นางพราย กระหายรัก

    ตอนที่ 8: ข้างกอไผ่ NC++


    ความสับสนวุ่นวายในดวงจิตของคิวยังคงทวีความรุนแรงและหน่วงหนักขึ้นเรื่อยๆ ชายหนุ่มไม่สามารถสะกดกั้นอารมณ์เสน่หาและความต้องการทางกายตามธรรมชาติที่มีต่อรันได้เลย ภาพนิมิตฝันเปี่ยมความรู้สึกสยิวเสน่หาล้ำลึกริมแม่น้ำยมเมื่อคืนก่อนยังคงตามหลอกหลอนคอยกระตุ้นความตื่นตัวของเขาตลอดเวลา ยิ่งได้เห็นดวงหน้าจิ้มลิ้มและรอยยิ้มซื่อใสของรันในยามเช้า อารมณ์รักและแรงปรารถนาชู้สาวก็ยิ่งพลุ่งพล่านจนควบคุมไม่อยู่ คิวแสร้งทำเป็นบอกฝ้ายว่าเขาจำเป็นต้องเข้าไปสำรวจทิศทางการไหลของน้ำและแนวดินตลิ่งทรุดในกอไผ่รกชัฏอีกครั้งเพื่อความถูกต้องในการทำโครงการรีสอร์ตหรู

    ฝ้ายที่เพิ่งจัดการเรื่องแบบแปลนตอกเสาเข็มเสร็จกับกลุ่มวิศวกรพยายามจะเดินก้าวสับเท้าตามเข้าไป ทว่าคิวกลับปฏิเสธเสียงแข็ง น้ำเสียงแฝงความหงุดหงิดห่างเหินและร้อนรนปิดบัง “ฝ้ายไม่ต้องเข้าไปหรอก ดินป่าไผ่ด้านในมันร่วนและลื่นชื้นแฉะมาก เดี๋ยวรองเท้าผ้าใบราคาแพงของเธอจะเลอะโคลนเปล่าๆ รออยู่แถวรถนี่แหละ ฉันให้รันเดินนำทางเข้าไปแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว ไม่มีอะไรอันตรายหรอก”

    ฝ้ายมองสบตาคู่หมั้นหนุ่มด้วยความรู้สึกปวดร้าว อึดอัดแน่นในอก และสงสัยระแวงลึกๆ เธอเหลือบมองหลังมือของคิวที่สั่นเทาน้อยๆ คิวหลบเลี่ยงสายตาและพยายามหันหลังเดินหนีไปทันที สัญชาตญาณในอกเตือนภัยเงียบๆ แต่เพื่อรักษาบรรยากาศไม่ให้เกิดการโต้เถียงรอบใหม่ที่จะทำลายงานมงคลวิวาห์ หญิงสาวจึงพยักหน้ายินยอมตกลงรออยู่ที่รถกระบะ คิวหมุนตัวเดินเข้าสู่ดงป่าไผ่ทันทีโดยมีรันสาวน้อยแสนซื่อเดินนำทางเข้าไปอย่างนอบน้อมถ่อมตน

    เมื่อเดินลึกเข้ามาในดงไผ่รกชัฏ บรรยากาศรอบข้างก็พลันเงียบสงัดลงทันตา แสงแดดยามสายส่องลอดผ่านกิ่งใบไผ่สีทองหนาทึบลงมาเป็นลำแสงสลัวๆ ราวกับห้องส่วนตัวในป่าชื้นที่ปราศจากสายตาผู้คน ลมเย็นพัดโบกหอบเอาไอเย็นและกลิ่นหอมอวลรัญจวนของดอกลำเจียกป่าโชยปะทะประสาทสัมผัสของคิวอย่างเข้มข้นจนหัวใจเต้นรัว ยิ่งเดินลึกเข้ามาความรู้สึกทีเอ่อล้น ก็ยิ่งกระตุ้นอารมณ์ความปรารถนาในตัวชายหนุ่มให้ร้อนรุ่มพุ่งสูงขึ้นอย่างทวีคูณ คิวเฝ้ามองแผ่นหลังบอบบางของรันที่เดินอยู่เบื้องหน้าอย่างเสน่หา เรือนร่างอ้อนแอ้นในผ้าซิ่นขยับไหวไปตามจังหวะเดินสะโพกผึ่งผายกระตุ้นหัวใจชายหนุ่มจนเขากลืนน้ำลายเหนียวลงคอแห้งผาก รันลอบหันหลังมาสบตาคิวและส่งยิ้มหวานยั่วยวนพรูลมหายใจอุ่นชวนกำหนัด

    คิวตบะแตกในพริบตา

    มือใหญ่ทั้งสองข้างพุ่งไปคว้าเอวเรียวของรันอย่างรวดเร็ว ดึงร่างบอบบางนั้นเข้ามากอดรัดจนแน่นกับอกแกร่งของตนจนแทบจะกลืนหายไปในอ้อมแขน ริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาบดลงบนปากนุ่มชมพูของหล่อนอย่างหื่นกระหาย ไม่มีคำเตือนใด ๆ เหลืออยู่เลย มีแต่ความต้องการที่ล้นทะลักมานานหลายวัน

    “อื้มมม…!” รันสะดุ้งตัวสั่นเล็กน้อย แสร้งทำเป็นตกใจและเหนียมอาย แต่ร่างกายกลับทรยศต่อคำพูดในใจทันที เธออิงแอบเรือนร่างนุ่มหยุ่นเข้าหาอกแข็งของคิวอย่างแสนรัก มือเรียวบางทั้งสองข้างยกขึ้นลูบไล้หลังกว้างและไหล่หนาของเขา นิ้วเรียวเลื่อนลงไปตามแนวกล้ามเนื้อที่ตึงเครียด ปลุกปั่นความเร่าร้อนตามธรรมชาติของชายหนุ่มให้ระเบิดพลุ่งพล่าน ความรู้สึกหลงใหลในเรือนร่างจิ้มลิ้มตรงหน้าที่ควบคุมสติเขาจนเตลิดเปิดเปิง

    คิวพรมจูบซุกไซ้ใบหน้าเล็กของรันอย่างหิวโหย ริมฝีปากเลื่อนลงไปตามแนวกรามขาวเนียน แล้วใช้ปลายลิ้นร้อนเลียไล้ซอกคอที่เต้นระรัวของพรายสาวจำแลง “รัน… กลิ่นเธอหอมจัง…” เสียงแหบต่ำของเขาดังก้องใกล้หู หายใจอุ่น ๆ พ่นรดต้นคอ “กลิ่นดอกไม้ป่าผสมความหวาน… ฉันทนไม่ไหวแล้ว”

    รันบิดส่ายสะโพกรับสัมผัสรักอย่างช่วยไม่ได้ เสียงครางแผ่วเบาหลุดออกมาจากคอ “คุณคิว… อย่าค่ะ… อย่ารุนแรงขนาดนั้นสิ… อ๊ะ!” คำพูดที่แสร้งปฏิเสธนั้นกลับถูกกลบด้วยเสียงครางเมื่อคิวดูดจูบที่จุดอ่อนไหวใต้ใบหู มือใหญ่ของเขาเลื่อนลงไปบีบก้นกลมในผ้าซิ่นอย่างกำหนัด ดึงร่างบางให้แนบชิดกับส่วนล่างที่แข็งแกร่งขึ้นทุกที

    “อย่าเหรอ?” คิวยิ้มเจ้าเล่ห์ริมฝีปากที่ยังชุ่มไปด้วยน้ำลายของทั้งคู่ เสียงพูดต่ำ ๆ เต็มไปด้วยความปรารถนา “แต่ตัวเธอเองน่ะสิ… มือก็ลูบฉันไม่หยุด สะโพกก็บิดรับฉันแบบนี้” เขารุกล้ำบดเบียดเรือนร่างสาวอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ใช้เข่าแทรกเข้าไประหว่างขาทั้งสองของรัน ดันให้หล่อนถอยหลังจนหลังชนต้นไผ่ใหญ่ที่อยู่ใกล้ ๆ

    แสงแดดสีทองที่ลอดผ่านใบไผ่ส่องกระทบผิวขาวเนียนของรัน ทำให้เห็นรอยแดงจาง ๆ ที่คิวทิ้งไว้ตามแนวคอและไหปลาร้า รันเงยหน้าขึ้น มองตาคิวด้วยสายตาเย้ายวนที่แฝงความเขินอาย “คุณคิว… ตรงนี้… มีคนผ่านมาได้…”

    “ไม่มีใคร” คิวตอบทันที มือข้างหนึ่งยกขึ้นจับคางเล็กของหล่อนให้เงยหน้า แล้วก้มลงจูบอีกครั้ง แต่คราวนี้ช้าลง เป็นจูบที่ลึกและเย้ายวนมากกว่าเดิม ลิ้นร้อนของเขาเลียเลื่อนเข้าไปสำรวจในปากนุ่ม ดูดซับความหวานจากพรายสาวอย่างไม่ยอมปล่อย มืออีกข้างเลื่อนขึ้นไปใต้ผ้าซิ่น ลูบไล้ต้นขาเรียบเนียนขึ้นไปเรื่อย ๆ จนถึงขอบจีบผ้า

    รันครางแผ่วในลำคอ มือเรียวที่เคยลูบหลังคิวตอนนี้กำเสื้อของเขาแน่น “อืมม… คุณคิวขา… มือคุณลึกเกินไปแล้วค่ะ…”

    “ชอบใช่ไหม?” เขากระซิบข้างหู แล้วกัดเบา ๆ ที่ติ่งหูเล็ก “บอกมาสิ… ว่ารันชอบที่ฉันทำอะไรกับเธอ”

    รันตัวสั่นเทา ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอายและความเร่าร้อนที่ผสมกัน “ชอบ… ชอบที่คุณจูบ… ชอบที่คุณลูบ… อ๊ะ!” เสียงครางดังขึ้นเมื่อนิ้วหนาของคิวเลื่อนขึ้นไปสัมผัสจุดอ่อนไหวใต้ผ้าจีบ ลูบวนเบา ๆ อย่างรู้จุดคิวยิ้มพึงพอใจ ดึงร่างบอบบางเข้ามากอดแน่นขึ้นอีกครั้ง ริมฝีปากเลื่อนลงไปจูบและเลียที่เนินอกที่โผล่พ้นคอเสื้อ มือยังคงลูบไล้และยั่วเย้าอยู่ใต้ผ้าซิ่นอย่างไม่หยุด “งั้น… วันนี้ฉันจะทำให้รันครางให้ดังกว่านี้… ให้ดังจนต้นไผ่ทั้งดงต้องได้ยิน”

    คิวกดร่างบางของรันพิงลำไผ่สีทองต้นหนาใหญ่จนหลังบางของหล่อนแนบสนิทกับเปลือกไม้เย็น ๆ มือหนาทั้งสองข้างของเขาถลกกระโปรงผ้าซิ่นขึ้นอย่างร้อนรน ไม่เหลือความอ่อนโยนแม้แต่น้อย ผ้าซิ่นถูกม้วนขึ้นสูงจนพันรอบเอวเรียว เผยให้เห็นเนินเนื้อสะโพกกลมกลึงขาวเนียนที่สั่นระริก และเนินแคมรักที่อวบอิ่ม รอยแยกเปียกชื้นกำลังหลั่งไหลน้ำสวาทใส ๆ ออกมาเป็นสายบาง ๆ จนเปียกแฉะชุ่มฉ่ำ ไหลย้อยลงตามต้นขาด้านใน

    “อ๊ะ… คุณคิว…” รันครางแผ่ว มือเรียวทั้งสองข้างเกาะไหล่หนาของเขาแน่น เล็บสั้นข่วนลงบนเสื้อบาง ๆ “ตรงนี้… ใคร ๆ ก็อาจเดินผ่านมาได้…”

    คิวยิ้มเยาะเบา ๆ ริมฝีปากยังชุ่มไปด้วยรอยจูบ “ไม่มีใครหรอก… ดงไผ่นี้เป็นของเราคนเดียวตอนนี้” เสียงแหบต่ำของเขาก้องใกล้ใบหู มือข้างหนึ่งยังคงกดสะโพกกลมของรันไว้แน่น ขณะที่อีกข้างคว้าจับแก่นกายใหญ่ยักษ์ร้อนระอุของตน ชูชันปูดเกร็งอย่างรุนแรงจนเส้นเลือดปูดโปนชัดเจน ปลายหัวแดงจัดที่ชุ่มไปด้วยน้ำหล่อลื่นของตัวเอง จ่อเข้าที่ปากทางรักที่บีบรัดและเปียกชุ่มของหล่อน

    เขายักขอบหัวขึ้นลงเบา ๆ ถูกับรอยแยกที่ชุ่มฉ่ำ ทำให้รันตัวสั่นและครางเสียงหวาน “รู้สึกไหม… ว่ามันร้อนขนาดไหน?” คิวกระซิบ แล้วดันปลายหัวเข้าไปเพียงนิดเดียว รู้สึกถึงความอุ่นและความตอดรัดที่แน่นหนา “รันเปียกขนาดนี้… อยากได้ฉันเข้าไปเต็ม ๆ ใช่ไหม?”

    รันกัดริมฝีปากล่าง ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอายและความเร่าร้อน ดวงตาชื้นแฉะมองขึ้นมาหาเขา “อยาก… อยากได้คุณคิว… รันต้องการค่ะ… อืมมม!”

    คำพูดนั้นยังไม่ทันจบ คิวก็สูดหายใจลึก แล้วกดสะโพกกระแทกกระทั้นสอดเสียบแท่งเนื้อร้อนผ่าวเข้าสู่ร่องรักเปียกชุ่มฉ่ำในจังหวะเดียว แท่งใหญ่ถูกกลืนเข้าไปจนสุดโคน กระแทกชิดติดกระดูกสะโพกของหล่อนดัง “ฉึบ!” ชัดเจนในเงามืดสลัว เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องท่ามกลางดงไผ่ที่เงียบสงัด

    รันอ้าปากครางเสียงดังลั่น หลังแอ่นโก่งจากลำไผ่ มือกำไหล่คิวแน่นจนเล็บขาว ร่างกายทั้งหมดสั่นเทาไปด้วยความแน่นและแรงกระแทก “อ๊ะ… โอย… ลึกเหลือเกินค่ะ… คุณคิว… ของใหญ่มาก…”

    คิวครางต่ำในลำคอ ความสุขที่ถูกบีบรัดถี่ยิบจากภายในทำให้เขาต้องหยุดนิ่งไว้ครู่หนึ่งเพื่อกลั้นสติ “หึ… รัดแน่นขนาดนี้…” เขาพูดเสียงแหบ มือทั้งสองข้างยกต้นขาเรียวของรันขึ้นพันรอบเอวตัวเอง แล้วเริ่มดันเข้าออกช้า ๆ ในจังหวะหนักแน่น “เสียวไหม… ฉันทำกับเธอแบบนี้”

    ทุกครั้งที่เขาถอนออกเกือบสุดแล้วกระแทกกลับเข้าไปสุดโคน เสียงฉ่ำ ๆ ดังชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ น้ำสวาทของรันถูกบีบออกมาเป็นฟองขาว ๆ ติดตามโคนของเขา รันบิดส่ายสะโพกรับจังหวะ ครางเสียงหวานไม่ขาดปาก “อืมม… คุณคิวขา… อีก… แรงกว่านี้… ได้ไหม…?”

    “อ๊าส์... คุณคิว... รันรักคุณ... รันเป็นของคุณคนเดียว...”

    รันครางแผ่วเสียงหวานหยาดเยิ้มยั่วยวนชวนกำหนัด “อืมม… คิว… ลึกจังค่ะ… อ๊ะ!” เสียงครางของหล่อนดังก้องท่ามกลางดงไผ่ ทุกครั้งที่แท่งเนื้อร้อนของคิวกระแทกเข้าไปสุดโคน

    คิวร้องคำรามลั่นในลำคอด้วยความเสียวซ่านสะท้านรวงอก “หึ… ร่องเธอรัดแน่นดีจัง… รัน…” เขาพ่นลมหายใจร้อน ๆ รดต้นคอขาวของหล่อน มือหนาทั้งสองข้างคว้าเอวเรียวไว้แน่น ดึงสะโพกกลมเข้าหาตัวเองทุกครั้งที่ซอยเข้าไป รสสัมผัสบีบรัดแน่นกระชับเปียกแฉะภายในหลุมสวาทของรันตอดรัดขยับบดเบียดเนื้อตัวเขาจนเสียวสะท้านใจจนแทบกลั้นไม่อยู่

    คิวเริ่มขยับโยกสะโพกขย่มกระแทกกระทั้นอย่างเร่าร้อนและดุดันจากด้านหลัง เสียงเนื้อกระทบเนื้อเปียกชื้นดัง “ปึก ๆ ปึก ๆ” ดังก้องชัดเจนในเงามืดสลัว ปลายเล็บยาวซีดของรันจิกครูดลงบนแผ่นหลังกว้างของคิวระบายอารมณ์ใคร่ รอยแดงจาง ๆ ปรากฏขึ้นตามแนวกล้ามเนื้อที่ตึงเครียด ลำไผ่สีทองใหญ่ที่รันพิงอยู่โยกไหวส่งเสียงครืดคราดเสียดสีกันลึกลับตามแรงปะทะ

    ลมหายใจของรันพ่นรดแก้มคิวหอมดอกลำเจียกเปียกน้ำ “คิวขา… แรงกว่านี้… อีก… อย่าหยุด…อ๊าา” เสียงหวานของหล่อนสั่นเครือด้วยความเสียว มือเรียวข้างหนึ่งยื่นไปด้านหลัง จับสะโพกของคิวไว้แน่น ดึงเขาให้กระแทกเข้าไปลึกขึ้นอีก

    คิวซอยสะโพกถี่รัวบดเบียดกระทุ้งร่องรักที่ขมิบขยำสอดรับจังหวะอย่างช่ำชอง เร่งเร้ากามรสจนความเสียวซ่านสะท้านทรวงแล่นปราดจากโคนไปจนถึงปลายนิ้ว “รัน… ฉันทนไม่ไหวแล้ว…” เขาครางต่ำ ริมฝีปากกัดลงบนไหล่ขาวของหล่อนเบา ๆ ก่อนจะเร่งจังหวะให้ถี่และหนักขึ้น ชายหนุ่มขยับสะโพกถี่กระชั้น กดกระแทกกระทุ้งส่วนลึกที่สุดของหล่อนซ้ำแล้วซ้ำเล่า

    จนกระทั่งร่างของเขาเริ่มสั่นเกร็งสะท้าน คิวคำรามลั่นอีกครั้ง “อ๊าา รัน… ฉันแตกแล้ว!” แล้วปลดปล่อยน้ำกามอุ่นร้อนพุ่งพวยเข้าสู่ส่วนลึกของช่องทางรักของรันอย่างหนักหน่วง ทุกจังหวะที่เขากระตุกสะโพกน้ำกามก็พุ่งเข้าไปเติมเต็มจนเปียกชุ่มชโลมกลีบแคมนุ่มของหล่อน มีหยาดน้ำขาวขุ่นไหลเยิ้มชโลมออกมาเคลือบผิวเนื้อ หยดลงเป็นสายบาง ๆ บนผืนหญ้าเปียกชื้นของดินโคลนยมใต้เท้า

    รันครางเสียงยาวเมื่อรู้สึกถึงความอุ่นร้อนที่พุ่งเข้ามาภายใน ร่างกายทั้งหมดสั่นเทา มือยังคงจิกแผ่นหลังคิวแน่น “อืมมม… คิว… อุ่นร้อน… เต็มร่องไปหมดเลยค่ะ…” หล่อนพึมพำเสียงอ่อนเพลีย แต่สะโพกยังคงบิดรับจังหวะเบา ๆ ราวกับยังอยากได้อีก

    คิวกอดร่างบางของรันไว้แน่นจากด้านหลัง หายใจหอบหนัก ริมฝีปากจูบเบา ๆ ตามแนวไหล่และต้นคอ “ยังไม่จบง่าย ๆ หรอก…” เขากระซิบเสียงแหบ มือข้างหนึ่งเลื่อนลงไปลูบคลำเนินแคมที่ชุ่มฉ่ำและเต็มไปด้วยคราบของทั้งสองคน “ฉันยังอยากทำให้รันเสียวอีกหลายรอบ…”

    ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงตะโกนเรียกหาคิวของฝ้ายก็ดังแว่วเข้ามาใกล้ๆ แนวป่าไผ่ภายนอก พร้อมเสียงฝีเท้าย่ำเศษกิ่งไม้แห้งก้าวเดินตรงเข้ามาทางจุดที่พวกเขายืนอยู่กะทันหัน!

    “คิวคะ! อยู่ข้างในหรือเปล่าคะ! ฝ้ายเดินถือแบบแปลนมาให้ดูตรงนี้แล้วค่ะ!”

    คิวสะดุ้งตัวโยนตระหนกตกใจอย่างรุนแรง ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือดด้วยความตระหนกในความผิดชู้สาวที่เพิ่งกระทำ ชายหนุ่มพยายามแต่งตัวดึงรั้งกางเกงขึ้นด้วยท่าทางร้อนรนและสั่นเทา แต่เนื้อผ้ากลับติดผิวชื้นเหงื่อและคราบรักทำให้ลากดึงขึ้นมาอย่างยากเย็นและทุลักทุเลจนตัวสั่นเทา ทว่ารันกลับเล่นสองหน้าได้อย่างยอดเยี่ยมประหนึ่งนักแสดงมืออาชีพ หล่อนจัดแจงดึงรั้งเสื้อผ้าและผ้าซิ่นของตนกลับมาสวมใส่จัดระเบียบให้เรียบร้อยแสนซื่อในพริบตา ใบหน้าจิ้มลิ้มใสซื่อกิริยางดงามไร้พิษสงปรากฏขึ้นมาแทนที่แววตาร้ายยั่วยวนในพริบตา หล่อนก้าวเดินออกไปจากแนวป่าไผ่ทักทายฝ้ายด้วยรอยยิ้มอ่อนหวานนอบน้อมถ่อมตนได้อย่างหน้าตาเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อยนิด

    “คุณฝ้ายคะ รันอยู่นี่ค่ะ กำลังชี้แนวตลิ่งดินร่วนให้คุณคิวดูอยู่พอดีเลยจ้ะ” รันเอ่ยทักทายเสียงใสวิ้งด้วยกิริยาอ่อนน้อมถ่อมตน

    ฝ้ายก้าวเดินเข้ามาถึงขอบตลิ่งในแนวป่าไผ่ สังเกตเห็นคิวหน้าตาตื่นตระหนกตัวสั่นเหงื่อซึมไหลตามขมับ ชายหนุ่มพยายามข่มลมหายใจที่สั่นสะท้านให้เป็นปกติ ฝ้ายกวาดสายตามองลงบนพื้นดินเลนร่วนซุยชื้นแฉะเบื้องล่าง แล้วหัวใจของเธอก็สะดุดกึกตระหนกตกใจอย่างรุนแรง เมื่อสายตาจับจ้องเห็นรอยเท้าเปล่าขนาดเล็กคู่สวย ย่ำอยู่บนดินโคลนสีดำขนานคู่เคียงไปกับรอยพื้นรองเท้าผ้าใบของคิวอย่างใกล้ชิด ในลักษณะหันหน้าเข้าหากันบนผืนเลนของตลิ่งแม่น้ำยม

    ฝ้ายเอ่ยถามเสียงสั่นระริกและจ้องเขม็งเข้มข้น “รอยเท้าเปล่าคู่กับรอยเท้าของคิวนี่...”

    รันส่งยิ้มจิ้มลิ้มอ่อนหวานและรีบตอบแก้ต่างทันควันด้วยท่าทางไร้พิษสงเพื่อแก้พิรุธอย่างเป็นธรรมชาติ “อ๋อ รอยเท้าของรันเองค่ะคุณฝ้าย รันถอดรองเท้าแตะเดินสำรวจแนวตลิ่งดินรอบแรกก่อนที่คุณคิวจะตามเข้ามาจ้ะ กลัวรองเท้าโคลนจะเลอะและลื่นตกตลิ่งน่ะค่ะ พอดีดินตรงนี้มันค่อนข้างชันและร่วนซุยมาก รันลื่นนิดหน่อยคุณคิวเลยตามเข้ามาช่วยประคองรันน่ะค่ะ รันตื่นเต้นนิดหน่อยจ้ะ คุณฝ้ายไม่ต้องห่วงนะคะ รันช่วยดูแลคุณคิวอย่างปลอดภัยดีค่ะ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยจ้ะ”

    ฝ้ายเงียบงันไปชั่วครู่ แววตาสั่นไหวครุ่นคิดพิจารณารอยดินและรอยเท้าเปล่านั้น ก่อนจะหลงเชื่อสนิทใจพยักหน้ารับคำและเอ่ยปากชมความขยันเอาใจใส่ของรัน “ขอบใจมากนะรัน ขยันจริงๆ เลยจ้ะ โชคดีที่มีรันช่วยดูแลงานริมตลิ่งทรุดโทรมผืนนี้”

    ฝ้ายหันมาส่งยิ้มให้คิว ทิ้งให้คิวยืนสั่นสะท้านใจจดจ้องมองใบหน้าของผู้หญิงทั้งสองคนด้วยความรู้สึกอึดอัด แน่นหน้าอก และความตึงเครียดหนักหน่วงแล่นพล่านไปทั่ว ทั้งกลัวความจริงที่เขาทำจะถูกเปิดเผย ทั้งกลัวการที่แฟนสาว ถ้ารู้แล้วจะยกเลิกงานแต่ง

    สายตาของคิวสั่นระริกขณะเฝ้ามองร่างของฝ้ายที่เดินโอบไหล่รันอย่างเป็นกันเองและชื่นมื่น ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนตัวเองตกในสถานการณ์ที่ลำบาก ..อีกคนก็หวานฉ่ำ อยู่ด้วยกันมานาน ส่วนอีกคนก็เร่าร้อน โดนใจเหลือเกิน...

    ---