ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 39 ถุงหยินหยาง

            “ขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสมบูรณ์หรือ ไม่เลวเลยจริงๆ”

            โซ่วหู่กระโจนเข้าไปหาตู้เซ่าฝู่พร้อมกับจ้องเหยื่อด้วยแววตาที่เกรี้ยวกราดดั่งเสือในดวงตาของตู้เซ่าฝู่มีแสงประหลาดกะพริบวิบวับ เขาเลือกที่จะไม่หลบการโจมตีทำการรวบรวมพลัง เกิดแสงสีทองอ่อนแผ่ออกมารอบกาย มีอักษรยันต์ไหลเวียนออกมาโดยรอบพลังอันดุดันร้ายกาจพรั่งพรูออกมาราวกับลาวาที่ปะทุออกมาจากภูเขาไฟเขาหวดแขนขวาใส่โซ่วหู่ที่กระโจนเข้ามาตรงๆ

            “โครม!”

            เมื่อตู้เซ่าฝู่เหวี่ยงแขนอักษรยันต์สีทองก็ไหลท่วมท้นออกมาและไหลเรียงตัวกลายเป็นร่างเงาของปีกยักษ์สีทอง เขาต่อยไปที่ร่างของโซ่วหู่อย่างโหดเหี้ยมไม่ได้มีการหลบการโจมตีใดๆ นี่คือการปะทะที่ดุเดือดที่สุดคือการรับการโจมตีที่แข็งกร้าวที่สุด ไม่มีคำสวยหรูใดๆ มาบรรยายได้เลย

            “ปึงๆ!”

            พวกเขาปะทะกันตรงๆไปเลยเช่นนี้ ร่างเงาของปีกยักษ์สีทอง ปล่อยพลังอานุภาพอันมหาศาลรุนแรงราวกับภูเขาไฟระเบิด

            หลังจากการปะทะตู้เซ่าฝู่ถอยหลังโซซัดโซเซสองก้าวถึงจะยืนทรงตัวได้ใบหน้าอันคมคายแสดงสีหน้าที่ยินดีออกมา เป็นดั่งที่ตนคิดไว้ไม่มีผิด หลังจากกินเห็ดหลินจือโลหิตทารกเข้าไปร่างของเขาก็ผ่านขั้นตอนการบ่มเพาะร่าง ทำให้ร่างกายแข็งแกร่งทนทานยิ่งขึ้นทำให้เขามีพลังทางกายภาพที่แข็งแรงไม่ล้มโดยง่ายวิชาการฝึกฌานของเหยี่ยวยักษ์ปีกทองน่ากลัวและรุนแรงจริงๆ

            “ตึงๆ!”

            โซ่วหู่กระเด็นถอยหลังไปสักพักเมื่อถึงก้าวสุดท้าย พื้นพสุธาก็เกิดรอยแยก เขาจึงรีบถอยหลังไปอีกสิบก้าวจากนั้นจึงยืนทรงตัวได้และเขาก็เงยหน้าไปมองตู้เซ่าฝู่ พูดด้วยความรู้สึกๆ ประหลาดใจ “ขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสัมผัสพลังลี้ลับทำไมจึงแข็งแกร่งได้เพียงนี้!”

            “ฮึๆ!”

            เมื่อพูดจบยังไม่ทันหายใจ โลหิตสีแดงสดก็พ่นออกมาจากทางปากของโซ่วหู่เขายิ่งเห็นเหตุการณ์ก็ยิ่งตะลึง

            “ข้าไม่เคยทำอะไรเจ้า เจ้ากลับไล่สังหารข้าไม่รู้จักจบจักสิ้นวันนี้ก็คิดบัญชีให้จบไปเลยแล้วกัน!”

            ตู้เซ่าฝู่กระทืบเท้าคราวนี้เขาเป็นฝ่ายลงมือก่อน ร่างของเขาพุ่งออกไปราวกับสายฟ้าการเคลื่อนไหวดั่งเหยี่ยวยักษ์สยายปีก กิริยาเหมือนเหยี่ยวนกเขาที่กระโจนล่าเหยื่อชั่วพริบตาเดียวเขาก็ไปปรากฏต่อหน้าโซ่วหู่แล้ว พลังปราณหลั่งทะลักออกมาจากฝ่ามือเขากำหมัด จากนั่นก็ซัดโพล่งออกไปใส่โซ่วหู่อย่างแรง

            โซ่วหู่สีหน้าเปลี่ยนเมื่อครู่ที่ประมือกับตู้เซ่าฝู่เขารู้สึกว่าเด็กหนุ่มคนนี้มีความเกรี้ยวกราดน่ากลัวราวกับอสูรร้ายตัวหนึ่งรัศมีพลังของเด็กคนนี้สร้างความรู้สึกกดดันดั่งว่ากำลังเผชิญหน้ากับอสูรร้ายตัวหนึ่งเขาแอบรู้สึกใจสั่น ความเร็วของชายหนุ่มคนนี้ก็เร็วกว่าที่เขาจินตนาการไว้มากเหลือเกิน

            โซ่วหู่ไม่สามารถหลบหนีได้เลยเขาจึงรวบรวมพลังปราณ มีอักษรยันต์ออกมาหุ้มพลังหมัดจากนั้นเขาก็ส่งพลังนี้ออกปะทะ

            “ปึงๆๆ!!!”

            เสียงปะทะของพลังหมัดสองขั้วชนเข้าหากันอย่างแรงเกิดเป็นเสียงปึงติดกันทั้งหมดสิบสามครั้งคลื่นพลังอานุภาพสุดรุนแรงถูกส่งออกไปสิบสามครั้งพลังแต่ละครั้งจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ซัดใส่ราวกับสามารถกวาดทุกสิ่งทุกอย่างราบเป็นหน้ากลองสุดท้ายพลังหมัดก็โถมใส่โซ่วหู่อย่างรุนแรง

            “เปราะ...”

            เกิดเสียงกระดูกหักออกมาโซ่วหู่หน้าแดงราวกับตับหมูจากความเจ็บปวด เขาทรมานจนชักดิ้นชักงอ กำหมัดของเขาที่ถูกพลังของอีกฝ่ายกระแทกจนกระดูกที่มือร้าวแตกเป็นเสี่ยงๆแรงสั่นสะเทือนนี้กระทบไปถึงอวัยวะภายในจนระบมไปทั้งร่าง

            “ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปชื่อของกลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาวถูกลบไปจากเทือกเขาอสุรกายแห่งนี้!”

            เงาของตู้เซ่าฝู่ปรากฏต่อหน้าของโซ่วหู่อีกครั้งเขาเคลื่อนไหวไวปานสายฟ้า รอบกายมีประกายแสงอักษรยันต์ เขาใช้หมัดคลื่นซัดไปที่กลางอกของโซ่วหู่อย่างรุนแรงเป็นพลังที่อานุภาพร้ายกาจราวกับคลื่นสึนามิซัดใส่

            รูม่านตาของโซ่วหู่หดลงขณะนี้เขาเห็นพลังความสามารถของเด็กหนุ่มที่อยู่ด้านหน้าเขาได้อย่างชัดเจนแล้วน่าเกรงกลัวยิ่งกว่าพวกศิษย์วัยรุ่นจากสำนักกระเงี้ยวนิล และสำนักยันต์ปราณหากรู้แต่แรก เขาคงไม่กล้าลองดีกับเด็กหนุ่มน่ากลัวคนนี้หรอก

            “ฟู่!”

            โซ่วหู่พ่นเลือดออกมาทางปากมีเสียงร้าวหักมาจากกระดูกและเส้นเอ็น อวัยวะภายในทั้งหมดถูกกระเทือนจนสาหัสร่างของเขากระเด็นลอยในอากาศ เมื่อตกสู่พื้นดิน ชีวิตก็ดับสูญเสียแล้ว

            ผู้ฝึกฌานขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสมบูรณ์ถูกฆ่าตายไปเช่นนี้แพ้อย่างราบคาบหมดสภาพมากๆ ช่างเป็นพลังที่ดุดันร้ายกาจไร้เทียมทานเหลือเกิน!

            กัวหมิงหลินป๋อกวังและคนอื่นที่อยู่รอบๆ ตะลึงตกใจอ้าปากค้างอยู่นานพวกเขาคือพยานที่เห็นเหตุการณ์นี้เองกับตาต่างขนลุกจนไม่รู้จะพรรณนาความรู้สึกในใจอย่างไร

            ลวี่คุนและคนในกลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาวที่เหลืออยู่เมื่อพบเห็นเหตุการณ์นี้ทุกคนต่างก็มีสีหน้าแย่แทบดูไม่ได้กันทั้งนั้นไม่มีใครคาดคิดว่าโซ่วหู่ที่มีฌานขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสมบูรณ์จะมาถูกเด็กหนุ่มที่ไหนไม่รู้ฆ่าตาย ตู้เซ่าฝู่แสยะยิ้ม กำหมัดสองข้างเขานึกไม่ถึงว่าขั้นสัมผัสพลังลี้ลับจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าขั้นสร้างรากฐานถึงเพียงนี้โดยเฉพาะหลังจากที่กินเห็ดหลินจือโลหิตทารกไปแล้ว ร่างกายของเขาก็แข็งแรงอึดถึกมากยิ่งขึ้นที่เขามีรัศมีของความร้ายกาจดุดันมีผลเนื่องมาจากร่างที่แข็งแกร่งและความแข็งแกร่งนี้ก็ยิ่งใหญ่ราวกับราชาอสูรก็ไม่ปานนี่ทำให้เขายิ่งรู้สึกยโสและลำพองใจ

            “หัวหน้ากลุ่มใหญ่ตายแล้ว รีบหนีเร็ว”

            นักล่าอสูรของกลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาวต่างก็ตกใจกลัวไม่มีใครกล้าไปแหย็มหาเรื่องด้วย วิ่งหนีตายกันอย่างฉุกละหุก

            “โฮก!”

            มีเสียงคำรามสนั่นฟ้าดังขึ้นจากนั้นก็มีอสูรราชาพยัคฆ์ตัวใหญ่ปรากฏตัวขึ้นคนของกลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาวสองคนที่มีฌานในขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสร้างรากฐานที่วิ่งหนีไปได้ไวที่สุดถูกอสูรพยัคฆ์ตัวนี้ตะครุบฉีกร่างเป็นชิ้นๆ ศพมีโลหิตพุ่งกระฉูดเป็นสายเห็นแล้วน่าขวัญผวาอย่างมาก

            “นั่นมันอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนนี่”

            ผู้คนที่เห็นต่างกลัวจนตัวสั่นระริกมีอสูรเสือยักษ์ขนาดราวๆ ยี่สิบจั้งสยายปีกบินว่อนอยู่กลางอากาศมองลงมาด้วยสายตาดุดันอาฆาต ความร้ายกาจของมันทำให้หลินป๋อกวัง กัวหมิงจูเสวี่ยและคนอื่นๆ เองก็ตะลึงตกใจ

            เพียงแต่อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนฉีกร่างฆ่านักล่าอสูรขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสร้างรากฐานสองคนนั้นไปแล้วก็พลิกตัวบินหนีไป ไม่ได้จู่โจมคนอื่นๆเหตุการณ์นี้ทำให้คนยิ่งตะลึงงันกันขึ้นไปใหญ่

            “หนีเร็ว”

            นักล่าอสูรของกลุ่มเสือดาวขาวคนอื่นๆหลังจากตะลึงจากภาพเมื่อสักครู่ ก็จ้องดูอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนกางปีกบินห่างไปไกลจากนั้นก็รีบถอยทัพหนีออกไปจากตรงนั้นกัน

            ตู้เซ่าฝู่นั่งยองๆข้างศพของโซ่วหู่ จากนั้นทำการค้นร่าง สุดท้ายเขาก็พบถุงๆ หนึ่งขนาดราวๆฝ่ามือออกมาจากเสื้อบริเวณอก บนถุงนั้นมีอักษรยันต์ผนึกอยู่

            “นี่คือถุงหยินหยางของเขาสินะ ของทุกอย่างน่าจะเก็บไว้ในถุงหยินหยาง” จูเสวี่ยเดินมาด้านหน้าของตู้เซ่าฝู่ แววตาของนางดูสงสัยแปลกใจ

            “ถุงหยินหยาง”

            ตู้เซ่าฝู่ยิ้มได้ยินว่ามีเพียงนักเวทยันต์ที่สามารถสร้างถุงหยินหยางออกมาได้ ถุงหยินหยางใบเล็กๆนี้ จะมีอักษรยันต์ที่สลักไว้โดยนักเวทยันต์ ทำให้ภายในถุงเกิดพลังหยินหยางสามารถหดกระชับบีบอัดพื้นที่ได้ ได้ยินว่านักเวทยันต์ยิ่งแข็งแกร่งยิ่งสร้างถุงหยินหยางที่มีพื้นที่ข้างในได้กว้างขึ้น ดังนั้นจะเก็บของได้มากกว่า

            ตู้เซ่าฝู่หยิบถุงหยินหยางเก็บไว้ในเสื้อกลางอกถุงหยินหยางเองก็เป็นสมบัติอย่างหนึ่งอยู่แล้ว ไม่ใช่ของที่คนธรรมดาจะมีกันตู้เซ่าฝู่จึงไม่มีทางพลาดมันไปหรอก หลังจากหยิบเสร็จเขาก็ลุกขึ้นยืน

            “ขอบคุณที่เจ้าช่วยชีวิตข้า” ริมฝีปากแดงระเรื่อของจูเสวี่ยขยับนางยิ้มให้กับตู้เซ่าฝู่ เวลานางยิ้มช่างงดงามเป็นที่สุดในแววตาของนางซ่อนความรู้สึกบางอย่างไว้

            “แค่บังเอิญน่ะ”

            ตู้เซ่าฝู่พยักหน้าเขามีอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนติดตามอยู่ ดังนั้นจึงสามารถออกมาจากช่องหน้าผาลึกได้อย่างง่ายดายเขานึกไม่ถึงว่าจะได้พบกับจูเสวี่ยและคนอื่นๆ อีกแต่อย่างไรก็ตามเขามีเรื่องต้องชำระกับกลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาวให้จบดังนั้นภัยที่เกิดเมื่อสักครู่ เขาเลยยื่นมือเข้าไปช่วยตามสถานการณ์

            “สหายเซ่าฝู่” กัวหมิงวิ่งเข้ามาหาอย่างดีใจ เอ่ยกับตู้เซ่าฝู่ว่า “นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะช่วยพวกเราอีกแล้ว”

            “แค่นิดหน่อยเอง เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่?” ตู้เซ่าฝู่ยิ้มให้บาดแผลบนแขนของกัวหมิงดูสาหัสอยู่ไม่เบา

            กัวหมิงส่ายศีรษะสายตาของเขาเหลือบไปมองบาดแผลบนแขนของเขา ทำหน้าแสดงสื่อออกไปว่าสบายๆ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรและเอ่ยว่า “เรื่องเล็กนิดเดียว ไม่เป็นอะไรหรอกเดี๋ยวกินยาลูกกลอนรักษาและทำสมาธิฟื้นฟูไม่กี่วันก็หายดีแล้ว”

            “ที่แท้คือเจ้านี่เอง เจ้าชื่อตู้เซ่าฝู่ใช่หรือไม่ขอบคุณที่เมื่อสักครู่ช่วยเหลือไว้ ข้าชื่อหลินป๋อกวังเป็นศิษย์ของสำนักกระเงี้ยวนิล”

            หลินป๋อกวังเดินเข้าไปข้างๆตู้เซ่าฝู่ เขาเคยเห็นตู้เซ่าฝู่แสดงฝีมือเมื่อพบกันครั้งแรกและเหตุการณ์ที่ช่องเขาจิตพิภพก็ทำให้เขาตะลึงไปแล้วครั้งหนึ่งการแสดงฝีมือของตู้เซ่าฝู่เมื่อสักครู่นี้ ทำให้เขาประหลาดใจอีกครั้งเสิ่นเหยียนแห่งสำนักยันต์ปราณที่เคยทำเป็นเมินเฉยทว่าครั้งนี้กลับเข้ามาทักทายก่อนนี่ยิ่งทำให้พิสูจน์ได้ว่าสถานะของตู้เซ่าในตอนนี้ยิ่งใหญ่และน่าเกรงขาม

            “ข้าตั้งใจช่วยเหลือแค่คนที่สนิทรวมถึงข้าเองก็มีแค้นที่ต้องชำระกับกลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาวไม่ได้จงใจออกตัวช่วยเหลือเจ้า ไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก” ตู้เซ่าฝู่พูดกับหลินป๋อกวัง

            “ไม่เป็นไร ข้าเองก็ขอบคุณที่เจ้าออกมือเจ้าช่วยศิษย์น้องจูเสวี่ย ส่วนข้าอย่างไรโซ่วหู่ก็ฆ่าข้าไม่ได้หรอก ไม่จำเป็นต้องขอบคุณเจ้าหรอก”

            หลินป๋อกวังได้ยินคำพูดของตู้เซ่าฝู่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่เมื่อเขาเห็นสายตาที่จูเสวี่ยมองตู้เซ่าฝู่ก็บอกกับตู้เซ่าฝู่ว่า “อย่าคิดว่าเจ้าแข็งแกร่งกว่าข้า แล้วจะแย่งศิษย์น้องจูเสวี่ยกับข้าได้ข้าบอกเจ้าไว้เลย ใครคิดจะแย่งศิษย์น้องจูเสวี่ยกับข้าละก็ ข้าจะขอสู้ตายกับคนคนนั้น”

            ตู้เซ่าฝู่มองหลินป๋อกวังเขาตกใจไม่รู้จะตอบอย่างไร เลยยิ้มไปอย่างงงๆ

            “หลินป๋อกวัง ข้าไม่ใช่ศิษย์น้องของเจ้า แล้วก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเจ้าหากเจ้ายังพูดอะไรซี้ซั้วอีก ข้าจะไม่เกรงใจแล้วนะ”

            ดวงตาสุกใสดั่งสายน้ำของจูเสวี่ยแผ่รังสีความเย็นชาออกมา นางโมโหจนกระทืบเท้าไม่พอใจที่หลินป๋อกวังพูดถึงนางเช่นนั้นนางกับเขาก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ด้วยเลยขณะนี้ไม่รู้ว่าเหตุใดนางจึงสนใจว่าเด็กหนุ่มที่มาช่วยเหลือนางคนนี้จะมองนางอย่างไรมากนางแอบเหล่ตามองดูปฏิกิริยาของตู้เซ่าฝู่

            หลินป๋อกวังได้ยินก็ไม่ได้โกรธอะไรยิ้มและบอกกับจูเสวี่ยว่า “ศิษย์น้องจูเสวี่ยไม่ต้องโมโห ข้าไม่พูดแล้ว ข้าจะฟังเจ้า”

            “เจ้า!!!”

            จูเสวี่ยหรี่ตาและมองบนเบ้ปาก จากนั้นก็เดินหลบไปข้างๆ ไม่พูดอะไรอีกท่าทางนี้แสดงออกว่านางไม่อยากยุ่งวุ่นวายอะไรกับหลินป๋อกวังหลายวันที่ได้มาอยู่กับเขา นางก็รู้วิธีที่จะหลบหลีกหลินป๋อกวัง หากยิ่งไปสนใจเขาเขาก็จะยิ่งรังควาน

            “สหายตู้เซ่าฝู่ ขอบคุณที่ช่วยเหลือลวี่คุนก็เป็นพวกเดียวกับกลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาวคนของสำนักอสรพิษสวรรค์ช่างน่ารังเกียจเหลือเกิน”

            เสิ่นเหยียนเองก็เดินเข้าไปหาตู้เซ่าฝู่เขาเปิดศึกต่อสู้กับลวี่คุนอย่างดุเดือด ยังตัดสินผลแพ้ชนะไม่ได้เขามองลวี่คุนที่อยู่ไกลๆ พร้อมส่องสายตาอาฆาตให้ทว่าตัวเขาเองก็ไม่มีความสามารถพอที่จะไปจัดการลวี่คุน

            “แล้วเกี่ยวอะไรกับข้าล่ะ” ตู้เซ่าฝู่ไม่แม้แต่ที่จะมองหน้าเสิ่นเหยียนตรงๆ

    คล้ายกับเรื่องยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน