“เอาล่ะน้า พร้อมกันอีกครั้ง 1 2 3 4”
เสียงเชียร์ฟังพูดแหบพร่า เพราะเจ้าตัวใช้เสียงบ่อยในการปลุกระดมน้องๆ ให้ตื่นเต้น แต่ถึงอย่างไรหลินก็เป็นรุ่นพี่ซึ่งเป็นที่รักของรุ่นน้อง เพื่อนรวมชั้น ไปจนกระทั่งอาจารย์ด้วยกัน
อาจเป็นเพราะนิสัยกระตือรือร้น และพร้อมจะยิ้มได้ทุกสถานการณ์ แม้ว่าจะโดนอาจารย์ดุจนนักเรียนหลายคนต้องหน้าซีดไปตามๆ กัน แต่หลินก็จะเป็นคนแรกที่ยิ้มแล้วพูดอย่างมั่นใจว่า มาพิสูจน์ให้เห็นว่าอาจารย์คนนั้นคิดผิดกันเถอะ!
พูดถึงรูปลักษณะของหลิน เธอเป็นเด็กกิจกรรมที่ต้องวิ่งไปไหนมาไหนเพื่อประสานงาน ไม่แปลกเลยที่ร่างกายจะผอมเพรียวได้สัดส่วน แต่ก็น่าแปลก เพราะตามปกติ หลักการเก็บไขมันของเพศหญิง จะเก็บไขมันไว้ส่วนต่างๆ ของร่างกายและจะเก็บไว้บริเวณหน้าอกเป็นส่วนสุดท้าย แต่ของหลินกลับตรงกันข้าม เพราะเธอทำงานเยอะ ก็ต้องกินเยอะเป็นธรรมดา แต่ไขมันทั้งหมดกลับไปกองรวมกันตรงหน้าอกน่ะสิ
“น่าอิจฉาเกินไปแล้วนะ” เพื่อนหลายคนมักจะบอกหลินแบบนั้น แต่เธอที่กินขนมงุบๆ ก็ทำหน้าไม่เข้าใจ
“น่าอิจฉาตรงไหน หนักจะตายไป ปวดไหล่ด้วย เวลาเหรียญตกพื้นก็มองไม่ค่อยเห็น ลำบากจะตาย” แต่คำพูดของหลินก็เหมือนราดน้ำมันในกองเพลิง
“นี่จะขิงกันเหรอยะ” เพื่อนของเธอโวยขึ้น
“ป... เปล่านะ อย่าทำหน้าตาน่ากลัวแบบนั้นสิ” หลินเอามือกุบหัวตัวเอง ราวกับทหารที่กำลังหลบระเบิด นิสัยที่แสดงความรู้สึกออกมาตามตรงก็ทำให้เป็นเธอที่รักของเพื่อน และถึงแม้ว่าบางครั้งจะขี้แกล้งไปบ้าง เธอก็มักจะมีวิธีง้อจนทำเอาเพื่อนต้องยิ้มไปตามๆ กัน และหายโกรธราวกับเป็นเวทมนตร์
แต่ถึงเธอจะเป็นเด็กกิจกรรม ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะไม่ได้สนใจอย่างอื่นเลย ผลการเรียนของเธอดีเยี่ยม ถึงแม้จะต้องแลกมากับขอบตาดำ เพราะอ่านหนังสือโต้รุ่งจนผ่านการสอบมาได้ หลังจากออกจากห้องสอบเธอก็จะขอตัวไปงีบที่ห้องพยาบาลทันที
ช่างเป็นผู้หญิงที่สดใสร่าเริงมอบพลังบวกให้เสมอ เพราะเช่นนั้น ทุกคนถึงรักหลิน
รวมถึงเขาด้วยเช่นกัน…
ชายหนุ่มคนหนึ่งที่ไม่ได้หน้าตาดีเด่อะไร ผลการเรียนปานกลาง งานอดิเรกไม่มี เมื่อเรียนเสร็จก็มักจะตรงกลับบ้าน สิ่งเดียวที่พิเศษของเขาคงจะเป็นการที่มีหลินเป็นเพื่อนสมัยเด็ก และเพื่อนสมัยเด็กคนนี้ก็มักจะมอบความสดใสให้กับเขาเสมอ
“จะกลับไปไหน อยู่เป็นเพื่อนกันก่อนสิ”
“ไม่มีอะไรให้ฉันทำ อีกอย่าง ซ้อมเชียร์ก็น่าเบื่อด้วย ไม่มีอะไรน่าดูสักนิด” ชายหนุ่มส่ายหน้า งานจัดกีฬาอะไรพวกนี้ ก็เป็นแค่เรื่องให้โรงเรียนหาเรื่องของบจากผู้ปกครอง บังคับให้นักเรียนทำกิจกรรมเพื่อแข่งขันกับโรงเรียนอื่น มองภายนอกอาจเป็นกิจกรรมแสนสนุกสนาน แต่ภายในก็เต็มไปด้วยเรื่องการเมืองและการโกงกินเท่านั้น
“ไม่มีอะไรน่าดูเลยเหรอ” หลินขมวดคิ้ว ก่อนจะยื่นหน้ามาใกล้เข้า ชายหนุ่มถึงกับต้องถอยหน้าออกไป แต่ว่าด้านหลังของเขาคือกำแพง ทำให้หัวของเขากระแทกจนกระเด็นกลับ ปากของเขากระทบไปที่หน้าปากของเธอ หลินสะดุ้งตกใจแล้วเอามือจับหน้าผากตัว ใบหน้าที่มักจะสดใสร่าเริงดูสับสนและแดงระเรื่อ
“ด เดี๋ยวก่อน ขอเวลานอก” หลินหันกลับหลังเพื่อไปทำใจ สูดหายใจสองสามครั้งเข้าปอดทำให้หน้าอกขยับขึ้นลง แล้วหันมาหาเขา “เมื่อกี้รุกแรงไปแล้วนะ”
“แค่บังเอิญเฉยๆ อีกอย่าง เธอรุกก่อนไม่ใช่รึไง”
“แล้วไม่ชอบเหรอ ได้จุ๊บเหม่งเพื่อนสมัยเด็กน่ะ? ” ใบหน้าของหลินเหมือนกับนักสืบที่กำลังสอบปากคำผู้ต้องหา
“พูดอะไรไร้สาระ ฉันจะกลับบ้านแล้ว” ชายหนุ่มไม่อยากอยู่ในสถาการณ์กดดันแบบนี้ เขาอยากจะออกไปให้เร็วที่สุด
ถ้าว่าชอบไหมงั้นเหรอ?
ก็ต้องตอบตามตรงเลยว่าชอบมาก ไม่คิดเลยว่าชีวิตจะมีบุญวาสนาขนาดที่ได้จูบหน้าผากคนน่ารักแบบนี้
ความจริงแล้วเขาแอบชอบหลินมาตั้งแต่เด็ก แต่ก็ไม่กล้าที่จะบอกชอบ ทำไมน่ะเหรอ? ก็ลองมองดูคนรอบตัวของเธอสิ ไม่ว่าจะรุ่นพี่เก่งกีฬา เพื่อนร่วมชั้นเก่งดนตรี หรือรุ่นน้องอัจฉริยะ หลินที่เต็มไปด้วยพลังบวกเหมือนกับแม่เหล็กที่ดูผู้ชายพวกนั้นให้เข้ามาจีบ ถึงแม้ว่าเธอจะปฏิเสธกับคนพวกนั้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะสามารถไปบอกชอบอะไรเธอได้นี่ เพราะตัวเขามันไม่เก่งอะไรเลย
“นายบอกว่างานกีฬาสีนี้ ไม่มีอะไรน่าสนใจสินะ” หลินยิ้มราวกับวางแผนอะไรบางอย่างเอาไว้
“แน่สิ” ชายหนุ่มตอบกลับหน้าตาย
“ถ้าฉันทำอะไรให้นายสนใจได้ นายสัญญาไหมว่าจะมาร่วมงานกีฬาสี”
“ทำไมต้องมาโน้มน้าวฉันด้วย เสียเวลาเปล่าน่า” ชายหนุ่มส่ายหน้า แต่หลินก็ก้มหน้านิดหนึ่งเหมือนจะเตรียมใจพูดอะไรบางอย่าง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาเหมือนจะพูด แต่ก็กลับก้มหน้างุดไปอีกครั้ง ผ่านไปอีกชั่วอึดใจ แต่ในที่สุดเธอก็กลั้นใจพูดออกมา “ปีนี้ ฉันได้เป็นน่ะ...”
“หือ? ” คำพูดของเธอจะเบาไปแล้ว
“กีฬาสีปีนี้ ฉันได้เป็นเชียร์ลีดเดอร์ ฉันอยากให้นายมาดู! ”
คำพูดที่ไม่กล้าเอ่ย แต่ชายหนุ่มหูไม่ดีหรือไม่ได้ตั้งใจฟัง ทำให้หลินเผลอส่งเสียงดังกว่าปกติ ทำเอานักเรียนที่เดินผ่านไปมาหันไปมองเป็นตาเดียวกัน
“ห๋า” ชายหนุ่มแปลกใจกับคำพูดของเธอ เพราะไม่คิดว่าเธอจะอยากให้เขาสนใจเท่าไร ทางด้านหลินก็กวาดสายตามองดูคนที่กำลังมองเธอ แล้วสบถออกมา
“ไอ้บ้า”
หลินดึงมือของชายหนุ่มไปยังทิศทางหนึ่งเพื่อหลบหนีสายตาของผู้ชน
“สัญญานะว่า ถ้าฉันทำให้นายสนใจได้ นายจะต้องมาร่วมงานกีฬาสี”
หลินพูดอีกครั้ง ย้ำสัญญาที่ขอกับเขาไว้ ตอนนี้ทั้งสองอยู่ในห้องเก็บของแห่งหนึ่งซึ่งไม่ได้ถูกใช้มานานแล้ว แต่เนื่องจากหลินเป็นฝ่ายกิจกรรม และมักจะเอาของมาเก็บที่นี่บ่อยๆ ราวกับเป็นห้องส่วนตัว ทำให้เธอมีกุญแจห้องเก็บไว้ และตอนนี้เธอก็กำลังล็อกประตูลงกลอนอย่างเรียบร้อยแล้วหันมามองเขาพร้อมกับยิ้ม
“อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะ ว่านายชอบอะไร”
หลินหันไปหยิบกระเป๋านักเรียนออกมา ตามด้วยหนังสือเล่มบางมากมาย แต่บนหน้าปกของหนังสือกลับมีสิ่งที่ไม่บอบบางอยู่ นั่นคือหน้าอกหน้าใจของนางแบบที่นูนเด่นชัดออกมาอย่างไม่มีการปกปิด
จริงอยู่ว่าตามปกติ หน้าอกของนางแบบก็เรียกได้ว่าใหญ่อยู่แล้ว แต่เนื่องจากพวกเธออยู่ในสภาพถูกมัดแขนติดกันไว้ด้านหลัง และมีเชือกสองเส้นมารัดด้านบนและด้านล่างหน้าอกของพวกเธอ ทำให้หน้าอกคู่นั้นเด่นชัดขึ้นมาอีก
“อีตาซาดิสม์เอ๊ย”
หลินยิ้มราวกับผู้ที่กำความลับของจักรวาลเอาไว้
“นี่เธอ ไปเอามาได้ยังไง”
ชายหนุ่มจำได้ว่า หนังสือพวกนั้นเป็นหนังสือที่เขาเก็บเอาไว้ระบายอารมณ์ทางเพศของตนเอง และเก็บไว้อย่างดีภายในห้อง ซึ่งไม่มีทางที่หลินจะหาเจอ
“ลืมไปแล้วเหรอว่า ฉันเล่นซ่อนหาเก่งน่ะ”
“มันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องนี้เลยเฮ้ย”
ชายหนุ่มโวยพร้อมกับใบหน้าแดงแจ๋ ความรู้สึกเวลาโดนคนที่ชอบเห็นหนังสือโป๊ที่ตัวเองซ่อนไว้มันเป็นแบบนี้เองสินะ “แล้วจะทำไม จะเอาเรื่องนี้มาแบล๊กเมลฉันเหรอ”
“เห... โลกมืดจัง เพื่อนสมัยเด็กสุดแสนน่ารักและอ่อนโยนไม่ทำอะไรโหดร้ายแบบนั้นหรอก” หลินส่ายหน้า แล้วหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมา หนังสือเล่มนั้นคือวิธีการมัดเชือกแบบญี่ปุ่น “นายก็อยากลองสักครั้งใช่ไหม มัดผู้หญิงน่ะ”