้อหน้าขาเป็นต้น

            ชักช้า!..เนื้อที่อร่อยอาจถูกแย่งไป

            ต้องรีบ!

            ทันทีที่ราชันย์และราชินีสัตว์อสูรทั้ง 23 ตนที่มาทีหลังเข้ามาในระยะ10 เมตรรอบร่างของฟงอวิ๋น กำไลบนข้อมือขวาของเขาก็ส่งแสงกระพริบถี่ๆอย่างรวดเร็วพร้อมด้วยคลื่นพลังที่มองไม่เห็นถูกส่งออกไปเป็นวงกว้างในระยะ 10 เมตรรอบตัวของเขา 

            พลังของกำไลเทพอสูรกิลกาเมซเริ่มส่งผลต่อเหล่าราชันย์และราชินีสัตว์อสูรทั้ง23 ตน แต่ด้วยชั้นปราญของราชันย์และราชินีสัตว์อสูรทั้ง 24 ตนสูงกว่าฟงอวิ๋นถึง 1ชั้นจึงทำให้มันส่งผลเพียง 90เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น

             “กะ...เกิด...อะไร..ขะ..ขึ้น”สัตว์อสูรราชินีจิ้งจอกสีขาวรีบกล่าวขึ้นทันที เมื่อมันรู้สึกถึงความผิดปกติถึงกระแสพลังแปลกๆที่กำลังคืบคลานแทรกซึมเข้าไปในร่างกายจนทำให้มันอึดอัดหายใจไม่ออกและจิตใจที่สั่นสะท้านหวั่นไหว

            มันกำลังหวาดกลัว!

            มันกำลังงงงัน.....มันกำลังหวาดกลัวอะไร?

             จู่ๆร่างของเหล่าราชันย์และราชินีสัตว์อสูรทั้ง23 ตนก็ค่อยๆหมดแรงขึ้นมาพร้อมกับร่างของพวกมันต่างก็ทรุดลงนอนราบกับพื้นเสียดื้อๆโดยที่ทั้งหมดก็ไม่ทราบสาเหตุมิหนำซ้ำร่างการของพวกมันต่างสั่นเทาด้วยสัญชาตญาณคล้ายหวาดกลัวบางสิ่งบางอย่าง

            “นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”สัตว์อสูรราชินีต่อมรณะกรีดร้องด้วยความตกใจมันรีบมองไปที่ร่างของเพื่อนร่วมพันธะมิตรก็พบว่าใบหน้าของเหล่าราชันย์และราชินีสัตว์อสูรทั้ง23 ตนต่างก็ตื่นตกใจเช่นกัน

            “อ้า!...ยินดีต้อนรับทุกท่าน!”ฟงอวิ่นส่งเสียงขึ้นช้าๆก่อนที่จะลืมตาขึ้นมาพร้อมกับพยุงร่างลุกขึ้นยืนต่อหน้าของสัตว์อสูรทุกตนอย่างองอาจและน่าเกรงขามรัศมีของเขาคล้ายดั่งแทพเจ้าเหนือเหล่าสัตว์อสูรทั้งปวง

            “มนุษย์...ผู้นี้ยังไม่ตายและก็..ไม่ได้รับบาดเจ็บ..นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”สัตว์อสูรราชินีจิ้งจอกสีขาวกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้านก่อนจะหันหน้าไปถามราชันย์คิงคองขนขาวจินแก้ง พร้อมพรรคพวกอีก 3 ตนที่ยืนอยู่ด้านนอกของกลุ่มด้วยความสงสัย

            “นายท่าน”ราชันย์คิงคองขนขาวจินแก้ง พร้อมพรรคพวกอีก 3ตนไม่ตอบคำถามของสัตว์อสูรราชินีจิ้งจอกสีขาวแต่เริ่มก้มหัวลงแล้วเรียกฟงอวิ๋นด้วยความเคารพ

            สัตว์อสูรราชินีจิ้งจอกสีขาวพอที่จะคาดเดาเรื่องที่เกิดขึ้นได้บ้างแล้ว!

            เพียงแต่สัตว์อสูรราชินีจิ้งจอกสีขาวไม่เข้าใจและไม่แน่ใจว่าสิ่งที่มันกำลังกลัวจะเป็นไปได้!

             “นายท่าน...อ้า!...พวกท่านเรียกมนุษย์ผู้นี้ว่านายท่านนี่มันเกิดอะไรขึ้น ใครก็ได้ช่วยบอกข้าด้วยที...ทำไมข้าถึงได้อ่อนแรงเช่นนี้”ราชันย์สัตว์อสูรจระเข้กล่าวด้วยความตกใจมันยังไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น

            “ให้ข้าได้อธิบายให้กับพวกเจ้าทุกตนได้เข้าใจนายท่านฟงอวิ่นคือเจ้าเหนือชีวิตของข้าและอีกสี่ราชันย์ที่เหลือ” ราชันย์งูมรกตลู่เป้าฉีกล่าวอธิบายช้าๆ

            “และแน่นอนนายท่านจะเป็นเจ้าเหนือชีวิตของพวกเจ้าทุกตัวด้วยเช่นกัน ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”ราชันย์สัตว์อสูรนกอินทรีทองจินหนิงพูดโพร่งขึ้นพร้อมกับหัวเราะ

            “ใครยอมจำนนข้าสัญญาว่าจะมอบยาวิเศษที่สามารถทำให้พวกเจ้าเพิ่มพูนชั้นปราณจากชั้นปฐพีให้กลายเป็นชั้นปราณสวรรค์ทันทีเหมือนกับเสี่ยวกงเป้าที่อยู่ข้างๆข้านี้แต่หากใครขัดขืน...มันผู้นั้น..ตายสถานเดียว”ฟงอวิ่นยื่นข้อเสนอให้กับเหล่าราชันย์และราชินีสัตว์อสูรทั้ง23 ตน

            “จะ..เจ้า..อ๊ะ..ไม่..ท่านหมายความว่าถ้าพวกข้ายอมจำนนต่อท่านท่านจะมอบยาวิเศษที่สามารถทำให้พวกข้าพัฒนาพลังไปสู่ชั้นพลังที่สูงขึ้นได้อย่างนั้นรึ”สัตว์อสูรราชินีจิ้งจอกสีขาวกล่าวด้วนน้ำเสียงไม่ยินยอมเชื่อ

            มันจะเป็นไปได้อย่างไรแม้มันจะไม่รู้ว่าฟงอวิ๋นทำให้สัตว์อสูรราชันย์ทั้งสี่ตัวและสัตว์อสูรชั้นปราณสวรรค์อย่างเสี่ยวกงเป้ายอมสยบได้อย่างไรแต่เรื่องที่ว่าฟงอวิ๋นมียาวิเศษที่สามารถทำให้พวกมันพัฒนาพลังจนข้ามไปสู่ชั้นปราณสวรรค์ได้นั้นมันเป็นคำพูดที่ใหญ่โตเกินจริง

            เพราะฟงอวิ่นเองก็มีเพียงชั้นปราณเริ่มต้นเท่านั้นจะมีปัญญาครอบครองยาวิเศษแบบนั้นได้อย่างไร?

                 ถึงแม้ฟงอวิ๋นจะมียาวิเศษจริงมันก็ไม่ยินยอมเชื่อว่าเขาจะมอบมันให้กับสัตว์อสูรที่เป็นสัตว์เลี้ยงหรอก

            ทำไมน่ะรึ!

            เพราะถ้าเป็นตัวมันเอง มันย่อมใช้เองดีกว่ามอบให้ผู้อื่น! และมันก็ไม่ยินยอมเชื่อว่าฟงอวิ่นมียาวิเศษแบบนั้นเพราะถ้าหากว่าเขามีแล้ว ทำไมเขาไม่ใช้เอง!

            เมื่อฟงอวิ๋นเห็นความลังเลและไม่ยินยอมเชื่อปรากฏบนใบหน้าของราชันย์สัตว์อสูรทุกตัวเขาก็ ส่งสัญญาณให้เสี่ยวกงเป้าปลดปล่อยปราณชั้นสวรรค์ออกมา

            เหล่าราชันย์และราชินีสัตว์อสูรทั้ง 23 ตนต่างก็ตื่นตกใจแต่พวกมันก็ยังไม่ยินยอมเชื่ออยู่ดี เมื่อเห็นแบบนั้นฟงอวิ๋นจึงหยิบขวดน้ำยาวิเศษที่เจือจาง 1,000 เท่าออกมาพร้อมกับถ้วยชา 1 ใบ

            “จิงแก้งเข้ามา”ฟงอวิ๋นเรียกราชันย์คิงคองขนขาว

            “ขอรับนายท่าน”ราชันย์คิงคองขนขาวจินแก้งขานรับก่อนจะเดินเข้ามาหาฟงอวิ๋นเพื่อรอรับคำสั่ง

            “ดื่ม!”ฟงอวิ๋นเทน้ำยาวิเศษและยื่นส่งให้จินแก้งเพื่อดื่มเขาต้องการแสดงผลของน้ำยาวิเศษให้เหล่าราชันย์และราชินีสัตว์อสูรทั้ง 23ตนได้เห็นด้วยตาตนเอง

            การที่กำไล เทพอสูรกิลกาเมซส่งผลเพียง 90 เปอร์เซ็นต์นั้นแม้ทำให้เหล่าราชันย์และราชินีสัตว์อสูรทั้ง 23 ตนหวาดกลัวและเชื่อฟังบ้างแต่การจะกำหลาบให้สมบูรณ์ 100เปอร์เซ็นต์จนยอมเป็นทาสต้องมีการบังคับหรือต้องมีของรางวัลเป็นของแลกเปลี่ยนนั่นเอง

            ราชันย์คิงคองขนขาวจินแก้งรับถ้วยน้ำยาวิเศษจากฟงอวิ๋นแล้วดื่มทันทีจากนั้นมันก็รับมาดื่มอีกจนครบ 5 ถ้วยชา

            หลังจากเวลาผ่านไปนานกว่าครึ่งวันในเวลาเย็นค่ำกลางคืนเริ่มคืบคลานเข้ามาดวงอาทิตย์เริ่มลับหายไป

            ร่างของราชันย์คิงคองขนขาวจินแก้งเองก็เริ่มขยายตัวใหญ่เพิ่มมากขึ้นจนตัวมันสูงใหญ่เท่ากับบ้านสองชั้นราวๆ 10 เมตรเลยทีเดียว ขนาดตัวของมันก็โตขึ้นๆจนมีขนาดเท่ากับรถสิบหกล้อ 

            จากนั้นไม่นานร่างกายของราชันย์คิงคองขนขาวจินแก้งก็เกิดอาการสั้นสะท้านอย่างรุนแรงพร้อมด้วยการเปลี่ยนแปลงของสีขนที่เริ่มมีขนสีทองแทรกแซมขนขาวที่เคยมีแต่เดิม

            บริเวณหน้าผากของราชันย์คิงคองขนขาวจินแก้งที่เคยเป็นขนสีขาวดั่งหิมะเริ่มมีขีดเส้นสีแดงยาวกลางหน้าผากมองดูคล้ายดั่งเป็นดวงตาที่สามของมันเลยทีเดียว

            บูมๆๆ.....กระแสพลังที่รุ่นแรงถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างของราชันย์คิงคองขนขาวจินแก้งจากนั้นกลิ่นอายของมันก็ค่อยๆพุ่งสูงมากขึ้นเรื่อยๆตอนนี้ราชันย์คิงคองขนขาวจินแก้งได้เจาะทะลุผ่านชั้นปฐพีระดับปลายจนกลายเป็นสัตว์อสูรชั้นสวรรค์ ระดับต้นเรียบร้อยแล้ว

             

             

    คล้ายกับเรื่องยุทธจักรบู้ลิ้ม ออนไลน์ (online) ที่คุณอ่าน