ตอนที่ 29 แผนการ
เพียงชั่วพริบตา ตอนนี้ก็เป็วันที่ 23 เดือน 3 แล้ว
ผ่านจากงานวรรณกรรมทะเลสาบฮั่วผิงเมื่อวันที่ 3 เดือน 3 มาได้ 20 วันแล้ว
กระแสงานวรรณกรรมเลือกบุตรเขยของคุณหนูสามจวนจงหลีได้หายไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ผู้คนก็ยังให้ความสนใจปากท้องของตนเองกันเสียมากกว่า
แต่ไม่ทราบว่าจะเริ่มั้แ่เมื่อไหร่ ภายในเมืองกวงหลิงกลับมีบทสนทนาเกี่ยวกับคนผู้หนึ่งเพิ่มขึ้นมา
แน่นอนว่าบทสนทนาเ่าั้ย่อมหนีไม่พ้นเื่ของหลี่เฉินอัน ผู้ที่ถูกขับไล่ออกจากตระกูลหลี่ !
ยามที่เหล่าบัณฑิตได้เจอกับหลี่เฉินอันก็ดูนึกสงสัยกันอย่างมาก แต่สิ่งที่มีมากกว่านั้นคือความกลัวที่มีต่อเขา
เหล่าพ่อค้าในตลาดตะวันตกยามที่เห็นหน้าเขาก็เริ่มพูดคุยกันอย่างให้ความสนใจ เพราะเขาพาตัวหลี่เสี่ยวฮวาออกมาได้จริง ๆ เดิมทีคิดว่าเขาจะถูกตระกูลเสิ่นฟ้องร้อง แต่คาดไม่ถึงว่าจะไม่เกิดเื่อะไรขึ้นกับเขาเลย
ภาพลักษณ์คนโง่เขลาของเขาค่อย ๆ เปลี่ยนไป ตัวตนของหลี่เฉินอันในสายตาของผู้อื่นจึงดูลึกลับมากขึ้นเรื่อย ๆ
โดยเฉพาะหลังจากมีข่าวลือที่ว่าบทกวีภมรรักบุปผาที่ถูกขับร้องกันอย่างแพร่หลายในหอนางโลมตอนนี้เป็บทกวีที่เขาประพันธ์ ยามที่ทุกคนได้เห็นเขาก็รู้สึกว่ารูปโฉมของบุรุษหนุ่มผู้นี้ดูอ่อนโยนอย่างมาก ทั้งยังให้ความรู้สึกของนักวรรณกรรมอยู่ด้วย
นอกจากนี้ ได้ยินว่าเขาจะเปิดร้านสุราขึ้นที่ตรอกเอ้อร์จิ่งโกว และเขาก็จะกลั่นสุราขึ้นเองอีกด้วย เขาถึงขั้นกล่าวเอาไว้ว่าจะกลั่นสุราที่เหนือชั้นกว่ากวงหลิงซ่าน...
ดังนั้นร้านสุราหลังเล็กแห่งนี้จึงกลายเป็สถานที่น่าฉงนอย่างมากภายในใจของใครหลายคน
โอ้อวดเสียใหญ่โต !
หากสุราของเขาดียิ่งกว่ากวงหลิงซ่านจริง เยี่ยงนั้นตระกูลฮั่วจะมีท่าทีเยี่ยงไร ?
ในระหว่างที่ไม่ทันสังเกต คนแปลกหน้าในตรอกเอ้อร์จิ่งโกวก็เพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย
คนเ่าั้ต่างก็พากันมาดูร้านสุราตรงหัวมุมตะวันออกของตรอกแทบจะทั้งหมด ราวกับตั้งตารอวันที่ร้านสุรานี้จะเปิดกิจการ
หลี่เฉินไม่ได้ให้ความสนใจกับเื่นี้เสียเท่าไหร่ ใน่หลายวันนี้ เขากังวลเกี่ยวกับตัวตนในนามตัวแทนซิ่วอีของตน
ชุ่ยฮวาที่เห็นแก่เงิน 2 ตำลึงได้เล่าเื่เกี่ยวกับหอลี่จิ้งที่นางทราบมาทั้งหมดให้แก่หลี่เฉินอัน รวมถึงได้มอบสมุดรายชื่อของสายลับป้ายทองแดงที่เหลืออยู่ 63 คนมาให้แก่หลี่เฉินอันด้วย
หลี่เฉินอันนั่งอยู่กลางศาลาภายในลานบ้าน อ่านสมุดเล่มเล็กนั้นอีกคราว หลังจากนั้นก็โยนมันลงบนโต๊ะ ลุกขึ้นยืนแล้วเดินวนไปมาอยู่ภายในลานบ้าน
เงยหน้าขึ้นมองไปทางท้องฟ้าสดใสหลังจากผ่าน่ฝนตกของฤดูใบไม้ผลิที่ตกติดต่อกันสามวันไป
จากคำพูดไร้สาระเ่าั้ของชุ่ยฮวา เขาได้ข้อมูลที่เป็ประโยชน์กลับมาอยู่บ้าง
เพราะถึงเยี่ยงไร ชื่อเสียงของหอลี่จิ้งก็เป็ที่รู้จักไปทั่วในโลกภายนอก
สายลับป้ายทองแดงเฉกเช่นนางนั้น หากแสดงป้ายนี้ออกไป อย่างไรเสียเ้าหน้าที่ของศาลาว่าการภายในเมืองกวงหลิงก็จะไม่มายุ่มย่ามกับนางโดยเด็ดขาด
กล่าวได้ว่าป้ายเงินของขันทีรูปงามผู้นั้นถือว่ามีอำนาจโดยแท้จริง
แน่นอนว่าชุ่ยฮวายังบอกอีกว่างานที่หอลี่จิ้งทำทั้งหมดนั้นมีบางเื่ที่ค่อนข้างสกปรกโสมม อาทิเช่น การสืบว่าขุนนางสักคนแอบเลี้ยงอนุไว้กี่นางและมีลูกนอกสมรสด้วยกันกี่คน
หรือสืบว่าพ่อค้าคนใดกำลังมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับขุนนางคนใดหรือไม่ ทางที่ดีที่สุดก็จะต้องจับจุดอ่อนของพวกเขามาให้ได้ด้วย
จนมีแม้แต่เบื้องบนสั่งคำสั่งให้สืบสวนขุนนางสักคน และหากไม่สามารถตรวจสอบได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด หอลี่จิ้งก็จะถึงขั้นตั้งข้อกล่าวหาขึ้นมาด้วยตนเอง
วิธีการเยี่ยงนี้มีอยู่จำนวนมาก
การยัดของกลางคือวิธีการที่ใช้มากที่สุด
เพราะไม่เป็ที่รังเกียจ และทั้งยังดึงดูดสายตา
ที่สำคัญ คนของหอลี่จิ้งล้วนเป็สตรี !
อีกทั้งแต่ละคนก็ยังเป็สตรีที่งดงาม มีความสามารถ !
ไม่ได้จำกัดแค่เป็คนของยุทธจักร ภายในนั้นยังมีบุตรีจากตระกูลใหญ่ จวบจนไปถึงสตรีจากหอนางโลม
หากจะล่อลวงให้ขุนนางผู้หนึ่งทำชั่วนั้นมิใช่เื่ยากเกินกำลังโดยแท้จริง
อย่างเช่น ภายในสมุดเล่มนี้มีรายชื่อสมาชิกนางหนึ่ง นางเป็นางโลมผู้มีชื่อเสียงอย่างมากในเมืองกวงหลิง มีนามว่าเวินเสี่ยวหวาน อายุ 18 ปี ตอนนี้เป็นางโลมอันดับหนึ่งแห่งหอหนิงเซียง
ที่นางสนใจนั้นหาใช่เงินเดือน 2 ตำลึง
แต่นางให้ความสนใจกับแผ่นป้าย !
ดังนั้น ฐานะทางสังคมของสายลับป้ายทองแดงแห่งหอลี่จิ้งนั้นซับซ้อนอย่างมาก ลำพังแค่สายลับ 63 คนนี้ นอกจาก 42 คนที่เป็คนของยุทธจักรอย่างจริงจังแล้ว ประวัติของ 21 คนที่เหลือก็ไม่เหมือนกัน และตอนนี้พวกนางต่างกระจายตัวกันออกไปในสถานที่ต่าง ๆ แล้ว
แน่นอนว่าในเมืองกวงหลิงนั้นมีมากที่สุด สายลับทองแดงในเมืองกวงหลิงมีกันอยู่ถึง 26 คน
ร้านขายหีบศพตรงนั้นไม่ใช่สถานที่แลกเปลี่ยนรายงานของหอลี่จิ้ง
แต่เป็วัดซื่อเฉินที่อยู่ข้าง ๆ ร้านขายศพต่างหาก
ดังนั้น ร้านขายหีบศพเป็เพียงฉากบังหน้าก็เท่านั้น สิ่งที่แม่นางชุ่ยฮวาคอยเฝ้ารักษาการณ์อยู่ก็คือวัดขนาดเล็กที่ค่อนข้างทรุดโทรมข้างกันนั้นต่างหาก
เยี่ยงนั้น ปัญหาในตอนนี้ก็มาแล้ว
เป็เวลา 3 ปีแล้วที่สายลับป้ายทองแดงทั้ง 63 คนไม่ได้รับเงินเดือนจากหอลี่จิ้งเลยแม้แต่อีแปะเดียว
ดังนั้น สายลับป้ายทองแดงของหอลี่จิ้งที่กระจายตัวอยู่ในเมืองกวงหลิงนับ 600 กว่าคนจนถึงครึ่งปีที่แล้วก็เหลือเพียง 60 กว่าคนเท่านั้น
ชุ่ยฮวากล่าวว่าหากเขาอยากรวบรวมทั้ง 60 กว่าคนนี้ เกรงว่าจะต้องจัดการกับเงินเดือนตลอด 3 ปีของพวกนางเสียก่อน เพราะหลังจากที่หอลี่จิ้งถูกจัดตั้งขึ้นมา ก็ตั้งกฎไว้ว่าทำงานแลกกับเงิน !
ถึงแม้จะเป็เงินแค่ 2 ตำลึง แต่ก็ไม่สามารถฝ่าฝืนกฎได้
เพราะเงิน 2 ตำลึงนี้ก็คือชะตากรรมของสายลับป้ายทองแดงเหล่านี้ หากพวกนางเสียชีวิตในขณะทำภารกิจ หอลี่จิ้งก็จะไม่มีทางยอมรับตัวตนของพวกนาง ต่อให้จะมีคนหาป้ายทองแดงของพวกนางจนเจอ หอลี่จิ้งก็จะไม่มีทางยอมรับเช่นกัน
เพราะป้ายทองแดงนี้ปลอมแปลงได้ง่ายอย่างมาก
และนี่ก็เป็เหตุผลที่แท้จริงที่หอลี่จิ้งมอบหมายเื่การหลอมป้ายทองแดงให้กับตัวแทนซิ่วอี
เื่นี้ แท้จริงแล้วไม่ได้สำคัญ !
ขันทีรูปงามผู้นั้นหลอกข้าอีกแล้ว
แน่นอน ชุ่ยฮวากล่าวว่ายังไม่มีผู้ใดกล้าปลอมแปลงป้ายนั้นขึ้นมาก่อนเช่นกัน เพราะสายลับป้ายทองแดงทุกคนต้องผ่านการคัดเลือกจากตัวแทนซิ่วอีด้วยตนเอง รายชื่อของพวกนางจะอยู่ในมือของตัวแทนซิ่วอี หากพบเจอผู้ที่ปลอมแปลง......หอลี่จิ้งไม่เพียงแต่จะสังหารคนผู้นั้น ทั้งอาจจะสังหารทั้งครอบครัวของพวกนางอีกด้วย !
นี่คือเหตุผลหลักที่ทำให้หอลี่จิ้งมีชื่อเสียงที่ไม่ดี เพราะหลังจากที่แต่งตั้งหอลี่จิ้งขึ้นมา ก็เกิดเื่เช่นนี้หลายครั้งแล้วในระยะเวลาร้อยปีนี้
หลังจากผ่านการวิเคราะห์อย่างถี่ถ้วน หลี่เฉินอันก็ได้มีข้อสรุปภายในใจ
หอลี่จิ้งนี้สามารถอยู่ได้
เพราะแท้จริงแล้ว ตัวแทนซิ่วอีนี้ก็มีประโยชน์อย่างมากเช่นกัน
เพียงแต่จำต้องมีเงิน
เงินจำนวนมากมหาศาล !
เยี่ยงนั้น จากแผนเดิมที่จะกลั่นสุราให้ได้สิบชั่งในทุกวันเพื่อให้เพียงพอต่อความ้าของร้านสุราก็จำต้องเปลี่ยน
อาศัยร้านสุราสร้างชื่อเสียงการกลั่นสุราให้ตนเอง หลังจากนั้นก็จะผลิตจำนวนมาก
เยี่ยงนั้นจึงจะสามารถหาเงินได้มากขึ้นมาจ่ายให้สายลับป้ายทองแดงในกวงหลิงทำภารกิจให้สำเร็จลุล่วง
เมื่อมีสายลับอย่างพวกนางอยู่ ก็ถือว่ามีผลประโยชน์ต่อตนเองอย่างมาก
อย่างเช่นการสอดแนมด้านกิจการ
อย่างเช่นฆ่าชิงทรัพย์
และอย่างเช่นการวางแผนยัดของกลาง
สิ่งเหล่านี้คืองานของหอลี่จิ้ง แน่นอนว่าจะต้องใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่
แต่สายลับป้ายทองแดงที่ตนออกเงินจ้างมานี้ไม่สามารถใช้เพื่อคอยสืบเื่เท่านั้นได้ ตนยังมีอีกหลายเื่ที่จะมอบหมายให้พวกนางไปทำเช่นกัน
อย่างเช่น... การนำสุราของเขาออกไปขายยังทั้ง 13 อำเภอในเขตเมืองกวงหลิง
จนถึงขั้นหาซื้อธัญพืชราคาถูกยิ่งกว่าจากทั่วทั้งเจียงหนานผ่านทางพวกนาง
แค่นี้เขาก็ไม่จำเป็ต้องจ้างคนอีกต่อไป ให้พวกนางไปเป็หลงจู๊ก็ได้แล้ว
สตรีแห่งยุทธจักรดีที่สุด ประหยัดแม้แต่คนเฝ้าเรือน
เรียกว่าการใช้คนให้เกิดประโยชน์สูงสุด
หลี่เฉินอันคิดหาทางให้กับปัญหานี้ได้แล้ว ยามนี้เขาเหมือนกับมองเห็นภาพสตรีงดงามที่จะมาช่วยงานถึงแปดร้อยคน ภาพของเงินที่หลั่งไหลมาหาเขาดั่งสายน้ำ ทำให้เขารู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาในพลัน จากนั้น เขาก็ะโไปทางเรือนตะวันตกของหลี่เสี่ยวฮวา:
“เสี่ยวฮวา เตรียมกลั่นสุรา ! ”
“ขอรับ ข้าน้อยต้องทำอันใดบ้าง ? ”
ชายร่างใหญ่แต่มีความคิดที่เรียบง่ายผู้นี้ เขาเป็ได้เพียงดาบในมือของตน ต้องพาติดตัวไปด้วย
ดังนั้นจะมอบหมายเื่การกลั่นสุรานี้ให้ผู้ใดก็ต้องดูคนเสียก่อน มิอย่างนั้นเกรงว่าตนจะต้องเหนื่อยจนตายเพราะลงมือทำเองทุกเื่
จะมอบให้ผู้ใดกันหรือ ?
เขาจะให้น้องสาวของตนเองเข้ามาพัวพันกับหอลี่จิ้งไม่ได้ ฉะนั้นคงเหลือแต่แม่นางชุ่ยฮวาผู้รับเงินจากเขาไปแล้ว 2 ตำลึง !