“ข้าเลือกตามคุ้มกันเชื้อพระวงศ์เพราะดูแล้วใช้เวลาน้อยที่สุดเพียงแค่ไปส่งให้ถึงจุดหมายภารกิจก็สำเร็จเรียบร้อยแล้วมันเป็นภารกิจหนึ่งดาว แต่ค่าตอบแทนนั้นกลับสูงเป็นอย่างมากข้าสามารถใช้จำนวนแต้มที่ได้รับไปแลกเปลี่ยนเป็นสิ่งของที่ใช้ฝึกฝนได้มากมายเลย”
เมื่อมาถึงหอภารกิจเฟิ่งหยูมองเห็นศิษย์สำนักอักษรสวรรค์จำนวนมากเดินขวักไขว่ไปทั่วทุกคนต่างจ้องไปยังภารกิจที่มีอยู่มากมาย
เฟิ่งหยูเดินเข้าไปพร้อมกับจ้องมองไปยังภารกิจแต่ละอย่างเฟิ่งหยูมองเดินดูไปเรื่อย ๆ พลันไปสะดุดอยู่ภารกิจหนึ่ง
“ตามล่าสังหารมังกรสายเลือดบริสุทธิ์ระดับความยากห้าดาว จำนวนแต้มภารกิจหนึ่งล้านแต้ม”มันติดอยู่ในตารางภารกิจนี้นานมากแล้ว แต่ไม่มีใครกล้ารับภารกิจนี้เฟิ่งหยูเอื้อมือไปหยิบภารกิจนี้ทันที เพราะเขารู้ว่ามังกรสายเลือดบริสุทธิ์นั้นเป็นสัตว์ที่หายากเป็นอย่างมากโดยเฉพาะมังกรสายเลือดบริสุทธิ์นั้นมีอยู่จำนวนน้อยนิดเป็นไปได้เขาจะนำมันไปเก็บไว้ในเจดีย์ฟ้าสวรรค์แทนแต่ที่สำคัญที่สุดคือเขาคิดถึงแม่ของเสี่ยวหลงนางเป็นมังกรสายเลือดบริสุทธิ์เช่นเดียวกัน เฟิ่งหยูกลัวว่าจะเป็นนาง
“พวกเจ้าดูเจ้านั่นสิคงบ้าไปแล้วเลือกรับภารกิจระดับห้าดาว สงสัยจะไม่เคยทำภารกิจมาก่อน”
“ดูเจ้าดูนั่นเร็วมีคนรับภารกิจห้าดาวไปแล้ว”
เหล่าศิษย์สำนักอักษรสวรรค์ต่างมองมายังเฟิ่งหยู
“เจ้าแน่ใจแล้วหรือที่จะรับภารกิจนี้”ว่านอู่เจ๋อเอ่ยถามเฟิ่งหยู
เฟิ่งหยูไม่ตอบ เขารีบเดินไปยังผู้อาวุโสที่ดูแลงานภารกิจสำนักเฟิ่งหยูยื่นป้ายประจำตัวและป้ายภารกิจให้กับผู้อาวุโสผู้ดูแล
“ผู้น้อยซิงเหยียนขอรับทำภารกิจนี้ขอรับ”
ผู้อาวุโสที่ดูแลงานภารกิจเงยหน้ามองเฟิ่งหยูครั้งหนึ่งแล้วยิ้มออกมา
“ข้า ไป่หลัวผู้อาวุโสดูแลงานภารกิจของสำนัก เห็นภารกิจนี้ติดมาหลายปีคิดว่าคงไม่มีใครทำแล้วเจ้าแน่ใจแล้วอย่างนั้นหรือว่าจะทำภารกิจนี้ ภารกิจนี้มันอันตรายเป็นอย่างมากเจ้าลองไตร่ตรองให้ดี”
“ขอรับข้าน้อยแน่ใจแล้วข้าน้อยจะรับทำภารกิจนี้ขอรับ”
ผู้อาวุโสไป่หลัวมอบแผนที่ให้กับเฟิ่งหยูแผ่นหนึ่งพร้อมประทับตราภารกิจที่เฟิ่งหยูรับไปทำ
“หากเจ้าทำภารกิจนี้สำเร็จเจ้าไม่จำเป็นต้องทำภารกิจอื่น ๆ อีกเป็นเวลาสิบปี จำไว้หากเจ้าตกอยู่ในอันตราย ก็จงกลับมาเสียอย่าได้ฝืนเสี่ยงอันตรายจนถึงแก่ชีวิตโดยเด็ดขาด”
“ขอบคุณท่านผู้อาวุโสข้าน้อยจะจดจำไว้”
เฟิ่งหยูเดินออกมาจากตำหนักภารกิจพร้อมๆกับว่านอู่เจ๋อ พวกเขาเดินกลับไปยังบ้านพักของพวกเขา
เฟิ่งหยูบอกให้กับศิษย์รับใช้ของเขาว่าเขาจะออกไปทำภารกิจข้างนอกให้พวกเขาใช้โอกาสนี้ฝึกฝนตนเองพวกเขาทั้งสองคนต่างซาบซึ้งใจเฟิ่งหยูเป็นอย่างมาก พวกเขาคิดว่าหากเป็นศิษย์รับใช้แล้วคงมีโอกาสในการฝึกฝนน้อยมากเพราะต้องมัวแต่รับใช้ศิษย์สายในเสียเป็นส่วนใหญ่ เหมือนดังเช่นพวกเพื่อน ๆของพวกเขา
“ข้าน้อยเซียงเจียวและเหลียงอู้พวกเราทั้งสองจะไม่ลืมบุญคุณของศิษย์พี่เลย”
“เอาหละพวกเจ้าทั้งสองไปฝึกฝนเสียข้าจะรีบออกเดินทาง” พูดจบเฟิ่งหยูนำเรือเล็กของเขาออกมาพร้อมกับบินออกไปอย่างรวดเร็ว
“พวกเราสองคนนี่โชคดีจริงๆ ที่ได้รับใช้ศิษย์พี่ซิงเหยียน หากเป็นศิษย์สายในคนอื่นพวกเราคงไม่มีเวลามาฝึกฝนเช่นนี้หรอก รีบไปฝึกฝนกันเถอะ อย่าให้ศิษย์พี่ซิงเหยียนผิดหวัง”
เฟิ่งหยูเดินทางไปตามแผนที่ที่ได้รับมาจากผู้อาวุโสไป่หลัวเขามุ่งตรงไปทางทิศเหนือตามแผนที่อย่างรวดเร็ว
เรือเล็กที่เฟิ่งหยูปรับปรุงใหม่นี้มีความเร็วมากกว่าเดิมมากแถมยังใช้หินวิญญาณน้อยกว่าเดิมอีกเฟิ่งหยูเดินทางเกือบหนึ่งวันเต็มจึงไปถึงยังจุดหมายตามแผนที่ที่ได้รับมา
เฟิ่งหยูเลือกต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งเพื่อพักผ่อนเขากลับเข้าไปยังเจดีย์ฟ้าสวรรค์ เฟิ่งหยูไม่ลืมที่จะเข้าไปเยี่ยมวิหคเพลิงอัมตะและหงส์เพลิงซึ่งทั้งสองตัวกำลังเลี้ยงลูกน้อยอยู่บนยอดของต้นพฤกษาโลกา เฟิ่งหยูมองไปไกล ๆเห็นโหวจื่อและมังกรน้อยกำลังฝึกซ้อมกันอย่างหนัก เขาลงมายังด้านล่างของต้นพฤกษาโลกาที่ผู้อาวุโสอู่หวังฉีปลูกกระท่อมเล็กๆ เอาไว้อยู่อาศัย
“ท่านผู้อาวุโสโหวจื่อและมังกรน้อยตอนนี้อยู่ระดับไหนแล้วขอรับ ข้าเห็นพวกเขาฝึกซ้อมกันความรุนแรงของพลังที่ปลดปล่อยออกมา รุ่นแรงมากกว่าเดิมหลายเท่านัก”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่าเจ้าหนูสองตัวนั่นนะหรือตั้งแต่เจ้าสั่งสอนพวกนั้น ทั้งสองก็ฝึกหนักมาโดยตลอดตอนนี้อยู่ในขั้นราชันย์สัตว์อสูรไปเรียบร้อยแล้วส่วนเจ้านกสองตัวนั่นก็ใกล้จะเลื่อนเป็นระดับเก้าเต็มทนแล้ว”
“ท่านผู้อาวุโสแล้วเหล่าผู้คนที่ฝึกฝนในเจดีย์พวกนั้นหละเป็นยังไงกันบ้าง”
“ตอนนี้ส่วนใหญ่ก็อยู่ระดับเซียนเสียเป็นส่วนใหญ่มีส่วนน้อยที่ยังอยู่ระดับเดียวกับเจ้ามีเพียงตระกูลของเจ้าเท่านั้นที่กำเนิดราชันย์เซียนคนแรกขึ้นมาได้แล้ว”
ราชันย์เซียนคนแรกจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากผู้นำตระกูลเฟิ่งเฟิ่งเทียนนั่นเอง ส่วนบิดาของเฟิ่งหยูก็เกือบจะเลื่อนขั้นเป็นราชันย์เซียนแล้วคาดว่าคงอีกไม่นานคงเลื่อนระดับได้เฟิ่งหยูพูดคุยกับผู้อาวุโสอูหวังฉีอยู่นาน เขาจึงไปตรวจดูแปลงสมุนไพรของเขาพบว่าแปลงสมุนไพรของเขาตอนนี้สมุนไพรที่ปลูกเอาไว้ เติบโตขึ้นมา หลาย ๆ ต้นที่เขานำมาปลูกในตอนแรกๆ นั้นอายุนับหมื่นปีแล้ว
บางต้นสูงใหญ่จนเขาต้องแหงนมองยิ่งสมุนไพรที่ถูกโอบล้อมด้วยต้นพฤกษาโลกาที่ผู้อาวุโสอู่หวังฉีปลูกเอาไว้โดยรอบยิ่งเติบโตไวยิ่งขึ้น คุณภาพของมันสูงกว่าปกติบางต้นเกือบจะสามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ ได้แล้ว และมีหลายต้นที่กลายร่างเป็นมนุษย์ไปแล้วพวกมันอาศัยอยู่ที่เจดีย์สวรรค์โดยไม่ต้องเกรงกลัวอันตรายใดๆ แม้จะมีบ้างที่ตกใจเมื่อเห็นเฟิ่งหยูแต่พวกมันก็ไม่ได้วิ่งหนีพวกมันกลับวิ่งเข้าหาเฟิ่งหยูเหมือนเด็กน้อยที่เจอของเล่นใหม่เสียมากกว่า
เฟิ่งหยูสังเกตเห็นว่าพื้นที่ในเจดีย์ฟ้าสวรรค์ของเขากว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาแล้ว
“ตอนนี้พื้นที่ในเจดีย์ฟ้าสวรรค์มันขยายไปถึงไหนกันนะตั้งแต่ข้าหลอมรวมกับวิหารต่าง ๆ ไปแล้ว ยังคงเหลือวิหารมังกรที่ยังไม่ได้หลอมรวมคงต้องรีบกลับไปโลกเดิม เพื่อจัดการปัญหาทางนั้นให้เสร็จสิ้นก่อนที่ผนึกจะสลายไป”เฟิ่งหยูบ่นพึมพำ โดยมีเหล่าสมุนไพรตัวน้อยรายรอบกายของเฟิ่งหยู
เฟิ่งหยูลอยตัวออกจากแปลงสมุนไพรเขาหว่านเมล็ดสมุนไพรเพิ่มไปอีกห้าหมื่นกว่าไร่ เฟิ่งหยูมองไปยังกองหินวิญญาณระดับสูงและแร่อื่นๆ ที่เขาเก็บมาได้ตลอดระยะเวลาโดยที่ไม่ได้สนใจ จนมันกองจนแทบจะกลายเป็นภูเขาลูกหนึ่งเลยทีเดียว
“สักวันข้าจะลองสร้างโลกใบเล็กของข้าเองดูบ้างคงต้องใช้พวกมันจำนวนมาก ตอนนี้ต้องสะสมไปก่อน หากมีโอกาสค่อยลองศึกษาคัมภีร์ที่ได้รับมาอีกที”
หลังจากทำภารกิจต่างๆ เสร็จสิ้น เฟิ่งหยูจึงไปหาโหวจื่อและมังกรน้อย เมื่อทั้งสองเห็นเฟิ่งหยู ทั้งสองรีบทะยานมาหาเฟิ่งหยูในทันที
“ท่านพี่ ท่านพาพวกเราออกไปข้างนอกบ้างสิพวกเราอยู่ที่นี่ฝึกซ้อมกันเบื่อจะตายอยู่แล้ว” เป็นมังกรน้อยที่เอ่ยขึ้นมา
“ใช่ ๆ ท่านพี่ วันๆพวกเราได้แต่ฝึกฝน ท่านพาพวกเราออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกบ้างสิ”
“ก็ได้ ก็ได้ตอนนี้ข้ากำลังออกไปทำภารกิจพอดี พวกเจ้าก็ตามข้ามาก็แล้วกัน”
ทั้งสองตื่นเต้นเป็นอย่างมากกระโดดโลดเต้นไปมารอบ ๆ เฟิ่งหยู
เฟิ่งหยูถือโอกาสพักผ่อนจนเพียงพอเขาฟื้นฟูพลังปราณ จนกลับมาเต็มเปี่ยมจึงพาโหวจื่อและมังกรน้อยออกมาจากเจดีย์ฟ้าสวรรค์เมื่อเฟิ่งหยูออกมาจากเจดีย์ฟ้าสวรรค์ พวกเขายืนอยู่บนต้นไม้ใหญ่
ตู้ม.......
ตู้มมม........
เสียงการต่อสู้ห่างจากจุดที่พวกเขาอยู่ราว ๆ ห้าสิบกิโลเมตร ดังสนั่นไปทั่วทั้งบริเวณเฟิ่งหยูจ้องมองไปยังจุดที่มีการต่อสู้นั้นภาพที่เขาเห็นทำให้เขาตกใจเป็นอย่างยิ่ง มังกรสองตัวที่ได้รับบาดเจ็บโดยกลุ่มคนนับร้อยที่กำลังโจมตีมังกรทั้งสองตัวอย่างต่อเนื่อง
“ท่านแม่เสียงของเสี่ยวหลงดังขึ้นมาทันทีเมื่อเขาจ้องมองไปยังจุดนั้น”
“พวกเรารีบไปช่วยพวกเขากันเถอะ”
เฟิ่งหยูใช้มือทั้งสองข้างกระชากมิติออกจากกันจากนั้นทั้งสามจึงเดินเข้าไปไม่นานพวกเขาทั้งสามมาโผล่อยู่ตรงหน้าของมังกรทั้งสองตัวในทันทีผู้คนนับร้อยที่กำลังโจมตีเข้ามาพลันตกตะลึง เฟิ่งหยูหลอมรวมพลังฟ้าดิน และพลังต้นกำเนิดรวมเข้ากับสายลมล้อมรอบพวกเขาทั้งสามคนและมังกรทั้งสองตัวจนกลายเป็นลูกบอลขนาดยักษ์ลอยอยู่กลางท้องฟ้า
“รีบโจมตีพวกมันเร็วเข้าอีกไม่นาน พวกเราก็สามารถจับมังกรสายเลือดบริสุทธิ์ได้แล้วพวกเราจะได้เลือดมังกรใช้ฝึกฝนกันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด โลกที่แปดของพวกเราจะได้ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ใครอีกต่อไป”เสียงของผู้นำกลุ่มของพวกเขากล่าวขึ้นเพื่อกระตุ้นเหล่าจอมยุทธ์ทั้งหลาย
“พวกเจ้าออกไปให้พ้นจากบริเวณนี้ให้หมดไม่เช่นนั้นจะหาว่าพวกเข้าไม่เตือน” เฟิ่งหยูกล่าวออกไป
“พวกเจ้ามีจำนวนแค่นั้นคิดจะมาขู่พวกเราอย่างนั้นหรือ?”
“ท่านพี่ให้พวกเราจัดการเอง ท่านช่วยรักษาพวกเขาก่อน” โหวจื่อเอ่ยขึ้นมา
“พวกเจ้ารับมือไหวแน่หรือพวกมันส่วนมากอยู่ในขั้นราชันย์เซียนเสียเป็นส่วนใหญ่” เสียงของมังกรดังขึ้นด้านหลังพวกเขา
“ท่านแม่ไม่ต้องกังวลข้าจะไม่ให้ใครมาทำร้ายพวกท่านอีก”
เฟิ่งหยูหยิบโอสถสี่เม็ดโยนไปยังมังกรทั้งสองตัวในทันทีมังกรทั้งสองตัวรีบกลืนโอสถของเฟิ่งหยูเพียงไม่นานอาการบาดเจ็บของพวกเขาก็เริ่มฟื้นตัว
“พวกเจ้าเป็นคนจากที่ไหนทำไมถึงได้มายังสถานที่แห่งนี้ได้”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าจะบอกเจ้าก่อนที่จะสังหารพวกเจ้าก็แล้วกัน พวกเราเป็นหน่วยลาดตระเวนของโลกที่แปด พวกเราได้รับคำสั่งจากเจ้าโลกที่แปดให้ออกมาสำรวจหาทรัพยากรมังกรสองตัวนี้พวกเราเป็นคนเจอก่อน ดังนั้นมันก็ต้องเป็นของพวกเรา”