บทที่ 98 ฝันตื่นหนึ่ง
“ฉันชื่อทิพย์”
“ข้าคือเยว่หัว”
ในห้วงแห่งความว่างเปล่าไม่มีสิ่งใดนอกจากความมืดมิดท่ามกลางความเจ็บปวดมากมายที่เกิดขึ้นและดับไปตามมาด้วยความทรงจำในช่วงเวลานั้นที่ถูกลบเลือนครั้งแล้วครั้งเล่าในที่สุดเด็กหญิงก็ลืมตาตื่นขึ้นมาในห้วงแห่งความมืดมิดความมืดสนิทที่ไม่มีแสงสว่างใดๆ
แม้ว่านางจะพยายามส่งเสียงออกไปมากขนาดไหนไม่ว่านางจะพยายามขวนขวายร่างกายไปยังทิศทางใด แต่สุดท้ายตัวนางนั้นก็ยังคงรู้สึกได้ว่าตัวนางนั้นยังคงอยู่ที่เดิมอยู่ในความมืด อยู่ในความเงียบอยู่ในที่ที่ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าตอนนี้ตัวนางนั้นอยู่ที่ไหนหรือว่ากำลังทำอะไรอยู่
แต่…
แต่ถึงอย่างนั้นในขณะที่นางกำลังจมอยู่ในห้วงแห่งความคิดความเงียบทำให้นางนั้นสามารถเข้าสู่ความสงบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนถึงแม้ว่าความทรงจำหลายๆสิ่งหลายๆอย่างที่เคยพันกันยุ่งเหยิงจากค่อยๆเชื่อมต่อกันอย่างเป็นธรรมชาติแต่นางก็ยังคงจมอยู่ในห้วงแห่งความสงบท่ามกลางความมืดมิดนั้นต่อไปและต่อไปเรื่อยๆ
จนในท้ายที่สุดแล้วตัวตนของนางก็ค่อยๆถูกนำมาเชื่อมต่อเข้าด้วยกันถึงจะจำได้อย่างเลือนลางว่ามีช่วงเวลาสำคัญที่ขาดหาย แต่ในตอนนี้ความรู้สึกนึกคิดหลายๆอย่างที่เคยไม่เป็นระเบียบ ไม่มีแบบแผน และไร้ซึ่งหลักในการยึดเหนี่ยว ค่อยๆ กลับมาเรียงร้อยต่อกันโดยสมบูรณ์จนทำให้นางเอื้อนเอ่ยถึงนามของตนเองทั้ง 2 ที่ตราติดตรึงในจิตใจของนางออกมา…
ทิพย์…
เด็กหญิงตัวน้อยๆคนนึงที่ค่อยๆเติบโตขึ้นมาใน ตำบลสะเต็ง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา หญิงผู้เติบโตขึ้นมาในร้านขายแก๊สร้านหนึ่งในตัวเมืองผ่านช่วงเวลาชีวิตต่างๆมามากมาย ตั้งแต่เริ่มต้นการเรียน การมีความรักการมีครอบครัว จวบจนกระทั่งในวันที่นางได้เห็นการจากไปของสามีและลูกที่นางรักประหนึ่งยิ่งกว่าชีวิตของตัวเอง...
ซึ่งเป็นวันที่นางนั้นเลือกแล้วที่จะตามล้างตามผลาญตามแก้แค้นบุคคลที่ทำให้คนที่นางรักยิ่งกว่าสิ่งใดต้องตายตกไปอย่างทุกข์ทรมานในตอนนี้ และแม้จะจำช่วงเวลาต่างๆ หลังจากนั้นไม่ได้เลยไม่ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นบ้างก็ตาม แต่ในห้วงสำนึกของนางก็มีคำพูดของเพื่อนเก่าที่ค่อยๆร้อยเรียง ปะติดปะต่อกันจนทำให้นางสามารถเข้าใจได้แล้วว่ามันเป็นช่วงเวลาที่นางนั้นลืมเลือนไปเนื่องจากการเวียนว่ายตายเกิดมา นับภพนับชาติไม่ถ้วน
จวบจนกระทั่ง...
ในตอนที่เจ้าเพื่อนตัวแสบคนนั้นเพื่อนที่ตัวนางไม่เคยแม้แต่จะได้เจอหน้ากันแบบเป็นๆ เลยสักครั้ง ได้พาดวงจิตของนางกลับมาจากห่วงแห่งความทุกข์ทรมานและพยายามดึงสติของนางกลับมาอีกครั้ง...
จากนั้นก็เป็นช่วงเวลาที่เลือนลางซึ่งนางเหมือนจะทำได้แต่ก็ยังคงจำไม่ได้ ราวกับว่ามันถูกบางสิ่งบางอย่างปิดผนึกไว้โดยสมบูรณ์โดยที่ไม่ว่านางจะพยายามนึกถึงช่วงเวลานั้นมากเท่าไหร่มันก็มีเพียงแต่ความรู้สึกโศกเศร้าและเจ็บปวดเท่านั้นที่ลอยออกมาจากความรู้สึกนั้นลอยออกมาเกาะกุมจิตใจของนาง ย้ำเตือนเพียงแค่ว่าต้องอย่านึกถึงช่วงเวลานั้น...
จนกว่าเวลาของมันจะมาถึง
แล้วหลังจากนั้นก็กลายเป็นช่วงเวลาของนางที่ได้มาพบเจอกับเหตุการณ์ในวันนั้น ในวันที่นางได้พบเจอกับคนตระกูลเยว่อีกครั้งวันที่นางพยายามหลบหนีออกมาเพื่อเอาชีวิตรอด วันที่นางสู้ชีวิตจนกระทั่งล้มหมดสติไปวันที่นางได้เจอกับเจ้าเพื่อนตัวเก่าในอดีตชาติอย่างเจ้าสัง
วันที่นั่งได้พูดคุยกับเจ้าเพื่อนที่ไม่แม้แต่จะได้เจอกันเลยสักครั้งวันที่เจ้าเพื่อนคนนั้นได้มอบตู้เย็นใบนั้นให้กับนางวันที่นางได้เรียนรู้และฝึกฝนวรยุทธ์ วันที่นางได้มอบสิ่งที่นางมีให้กับผู้คนคนที่มาได้มีโอกาสที่ จะทำในสิ่งที่ถูกต้องแต่สุดท้ายแล้วกลับกลายเป็นว่าตัวนางได้ทำผิดพลาดจนทำให้คนคนหนึ่งที่เชื่อมั่นในตัวนางอย่างถึงที่สุดต้องตายไปต่อหน้าต่อตา...
จางต้าพัง
วันที่นางได้พบเจอกับผู้คนใหม่ๆวันที่ผู้คนหลงคิดว่านางบอกสอนในสิ่งที่ เหนือลำล้ำแต่กลับกลายเป็นเพียงแค่คำสอนธรรมดาธรรมดาที่เพื่อนของนางเคยพร่ำบ่นต่อตัวนางมานับครั้งไม่ถ้วน
ไม่ว่าที่ผ่านมาจะด้วยเหตุผลกลใดก็ตามมีว่ามันจะเป็นเพราะสิ่งที่นั้นคิดถึงหรือไม่ถึงหรือไม่ก็ตามแต่สุดท้ายแล้วต้องยอมรับว่ามีหลายสิ่งหลายอย่างที่นางทำพลาดมีหลายสิ่งหลายอย่างที่นางชะล่าใจมีหลายสิ่งหลายอย่างที่นางมันได้โปรดปล่อยมันไปโดยที่ไม่ได้รับผิดชอบต่อผลที่ตามมา...
“นับแต่นี้เป็นต้นไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นข้าจะไม่ทำสิ่งที่ทำให้ตัวเองต้องมานั่งเสียใจภายหลังอีก ต่อให้มีเรื่องราวอะไรก็ตามเกิดขึ้นมาอีกครั้งก็ขอให้มันเป็นเรื่องที่เกินมือของข้าไปและเป็นเรื่องสุดวิสัยจริงๆแต่ข้าจะไม่ยอมให้เรื่องผิดพลาดแบบนั้นเกิดขึ้นอีกแล้ว....
ข้าสัญญา”
หลังจากที่ได้ปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดณ ห้วงแห่งความมืดมิดไร้ที่สิ้นสุด เด็กหญิงตัวน้อยไม่มีทางรับรู้ได้เลยว่าการตัดสินใจของนาง ในวันนี้ จะเปลี่ยนแปลงหลายสิ่งหลายอย่างในอนาคตไปอย่างสิ้นเชิง
..........................................