ระยะห่างระหว่างใบหน้าของสองคนลดลงเหลือเพียงไม่ถึงมิลลิเมตร ลมหายใจอุ่นร้อนที่สอดประสานเป่ารดผิวปากของกันและกันส่งผ่านความปรารถนาอันแรงกล้าที่คุกรุ่นอยู่ในอก ณพลจ้องมองริมฝีปากอิ่มสีหวานของไพริณด้วยแววตาปลาบวาวประดุจนักล่าที่พร้อมจะลิ้มชิมรสเหยื่อแสนหวานที่ยอมสยบอยู่ตรงหน้า ปลายลิ้นร้อนของเขาเผยอออกลูบไล้ริมฝีปากตัวเองช้า ๆ ปลุกเร้าอารมณ์สวาทในกายของน้องสะใภ้ให้พุ่งสูงขึ้นจนเธอรู้สึกชาวาบไปทั่วสรรพางค์กาย ความเงียบงันภายในห้องนอนมีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่เพิ่งกลับมาทำงานและเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของทั้งคู่ที่ดังสะท้อนสลับกันไปมา
ไพริณหลับตาลงช้า ๆ ด้วยความสับสนวุ่นวายในจิตใจ ร่างกายของเธอสั่นสะท้านด้วยความกระสันอยากััจากเขา ทว่าก่อนที่ริมฝีปากหยักได้รูปของณพลจะประทับแนบชิดลงบนกลีบปากนุ่มของเธอ... ภาพงานแต่งงานและแหวนบนนิ้วนางข้างซ้ายกลับแวบเข้ามาในห้วงความคิดดั่งเสียงระฆังเตือนสติขึ้นมาท่ามกลางความมืดสลัว
ความรู้สึกผิดและศีลธรรมในฐานะภรรยากระแทกจิตใจของเธออย่างรุนแรงจนไพริณเบิกตาโพลงด้วยความตระหนก ร่างบางขยับเอียงใบหน้าหลบไปด้านขวาโดยสัญชาตญาณในวินาทีสุดท้ายก่อนที่ริมฝีปากจะแตะต้องกัน!
ฟึ่บ...
ริมฝีปากอุ่นร้อนของณพลจึงไม่ได้ประทับลงบนเรียวปากนุ่ม ทว่ากลับกดจูบลงบนผิวแก้มเนียนละเอียดที่ร้อนผ่าวของเธอแทน ชายหนุ่มกดริมฝีปากแนบสนิทอยู่ตรงพวงแก้มหอมกรุ่นเนิ่นนาน ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดผิวเนื้อระหงตรงลำคอแกร่งทำให้ไพริณสะดุ้งน้อย ๆ สองมือบางที่กอดเอวสอบของเขาไว้เปลี่ยนมากำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นจนขึ้นข้อขาวด้วยความรู้สึกสับสนปนหวาดเสียวในขั้วหัวใจ
ณพลไม่ได้หักหาญหรือฝืนบังคับดึงตัวเธอมาจูบต่อ ชายหนุ่มหยุดนิ่ง โอบกอดร่างบางของน้องสะใภ้ไว้แน่น แผ่นอกกว้างสะท้อนขึ้นลงตามจังหวะหายใจที่หอบกระชั้นชิดไม่แพ้เธอ เขาซบใบหน้าหล่อเหลาลงกับไหล่บาง สูดกลิ่นหอมสะอาดจากผิวกายสาวเข้าปอดลึก ๆ เพื่อควบคุมอารมณ์ดิบในกายที่เกือบจะเตลิดเปิดเปิง ชายหนุ่มรู้สึกถึงความสั่นเทาของร่างกายเธอ ความเกร็งตัวที่ปะทะกับความ้าก้าวข้ามเส้นทำให้เขาต้องใช้ความพยายามอย่างมหาศาลในการดึงตัวเองกลับมาสู่ขอบเขต
"พี่ขอโทษนะ... ไพริณ" ณพลกระซิบเสียงต่ำแ่เบา น้ำเสียงทุ้มพร่าแหบแห้งแฝงไปด้วยความรู้สึกผิดปนความโหยหาอย่างลึกซึ้ง "พี่ทนเห็นเธอร้องไห้เ็ปเพราะความเหงาไม่ได้จริง ๆ... พี่อยากดูแลเธอ... ดูแลเธอจริง ๆ"
คำขอโทษและน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความจริงใจและห่วงใยของพี่สามีทำให้น้ำตาของไพริณร่วงหล่นลงมาอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้ไม่ใช่เพราะความโศกเศร้าจากความเ็าของสามี แต่เป็ความซาบซึ้งและอบอุ่นใจที่ยังมีผู้ชายคนนี้คอยยืนเคียงข้างและใส่ใจในความรู้สึกของเธออย่างลึกซึ้ง
"ไม่เป็ไรค่ะพี่พล... ไพริณไม่ได้โกรธ..." ไพริณกระซิบตอบเสียงสั่นเครือ คลี่ตัวออกจากอ้อมกอดกว้างช้า ๆ แต่ดวงตายังคงช้อนมองเขาด้วยความรู้สึกขอบคุณ
ณพลยอมคลายอ้อมกอดออกเล็กน้อย ชายหนุ่มใช้ปลายนิ้วชี้อุ่นหนาเช็ดคราบน้ำตาที่หางตาและข้างแก้มเนียนของเธออย่างนุ่มนวลทะนุถนอมที่สุด ััจากข้อนิ้วสากของชายหนุ่มสะกิดผิวเนื้อเนียนจนเกิดความวาบหวามจาง ๆ สายตาคมคู่นั้นยังคงจ้องมองเธอด้วยแววตาอ่อนโยนลึกซึ้งที่เปิดเผยความรู้สึกทั้งหมดอย่างไม่มีการปิดบัง เขาช่วยจัดปอยผมที่เปียกชื้นและยุ่งเหยิงให้ทัดหลังใบหูเล็กอย่างแ่เบา
"นอนพักผ่อนเถอะครับ ดึกมากแล้ว เดี๋ยวพี่จะนั่งอยู่ตรงนี้เป็เพื่อนจนเธอหลับนะครับ" ณพลบอกพลางช่วยประคองตัวเธอให้นอนราบลงกับที่นอนหนานุ่ม ดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมถึงระดับอกให้เรียบร้อยเพื่อระงับความสั่นเทาของร่างบาง
ไพริณพยักหน้าเบา ๆ เธอนอนตะแคงข้างมองใบหน้าหล่อเหลาของณพลที่นั่งอยู่ข้างเตียง ชายหนุ่มเอื้อมมือหนามากุมมือบางของเธอไว้บีบเบา ๆ ััอุ่นจากฝ่ามือหนาช่วยบรรเทาความสับสนและเหน็บหนาวในใจของเธอจนหมดสิ้น นิ้วหัวแม่มือของเขาไล้วนบนหลังมือเธอช้า ๆ เป็จังหวะที่มั่นคงและสม่ำเสมอคอยส่งผ่านความอบอุ่นให้แก่กัน ไพริณหลับตาลงช้า ๆ ความเหนื่อยล้าทางกายภาพและจิตใจทำให้เธอเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างง่ายดายโดยมีััที่อบอุ่นและปลอดภัยของพี่สามีคอยปกป้องอยู่ข้างกายตลอดค่ำคืน
เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดจัดแจ่มใสส่องประกายขับกล่อมบรรยากาศหลังฝนตกจนใบไม้ใบหญ้าภายนอกหน้าต่างดูเขียวชอุ่มงดงาม สายลมพัดพากลิ่นไอดินชื้นชุ่มเข้ามาในตัวบ้าน ไพริณตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกปลอดโปร่งขึ้นอย่างประหลาด อาการปวดหัวจากการร้องไห้เมื่อคืนหายไปสิ้นเหลือเพียงความรู้สึกอุ่นซาบซ่านในอกยามที่มองไปยังหลังมือตัวเองที่ยังคงรู้สึกราวกับมีฝ่ามืออุ่นของณพลกุมไว้จนรู้สึกสั่นสะท้านในหัวใจ
เธอจัดการอาบน้ำแต่งตัว วันนี้เธอสวมเสื้อยืดสีขาวคอกว้างเนื้อผ้านุ่มสบายคู่กับกระโปรงสั้นเหนือเข่าสีชมพูพาสเทลที่ให้ลุคหวานละมุนปนเซ็กซี่เล็ก ๆ จากการอวดเรียวขาขาวเนียนสะดุดตา
เมื่อก้าวลงบันไดมายังชั้นล่าง ไพริณพบณพลกำลังยืนสเก็ตช์งานสลับกับจัดโต๊ะอาหารเช้าในครัว วันนี้ชายหนุ่มสวมเสื้อยืดคอกลมเข้ารูปสีดำสนิทเน้นมัดกล้ามอกแกร่งและกางเกงยีนส์เดนิม ดูสมาร์ตและดิบเท่เช่นเคย กลิ่นกาแฟร้อน ๆ โชยโอบล้อมห้องอาหารจนเกิดบรรยากาศอบอุ่น
"ตื่นแล้วเหรอครับไพริณ ตาไม่บวมแล้วนะ" ณพลทักทายพลางหันมามองดวงหน้าหวานด้วยสายตาเย้าแหย่ปนความเอ็นดู รอยยิ้มมุมปากของเขายังคงเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันตรายที่กระตุ้นหัวใจเธอให้เต้นผิดจังหวะ
"ค่ะพี่พล... เมื่อคืนขอบคุณพี่พลมากนะคะที่อยู่เป็เพื่อนไพริณจนหลับ" ไพริณบอกพลางแก้มแดงระเรื่อ รีบเดินเข้าไปช่วยจัดเตรียมแซนด์วิชและผลไม้ใส่จานเพื่อซ่อนอาการขวยเขิน
"ยินดีเสมอครับ... สำหรับเธอพี่เต็มใจดูแลตลอดเวลาอยู่แล้ว" ณพลตอบน้ำเสียงทุ้มต่ำจริงจังขณะที่เขาก้าวเดินเข้ามาใกล้ตัวเธอ ชายหนุ่มสังเกตเห็นเชือกผูกผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้ของเธอที่ขยับหลุดหลวมออกทางด้านหลัง "เชือกหลุดน่ะครับไพริณ อยู่นิ่ง ๆ นะ เดี๋ยวพี่ผูกให้"
ไม่ทันที่ไพริณจะได้ทัดทาน ณพลก็ขยับตัวเข้ามาขนาบทางด้านหลังของเธอทันที ร่างสูงใหญ่เบียดชิดกับแผ่นหลังบางจนไพริณััได้ถึงไอร้อนลึกซึ้งจากแผงอกกว้าง สองมือหนาของเขาเอื้อมอ้อมเอวคอดกิ่วของเธอไปจับเชือกผ้ากันเปื้อน สองแขนของเขาราวกับกำลังโอบรัดกอดกระชับร่างบางไว้แน่นจากทางด้านหลังจนเธอแทบขยับเขยื้อนไม่ได้
ไพริณลมหายใจสะดุดกึก ยืนเกร็งตัวนิ่งขณะที่ปลายนิ้วหนาของณพลจงใจปัดผ่านหน้าท้องและผิวเนื้อเอวคอดกิ่วของเธอเบา ๆ ยามที่เขาผูกเชือก ััที่จงใจและใกล้ชิดชวนสะท้านทำเอาหัวใจเต้นโครมคราม กลิ่นสบู่สะอาดและกลิ่นกายหนุ่มเท่โชยปะทะจนสติของเธอเลื่อนลอย ความร้อนรุ่มจากััเสียดสีเนื้อตัวทำให้ช่องท้องส่วนล่างสั่นระริก
"ผูกเสร็จแล้วครับ..." ณพลกระซิบอธิบายเสียงต่ำพร่าข้างหู ลมหายใจร้อนลูบไล้ผ่านใบหูเล็กจนไพริณขนลุกซู่ ชายหนุ่มยังคงไม่ยอมถอยห่างออกไป เขาก้มหน้าลงกระซิบประโยคยั่วยวนที่ทำเอาใจสั่นสะท้าน "เมื่อคืนนี้... ขอบคุณที่นอนกอดพี่ไว้แน่นทั้งคืนเลยนะครับ ผิวกายของไพริณนุ่มและหอมมาก... พี่แทบจะนอนไม่หลับเลยล่ะ"
"พี่พลคะ!" ไพริณทุบอกแกร่งของเขาเบา ๆ ด้วยความเขินอายสุดขีดหลังผูกเสร็จ ณพลหัวเราะร่วนในลำคอด้วยความชอบใจ ยอมถอยห่างออกไปเพื่อปล่อยให้เธอได้หายใจหายคอสะดวกขึ้น
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
ในจังหวะนั้นเอง เสียงเคาะประตูหน้าบ้านพลันดังขึ้นขัดจังหวะอารมณ์ยั่วเย้าในครัว ทั้งสองคนหันไปมองทางประตูด้านหน้าบ้าน ณพลขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ
"เดี๋ยวพี่ออกไปดูเองครับ น่าจะเป็พนักงานส่งของ" ณพลบอกพลางก้าวเดินเลี่ยงออกไปเปิดประตูบ้าน
ไม่กี่นาทีต่อมา ณพลก็เดินกลับเข้ามาในครัวพร้อมกับกล่องพัสดุขนาดกลางกล่องหนึ่งที่ส่งตรงมาจากต่างประเทศ หน้ากล่องระบุชื่อผู้ส่งชัดเจนคือ "ณภัทร" และระบุชื่อผู้รับคือ "ไพริณ"
"พัสดุจากณภัทรน่ะครับ ส่งตรงมาจากอเมริกาเลย ลองเปิดดูสิครับว่าส่งอะไรมาให้" ณพลยื่นกล่องพัสดุและคัตเตอร์สำหรับกรีดกล่องให้เธอด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตาคมเข้มกลับจับจ้องดูด้วยความสนใจอย่างปิดบังไม่มิด
ไพริณรับกล่องมาด้วยหัวใจที่เต้นระทึกอย่างสับสน เธอกรีดกล่องพัสดุออกช้า ๆ และเมื่อเปิดฝากล่องออก ภาพที่ปรากฏอยู่ภายในกลับทำให้ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงและหน้าร้อนผ่าวจนแทบะเิอีกครั้ง
ภายในกล่องคือชุดเดรสราตรีสั้นผ้าไหมซาตินสีแดงเพลิงสุดหรูหราทว่าวาบหวามและเปิดเผยเนื้อตัวอย่างรุนแรง ตัวชุดเป็แบบสายเดี่ยวเส้นบางเฉียบ ด้านหลังเปิดเปลือยลึกไปจนถึงเอวต่ำ และด้านหน้าเว้าลึกเผยให้เห็นเนินอกชัดเจน เนื้อผ้าบางเบาและนุ่มนิ่มจนเห็นได้ชัดว่าไม่ได้ออกแบบมาเพื่อใส่ไปงานเป็ทางการทั่วไป แต่เป็ชุดนอนหรือชุดยั่วยวนสำหรับเื่บนเตียงโดยเฉพาะ! ััเนื้อผ้าที่ลื่นนุ่มมือยามไพริณััดูช่างเย้ายวนอารมณ์รักจนน่าตระหนก
ยิ่งไปกว่านั้น ้าสุดของชุดมีกระดาษโน้ตแผ่นเล็ก ๆ เขียนด้วยลายมืออันคุ้นเคยของณภัทรวางทับอยู่ ไพริณหยิบกระดาษโน้ตขึ้นมาอ่านด้วยมือที่สั่นเทา ข้อความในโน้ตระบุว่า:
[ไพริณ พี่ซื้อชุดนอนผ้าซาตินชุดนี้ส่งมาให้เธอนะครับ พี่เห็นว่าเหมาะกับเธอดี ลองใส่ให้พี่พลดูนะว่าสวยและเข้ากับเธอไหม พี่พลเขาเป็สถาปนิก มีเซนส์เื่ความสวยงามและสัดส่วนผู้หญิงดีที่สุด ให้พี่พลช่วยตรวจและวิจารณ์ให้หน่อยนะ]
ประโยคบนกระดาษโน้ตที่ระบุชัดเจนถึงการให้เธอสวมใส่ชุดนอนสุดเซ็กซี่เย้ายวนใจนี้ให้พี่ชายสามีดู ช่างเปรียบเสมือนปืนใหญ่ที่จุดะเิชนวนความรู้สึกอึดอัด สับสน และราคะต้องห้ามในหัวใจของคนทั้งคู่ให้ปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรงและไม่อาจควบคุมได้อีกต่อไป!
ไพริณเงยหน้าขึ้นมองสบสายตากับณพลที่กำลังก้มลงจดจ้องมองดูข้อความในกระดาษโน้ตและชุดเดรสสีแดงเพลิงในกล่องนิ่ง สายตาคมปลาบของณพลในยามนี้วาวโรจน์ไปด้วยเปลวไฟแห่งความปรารถนาอันรุนแรงอย่างปิดไม่มิด... เปลวไฟราคะที่ถูกจุดชนวนขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบโดยการกระทำของสามีเธอเอง!