อภินิหารเทพปฐมภพ

    เล่มที่ 1 บทที่ 40 128 ชีวิตหมู่บ้านไผ่เขียว (2)

    เซียนปราชญ์กระบี่หยางปี้เมื่อสติเริ่มแจ่มใสขึ้นมา รีบหยิบฉวยกระบี่ตามออกไป แลเห็นหลวงจีนต้วนหานไต้ซือกับสตรีที่บุกรุกเข้ามาถึงกลับหักโหมกันด้วยพลังฝ่ามืออันกร้าวแกร่งอย่างเอาเป็นเอาตาย ฝ่ามือที่ทั้งสองใช้ออกกลับเป็นแนวทางแข็งกร้าวทั้งคู่ พลังที่ทะลักเข้าใส่กันปานฟ้าทลายแผ่นดินสะเทือน เสียงตูมม ยังคงดังอย่างต่อเนื่อง จักรพรรดิเหนือหล้าที่ปรารถนาจะให้ทุกฝ่ามือบดขยี้ร่างหลวงจีนเลวชาติผู้นี้ให้แหลกสลายบดกระดูกให้หักไปทั้งร่าง แต่ทุกฝ่ามือที่เร่งเร้าพลังไปเพียงรุกคืบแม้สักก้าวยังทำไม่ได้ ถูกปราณรูปฝ่ามือขนาดใหญ่เรืองแสงสีขาวสว่างจ้าของหลวงจีนที่ขบเขี้ยวกันอยู่ตรงหน้าต้านรับพลังมหาศาลไว้ได้ทุกครั้ง ทันใดนั้นปราณรูปฝ่ามือของต้วนหานไต้ซือปรากฏฝ่ามือซ้อนขึ้นอีกชั้นเสียงครั่นครืนดังขึ้นปราณรูปฝ่ามือชั้นที่สองเคลื่อนขยับขยายออก เขาเห็นสตรีที่อยู่ตรงหน้าทุกฝ่ามือล้วนอำมหิต จึงตัดสินใจฟาดฝ่ามือที่สองของสามฝ่ามือมหาปรมัตถ์สว่างโพธิธรรมออกเพื่อหยุดยั้งนาง เพียงฝ่ามือที่ฟาดออกมานี้ก็ถือเป็นหนึ่งในแดนฟ้าเมฆินทร์แล้ว แม้ในการประลองห้าสุดยอดหนึ่งคุณธรรมก็ไม่เคยใช้ฝ่ามือที่สองนี้ออก หยางปี้เห็นฝ่ามือที่เขาใช้ออกในใจลอบนับถือเขายิ่งกว่าเดิม สหายทางธรรมของเขาผู้นี้ถึงกลับเก็บงำฝ่ามือนี้ไว้ไม่ใช้ออกในการประลองห้าสุดยอดหนึ่งคุณธรรมที่ผ่านมาแสดงว่าในจิตใจไม่มีความปรารถนาแก่งแย่งชิงชัยในการประลองแม้แต่น้อย จักรพรรดิเหนือหล้าเห็นปราณรูปฝ่ามือที่ซ้อนขึ้นอีกชั้นเช่นนั้นหน้าถึงกลับถอดสี กัดฟัดกรอดฝืนใช้พลังที่หลงเหลือทั้งหมดเข้าปะทะ ตูมมม จักรพรรดิเหนือหล้าถึงกลับรับฝ่ามือนี้ของห้วนตานไต้ซือนี้ไว้ได้ ปากแม้ไม่เล็ดรอดเสียงใดออกมา แต่เลือดในกายไหลย้อนขึ้น ร่างกลับร่นถอยไปด้านหลังสองก้าวใหญ่ เหวินจูก้าวมาประคองนางไว้  ส่วนต้วนหานไต้ซือเมื่อรั้งสภาวะฝ่ามือกลับมา ลอบคำนึงถึงคนที่เขาปะมือด้วย นางผู้นี้หรือจะเป็นค่ายสำนักที่เพิ่งปรากฏขึ้นมาใหม่ ในบรรดาค่ายสำนักทั้งหมดที่ผู้นำเป็นอิสตรีที่เขาทราบกลับมีน้อยกว่าน้อย แต่ถึงแม้นมีที่มีวรยุทธ์สูงล้ำเทียบเท่าห้าสุดยอดหนึ่งคุณธรรมนั้นไม่เคยปรากฏมาก่อน เขาตะลึงตะลานไปชั่วขณะในใจเกิดคำถามขึ้นมากมาย แต่เมื่อเขาเห็นนางคล้ายได้รับบาดเจ็บ ตนเองไม่ได้มีเจตนาทำร้ายนาง เพียงต้องการหยุดยั้งฝ่ามือที่โหมมาอย่างรุนแรงอำมหิตเท่านั้น  และหากเขาใช้แก่นปฐมฌานแผ่พุ่งพลังไร้สภาพในขั้นทลายจิตออกไป เกรงว่านางจะไม่บาดเจ็บเพียงเท่านี้ จึงรีบก้าวออกไปพนมมือขึ้นกล่าวว่า " ประสก…ใยต้องลงมือด้วยอำมหิต พุทธองค์แผ่มุทิตาจิตสงเคราะห์ต่อทุกสรรพสัตว์ เมื่อมีจิตเมตตาบังเกิด ทุกสรรพสิ่งยอมละเว้นปล่อยวางลงได้" " ความเมตตา ปล่อยวางรึ หลวงจีนชั่วเจ้ายังกล้ากล่าวคำนี้ออกมา !" " ฮ่าาาาาาาๆ" นางแหงนหน้าส่งเสียงหัวร่ออย่างยาวนาน ร่างกายโยกจนอาภรณ์ที่สวมใส่ไหว ยิ่งนางนึกถึงร่างของพี่ชายที่นอนแน่นิ่งทรวงอกถูกผ่าล้วงควักเอาเม็ดพลังออกมา เสียงของนางกลับเปลี่ยนเป็นโหยหวนปานคนจิตวิปลาสก็ไม่ปาน เลือดในกายของจักรพรรดิเหนือหล้าพลุ่งพล่านแผดเสียงดังยิ่งกว่าเดิม " หลวงจีนเลวชาติ ! ที่แดนภูติพฤกษาเมื่อ20 ปีก่อนเจ้าสังหารภูติน้อยช่วงชิงเม็ดพลังของเขา ยังกล้าพูดคำนี้ออกมา ช่างชั่วช้ายิ่งกว่าสัตว์ในขุมนรก " ปานอัสนีบาตฟาดเปรี้ยงผ่าลงกลางศีรษะโล้นของต้วนหานไต้ซือ ความเย็นวาบแผ่วิ่งไปทั่วร่างเลือดลมในกายกลับตีขึ้นมา พลังที่รั้งไว้แทบปล่อยออกหมดสิ้น แก่นปฐมฌานในกายยังแกว่งไหวสั่นปานเรือที่จะพลิกจม ร่างของหลวงจีนต้วนหานเต้าหยินถึงกลับล้มคุกเข่าลงกับพื้น เขากล่าวพึมพำคำ " อามิตตาพุทธ.." ขึ้นมา เงาภาพที่เคยซ่อนเก็บไว้ในก้นบึ้งของจิตใจตลอด20 ปีที่ผ่านมาปานเกิดขึ้นอยู่ตรงหน้า " ประสกจงฆ่าอาตมาเสียเถิด " คำพูดนี้ถึงกลับหลุดจากปากของต้วนหานไต้ซือ " ฮ่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาๆ" เสียงหัวร่อของจักรพรรดิเหนือหล้าดึงขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ถึงกลับลากยาวกว่าเดิม จนทุกผู้คนที่อยู่ในหมู่บ้านไผ่เขียวถึงกับขนลุกเกรียวกราวขึ้นมา ความเจ็บปวดรวดร้าวเสียใจที่ผ่านมาตลอด 20 ปี เพียงตัดศีรษะของหลวงจีนต่ำช้าลง เพียงฆ่ามันไหนเลยความแค้นที่ฝังอยู่ในใจจะมลายหายไป ไหนเลยพี่ชายของนางจะฟื้นคืนมา ไหนเลยชีวิตของหลวงจีนชั่วช้านี้จะเทียบได้กับชีวิตพี่ชายของนาง เพียงชั่วพริบตาความคิดปรารถนาที่จะทรมานให้หลวงจีนที่อยู่ตรงหน้าทุกข์ทรมานไปชั่วชีวิตบังเกิดขึ้น หยางปี้ที่ยืนประคองร่างตนเองให้ตั้งอยู่ยังลำบาก ยิ่งต้องมารับรู้เรื่องราวที่อยู่ตรงหน้าที่ยากเกินจะเชื่อว่าเกิดขึ้นจริง แต่เสียงหนึ่งที่ดังขึ้นทำให้เขาภาวนาว่าทุกสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นขอให้เป็นเพียงฝันร้ายตื่นหนึ่ง อุแว้ๆ เสียงเด็กทารกน้อยดังขึ้น " ท่านพี่ " เสียงร้องด้วยความตะหนกของหยางเฟยดังตามมาทางด้านหลังของเขา เขาแทบจะหันขวับไปพร้อมเสียงที่เกิดขึ้น บ่าวไพร่ที่อยู่รายรอบต่างอ้าปากค้าง บ้างส่งเสียงออกมาชี้ไปที่ฟู่ชุนพ่อบ้านของหมู่บ้านไผ่เขียวที่กำลังกุมลำคอของหยางเฟยภรรยาของเซียนปราชญ์กระบี่หยางปี้ที่อ้อมอกยังกอดประคองทารกน้อยเอาไว้ สีหน้าแววตาของฟู่ชุนถึงกลับเปลี่ยนไปเป็นชั่วร้ายเย็นชาได้อย่างคาดไม่ถึง " ฟู่ชุน! เจ้าบ้าไปแล้ว ปล่อยหยางเฟยเร็วเข้า "หยางปี้ร่ำร้องออกไป แต่อาการเขากลับกำเริบ สติเขาเริ่มจะเลือนราง มือที่เกาะกุมลำคอของหยางเฟยถึงกับถูกบีบกำลง เสียงของนางที่จะร่ำร้องออกมาอีกถึงกลับถูกปิดกั้นไป " ไข่มุกอัคคีที่อยู่ในตัวเจ้าจงมอบออกมาเสีย "ฟู่ชุนส่งเสียงบีบบังคับเขา " ฟู่ชุนรีบปล่อยนาง "หยางปี้แทบไม่ต้องใช้ความคิด เห็นชัดว่าหากเขาไม่มอบไข่มุกอัคคีที่ห้าปีก่อนบังเอิญพบในถ้ำลึกในดินแดนที่อยู่ในหุบเขาทางตอนใต้ที่มีความร้อนระอุอยู่ตลอดชั่วนาตาปีนี้ออกไป หยางเฟยและบุตรชายเขาต้องถูกทำร้ายอย่างแน่นอน หยางปี้เห็นสถานการณ์คับขัน หลวงจีนต้วนหานไต้ซือคล้ายยอมจำนนให้กับสตรีที่บุกเข้ามา ฟู่ชุนที่เขาเห็นอยู่ตรงหน้าตอนนี้ เขามั่นใจว่าไม่ใช่ฟู่ชุนที่เขารู้จักอีกต่อไปแล้ว ยังมีสิ่งใดให้เขาจะทำได้ดีกว่านี้ หลวงจีนต้วนหานเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่เขาเองก็คล้ายปลาที่ติดร่างอวน แม้ตัวเองยังเอาตัวไม่รอด และหยางเฟยถึงกับถูกคร่ากุมอยู่สุดที่เขาจะช่วยเหลือได้ ไข่มุกที่มีลวดลายสีแดงถูกล้วงออกมา หยางปี้ตัดสินใจโยนไข่มุกลูกนั้นให้กับฟู่ชุน ขวับ! ฟู่ชุนหรือเทวฑูตซ้ายมารหน้าเขียวรับเอาไว้ ความจริงเขาไม่คาดคิดว่าก่อนหน้านี้จักรพรรดิเหนือหล้าจะส่งไก่บินมาแจ้งข่าวเขาว่าจักรพรรดิเหนือหล้าจะเดินทางมาด้วยตัวเอง แสดงว่านางไม่ไว้ใจเขา ทำให้เขาต้องระวังตัวยิ่งขึ้นกว่าเดิม เมื่ออุ้งมือของฟู่ชุนถูกคลายออกหยางเฟยรีบก้าวเข้าไปหาสามีของนาง หยางปี้เห็นฟู่ชุนปล่อยตัวภรรยาเขาหัวใจที่กำลังรัดตัวก็รู้สึกคลายออกมาบ้าง อีกเพียงไม่กี่ก้าวนางก็จะก้าวถึงหยางปี้ที่รอนางอยู่ด้วยสีหน้าร้อนรน ทารกในอ้อมอกก็เริ่มจะเงียบเสียงลงแล้ว  " เดินชักช้ายิ่งนัก ข้าช่วยสงเคราะห์เจ้าเอง " ทันใดนั้นเสียงฟู่ชุนก็ดังขึ้นพร้อมเสียงทึบ  ร่างของหยางเฟยถูกแรงกระแทกที่ฟาดจากฝ่ามือของฟู่ชุนทั้งแม่ทั้งลูกถลาเข้าหาหยางปี้ ไม่มีอาการกระอักเลือดออกมาแต่ความรู้สึกปวดร้าวลุกลามไปทั่วกระดูกในร่างของหยางเฟย ยิ่งกว่าความทรมานที่นางเคยประสบมาตลอดชีวิตของนาง ที่กระแทกใส่กลับเป็นปราณปักษิณวิบัติขั้นประกายเขียวหรือฝ่ามือพิษอเวจีเขียวกร่อนกระดูกของเทวทูตซ้าย นางเป็นเพียงอิสตรีธรรมดาที่ไม่ฝึกยุทธ์ไหนเลยจะทานทนความเจ็บปวดนี้ได้ เพียงไม่นานนางก็สิ้นใจในอ้อมแขนของสามี นับว่าเป็นความโชคดีที่นางสิ้นใจไปก่อนไม่เช่นนั้นเมื่อพลังกัดกร่อนกระดูกกระจายไปทั่วร่างลำตัว แขนขา และศีรษะไหนเลยนางจะทนทรมานไปได้มากกว่านี้ " มารหน้าเขียว " หยางปี้ร้องออกไปสุดเสียงเท่าที่เขามีหยางปี้เมื่อเห็นร่างของฟู่ชุนเมื่อยามฟาดฝ่ามือนี้ออกผิวหนังเกิดเป็นสีเขียวระเรื่อขึ้นมา ฟู่ชุนที่อยู่ตรงหน้าเขากลับเป็นมารหน้าเขียวที่เขาเคยได้ฟังคำเล่าลือมาก่อนหน้านี้ปลอมแปลงโฉมเข้าในหมู่บ้านไผ่เขียวของเขา เมื่อเห็นหยางเฟยสิ้นใจลงต่อหน้า  เขารีบใช้สติที่เหลืออยู่เพียงเลือนรางครุ่นคิดอย่างหนัก หลวงจีนต้วนหานก็คล้ายกระทบกระเทือนทางจิตใจอย่างรุนแรง ขณะที่ตอนนี้เขายังพอมีสติพลันกัดฟันโอบอุ้มทารกที่อยู่ในอ้อมแขนกระบี่ประจำกายยังทิ้งไว้ ร่างทะยานออกไปยังด้านข้างดีดกายพุ่งตัวออกจนพ้นกำแพงหมู่บ้านไผ่เขียวหายออกไป ขณะองค์รักษ์ชุดขาวเกราะทองจะติดตามไป" พวกเจ้าไม่ต้องตามเขาไป " จักรพรรดิเหนือหล้าสั่ง ตอนนี้นางไม่สนใจสิ่งใดแล้ว เพียงเห็นร่างของหลวงจีนที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้า เมื่อนางได้ไข่มุกมังกรอัคคีไว้ในมือ เซียนปราชญ์กระบี่หยางปี้ย่อมไม่สำคัญแล้ว และเขาถูกพิษย้อนสวรรค์ย่อมคลุ้มคลั่งสูญเสียความทรงจำในที่สุด ไม่มีความสำคัญใดอีก ต้วนหานไต้ซือเห็นภาพที่เกิดขึ้นอดสะท้านสะเทือนใจมิได้ หยางปี้ภรรยาเขาถูกฆ่า สติคล้ายจะคลุ้มคลั่งโอบอุ้มทารกน้อยที่เป็นบุตรชายหนีหายไป นับว่าชะตาชีวิตช่างโหดร้ายกับเขานัก " เราจะยังไม่ฆ่าแก แต่จะให้แกทรมานเสียยิ่งกว่าตกตายเสียอีกเจ้าหลวงจีนเฒ่า " ดวงตาของจักรพรรดิเหนือหล้ามองร่างของหลวงจีนต้วนหานที่คุกเข่าอยู่ ความคั่งแค้นในใจนางกว่า 20 ปีจะระบายออกมาให้สาสมแก่ใจนางแล้ว รอยยิ้มอำมหิตเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นภายใต้หน้ากากสีทอง...  ............................. บนเส้นทางออกจากมณฑลใหญ่ทักษิณ ร่างของเผิงเป่ยในวัยกลางคนที่เดินทางกลับจากเยี่ยมญาติของเขาที่ชื่อเถียนหวงเซ่อในตัวเมืองมณฑลใหญ่ทักษิณเพื่อเดินทางกลับมณฑลใหญ่ประจิมที่ด้านหน้าของเขาถึงกลับมีร่างคนผู้หนึ่งคล้ายคนที่เสียสติโอบอุ้มทารกผู้หนึ่ง " นะ น้องชาย ข้าฝากชีวิตลูกชายข้า ให้ทะท่าน.. "เป็นเซียนปราชญ์กระบี่หยางปี้ที่ประคับประคองร่างหนีออกจากหมู่บ้านไผ่เขียว ที่ตอนนี้แทบจะคลุ้มคลั่ง เมื่อรู้ว่าสติเริ่มจะเลือนหายไปทุกขณะ ก่อนที่จะลืมไปว่าตนเองและทารกในอ้อมแขนเป็นใคร ทันใดนั้นปรากฏร่างคนผู้หนึ่งที่เดินอยู่ตรงหน้า เขาตัดสินใจส่งมอบร่างบุตรชายที่มีอายุเพียง 5 เดือนให้เขาไป เพราะหากอยู่กับเขาเด็กน้อยผู้นี้ไม่รู้จะเป็นอย่างไรและเขาจะเป็นอย่างไร " อะไรกัน จะ เจ้า เจ้าเป็นผู้ใด ไม่เอาๆ เอาคืนไป "เผิงเป่ยพยายามเรียกชายที่มอบทารกนี้ให้เขา แต่ชายคนนั้นกลับวิ่งออกไปอย่างไร้ทิศทางก่อนหายลับไป เผิงเป่ยมองเด็กทารกร่างจ้ำม่ำที่ตอนนี้เริ่มหยุดร้องและยิ้มให้เขา ที่คอเด็กคนนี้กลับห้อยแผ่นหยกชิ้นหนึ่ง เขามองแผ่นหยกชิ้นนั้น ความคิดต่างๆประดังเข้ามาทั้งทิ้งเด็กคนนี้ไป นำทารกน้อยกลับไปให้ญาติที่อยู่มณฑลใหญ่ทักษิณ  หลังครุ่นคิดพักใหญ่สุดท้ายเขาจึงตัดสินใจนำเด็กทารกผู้นี้กลับมายังมณฑลใหญ่ประจิมที่เปิดเป็นร้านอาหารที่ตั้งอยู่เชิงเขาบรรพตค้ำฟ้า  และตั้งชื่อให้เด็กผู้นี้ว่า ‘เถียนอี้เหอ’ และบอกทุกคนว่าเด็กผู้นี้เป็นบุตรของญาติห่างๆที่เขาเก็บมาเลี้ยง .......................................

     

    คล้ายกับเรื่องอภินิหารเทพปฐมภพ ที่คุณอ่าน