ตอนที่ 25 กลับบ้าน (1)
หลินซื่อกังวลเรื่องนี้มาตลอด เมื่อได้ยินเข้าก็เอ่ยขึ้นคำหนึ่งว่า “ได้”
นับจากเช้าวันนี้ที่เถียนไฉ่เวยอาศัยอำนาจของผู้ใหญ่บ้านเรียกคืนความเป็นธรรมให้พวกนางสามแม่ลูกเป็นครั้งแรก หลินซื่อก็ได้รับรู้ถึงประโยชน์ของการขอความช่วยเหลือจากภายนอกจึงอนุญาต
สามแม่ลูกลากเกวียนมาถึงประตูบ้านผู้ใหญ่บ้าน เถียนไฉ่เวยตบประตูบ้านที่ปิดสนิท
ผู้ที่เปิดประตูเป็นคู่ชีวิตของผู้ใหญ่บ้าน นางจดจำแม่ลูกเถียนไฉ่เวยได้ ตอนกินข้าวเที่ยงก็ได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้นในบ้านตระกูลเถียนเมื่อตอนเช้าจากปากของผู้ใหญ่บ้าน ตอนนี้เห็นว่าบนใบหน้าของสามแม่ลูกที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อกำลังยืนอยู่เบื้องหน้านางด้วยความเหนื่อยล้า ข้างกายยังมีเกวียนที่วางตะกร้าดอกฝ้ายอยู่หลายใบก็อดเอ่ยถามด้วยความสงสัยไม่ได้ “ไฉ่เวย พวกเจ้าทำอะไรกัน เหตุใดจึงลากดอกฝ้ายมาที่หน้าบ้านของพวกเราล่ะ”
เถียนไฉ่เวยแสร้งทำท่าทางหวาดกลัวยิ่ง ตัวสั่นระริกพลางเอ่ย “ท่านปู่สั่งให้พวกเราสามแม่ลูกเก็บดอกฝ้ายเหล่านี้ตลอดทั้งบ่าย
“เขาพูดกับพวกเราว่าหากพวกเราไม่เก็บดอกฝ้ายทั้งห้าหมู่ให้เสร็จในวันนี้ ตอนเย็นห้ามกินข้าว ท่านปู่ของข้าพูดคำไหนคำนั้น
“ไม่กินข้าวนับเป็นเรื่องเล็ก ข้ากลัวว่าท่านปู่จะใช้กฎของตระกูลมาทุบตีพวกเรา เช้านี้ท่านปู่เพิ่งตีท่านแม่ไป ท่านแม่ของข้าไม่อาจถูกตีอีกได้ ดังนั้นข้าจึงอยากเชิญให้ผู้ใหญ่บ้านไปส่งพวกเราสามคนแม่ลูกกลับบ้าน และขอร้องท่านปู่อย่าให้เขาตีพวกเราเจ้าค่ะ”
ฮูหยินเฒ่าบ้านผู้ใหญ่บ้านมองหลินซื่อสามแม่ลูกด้วยความเห็นใจ แม้ว่าบ้านของนางจะอยู่ห่างจากบ้านตระกูลเถียน แต่ก็อยู่ในหมู่บ้านเดียวกันนางรู้สถานการณ์ทั้งหมดของหลินซื่อสามแม่ลูกว่าถูกบ้านของสามีรังแก ซึ่งสาเหตุก็เพราะหลินซื่อไม่มีบุตรชาย
การที่หลินซื่อไม่มีบุตรชายนั้นเป็นความผิดของใคร นั่นก็เป็นความผิดของตระกูลเถียนไม่ใช่หรือ หากไม่ใช่เพราะความเลินเล่อของเว่ยซื่อแม่สามีของหลินซื่อ บุตรชายของนางจะตกน้ำจนตามหาร่างไม่พบได้อย่างไร ตระกูลเถียนไม่มีความรู้สึกผิดต่อหลินซื่อซ้ำยังเอาจุดอ่อนนี้มารังแกพวกนางแม่ลูกอีก บรรดาชาวบ้านในระยะสิบลี้แปดหมู่บ้านนี้มีใครบ้างที่ไม่นินทาตระกูลเถียนลับหลังว่าเลวเสียยิ่งกว่าสุกรและสุนัข จิตใจโหดเหี้ยมอำมหิตนัก
ฮูหยินเฒ่าเป็นคนมีนิสัยยุติธรรม ทนเห็นเรื่องชั่วร้ายแบบนี้ไม่ได้จึงรับปากแทนผู้ใหญ่บ้านทันที “ได้ ข้าจะไปเรียกตาเฒ่าของข้ากลับบ้านไปพร้อมกับพวกเจ้าเดี๋ยวนี้”
ผู้ใหญ่บ้านเพิ่งกินข้าวเย็นเสร็จ กำลังจิบชาผ่อนคลายอยู่ในห้องโถง เมื่อถูกฮูหยินไล่ให้ไปส่งหลินซื่อสามแม่ลูกก็เกิดความรู้สึกไม่พอใจอยู่ในใจหลายส่วน
เขาไม่ได้โกรธเคืองหลินซื่อแม่ลูกเพราะพวกนางน่าสงสารมากพอแล้ว แต่เขาโกรธตระกูลเถียนที่มักจะหาเรื่องมาให้เขา ตอนเช้าเขาใช้เวลากว่าหนึ่งชั่วยามถึงแก้ปัญหาของบ้านนั้นได้ ก่อนจากมายังกำชับห้ามพวกเขารังแกหลินซื่อแม่ลูกอีก ยังไม่ทันพ้นวันบ้านนั้นก็เริ่มรังแกหลินซื่อแม่ลูกอีกแล้ว ช่างน่าแค้นใจจริงๆ
เมื่อมองเห็นประตูบ้านตระกูลเถียนอยู่เบื้องหน้า เถียนไฉ่เวยก็เอ่ยกับผู้ใหญ่บ้าน “ท่านผู้ใหญ่บ้าน ผู้น้อยมีเรื่องหนึ่งอยากขอร้อง ผู้น้อยต้องการให้ท่านหลบอยู่ด้านนอกประตูบ้านก่อน ให้แค่พวกเราสามแม่ลูกเข้าไป รอให้ได้หลักฐานว่าตระกูลเถียนรังแกพวกเราแล้ว ผู้ใหญ่บ้านค่อยเข้าไป แบบนี้หากตระกูลเถียนคิดจะไม่ยอมรับก็ทำไม่ได้”
ผู้ใหญ่บ้านได้ยินดังนั้นก็ยิ้ม “เจ้าช่างเป็นเด็กที่เฉลียวฉลาดจริงๆ แต่แผนการของเจ้ายังมีช่องโหว่เล็กน้อย ให้ข้าช่วยเจ้าทำให้สมบูรณ์แบบเถอะ”
ดังนั้นหลินซื่อสามแม่ลูกจึงไม่ได้รีบร้อนเข้าไป รอให้ผู้ใหญ่บ้านวางแผนเสร็จแล้วเถียนไฉ่เวยถึงได้เคาะประตูบ้านตระกูลเถียน เว่ยซื่อเป็นผู้เปิดประตู สายตาที่มองเถียนไฉ่เวยดูอำมหิตเป็นพิเศษราวกับเห็นศัตรูคู่แค้นที่ไม่อาจอยู่ร่วมโลกกันได้
เถียนไฉ่เวยรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แม้เว่ยซื่อจะไม่ชอบนางมาตลอด แต่ก็ไม่ค่อยใช้สายตาอำมหิตขนาดนี้มองนาง หรือเป็นเพราะการสั่งสอนเว่ยซื่อเมื่อเช้าทำให้อีกฝ่ายแค้นฝังใจ จึงพลอยโกรธแค้นนางเป็นพิเศษหรือ
เมื่อคิดถึงเหตุผลนี้เถียนไฉ่เวยก็เข้าใจแล้ว