ราชันย์สิบโลก

    ตอนที่ 144 ภารกิจระดับห้าดาว

           “ข้าเลือกตามคุ้มกันเชื้อพระวงศ์เพราะดูแล้วใช้เวลาน้อยที่สุดเพียงแค่ไปส่งให้ถึงจุดหมายภารกิจก็สำเร็จเรียบร้อยแล้วมันเป็นภารกิจหนึ่งดาว แต่ค่าตอบแทนนั้นกลับสูงเป็นอย่างมากข้าสามารถใช้จำนวนแต้มที่ได้รับไปแลกเปลี่ยนเป็นสิ่งของที่ใช้ฝึกฝนได้มากมายเลย”

            เมื่อมาถึงหอภารกิจเฟิ่งหยูมองเห็นศิษย์สำนักอักษรสวรรค์จำนวนมากเดินขวักไขว่ไปทั่วทุกคนต่างจ้องไปยังภารกิจที่มีอยู่มากมาย

            เฟิ่งหยูเดินเข้าไปพร้อมกับจ้องมองไปยังภารกิจแต่ละอย่างเฟิ่งหยูมองเดินดูไปเรื่อย ๆ พลันไปสะดุดอยู่ภารกิจหนึ่ง

            “ตามล่าสังหารมังกรสายเลือดบริสุทธิ์ระดับความยากห้าดาว จำนวนแต้มภารกิจหนึ่งล้านแต้ม”มันติดอยู่ในตารางภารกิจนี้นานมากแล้ว แต่ไม่มีใครกล้ารับภารกิจนี้เฟิ่งหยูเอื้อมือไปหยิบภารกิจนี้ทันที เพราะเขารู้ว่ามังกรสายเลือดบริสุทธิ์นั้นเป็นสัตว์ที่หายากเป็นอย่างมากโดยเฉพาะมังกรสายเลือดบริสุทธิ์นั้นมีอยู่จำนวนน้อยนิดเป็นไปได้เขาจะนำมันไปเก็บไว้ในเจดีย์ฟ้าสวรรค์แทนแต่ที่สำคัญที่สุดคือเขาคิดถึงแม่ของเสี่ยวหลงนางเป็นมังกรสายเลือดบริสุทธิ์เช่นเดียวกัน เฟิ่งหยูกลัวว่าจะเป็นนาง

            “พวกเจ้าดูเจ้านั่นสิคงบ้าไปแล้วเลือกรับภารกิจระดับห้าดาว สงสัยจะไม่เคยทำภารกิจมาก่อน”

            “ดูเจ้าดูนั่นเร็วมีคนรับภารกิจห้าดาวไปแล้ว”

            เหล่าศิษย์สำนักอักษรสวรรค์ต่างมองมายังเฟิ่งหยู

            “เจ้าแน่ใจแล้วหรือที่จะรับภารกิจนี้”ว่านอู่เจ๋อเอ่ยถามเฟิ่งหยู

            เฟิ่งหยูไม่ตอบ เขารีบเดินไปยังผู้อาวุโสที่ดูแลงานภารกิจสำนักเฟิ่งหยูยื่นป้ายประจำตัวและป้ายภารกิจให้กับผู้อาวุโสผู้ดูแล

            “ผู้น้อยซิงเหยียนขอรับทำภารกิจนี้ขอรับ”

            ผู้อาวุโสที่ดูแลงานภารกิจเงยหน้ามองเฟิ่งหยูครั้งหนึ่งแล้วยิ้มออกมา

            “ข้า ไป่หลัวผู้อาวุโสดูแลงานภารกิจของสำนัก เห็นภารกิจนี้ติดมาหลายปีคิดว่าคงไม่มีใครทำแล้วเจ้าแน่ใจแล้วอย่างนั้นหรือว่าจะทำภารกิจนี้ ภารกิจนี้มันอันตรายเป็นอย่างมากเจ้าลองไตร่ตรองให้ดี”

            “ขอรับข้าน้อยแน่ใจแล้วข้าน้อยจะรับทำภารกิจนี้ขอรับ”

            ผู้อาวุโสไป่หลัวมอบแผนที่ให้กับเฟิ่งหยูแผ่นหนึ่งพร้อมประทับตราภารกิจที่เฟิ่งหยูรับไปทำ

            “หากเจ้าทำภารกิจนี้สำเร็จเจ้าไม่จำเป็นต้องทำภารกิจอื่น ๆ อีกเป็นเวลาสิบปี จำไว้หากเจ้าตกอยู่ในอันตราย ก็จงกลับมาเสียอย่าได้ฝืนเสี่ยงอันตรายจนถึงแก่ชีวิตโดยเด็ดขาด”

            “ขอบคุณท่านผู้อาวุโสข้าน้อยจะจดจำไว้”

            เฟิ่งหยูเดินออกมาจากตำหนักภารกิจพร้อมๆกับว่านอู่เจ๋อ พวกเขาเดินกลับไปยังบ้านพักของพวกเขา

            เฟิ่งหยูบอกให้กับศิษย์รับใช้ของเขาว่าเขาจะออกไปทำภารกิจข้างนอกให้พวกเขาใช้โอกาสนี้ฝึกฝนตนเองพวกเขาทั้งสองคนต่างซาบซึ้งใจเฟิ่งหยูเป็นอย่างมาก พวกเขาคิดว่าหากเป็นศิษย์รับใช้แล้วคงมีโอกาสในการฝึกฝนน้อยมากเพราะต้องมัวแต่รับใช้ศิษย์สายในเสียเป็นส่วนใหญ่ เหมือนดังเช่นพวกเพื่อน ๆของพวกเขา

            “ข้าน้อยเซียงเจียวและเหลียงอู้พวกเราทั้งสองจะไม่ลืมบุญคุณของศิษย์พี่เลย”

            “เอาหละพวกเจ้าทั้งสองไปฝึกฝนเสียข้าจะรีบออกเดินทาง” พูดจบเฟิ่งหยูนำเรือเล็กของเขาออกมาพร้อมกับบินออกไปอย่างรวดเร็ว

            “พวกเราสองคนนี่โชคดีจริงๆ  ที่ได้รับใช้ศิษย์พี่ซิงเหยียน หากเป็นศิษย์สายในคนอื่นพวกเราคงไม่มีเวลามาฝึกฝนเช่นนี้หรอก รีบไปฝึกฝนกันเถอะ อย่าให้ศิษย์พี่ซิงเหยียนผิดหวัง”

            เฟิ่งหยูเดินทางไปตามแผนที่ที่ได้รับมาจากผู้อาวุโสไป่หลัวเขามุ่งตรงไปทางทิศเหนือตามแผนที่อย่างรวดเร็ว

            เรือเล็กที่เฟิ่งหยูปรับปรุงใหม่นี้มีความเร็วมากกว่าเดิมมากแถมยังใช้หินวิญญาณน้อยกว่าเดิมอีกเฟิ่งหยูเดินทางเกือบหนึ่งวันเต็มจึงไปถึงยังจุดหมายตามแผนที่ที่ได้รับมา

            เฟิ่งหยูเลือกต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งเพื่อพักผ่อนเขากลับเข้าไปยังเจดีย์ฟ้าสวรรค์ เฟิ่งหยูไม่ลืมที่จะเข้าไปเยี่ยมวิหคเพลิงอัมตะและหงส์เพลิงซึ่งทั้งสองตัวกำลังเลี้ยงลูกน้อยอยู่บนยอดของต้นพฤกษาโลกา เฟิ่งหยูมองไปไกล ๆเห็นโหวจื่อและมังกรน้อยกำลังฝึกซ้อมกันอย่างหนัก เขาลงมายังด้านล่างของต้นพฤกษาโลกาที่ผู้อาวุโสอู่หวังฉีปลูกกระท่อมเล็กๆ เอาไว้อยู่อาศัย

            “ท่านผู้อาวุโสโหวจื่อและมังกรน้อยตอนนี้อยู่ระดับไหนแล้วขอรับ ข้าเห็นพวกเขาฝึกซ้อมกันความรุนแรงของพลังที่ปลดปล่อยออกมา รุ่นแรงมากกว่าเดิมหลายเท่านัก”

            “ฮ่า ฮ่า ฮ่าเจ้าหนูสองตัวนั่นนะหรือตั้งแต่เจ้าสั่งสอนพวกนั้น ทั้งสองก็ฝึกหนักมาโดยตลอดตอนนี้อยู่ในขั้นราชันย์สัตว์อสูรไปเรียบร้อยแล้วส่วนเจ้านกสองตัวนั่นก็ใกล้จะเลื่อนเป็นระดับเก้าเต็มทนแล้ว”

            “ท่านผู้อาวุโสแล้วเหล่าผู้คนที่ฝึกฝนในเจดีย์พวกนั้นหละเป็นยังไงกันบ้าง”

            “ตอนนี้ส่วนใหญ่ก็อยู่ระดับเซียนเสียเป็นส่วนใหญ่มีส่วนน้อยที่ยังอยู่ระดับเดียวกับเจ้ามีเพียงตระกูลของเจ้าเท่านั้นที่กำเนิดราชันย์เซียนคนแรกขึ้นมาได้แล้ว”

             ราชันย์เซียนคนแรกจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากผู้นำตระกูลเฟิ่งเฟิ่งเทียนนั่นเอง ส่วนบิดาของเฟิ่งหยูก็เกือบจะเลื่อนขั้นเป็นราชันย์เซียนแล้วคาดว่าคงอีกไม่นานคงเลื่อนระดับได้เฟิ่งหยูพูดคุยกับผู้อาวุโสอูหวังฉีอยู่นาน เขาจึงไปตรวจดูแปลงสมุนไพรของเขาพบว่าแปลงสมุนไพรของเขาตอนนี้สมุนไพรที่ปลูกเอาไว้ เติบโตขึ้นมา หลาย ๆ ต้นที่เขานำมาปลูกในตอนแรกๆ นั้นอายุนับหมื่นปีแล้ว

            บางต้นสูงใหญ่จนเขาต้องแหงนมองยิ่งสมุนไพรที่ถูกโอบล้อมด้วยต้นพฤกษาโลกาที่ผู้อาวุโสอู่หวังฉีปลูกเอาไว้โดยรอบยิ่งเติบโตไวยิ่งขึ้น  คุณภาพของมันสูงกว่าปกติบางต้นเกือบจะสามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ ได้แล้ว และมีหลายต้นที่กลายร่างเป็นมนุษย์ไปแล้วพวกมันอาศัยอยู่ที่เจดีย์สวรรค์โดยไม่ต้องเกรงกลัวอันตรายใดๆ  แม้จะมีบ้างที่ตกใจเมื่อเห็นเฟิ่งหยูแต่พวกมันก็ไม่ได้วิ่งหนีพวกมันกลับวิ่งเข้าหาเฟิ่งหยูเหมือนเด็กน้อยที่เจอของเล่นใหม่เสียมากกว่า

            เฟิ่งหยูสังเกตเห็นว่าพื้นที่ในเจดีย์ฟ้าสวรรค์ของเขากว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาแล้ว

            “ตอนนี้พื้นที่ในเจดีย์ฟ้าสวรรค์มันขยายไปถึงไหนกันนะตั้งแต่ข้าหลอมรวมกับวิหารต่าง ๆ ไปแล้ว ยังคงเหลือวิหารมังกรที่ยังไม่ได้หลอมรวมคงต้องรีบกลับไปโลกเดิม เพื่อจัดการปัญหาทางนั้นให้เสร็จสิ้นก่อนที่ผนึกจะสลายไป”เฟิ่งหยูบ่นพึมพำ โดยมีเหล่าสมุนไพรตัวน้อยรายรอบกายของเฟิ่งหยู

            เฟิ่งหยูลอยตัวออกจากแปลงสมุนไพรเขาหว่านเมล็ดสมุนไพรเพิ่มไปอีกห้าหมื่นกว่าไร่  เฟิ่งหยูมองไปยังกองหินวิญญาณระดับสูงและแร่อื่นๆ ที่เขาเก็บมาได้ตลอดระยะเวลาโดยที่ไม่ได้สนใจ จนมันกองจนแทบจะกลายเป็นภูเขาลูกหนึ่งเลยทีเดียว

            “สักวันข้าจะลองสร้างโลกใบเล็กของข้าเองดูบ้างคงต้องใช้พวกมันจำนวนมาก ตอนนี้ต้องสะสมไปก่อน หากมีโอกาสค่อยลองศึกษาคัมภีร์ที่ได้รับมาอีกที”

            หลังจากทำภารกิจต่างๆ เสร็จสิ้น เฟิ่งหยูจึงไปหาโหวจื่อและมังกรน้อย เมื่อทั้งสองเห็นเฟิ่งหยู ทั้งสองรีบทะยานมาหาเฟิ่งหยูในทันที

            “ท่านพี่ ท่านพาพวกเราออกไปข้างนอกบ้างสิพวกเราอยู่ที่นี่ฝึกซ้อมกันเบื่อจะตายอยู่แล้ว” เป็นมังกรน้อยที่เอ่ยขึ้นมา

            “ใช่ ๆ ท่านพี่ วันๆพวกเราได้แต่ฝึกฝน ท่านพาพวกเราออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกบ้างสิ”

            “ก็ได้ ก็ได้ตอนนี้ข้ากำลังออกไปทำภารกิจพอดี พวกเจ้าก็ตามข้ามาก็แล้วกัน”

            ทั้งสองตื่นเต้นเป็นอย่างมากกระโดดโลดเต้นไปมารอบ ๆ เฟิ่งหยู

            เฟิ่งหยูถือโอกาสพักผ่อนจนเพียงพอเขาฟื้นฟูพลังปราณ จนกลับมาเต็มเปี่ยมจึงพาโหวจื่อและมังกรน้อยออกมาจากเจดีย์ฟ้าสวรรค์เมื่อเฟิ่งหยูออกมาจากเจดีย์ฟ้าสวรรค์ พวกเขายืนอยู่บนต้นไม้ใหญ่

            ตู้ม.......

            ตู้มมม........

            เสียงการต่อสู้ห่างจากจุดที่พวกเขาอยู่ราว ๆ ห้าสิบกิโลเมตร ดังสนั่นไปทั่วทั้งบริเวณเฟิ่งหยูจ้องมองไปยังจุดที่มีการต่อสู้นั้นภาพที่เขาเห็นทำให้เขาตกใจเป็นอย่างยิ่ง มังกรสองตัวที่ได้รับบาดเจ็บโดยกลุ่มคนนับร้อยที่กำลังโจมตีมังกรทั้งสองตัวอย่างต่อเนื่อง

            “ท่านแม่เสียงของเสี่ยวหลงดังขึ้นมาทันทีเมื่อเขาจ้องมองไปยังจุดนั้น”

            “พวกเรารีบไปช่วยพวกเขากันเถอะ”

            เฟิ่งหยูใช้มือทั้งสองข้างกระชากมิติออกจากกันจากนั้นทั้งสามจึงเดินเข้าไปไม่นานพวกเขาทั้งสามมาโผล่อยู่ตรงหน้าของมังกรทั้งสองตัวในทันทีผู้คนนับร้อยที่กำลังโจมตีเข้ามาพลันตกตะลึง เฟิ่งหยูหลอมรวมพลังฟ้าดิน และพลังต้นกำเนิดรวมเข้ากับสายลมล้อมรอบพวกเขาทั้งสามคนและมังกรทั้งสองตัวจนกลายเป็นลูกบอลขนาดยักษ์ลอยอยู่กลางท้องฟ้า

            “รีบโจมตีพวกมันเร็วเข้าอีกไม่นาน พวกเราก็สามารถจับมังกรสายเลือดบริสุทธิ์ได้แล้วพวกเราจะได้เลือดมังกรใช้ฝึกฝนกันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด โลกที่แปดของพวกเราจะได้ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ใครอีกต่อไป”เสียงของผู้นำกลุ่มของพวกเขากล่าวขึ้นเพื่อกระตุ้นเหล่าจอมยุทธ์ทั้งหลาย

            “พวกเจ้าออกไปให้พ้นจากบริเวณนี้ให้หมดไม่เช่นนั้นจะหาว่าพวกเข้าไม่เตือน” เฟิ่งหยูกล่าวออกไป

            “พวกเจ้ามีจำนวนแค่นั้นคิดจะมาขู่พวกเราอย่างนั้นหรือ?”

            “ท่านพี่ให้พวกเราจัดการเอง ท่านช่วยรักษาพวกเขาก่อน” โหวจื่อเอ่ยขึ้นมา

            “พวกเจ้ารับมือไหวแน่หรือพวกมันส่วนมากอยู่ในขั้นราชันย์เซียนเสียเป็นส่วนใหญ่” เสียงของมังกรดังขึ้นด้านหลังพวกเขา

            “ท่านแม่ไม่ต้องกังวลข้าจะไม่ให้ใครมาทำร้ายพวกท่านอีก”

            เฟิ่งหยูหยิบโอสถสี่เม็ดโยนไปยังมังกรทั้งสองตัวในทันทีมังกรทั้งสองตัวรีบกลืนโอสถของเฟิ่งหยูเพียงไม่นานอาการบาดเจ็บของพวกเขาก็เริ่มฟื้นตัว

            “พวกเจ้าเป็นคนจากที่ไหนทำไมถึงได้มายังสถานที่แห่งนี้ได้”

            “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าจะบอกเจ้าก่อนที่จะสังหารพวกเจ้าก็แล้วกัน พวกเราเป็นหน่วยลาดตระเวนของโลกที่แปด พวกเราได้รับคำสั่งจากเจ้าโลกที่แปดให้ออกมาสำรวจหาทรัพยากรมังกรสองตัวนี้พวกเราเป็นคนเจอก่อน ดังนั้นมันก็ต้องเป็นของพวกเรา”

    คล้ายกับเรื่องราชันย์สิบโลก ที่คุณอ่าน

    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    152K 152
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    699K 1189
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.78M 1459