บทที่ ๑๐ : กระบวนยุทธที่คาดไม่ถึง
ร่างขาวยืนเท้าสะเอวมองดูกองข้าวของเครื่องใช้ที่เพิ่งซื้อมาด้วยใบหน้าใ เพราะเขาไม่เคยคิดว่าตัวเขาเองจะลงมือจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้ากลับมามากมายมหาศาลเฉกเช่นนี้
กุ่ยเต๋อหวงขนของพะรุงพะรังเข้าไปเก็บในคอนโดของเฟยหลงก่อนจะร่ำลาหญิงสาวกลับบ้านด้วยสีหน้าแช่มชื่นขณะที่เฟยหลงกำลังตรวจทานรายการสินค้าที่ได้ซื้อมา พร้อมกับจดบันทึกคิดคำนวณอยู่ในแผ่นกระดาษ
“ผงซักฟอกแชมพู ยาสีฟัน สบู่ อาหารกระป๋อง ๔๐ โหล ไฟฉาย น้ำแร่ ปุ๋ย ๓๐ กระสอบ แล้วก็เครื่องดื่มชูกำลังอีก๑๐๐ ขวด อืม... ฟูก ผ้าห่ม หมอน ของพวกนี้คงทำให้เรานอนได้สบายขึ้น เอาล่ะมาขนกลับไปมิตินู้นกันดีกว่า”
กุ้ยเฟยสาวใช้พลังเปิดประตูเชื่อมมิติทำให้ประตูในห้องน้ำของคอนโด กลายเป็ประตูห้องบรรทมของฟางเซียน
หญิงสาวถลกแขนเสื้อขึ้นพร้อมลากข้าวของเครื่องใช้กลับไปยังหอนอนของตนเอง ใช้เวลาอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะเหลือบไปเห็นกองหนังสือการ์ตูนที่กุ่ยเต๋อหวงซื้อไว้ให้“เอากลับไปด้วยดีไหมนะ... หนังสือพวกนี้” ริมฝีปากสีแดงพึมพำขึ้นในลำคอ ั์ตาหรี่ลงเหมือนครุ่นคิดพร้อมตัดสินใจเก็บกองหนังสือใส่ถุงพลาสติก ขนกลับไปยังโลกของฟางเซียน
ในมิติของฟางเซียนเวลายังคงดำเนินต่อไปแบบเรื่อยเปื่อย...ไม่ได้แตกต่างจากตอนที่เฟยหลงหายตัวไปเท่าไรนัก
“เหนื่อยเหมือนกันแฮะเดี๋ยวต้องไปเปลี่ยนชุดเป็เสื้อผ้าเดิมของมิตินี้ด้วย ขืนใส่เสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ขาสั้นเดินออกไปจากห้อง...คงได้เป็เื่แน่ๆ” ร่างระหงเอื้อนเอ่ยพร้อมจัดแจงเปลี่ยนชุดกลับเป็ผู้ตรวจการแผ่นดินสาว
“นายหญิงเพคะ...หม่อมฉันตามหาตัวเสียนาน พอดีใต้เท้าโจว ซิงจี่มาขอเข้าพบ นายหญิงจะให้ตอบว่าอย่างไรหรือเพคะ”ลั่วลั่วคุกเข่าถวายความเคารพ “หม่อมฉันตามหาองค์กุ้ยเฟยตั้งหนึ่งชั่วยามแน่ะไม่คิดว่านายท่านจะมาอยู่ในหอนอนแห่งนี้ได้ ...เอ่อ ก็หม่อมฉันเห็นนายท่านเดินหายไปที่ประตูอีกด้านหนึ่ง...ฟากตรงกันข้าม!”
เฟยหลงดวงตาเบิกกว้างเมื่อได้ยินเพราะเขาหายตัวไปต่างมิติตั้ง ๑ วัน แต่เวลาในโลกของฟางเซียนกลับผ่านไปเพียง ๑ชั่วยามเท่านั้น
“ให้เข้าพบได้ไปเจอกันที่โถงประชุม” องค์กุ้ยเฟยฟางเซียนเอื้อนเอ่ยตอบกลับพร้อมยันกายลุกขึ้นยืนโดยไม่ได้พูดสิ่งใดต่อ
“นี่มันคัมภีร์ยุทธหรือเ้าคะตำรับตำราที่วางกองเรียงรายอยู่บนเตียงบรรทมของนายท่าน?”องครักษ์ลั่วเอ่ยถามเมื่อสังเกตเห็นกองหนังสือการ์ตูนในถุงพลาสติก “แล้วสิ่งที่ใช้ห่อตำราตำราพวกนี้ ก็ดูไม่เหมือนกระดาษสำหรับห่อของปกติคงจะเป็สิ่งของวิเศษอีกแล้วหรือเพคะ”
เฟยหลงอมยิ้มหัวเราะขบขันในท่าทางของอีกฝ่าย“เ้าจักหยิบไปอ่านสักเล่มก็ได้ ข้าไม่ว่า... แต่มันไม่ใช่ตำรับตำราอะไรหรอกนะ...มันก็แค่การ์ตูนภาพ”
เฟยหลงยังไม่ทันพูดจบหรานลั่วลั่วก็หยิบหนังสือการ์ตูนจากถุงพลาสติกขึ้นมาหนึ่งเล่ม ั์ตาขององครักษ์สาววาวโรจน์เล็กน้อย...ราวกับได้ของดีมาจากเ้านาย“ขอบพระทัยเพคะ องค์กุ้ยเฟย”
เฟยหลงส่ายหน้าเอ็นดูเด็กสาวที่กำลังสะพายกระบี่อยู่บนแผ่นหลัง“เขามีไว้อ่านแก้เครียด เป็การ์ตูนสนุกเบาสมอง”
“การ์ตูน...”ลั่วลั่วไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่เฟยหลงพูดสักเท่าไหร่แต่ก็ฉีกยิ้มกว้างหน้าบานรับคำ “เพคะ สิ่งนี้คือคัมภีร์การ์ตูน!” สองมือของหรานลั่วลั่วยกหนังสือการ์ตูนขึ้นท่วมหัวเด็กสาวกำลังตื่นเต้นดีใจยกใหญ่
“อ้อ!เ้าหยิบเื่วันคิกแมนไปอ่านหรอกรึ... ข้าหวังว่าเ้าคงจะชอบเนื้อหาของมันล่ะเพราะข้าเองก็ยังไม่เคยดูเลยสักสักหน้า” ความบันเทิงในมิติแห่งนี้ไม่ค่อยมีมากเท่าไหร่เพราะนอกจากฟังเพลงพิณ ร่วมดื่มสุราและดูนางรำ ก็แทบไม่มีอะไรให้ความบันเทิงได้อีกเลยใช่! ที่มิติแห่งนี้ไม่มีโทรทัศน์ ละคร ภาพยนตร์ หรือแม้แต่วิทยุเฟยหลงจึงคาดหวังให้ลั่วลั่วพบกับความบันเทิงครั้งใหม่บ้างก็เท่านั้น
“ข้าจักไปประชุมกับโจวซิงจี่ ส่วนเ้าจะหาเวลาส่วนตัวเพื่ออ่านการ์ตูนเล่มนั้น...ข้าก็ไม่ว่าอะไรหรอก”ร่างระหงอมยิ้มมุมปาก พลางสาวเท้าก้าวออกจากห้องบรรทม ตรงไปยังโถงประชุมจวนผู้ว่าการ
ใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่องค์กุ้ยเฟยฟางเซียนก็ตรงเข้าพบโจว ซิงจี่ที่กำลังรออยู่ในโถงประชุมก่อนแล้ว
“มีการอันใดก็ว่ามาซิงจี่” หญิงสาวก้าวขาขึ้นบัลลังก์โถงประชุม ขณะที่โจวซิงจี่คุกเข่าทำความเคารพ
“วันนี้...หม่อมฉันมิได้มาเื่การเกษตรหรอกขอรับเพียงแต่ตอนที่หม่อมฉันกำลังสั่งคนเพาะปลูกอยู่ที่นาข้าว ก็มีชายชุดดำสองคนนำจดหมายฉบับนี้…เอ่อ... พวกเขาฝากส่งให้ถึงมือท่านผู้ตรวจการ”ชายวัยกลางคนหน้าแก่หยิบจดหมายฉบับหนึ่งออกจากเสื้อพลันเดินอย่างเร่งรีบส่งมอบให้แก่นางกำนัลที่อยู่ใกล้ๆ
“ผู้ว่าการเกษตรอย่างเ้าได้รับมอบจดหมายจากชายแปลกหน้าในชุดดำ ไม่ตระหนักบ้างหรือ พวกมันอาจเป็โจรฏ”เฟยหลงตำหนิติเตียนอีกฝ่าย ขณะที่นางกำนัลคลานเข้ามามอบจดหมายจนถึงมือร่างระหง
ผู้ตรวจการแผ่นดินสาวคลี่กระดาษออกอ่านั์ตาไล่ตรวจดูทุกอักษรด้วยความงงงวย
โดยใจความจดหมายนั้นเขียนว่า...
‘เมื่อจดหมายฉบับนี้ถึงมือเ้า‘ฟางเซียน’ข้าขอให้เ้ารีบหนีออกจากเมืองหนานซาโดยเร็ว ด้านนอกมณฑลมีกลุ่มคนชุดดำราวร้อยคนพวกเขาจะคอยคุ้มกันเ้าได้… ให้เ้าหนีไปทีู่เาเหม่ยฮัว และพำนักกบดานอยู่ที่นั่นสักพักหนึ่งแล้วข้าจะจัดการเื่อื่นๆ ต่อเอง เพราะในเวลานี้ ทัพหลวงโดยแม่ทัพเตียวชิงเทียนกำลังเคลื่อนพลจำนวนห้าพันไปที่นั่นเพื่อจับเ้ากลับมาลงอาญารับความผิด ในอีกห้าวันข้างหน้า...เ้าไม่ควรรอช้าลงชื่อ....”
“ชื่อ...”เฟยหลงขมวดคิ้วเป็ปมยับยู่ เขาพยายามจ้องมองตัวอักษรตัวหนึ่งที่เลือนหาย
“อี้...หรือฉี แต่ช่างมันเถอะ จะเป็ใครเขียนจดหมายฉบับนี้ ข้าก็ไม่สนทั้งนั้น! ไม่ว่าจะเป็ความจริงหรือความเท็จ การให้ข้าหนีออกจากเมืองขึ้นูเาฟังดูเหมือนจะมีอันตรายมากกว่าอีก” ร่างระหงกอดอกมุ่ยหน้า “ให้คนชุดดำมาคุ้มกันอารักขา? ถ้าจุดประสงค์ดีจริงทำไมไม่เปิดเผยตัวตนไปเลยล่ะ”
“แต่...หม่อมฉันมีความรู้สึกว่าพวกเขามาดี...” โจว ซิงจี่คารวะเอ่ยแทรกใบหน้าของเขาดูจริงจังขึ้นกว่าเดิม “แม้หม่อมฉันจะเคยเป็ชาวไร่ชาวนาอ่านหนังสือไม่ออกแต่พอท่านผู้ตรวจการแต่งตั้งให้กระหม่อมเข้ารับราชการตำแหน่งผู้ว่าการเกษตร...หม่อมฉันก็ตั้งใจศึกษาอย่างเต็มที่ ...หม่อมฉันจึงมีความเห็นว่า หากพวกชายชุดดำคิดร้ายต่อนายท่านจริง...พวกเขานั้นมีโอกาสลงมือได้หลายครั้งแล้ว... แต่นี่...พวกเขากลับไม่ลงมือกระทำการอะไรซึ่งเป็เื่น่าแปลกมาก ขอท่านผู้ตรวจการทรงไตร่ตรองอีกครั้ง”
องค์กุ้ยเฟยฟางเซียนจับคางพินิจดูก็เห็นเป็ไปตามที่คู่สนทนากล่าว
“อีกห้าวันยังพอมีเวลา” หญิงสาวพึมพำในลำคอ ก่อนทำสัญญาณมือเป็เชิงบอกให้โจวซิงจี่ออกไปได้แล้ว
สองวันต่อมา...
เฟยหลงกำลังช่างน้ำหนักตรึกตรองอยู่ในห้วงสมองว่าเขาจะหลบหนีไปทีู่เาเหม่ยฮัวตามที่จดหมายปริศนาเขียนไว้หรือไม่ แน่ล่ะ! เขายังไม่สำเร็จวิทยายุทธอะไรสักอย่างแถมยังไม่ได้รับปืนพกจากกุ่ยเต๋อหวงอีกด้วย การจะไปสู้รบตบมือกับทหารที่มากประสบการณ์จำนวนห้าพันคนดูเหมือนจะเป็เื่บ้าบอคอแตกเสียมากกว่า
“จะจับข้าไปลงอาญารับความผิดสินะ”ร่างบางสบถบ่นพ่นลม “ขนาดข้ามาในที่ห่างไกลเฉกเช่นนี้ยังตามราวีไม่เลิก ถ้าข้ามีพลังขึ้นมาล่ะก็ จะกลับไปขุดรากถอนโคนพวกมันเสียจนต้องร้องขอชีวิต”สำนวนวิธีพูดของเฟยหลงเริ่มกลมกลืนกับคนในยุคนี้แล้ว ขณะที่สายตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง...เพื่อสงบจิตสงบใจขบคิดหาทางออก
“ลูกเตะจริงจัง!”ลั่วลั่วกำลังฝึกวิชาอะไรบางอย่างตรงลานกว้างร่างของเด็กสาวเปล่งปราณราชันย์ะโเตะก้อนหินขนาดใหญ่จนแหลกเละเป็ผุยผง
ตู้ม!
เศษหินปลิวกระจายฝุ่นฟุ้งพื้นดินที่ลั่วลั่วเหยียบปริแตกแยกร้าวทั่วบริเวณ
“เห้ย!เ้าเด็กนั่นทำได้ยังไงฟะ” เฟยหลงที่ลอบมองผ่านบานหน้าต่างตาเบิกกว้างร่างระหงจ้องมองลั่วลั่วแบบไม่กระพริบ ก่อนจะสาวเท้าตรงลงไปยังชั้นล่าง เพื่อมุ่งหน้าเข้าหาองครักษ์ประจำกาย
“นี่เ้า...”องค์กุ้ยเฟยเอ่ยทัก เมื่อลั่วลั่วสังเกตเห็นก็เก็บกระบี่เข้าฝักทำความเคารพต่อเ้านาย
“มีอะไรให้หม่อมฉันรับใช้หรือเพคะ”องครักษ์สาวกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้วอารมณ์ดีผู้เป็นายกอดอกหลิ่วตาเหมือนมองหาพิรุธ "เ้าใช้กระบวนท่าเป็ั้แ่เมื่อไหร่ลั่วลั่ว!"
เด็กสาวผู้สะพายกระบี่ฉีกยิ้มกว้างพลันล้วงเอาการ์ตูนเล่มหนึ่งออกจากเสื้อ
“สมเป็คัมภีร์ระดับเซียนที่องค์กุ้ยเฟยมอบให้หม่อมฉันเพียงได้อ่านเพียงเล็กน้อยก็ทำให้ใช้กระบวนท่าลูกเตะจริงจังได้”
เฟยหลงตาโตเขาจ้องมองหนังสือการ์ตูน ‘วันคิกแมน’ ที่อยู่ในมือของเด็กสาว
“เ้าฝึกกระบวนยุทธจากสิ่งนี้รึ?”ริมฝีปากสีแดงเอื้อนเอ่ยขมุบขมิบ พลันพินิจมององค์ประกอบทั้งหมดแบบไม่เชื่อสายตา
“เพคะองค์กุ้ยเฟย...หม่อมฉันฝึกสำเร็จเพียงกระบวนท่าลูกเตะจริงจังเท่านั้น ทั้งทั้งที่ในคัมภีร์ยังมีกระบวนท่าอื่นอีกมากโข...แต่ด้วยพลังยุทธ...และการถอดกระบวนท่าของตำราเล่มนี้ค่อนข้างซับซ้อน คงต้องใช้เวลาอีกหลายสิบปีถึงจะฝึกสำเร็จ...”ลั่วลั่วสาธยาย ก่อนจะพูดเสริมขึ้นว่า “แต่ท่านไดตามะที่อยู่ในตำราก็ไม่เคยแพ้ใคร...เขาใช้แค่กระบวนท่าเดียวก็พิชิตคู่ต่อสู้ได้ทั้งหมด หม่อมฉันคลั่งไคล้ ‘ลูกเตะจริงจัง’ เป็พิเศษจนสำเร็จกระบวนท่านี้เสียแล้ว”
“ลูกเตะจริงจัง”เฟยหลงทวนคำน้ำมูกไหลย้อย “ฝึกวิชาจากการ์ตูนนี่นะ”
ลั่วลั่วพยักหน้ารับ“เพคะ จากคัมภีร์การ์ตูนเล่มนี้มันเป็คัมภีร์ยุทธระดับสูงสุดแน่ หากได้รับมาจากมือองค์กุ้ยเฟยหม่อมฉันเชื่อแบบนั้น”
ร่างระหงในชุดผู้ตรวจการแผ่นดินเกาหัวแกรกๆก่อนเอ่ยขึ้นว่า “ไหนลองแสดงกระบวนท่าที่ว่านั้น...ให้ข้าดูใหม่ซิ”
ลั่วลั่วโค้งตัวทำความเคารพเ้านายอีกครั้งพลางหันหน้ามองตรงไปยังก้อนหินั์อีกก้อน แล้วชักกระบี่ออกจากฝัก
ใบหน้าของเด็กสาวค่อยๆแสดงสีหน้าเรียบเฉยเหมือนในการ์ตูนที่ได้อ่าน สองขาปรากฏลมปราณราชันย์ไหลเวียนล้อมรอบ
เสี้ยววินาทีต่อมา...ร่างกายของลั่วลั่วก็หายวับไปเหลือแต่อากาศธาตุ ก่อนปรากฏตัวขึ้นอีกทีพร้อมะโเตะก้อนหินที่เป็เป้าหมาย
“ลูกเตะจริงจัง!!!”เด็กสาวะโลั่น... แรงสั่นะเืปรากฏไปทั่วบริเวณ
ก้อนหินลูกที่สองแตกะเิเป็เสี่ยงๆเศษชิ้นส่วนก้อนหินบางส่วนพุ่งทะลุต่อไปไกลอีกหลายกิโลเมตร ขณะที่เฟยหลงอ้าปากค้างตระหนกใในภาพเบื้องหน้า
“จบกระบวนท่าแล้วเพคะ”องครักษ์ลั่วเก็บกระบี่เข้าฝัก โค้งคำนับคุกเข่าแบบภูมิใจ
ร่างระหงขององค์กุ้ยเฟยกระพริบตาถี่ๆพลันเอื้อนเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยความสงสัย “กระบวนท่านี้ไม่ได้ใช้กระบี่เลยสักนิดแล้วเ้าจะชักกระบี่ออกมาทำไม”
ลั่วลั่วอมยิ้มหน้าแดงแบบเขินอาย“ก็... ก็มันดู...สมกับเป็จอมยุทธนี่เพคะ เลยชักออกมาเหมือนพวกทหารคนอื่นๆ”
เฟยหลงหลิ่วตาเดินวนรอบตัวลั่วลั่ว“แล้ว... ทำไมต้องทำหน้าตาประหลาดๆตอนใช้กระบวนท่านี้ด้วยล่ะ”
“ก็… ก็ ท่านไดตามะ ท่านทำหน้าตาแบบนี้เพคะ หม่อมฉันเลยเลียนแบบ” จบประโยคลั่วลั่วก็เปลี่ยนสีหน้ากลับไปกลับมาให้เฟยหลงดู...ราวกับคนบ้าก็มิปาน
จะอย่างไรก็แล้วแต่...ดูเหมือนกระบวนท่าเหล่านี้จะใช้ได้จริง! ร่างระหงจึงแสยะยิ้มกว้าง จนลั่วลั่วขนลุกขนพองเมื่อพบเห็น...
“ขอบคุณมากอากุ่ย” เสียงหัวเราะสยองขวัญคล้ายนางร้ายปรากฏก้องทั่วบริเวณ
‘สิ่งของที่มาจากมิติเรา...จะกลายเป็ของล้ำค่าเสมอหากพวกมันข้ามมาในมิติแห่งนี้... ซึ่งสถานะของมันก็จะแปรเปลี่ยนคุณสมบัติกลายเป็ของวิเศษ...เช่น...
อาหารกระป๋อง= หยวนตันขั้นั
เครื่องดื่มชูกำลัง= หยวนตันขั้นราชันย์
ปุ๋ยกระสอบ= ทำให้พืชโตเร็วเพียงข้ามคืน
และการ์ตูน = คัมภีร์ยุทธขั้นสูงสุด นี่มัน... สุดยอดจริงๆ เลย’
เฟยหลงหลับตามโนภาพเบิกบานในอารมณ์ ครู่หนึ่ง...เขาก็ลืมตาตื่นกลับขึ้นมาอีกครั้ง
ั์ตาวาวโรจน์เป็ประกาย... “การ์ตูนเื่ไหน มีกระบวนท่าเด็ดๆ มั่งนะ”
โปรดติดตามตอนต่อไป