อย่างไรก็ตาม สองคนนี้เคยขายเนื้อให้แม่นมป๋ายอยู่หลายครั้ง ระหว่างทั้งสองฝ่ายก็สนิทสนมกันพอสมควร แล้วหนิงเยี่ยนเองก็ชี้แนะแนวทางให้แล้ว
ถ้าเกิดว่าแม่นมป๋ายไม่เชื่อเธอ หนิงเยี่ยนเองก็คงหมดหนทาง พอก้มมองลงในถังน้ำ แต่ถ้าไม่เชื่อก็ดีเหมือนกัน เธอจะได้ซื้อปลาหมึกทั้งหมดกลับไปคนเดียว
จากนั้นจะทั้งผัด ปิ้ง ย่าง....
ปลาหมึกแค่รู้วิธีทำและคุมไฟเป็นก็พอ ถ้าทำได้สองอย่างนี้รสชาติของปลาหมึกก็ดีพอ ๆ กับเนื้อวัว
แม่นมป๋ายได้ฟังหนิงเยี่ยนว่าสีหน้าของเธอก็ยุ่งเหยิง เธอจึงถามขึ้นว่า
“แม่หนูหนิง เคยกินสิ่งนี้แล้วเหรอ?”
“กินแล้ว”
หนิงเยี่ยนพยักหน้า
แม่นมป๋ายไม่รู้กำลังคิดถึงอะไร ทำหน้าเหมือนจะอาเจียน อาจเป็นเพราะเธอกินปลาหมึกผิดวิธี
โจวเฉวียนเองจึงใช้โอกาสนี้พูดเสริมขึ้น
“ใช่ ๆ ๆ กินได้ แม่นมป๋ายทำไมไม่ทำแบบนี้ล่ะ ท่านก็ซื้อปลาหมึกกลับจวนไป แล้วให้แม่นางคนนี้ทำให้ชิมสักหน่อย”
แววตาของแม่นมป๋ายแสดงออกว่าคัดค้าน เรื่องต่าง ๆ ในจวนไม่ใช่ว่าเธอมีอำนาจตัดสินใจคนเดียว ตอนนี้ก็แทบไม่รู้เลยว่ามีกี่คนคอยจ้องจับผิดอยู่
ที่ต้องออกมารับผิดชอบเรื่องจับจ่ายซื้อของก็ถูกหลายคนจ้องตาเป็นมัน จะพักจะขี้เกียจเลยไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว
หนิงเยี่ยนหันไปมองโจวเฉวียน เขาช่างมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะขายปลาหมึกให้จวนตระกูลป๋าย
จนถึงตอนนี้ โจวเฉวียนเองก็ยังไม่รู้วิธีกินปลาหมึกที่ถูกต้อง เขาเอาปลาหมึกมาจริง ๆ ก็เพื่อมาเรียกร้องเงินเท่านั้น แล้วกลัวว่าแม่นมป๋ายจะไม่เอาปลาหมึกถังนี้ไป ตอนนี้เลยต้องใช้ชื่อของหนิงเยี่ยนไปประกัน สมแล้วที่เป็นคนต่ำทราม ต่ำทรามแต่ฉลาด ไม่ว่าใครเขาก็กล้าใช้ประโยชน์ เพียงแต่ว่าที่โจวเฉวียนพูดออกมาก็สมเหตุสมผล
“แม่นม ข้าทำผัดปลาหมึกให้ท่านชิมก่อนดีไหม ถ้าเกิดว่ารสชาติไม่ดีหรือว่ากินแล้วไม่ถูกปาก ข้าจะซื้อปลาหมึกทั้งหมดนี้กลับไปเอง รับรองจะไม่ทำให้ท่านต้องลำบาก” หนิงเยี่ยนเอ่ย
“ก็ได้!”
แม่นมป๋ายกัดฟันตอบตกลง
ถ้าเกิดมีแค่คำพูดของโจวเฉวียนคนเดียว เธอไม่มีทางกล้าเห็นด้วยแน่ เพียงแต่ตอนนี้แม่หนูหนิงพูดเองว่าอยากกินเจ้าสิ่งนี้ ความเสี่ยงก็ไม่มีแล้ว แค่เข้าไปใช้ห้องครัวก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
แม่นมป๋ายเรียกเด็กรับใช้มาสองคน ยกถังน้ำเข้าไปในห้องครัว หนิงเยี่ยนเดินตามหลังแม่นมป๋ายเข้าไปในห้องครัว ส่วนทางด้านโจวเฉวียนพอได้รับเงินจากแม่นมป๋ายก็เผ่นไปซะแล้ว พอเห็นท่าทางแบบนี้ของโจวเฉวียน แม่นมป๋ายแทบจะขบฟันทองซี่ใหม่ในปากของเธอแตก
หนิงเยี่ยนเดินเข้าไปในครัวเอาตะกร้าที่แบกมาวางลง เธอล้างมือให้เรียบร้อย จากนั้นเอาปลาหมึกจากในถังออกมาหนึ่งตัวแล้วเริ่มจัดการเอาสิ่งที่กินไม่ได้ออกจากตัวปลาหมึก
“แม่นม ทำไมท่านเอาของประหลาดนี้เข้ามาในครัวอีกแล้วล่ะ ถ้าหากถูกคุณนายใหญ่รู้เข้า เขาจะไม่ว่าให้เหรอว่าคนของคุณนายรองจัดการงานบ้านได้ไม่ดี” สาวใช้คนหนึ่งเอ่ยขึ้น
“ชุ่ยเอ๋อร์ เวลานี้ไม่ใช่ว่าเจ้าควรอยู่ปรนนิบัติคุณนายงั้นเหรอ? มาที่ครัวทำไม คุณนายตื่นมาไม่เจอเดี๋ยวก็โดนลงโทษเสียหรอก” แม่นมป๋ายเอ่ย
“ดูแม่นมว่าเข้า คุณนายของเราไม่ใช่คนไม่เห็นอกเห็นใจลูกน้องเสียหน่อย เป็นท่านเองนั่นล่ะที่ทำให้คุณนายท่านไม่ไว้ใจ เอาแต่ของไร้ประโยชน์เข้ามาในครัว”
หนิงเยี่ยนได้ยินสิ่งที่ชุ่ยเอ๋อร์พูดกับแม่นม เธอจึงส่ายหัว ในใจก็แอบวิจารณ์ถึงพวกคนรวย ที่ว่าบ้านคนรวย ๆ มีแต่ความวุ่นวาย มันคือความจริง
เพียงปลาหมึกแค่สองตัวก็ทำให้เกิดศึกระหว่างผู้หญิงสองคนได้ ยังดีที่หนิงเยี่ยนนั้นสุขภาพจิตดีมาก ด้านนอกแม่นมป๋ายกับชุ่ยเอ๋อร์กำลังเปิดศึกปะทะคารมกัน ขิงก็ราข่าก็แรง คนครัวที่อยู่ข้าง ๆ พากันสั่นงึกงัก เลิ่กลั่ก ทำอะไรไม่ถูกเพราะความกลัว
ในครัวมีเพียงแค่หนิงเยี่ยนที่ไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ เธอจัดการปลาหมึกเรียบร้อยแล้วก็เตรียมซอสสำหรับผัด
หนิงเยี่ยนเอาปลาหมึกมาหั่นเตรียมไว้ หั่นเห็ดหอม หน่อไม้ ใส่ต้นหอม ขิง กระเทียม จูอวี๋ป่น น้ำตาล เกลือและเหล้าทำอาหารลงไปในหม้อใบเล็กด้านหน้า
ปลาหมึกที่หั่นไว้แล้วต้องใช้น้ำร้อนลวกเสียหน่อย จากนั้นจึงใส่ก้อนมันสีขาวลงไปในหม้อ เร่งไฟเพื่อละลายมันแล้วใส่หอม ขิง กระเทียมลงไปผัด ทันใดนั้นกลิ่นหอม ๆ ก็ลอยออกมา
แม่นมป๋ายกับชุ่ยเอ๋อร์ที่กำลังทะเลาะกันต่างหยุดการกระทำ หันมามองหนิงเยี่ยนที่กำลังทำอาหารอยู่ในครัว
“แค่ใช้เครื่องปรุงเป็น แม่ครัวของเราก็ทำกลิ่นหอม ๆ แบบนี้ออกมาได้” ซุ่ยเอ๋อร์เอ่ยขึ้น
“แต่แม่ครัวของเราทำของแปลก ๆ แบบนั้นออกมารสชาติดีไม่ได้ เจ้าคอยดูเถอะ ปลาหมึกนี่น่ะจะออกมามีรสชาติอร่อยแบบที่เจ้าไม่เคยคาดคิด”
แม่นมป๋ายเองไม่เคยลิ้มลองรสชาติแท้ ๆ ของปลาหมึกมาก่อน เพียงแต่เธอเองก็จะไม่ขัดคำที่พูดออกไป
หนิงเยี่ยนลงมือผัดต่อ เธอนำปลาหมึกที่หั่นแล้วใส่ลงไปในหม้อ กระดกกระทะอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงโรยจูอวี๋ป่นลงไป เอาช้อนตักซอสผัดที่เธอผสมไว้ขึ้นมาหนึ่งช้อนแล้วเอาลงไปผสมกับปลาหมึกในหม้อ ผัดต่ออีกหน่อยก็ตักผัดปลาหมึกลงจาน โรยต้นหอมสดสีเขียวลงไป อาหารจานนี้เป็นสีเขียว ๆ แดง ๆ น่ารับประทานมาก
“แม่นมป๋ายลองชิมดูสิ”
หนิงเยี่ยนยกจานให้แม่นมป๋าย ผัดปลาหมึกที่เพิ่งออกจากกระทะส่งกลิ่นหอมเฉพาะของอาหารทะเลออกมา
แม่นมป๋ายพยายามเอาภาพจำรูปร่างเดิมของปลาหมึกออกจากสมอง เธอเอาตะเกียบคีบปลาหมึกขึ้นมาท่อนหนึ่งแล้วใส่เข้าไปในปาก....
แม่นมป๋ายที่เพิ่งรู้จักรสชาติของมันถึงกับตาค้างแล้วพูดซ้ำไปซ้ำมาว่า
“อร่อยมาก อร่อยมาก อร่อย..”
ว่าจบก็หันมาพูดกับหนิงเยี่ยน
“แม่หนูหนิงเจ้ารู้วิธีทำปลาหมึกได้อย่างไร ของสิ่งนี้คนนำมาจากพวกหมานอี๋ พวกป่าเถื่อนทางตะวันออกเฉียงใต้” แม่นมป๋ายว่า
“ข้าก็ปรับตัวดังเขาว่าอยู่ใกล้กับภูเขาก็หากินกับภูเขา บนภูเขาสัตว์ป่าก็มากมาย วิธีกินมีหลากหลาย ต้องลองอยู่หลายครั้งจึงจะพบวิธีกินที่เหมาะสมถูกต้อง” หนิงเยี่ยนเอ่ยพลางยิ้ม
“แม่หนูหนิงเจ้านี่ไม่ธรรมดา”
แม่นมป๋ายทอดถอนใจ ทีแรกก็มองหนิงเยี่ยนเป็นแค่แม่สาวบ้านป่า หลังจากได้กินปลาหมึกก็ไม่กล้าจะดูถูกเธออีกต่อไป
มีความสามารถเอาของแปลก ๆ ที่คนมองยังรังเกียจมาทำจนอร่อยได้ขนาดนี้ ต้องมีฝีมือความสามารถอื่นที่เป็นประโยชน์อีกแน่ ทัศนคติของเธอที่มีต่อหนิงเยี่ยนนั้นดีขึ้นมาก
ชุ่ยเอ๋อร์มองปลาหมึกในจานอยู่พักหนึ่ง พอเห็นว่าหนิงเยี่ยนไม่สนใจก็ฮึมฮัมออกมาอย่างเย็นชาและเดินออกไปหน้าบ้าน
“อันที่จริง วิธีทำปลาหมึกนั้นมีอีกเยอะ แม่นมลองบอกแม่ครัวให้ศึกษาดู” หนิงเยี่ยนเอ่ยขึ้น
“ที่พูดมาก็ใช่อยู่ หลังจากนี้ต้องคอยควบคุมพวกขี้เกียจเหล่านี้หน่อยแล้วล่ะ ของดี ๆ ทำไมทำออกมาแล้วกินไม่ได้” แม่นมป๋ายเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เสียอารมณ์
“อ๋อแม่นม ปลาหมึกอร่อย ๆ ยังมีน้อย ถ้าหากว่าเอามันไปทำในร้านอาหาร...”
“แม่หนูหนิงเจ้าพูดถูก”
ดวงตาของแม่นมป๋ายเป็นประกาย
ช่วงนี้คุณนายรองเพิ่งรับหน้าที่จัดการกิจธุระของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องในบ้านหรือว่าเรื่องนอกบ้าน ทั้งร้านอาหาร ร้านขายของก็ทำให้คนต่างเป็นกังวล โดยเฉพาะร้านอาหารด้านนอกจวนจะเจ๊งอยู่แล้ว รายได้ก็น้อยจนทำให้คุณนายกระวนกระวายจนกินไม่ได้
ตอนนี้มีปลาหมึก แววตาของแม่นมจึงมีประกายความหวังขึ้นเรื่อย ๆ
“แม่หนูหนิง รออยู่นี่ก่อนสักครู่นะ ข้าจะไปหาคุณนายรอง” แม่นมป๋ายว่า
“อืม!”
หนิงเยี่ยนพยักหน้า เธอนั่งรออยู่ในศาลาเล็ก ๆ หน้าห้องครัวเพื่อรอแม่นมป๋าย
นอกเหนือจากการพยายามเข้าหาคุณนายรองแล้ว เธอยังอยากได้ปลาหมึกจากโจวเฉวียน ถ้าหากเธอยังต้องขึ้นเขาทั้งวันเพื่อล่าสัตว์หาเงินแบบนี้คงไม่ได้แน่ แต่ถ้าเธอสามารถมาเปิดร้านปิ้งย่างในเมืองได้.. ปิ้งย่างเองก็ต้องมีจุดเด่น รอร้านอาหารของตระกูลป๋ายมีชื่อเสียงเธอก็จะใช้จุดนี้ผูกมิตรและรับสินค้าจากโจวเฉวียนมาหาเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ
คุณนายรองแห่งจวนตระกูลป๋ายไม่ใช่คนโง่ คงไม่มีทางปฏิเสธคำขอของเธอ
อย่างไรเสียอาหารในร้านกับแผงปิ้งย่างของเธอก็ไม่เหมือนกัน ถ้าเธอเปิดแผงปิ้งย่างยังไงก็ไม่ขัดกับธุรกิจร้านอาหารของตระกูลป๋ายแน่นอน
.................