กรี๊ด!
“ ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยด้วย! ”
น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหวาดกลัวส่งออกมาจากผู้คน ใครก็ตามที่ไม่สามารถหลบไปยังชั้นล่างได้ทันล้วนแล้วตกอยู่ท่ามกลางนกสีดำที่พยายามบินทะลวงเข้ามาในตึก บางตัวที่ยังไม่ตายพยายามใช้ปีกหักของมันลากตัวเองมากับพื้นหวังจะฆ่าคนที่อยู่ใกล้ๆให้ได้
วินที่วิ่งมาถึงชั้นที่เต็มไปด้วยผู้คนพยายามช่วยเตะนกออกไปจากตึกพลางบอกให้คนที่มีสติลากคนอื่นๆออกไป อย่างน้อยหากเข้าไปในส่วนที่เป็นบันไดได้พวกเขาจะปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เพียงแต่คนที่มีสติกลับมีไม่ถึง 10 คนทำให้มีผู้ที่ยังไม่วิวัฒนาการติดอยู่ภายในชั้นมากมาย
“ หัวหน้า! ”
หน่วยล่าที่ตามลงมาจากดาดฟ้าวิ่งเข้าไปช่วยเหลือวินด้วยการพาผู้คนออกจากชั้นที่เต็มไปด้วยกระจก กลุ่มคนที่อยู่ด้านล่างหลังจากได้ยินเสียงร้องตะโกนมาจากชั้นบนพยายามวิ่งเข้าไปช่วยเหลือโดยแบ่งกลุ่มคนให้มองดูสถานการณ์รอบๆเอาไว้เผื่อจะมีซอมบี้ตัวอื่นบุกเข้ามา
แอลลี่ที่เห็นความวุ่นวายเธอกลับยังไม่เดินลงมาจากดาดฟ้า ด้วยระดับของซอมบี้นกไม่สามารถฆ่าเธอได้ ต่อให้มันจะมีจำนวนมากมายมหาศาลระดับส่วนใหญ่ของพวกมันกลับเป็นเพียงแค่ระดับ 2 เท่านั้น แม้จะมีระดับ 3 อยู่ด้วยก็ตาม มันกลับมีน้อยมาก ยิ่งเป็นระดับ 4 เธอยังมองไม่เห็นดังนั้นจึงมองดูการบินชนสิ่งกีดขวางของซอมบี้นกต่อไป ภายในใจของเธอรู้สึกสงสัยไม่น้อยว่าเหตุใดพวกมันถึงต่อต้านคลื่นรบกวนที่มีผลต่อซอมบี้สัตว์ได้
ตึง!
เสียงกระแทกดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ตึกรอบด้านล้วนแล้วถูกทุบทำลายจนเห็นภายใน บ้านเรือนหลายหลังและตึกมากมายที่เคยปิดมิดชิดตอนนี้กำลังเกิดรูโหว่ราวกับมีปลวกกัดแทะ จากการมองของแอลลี่เธอคิดว่าสถานที่ที่ใช้ซุกหัวนอนคงไม่มีอีกต่อไป ซอมบี้นกที่บินมาจากทิศเหนือกำลังทำลายทุกอย่างจนเปิดอ้าออก
หนึ่งในตึกที่มีความสูง 20 ชั้นถล่มลงมากองบนพื้นปลดปล่อยฝุ่นควันกระจายออกไปรอบๆ ทันใดนั้นก็มีเสียงร้องของซอมบี้สัตว์ดังก้องออกมาจากบริเวณตึกที่ถูกทำลาย จากน้ำเสียงที่ส่งออกมาทำให้แอลลี่ตกใจ ซอมบี้นกไม่ได้แค่ทำลายสิ่งกีดขวางภายในเมืองเพียงเท่านั้น พวกมันทำลายทุกอย่างแม้แต่ซอมบี้ที่อยู่ด้านล่าง ท่ามกลางการพุ่งชนของซอมบี้นกเธอก็พบว่าดวงไฟบนตึกสูงของผู้รอดชีวิตที่อยู่ห่างออกไปไกลไม่ว่าจะเป็นทางเหนือหรือใต้ล้วนแล้วดับลงจนทำให้ฟ้ามืดกว่าเดิม
“ หลบออกมาจากชั้นที่มีกระจกได้หมดแล้วหรือยัง ”
“ เราย้ายคนออกมาหมดแล้วหัวหน้า แต่มีคนตายไป 5 คน ”
วินกัดฟันเมื่อรู้ว่ามีคนตายจากเหตุการณ์ประหลาดที่สร้างขึ้นจากนกซอมบี้ เขาจึงออกจากบันไดเมื่อรู้ว่าทุกคนปลอดภัย สิ่งที่เขาอยากรู้ในตอนนี้คือพฤติกรรมของซอมบี้ พวกมันกำลังทำอะไรถึงต้องบินชนสิ่งกีดขวาง
“ ศาสตราจารย์ พวกคุณรู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกนก ”
การรวมกลุ่มกันของนกมีหลายสาเหตุ หนึ่งในนั้นคือการอพยพย้ายถิ่นฐานตามฤดูกาล ส่วนอีกสาเหตุคือสัญชาตญาณถูกแจ้งเตือนว่าจะเกิดภัยร้ายทางธรรมชาติ ซึ่งการพุ่งกระแทกพื้นของซอมบี้นกไม่มีใครบันทึกเรื่องราวนี้เอาไว้เหล่าศาสตราจารย์จึ้งไม่สามารถหาข้อสรุปกับเรื่องนี้ได้
“ เราไม่มีข้อมูลที่จะอธิบายได้ชัดเจนมากพอ แต่การที่มันพุ่งชนสิ่งกีดขวางโดยไม่กลัวตายแบบนี้อาจจะเพราะเชื้อไวรัสภายในร่างสั่งให้พวกมันทำ ”
ทุกอย่างเกิดขึ้นจากไวรัส ศาสตราจารย์จึงมองว่ามันคือการกระทำที่ไวรัสสั่งการ แม้พวกเขาจะรู้ว่าซอมบี้ไม่ได้กลัวตายก็ตาม การที่พวกมันพุ่งชนทุกอย่างกลับเหนือความคาดหมายเพราะตึกและบ้านเรือนไม่ควรจะเป็นเหยื่อพวกมัน พวกเขาจึงไม่รู้ว่าซอมบี้นกฝูงยักษ์กำลังจะทำอะไรจึงต้องบินชนทุกอย่างเช่นนี้ แต่แล้วกลับมีเสียงกรีดร้องของผู้หญิงดังขึ้นท่ามกลางร่างกายของทุกคนที่กำลังสั่นกลัว
“ กรี๊ด ฉันจะเป็นซอมบี้แล้ว ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยด้วย! ”
“ ช่วยฉันด้วยใครก็ได้ช่วยด้วย! ”
เสียงกรีดร้องเต็มไปด้วยความหวาดกลัวส่งออกมาจากหญิงคนหนึ่ง บนร่างกายของเธอเต็มไปด้วยเส้นเลือดสีดำ ซึ่งทุกคนที่หลบอยู่ภายในตึกและยังไม่วิวัฒนาการล้วนแล้วมีเส้นเลือดสีดำเหมือนกันทุกคนจากเชื้อไวรัส แต่ถึงอย่างนั้นมันกลับถูกยับยั้งเอาไว้จากการรับเลือดของผู้วิวัฒนาการเข้าไป ต่อให้การยับยั้งเชื้อไวรัสซอมบี้ได้ก็ตาม มันกลับเป็นการซื้อเวลาออกไปเล็กน้อยเท่านั้น ทุกคนยังต้องเป็นซอมบี้เช่นเดิม
วินที่วิ่งกลับมาดูผู้ที่กรีดร้อง เขาพบว่าดวงตาทั้งสองของเธอกลายเป็นสีดำ หลังจากตั้งสติได้นั้นเขาจึงถามอีกฝ่ายเกี่ยวกับอัตราการวิวัฒนาการที่เป็นอยู่ในตอนนี้
“ 96 อัตราการติดเชื้อของฉันอยู่ที่ 96 % แล้วหัวหน้าช่วยฉันด้วย ฉันจะกลายเป็นซอมบี้แล้วช่วยด้วย!”
สติของหญิงสาวสลายหายไป หลังจากรู้ว่าตนเองจะกลายเป็นซอมบี้ เธอพยายามวิ่งเข้ามาเกาะขาของวินเอาไว้เพื่อให้อีกฝ่ายหาทางช่วยเหลือ แต่แล้วผู้คนอีกจำนวนหนึ่งก็ร้องตะโกนออกมาด้วยท่าทางกลัวตาย เมื่อรู้ว่าอัตราการติดเชื้อของพวกเขาเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน มันรวดเร็วกว่าเดิมมากจนหลายคนเริ่มเสียสติพยายามวิ่งเข้าไปเกาะขาหน่วยล่าเพื่อขอให้ช่วยเหลือ
“ นก เป็นเพราะนกทำให้อัตราการติดเชื้อของพวกเขาถูกกระตุ้น ”
แอลลี่เดินลงมาจากดาดฟ้าแล้วพูดสิ่งที่เธอรับรู้ได้ให้ทุกคนฟัง วินที่ได้ยินดังนั้นถึงขั้นกัดฟันเพราะสถานการณ์ในตอนนี้อันตรายเป็นอย่างมาก ต่อให้ผู้ที่ยังไม่วิวัฒนาการไม่ได้ถูกซอมบี้ข่วนหรือกัด พวกเขากลับได้รับเชื้อบางอย่างจากซอมบี้นกจนอัตราการติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น การจะช่วยชีวิตเหล่าคนที่ติดเชื้อมีทางเดียวคือต้องพาพวกเขาออกไปรับเชื้อวิวัฒนาการ สถานการณ์ตอนนี้กลับอันตรายมากเพราะไม่รู้ว่าจะตายตอนไหน นกที่พุ่งลงมาจากฟ้าสามารถสร้างแรงโจมตีที่แม้แต่ระดับ 3 ยังรับเอาไว้ไม่ไหว เขากลัวว่าการออกไปล่าจะตายทั้งหมด
“ ใช่สิ พวกมันก็เป็นซอมบี้ ทุกคนฟังฉัน ”
วินกวาดตามองออกไปรอบด้าน เขาต้องการพาทุกคนลงไปบนพื้นเพื่อรับเชื้อวิวัฒนาการจากซอมบี้นกที่พุ่งตกลงมาตาย ทุกคนจะต้องวิวัฒนาการอย่างแน่นอนโดยไม่จำเป็นต้องฆ่าสังหาร อย่างไรก็ตามแอลลี่กลับเป็นคนดับฝัน เนื่องจากว่าเธอไม่สามารถรับเชื้อวิวัฒนาการจากซอมบี้นกได้ บนร่างกายของพวกมันที่ตายมีเพียงเชื้อไวรัสที่กระตุ้นอัตราการติดเชื้อให้เพิ่มสูงขึ้นเท่านั้น ซึ่งนับว่าแปลกมากเพราะซอมบี้นกต่างจากซอมบี้ตัวอื่นๆที่มอบเชื้อวิวัฒนาการให้กับผู้ที่ฆ่ามัน
ความวุ่นวายเพิ่มมากยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อทุกคนรู้ว่าซอมบี้นกไม่สามารถเพิ่มอัตราการวิวัฒนาการให้พวกเขาได้ ผู้ที่ยังไม่วิวัฒนาการพยายามกรีดร้องราวกับว่าพวกเขาจะตายในตอนนี้ให้ได้ ท่ามกลางเสียงร้องของผู้คนมากมายวินพยายามสงบสติคิดหาทางรอดให้ทุกคน
“ ทุกคนใจเย็นๆ ผมอยากรู้ว่าตอนนี้อัตราการติดเชื้อของพวกคุณอยู่ที่ระดับไหนแล้ว เพื่อให้เรารอดผมต้องการแยกกลุ่มให้ง่ายต่อการช่วยเหลือ ”
วินพยายามตะเบงเสียง หลายคนที่ได้ยินเสียงของวินกลับมาได้สติอีกครั้งหนึ่ง แต่ก็มีอีกหลายคนยังคงกรีดร้องเช่นเดิม เมื่อเห็นรูปร่างของตนเองที่เปลี่ยนไปจนคล้ายซอมบี้
“ เงียบแล้ว ฟัง ถ้าไม่อยากตายจงเงียบ ! ”
แอลลี่ร้องตะโกนเสียงดัง ทุกคนที่ได้ยินเสียงเล็กแหลมเสียดแทงแก้วหูต่างได้สติกันทั้งหมด วินจึงพยักหน้าขอบคุณแอลลี่แล้วเริ่มคัดแยกผู้คนในทันที สิ่งแรกเขาต้องจัดหมวดหมู่ผู้คนให้ได้ก่อน จากนั้นก็เริ่มตรวจสอบดูว่าอัตราการติดเชื้อเพิ่มขึ้นรวดเร็วมากแค่ไหน เขาไม่รู้ว่าการพุ่งชนของซอมบี้นกจะหยุดลงเมื่อไหร่ หากเป็นไปได้เขาก็หวังให้การพุ่งชนของพวกมันจบลงในเช้าที่จะถึงนี้เพราะจะได้พาทุกคนออกล่าในทันที การวิวัฒนาการที่เกิดขึ้นเขาคิดว่ามันคงเร็วกว่าเดิมมากเพราะซอมบี้เป็นระดับ 2 หมดแล้ว หากให้ทุกคนฆ่าซอมบี้เพื่อวิวัฒนาการคงไม่น่าเกิน 10 ตัวต่อคน
“ ใครที่อัตราการติดเชื้อต่ำกว่า 50 % ลงไปชั้นล่าง ”
ไม่มีใครเคลื่อนไหว วินจึงเพิ่มอัตราการติดเชื้อขึ้นมาที่ 60 % ยังไม่มีใครเคลื่อนไหวเช่นเดิม เขาจึงเพิ่มมาที่ 70 % ปรากฎว่าครึ่งหนึ่งเคลื่อนไหวด้วยการเดินลงไปยังชั้นล่างของบันได จากนั้นเขาก็เริ่มจัดอัตราการติดเชื้อ 80 % จึงมีคนอีกครึ่งที่เหลือเคลื่อนไหว เมื่อเห็นว่าคนที่มีอัตราการติดเชื้อมากกว่า 90 % เหลือเป็นกลุ่มสุดท้าย บนใบหน้าของวินถึงขั้นปรากฎรอยย่นในทันที
“ ทุกคนฟังผม ในมือของผมมีนาฬิกา จำตัวเลขอัตราการติดเชื้อของพวกคุณเอาไว้ หากมันเพิ่มขึ้นเมื่อไหร่ให้บอกผม เข้าใจไหม ”
ทุกคนพยักหน้ารับด้วยความเชื่อฟัง ทางรอดเดียวของพวกเขาในตอนนี้คือการเชื่อวินที่เป็นหัวหน้าเพียงเท่านั้น แม้จะมีคนหวาดกลัวที่ตนเองจะกลายเป็นซอมบี้ก็ตาม พวกเขากลับพยายามสงบสติให้ได้มากที่สุดเพราะยังมีทางรอดเหลืออยู่
แอลลี่ที่เห็นว่าทุกคนตกอยู่ภายใต้ความสงบเธอจึงเดินไปส่องดูฝูงนกที่กำลังร่วงตกลงจากท้องฟ้า เธอพบว่าจำนวนของพวกมันลดลงมากกว่าครึ่ง อีกไม่นานพวกมันคงจะร่วงลงมาหมด ซึ่งน่าจะเป็นเวลาพอดีกับแสงพระอาทิตย์ส่องในยามเช้าตรู่
“ หัวหน้าวิน อัตราการติดเชื้อของผมเพิ่มขึ้นแล้ว ”
“ ฉันก็ด้วย! ”
ทุกคนยกมือพูดในเวลาใกล้เคียงกัน วินรู้สึกหัวใจเต้นรัวเพราะอัตราการติดเชื้อของทุกคนเพิ่มขึ้น 1 % หลังจากผ่านไป 20 นาที หมายความว่าคนที่มีอัตราการติดเชื้อมากกว่า 90 % จะมีเวลาฆ่าซอมบี้แค่ 3 ชั่วโมงเท่านั้น แต่สำหรับคนที่มีอัตราการติดเชื้อ 96 % เหลือเวลาแค่ 1 ชั่วโมงหรือน้อยกว่า จากอัตราการติดเชื้อของหลายคนทำให้วินต้องคิดหนักเพราะพวกเขายังออกจากตึกไม่ได้ อย่างไรก็ตามเขากลับตัดสินใจทำบางอย่าง แม้ว่ามันจะอันตรายก็ตาม
“ ปิดเครื่องปลดปล่อยคลื่นรบกวนซะ ปิดมันเดี๋ยวนี้! ”
การปิดเครื่องสร้างคลื่นรบกวนจะทำให้ซอมบี้ทั้งหมดเดินทางเข้าสู่ระยะปลอดภัยของสถานีได้ ทว่าวินกลับต้องการให้เรื่องมันเป็นเช่นนั้น ในสถานการณ์ตอนนี้พวกเขาไม่สามารถเดินทางออกไปล่าซอมบี้ได้จึงต้องทำให้พวกมันเดินทางมาที่นี่ด้วยตนเอง อย่างน้อยพวกเขาสามารถใช้ตึกรอบๆหลบซ่อนจากการร่วงตกของนกแล้วฆ่าซอมบี้ที่เดินทางเข้ามาที่นี่ได้
“ เปิดเครื่องกระจายเสียงเต็มกำลัง ฉันต้องการให้ซอมบี้มาที่นี่ !”
คำสั่งต่อไปของวินทำให้ทุกคนแตกตื่น แต่เมื่อรู้ว่าพวกเขาสามารถเปิดและปิดเครื่องเหล่านี้ได้จึงเชื่อฟังแล้วทำตาม หากทำให้ทุกคนวิวัฒนาการได้หมดพวกเขาสามารถเปิดเครื่องสร้างคลื่นรบกวนได้อีกครั้ง
“ แอลลี่ ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ”
“ ซอมบี้หลายตัววิ่งหนีนกมาทางนี้แล้ว ”
“ ดีเลย หน่วยล่าทุกคนเตรียมตัว เราจะนำผู้ที่มีอัตราการติดเชื้อมากกว่า 90 % ออกไปฆ่าซอมบี้ ครั้งนี้อันตรายมาก แต่ขอให้ทุกคนโฟกัสไปที่การฆ่าซอมบี้ระดับ 2 ”
ทุกคนรับคำสั่งแล้วพาผู้มีอัตราการติดเชื้อ 90 % ลงจากตึก วินที่ต้องลงไปสู้กับทุกคนจึงหันมองแอลลี่แล้วขอให้เธอดูแลคนที่อยู่ภายในตึกแทน เผื่อเกิดเหตุการณ์ที่ซอมบี้นกพุ่งทะลวงกำแพงตึกเข้ามาได้.