หลังจากอวี้ชิงหนานถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส มันก็ถูกพามาที่จวนเสนาบดีลิ่ว ก่อนอวี้ชิงลั่วจะเร่งทำการรักษาบาดแผล ด้วยวิชาแพทย์อันล้ำเลิศ จนผ่านไปหลายชั่วยาม มันก็พ้นขีดอันตรายในที่สุด...
“หนานหนานเป็นอย่างไรบ้างชิงลั่ว” เสนาบดีลิ่วเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง ขณะที่เขากำลังนั่งอยู่อวี้ชิงลั่วในห้องโถง
“ยามนี้หนานหนานปลอดภัยแล้ว แม้นแผลจะลึก แต่ก็ไม่เหลือบ่ากว่าแรงของข้า”
“สมแล้วที่เป็นเจ้า แรกที่เห็นเขาถูกพาตัวมา ตอนนั้นข้าตกใจแทบแย่ โชคดีนักที่เขามีมารดาเก่งกาจเช่นเจ้า”
“ท่านเสนาบดีกล่าวชมข้าเกินไปแล้ว หนานหนานรอดตายมาได้ก็จริงแต่ข้าก็อดโทษตนเองไม่ได้” อวี้ชิงลั่วเอ่ยด้วยสีหน้าเศร้า ก่อนที่เสนาบดีลิ่วจะมุ่นคิ้วด้วยความงุนงง จากนั้นจึงถามขึ้น
“เพราะเหตุใดเจ้าถึงกล่าวโทษตนเองหรือชิงลั่ว” อวี้ชิงลั่วได้ฟังก็ถอดทอนหายใจ ก่อนจะเล่าความจริงบางส่วนที่นางทะเลาะมีปากเสียงกับบุตรชายในตอนนั้นให้เสนาบดีลิ่วทราบ
...
“โอ้ เป็นเช่นนี่นี้เองเพราะเขาไม่อยากแต่งงานกับอี้หนิงเอ๋อ จึงมีปากเสียงกับเจ้า และหนีออกจากจวนไปเกิดเรื่อง”
“ชิงลั่วต้องขออภัยท่านเสนาบดีในเรื่องนี้ด้วย”
“ไม่ต้องขอโทษข้าหรอกชิงลั่ว ถึงแม้นเรื่องการแต่งงานจะเป็นธุระของผู้ใหญ่เช่นพวกเรา แต่เรื่องหัวใจเห็นทีจะบังคับกันไม่ได้ ในเมื่อไร้วาสนา และเด็กสองคนไม่ได้มีใจตรงกัน เช่นนั้นเรื่องการแต่งงานก็ควรยกเลิก”
“ชิงลั่วขอบใจท่านเสนาบดีมาก ๆ ที่เข้าใจหนานหนาน ข้าเองก็เสียใจไม่น้อยที่อดได้อี้หนิงเอ๋อมาเป็นสะใภ้ แต่ข้าเชื่อว่านางจะต้องพบเจอคนที่เหมาะสม และคู่ควรในอนาคตเป็นแน่” อวี้ชิงลั่วระบายยิ้มบาง ๆ ก่อนจะกล่าวตอบ และในยามนั้นเองที่มีกลุ่มคนกลุ่มใหญ่ได้เดินเข้ามาถายในห้องโถง ซึ่งพวกเขาก็คือ สำนักคุมภัยกิเลนทองซึ่งมี เสวียอี้ อดีตสามีอวี้ชิงลั่วที่เป็นหัวหน้านั้นเอง
“โอ้ มาแล้วหรือ เสวียอี้เป็นอย่างไรบ้าง”
“เรียนท่านเสนาบดี คนร้ายที่จับตัวหนานหนานไปถูกสังหารเกือบหมดแล้ว ยกเว้นตัวของ....เท่านั้นที่ถูกจับเอาไว้ ข้ามิได้ฆ่ามันเพราะ...” เสวียอี้อ้ำอึ้งก่อนจะชำเลืองมองอวี้ชิงลั่ว ด้วยเขาทราบดีว่า...มีศักดิ์เป็นศิษย์ร่วมสำนักเดียวกับบิดาของอดีตภรรยา จึงยั้งมือไม่จัดการตั้งแต่ตอนที่อยู่ในวัด อวี้ชิงลั่วที่เห็นก็ทราบถึงสิ่งที่เสวียอี้ทำ นางจึงเอ่ยออกมาว่า
“ท่านไม่ฆ่ามันน่ะดีแล้ว คนชั่วช้าอย่างมันสมควรไปทุกข์ทรมานอยู่ในคุกสักสิบปี ยี่สิบปี”
“ติดคุกสิบปี ยี่สิบปี หากเทียบกับเรื่องการลักพาตัว และทำร้ายหนานหนานโทษดูจะไม่ยุติธรรมกับมันเท่าไหร่ แต่เจ้าไม่ต้องห่วงชิงลั่ว ดูเหมือน ...จะมีความผิดในเรื่องอื่นในอดีตที่ก่อไว้อีกมากนัก ข้าจะคุดคุ้ยจนมันติดคุกหัวโต และไม่สามารถออกมาสร้างความวุ่นวายให้กับ พวกเจ้าหรือคนอื่น ๆ ได้อีกแน่นอน” เสวียอี้เอ่ยเสียงเรียบขณะจ้องมองอวี้ชิงลั่ว ในใจมันทราบดีว่าเรื่องเลวร้ายที่ทำในอดีต นามนั้นมิอาจลบล้างไปจากใจของนางได้ เสวียอี้ก็ได้แต่หวังว่าอวี้ชิงลั่วจะยกโทษให้มัน
อวี้ชิงลั่วเมื่อได้ฟังก็นิ่งเงียบไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยว่า “ได้เช่นนั้นก็ดี จริงสิ เจ้าอยากจะไปเยี่ยมหนานหนานหรือไม่ หากต้องการข้าจะพาไป” เสวียอี้ที่ได้ยินก็พยักหน้ารับอย่างแช่มช้า ก่อนที่อวี้ชิงลั่วจะพามันเยี่ยมบุตรชายซึ่งนอนพักอยู่
ครั้นพอมาถึงห้องพักทั้งสองพบว่า อวี้ชิงหนานยังหลับอยู่จึงไม่สามารถถามไถ่อาการของมันได้ อวี้ชิงลั่ว และเสวียอี้จึงพูดคุยกันแทน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการถามสารทุกข์สุกดิบกันเสียมากกว่า ไม่มีการเอ่ยถึงเรื่องในอดีต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดี หรือเรื่องร้าย ๆ คล้ายอวี้ชิงลั่วนั้นจะยกโทษให้เสวียอี้แล้ว ทว่า...เรื่องจะให้กลับมาเป็นครอบครัวเดียวกันนั้น คงไม่มีวันเป็นได้อีก ซึ่งทั้งสองคนก็ทราบดีแก่ใจ แต่หากจะมีผู้ไม่เข้าใจก็คงเป็นเจ้าอวี้ชิงหนานกระมัง...
ยามแรกมันก็หลับอยู่ดี ๆ แต่เพราะได้ยินเสียงสนทนาจึงตื่นขึ้น ทว่า...พอรู้ว่าเป็นผู้ใด มันจึงแสร้งทำเป็นหลับต่อ เพราะอยากรู้ว่า บิดา มารดาคุยอะไรกัน ซึ่งอยากที่ทราบเรื่องที่คุยก็เป็นเรื่องทั่วไปไม่มีอะไรลึกซึ้งเกินเลย แต่เจ้าอวี้ชิงหนานผู้มีจิตใจบิดเบี้ยวอกุศลกับมารดาไม่ได้รู้สึกเช่นนั้น มันรู้สึกใจคอไม่ดีทุกขณะเพราะเกรงว่า เสวียอี้บิดาจะกลับเข้ามาในชีวิต อวี้ชิงลั่วมารดาคนงามของมัน
“ท่านแม่จะใจอ่อนกับท่านพ่อไหมนะ? หากนางใจอ่อนเช่นนั้นความฝันของข้าก็พังทลายหมดสิ้น” อวี้ชิงหนานหลับตาครุ่นคิดในใจด้วยความวิตกกังวลอยู่นาน จนสุดท้ายมันก็เผลอหลับไปจริง ๆ ในที่สุด...
เวลาผ่านไปนานเพียงใดไม่ทราบ อวี้ชิงหนานเริ่มรู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อมีผ้าชุบน้ำอุ่น ๆ มาเช็ดไปมาตามร่างกาย พอลลืมตาก็ทราบว่าเป็น อวี้ชิงลั่วมารดากำลังทำเช่นนั้นให้อยู่
“ทะ...ท่านแม่”
“อ้าว ตื่นแล้วหรือหนานหนานแม่กำลังเช็ดตัวให้ลูกอยู่พอดีใกล้จะเสร็จแล้ว เดี๋ยวเจ้าต้องกินโจ๊กนะ จะได้กินยาต่อ” อวี้ชิงลั่วระบายยิ้มสว่างสดใสให้บุตรชายก่อนจะเอ่ยขึ้น ทว่า...พอนางใกล้จะทำเสร็จ และกำลังจะลุกไป เจ้าอวี้ชิงหนานก็เอ่ยออกมาว่า..
“ทะ...ท่านแม่...”
“ว่าไงหนานหนาน”
“ท่านเช็ดแต่ช่วงบน แล้วช่วงล่างเล่าไยท่านแม่ถึงไม่เช็ดด้วย” คำกล่าวของมันทำเอาชิงลั่วใบหน้าแดงซ่านไปชั่วขณะ ก่อนที่นางจะพลันขมวดคิ้วมุ่น พร้อมทำหน้ากึ่งยิ้มกึ่งดุ
“เจ้าเด็กทะลึ่งแม่รู้นะว่าเจ้าคิดอะไรอยู่ ฝันไปเถอะ แผลเจ้าอีกวันสองวันก็โดนน้ำได้แล้ว ถึงตอนนั้นเจ้าก็อาบน้ำล้างมันด้วยตัวเองได้เข้าใจหรือไหม”
“อีกสองวันเหม็นเน่ากันพอดี ท่านแม่เช็ดให้ข้าหน่อยน้าาาา” อวี้ชิงหนานรบเร้า และเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อน ซึ่งปรกติอวี้ชิงลั่วจะไม่ใจอ่อน แต่เพราะสาเหตุใดไม่รู้ครานี้ นางจึงยอม
“เจ้าเด็กบ้า เอ้า ก็ได้ ก็ได้เซ้าซี้จัง” อวี้ชิงหนานเองก็ไม่จะเชื่อหูของมันเช่นกัน แต่ในที่สุดกางเกงผ้าสีขาวที่สวมก็ถูกมารดาถอดออก ก่อนที่นางจะเอาผ้าไปชุบน้ำอุ่น และเริ่มเช็ดทำความสะอาดร่างกายท่อนล่างของบุตรชายจอมหื่น
อวี้ชิงลั่วทราบจุดประสงค์ของอวี้ชิงหนานดี นางเลยเช็ดช่วงขาเป็นอันดับแรกก่อนจะไล่ขึ้นจนถึง หว่างขายามนั้น อวี้ชิงหนานจนลุกซู่แม้นมือของมารดาจะไปได้สัมผัสโดนโดยตรงแต่ก็เสียวสะท้านไม่น้อย และแน่นอนว่า เครื่องเพศที่สงบนิ่งก็พลันพองแข็งขนาดตัวแข็งเป็นลำ ต่อหน้าต่อตาอวี้ชิงลั่ว แต่ดูเหมือนนางจะไม่ได้ตื่นตกใจอันใด หากแต่ยังคงเช็ดถูทำความสะอาดต่อไป พอเจ้าอวี้ชิงหนานเห็นปฏิกิริยาตอบสนองของมารดาเป็นเช่นนั้นมันเลยเอ่ยถามเสียงราบเรียบว่า
“ท่านแม่...รู้สึกเช่นไรกับท่านพ่อในยามนี้กระนั้นหรือ?” ทว่า...อวี้ชิงลั่วนิ่งงันไม่ตอบใด ๆ อวี้ชิงหนานจึงถามต่อ
“ท่านแม่...จะให้ท่านพ่อกลับมาอยู่ด้วยกันเช่นนั้นใช่หรือไม่?” อวี้ชิงลั่วยังคงไม่ตอบเช่นเดิม
“ท่านแม่ไม่ตอบ แสดงว่าท่านแม่ยังเยื้อไยกับท่านพ่ออยู่สินะ เช่นนั้นข้าคงต้องไป.... อูยยยย.. โอววว...ววว” ยังไม่ทันที่เจ้าอวี้ชิงหนานจะถามจบใบหน้าของมันก็บูดเบี้ยวเหยเก พร้อมกับความเสียวที่แผ่สะท้านไปทั่วร่าง เพราะยามนี้แก่นกายดุ้นยักษ์ของมันกำลังถูกอุ้งมือนิ่ม ๆ ของอวี้ชิงลั่วมารดารูดกระถอกขึ้นลงอยู่
“คำตอบเช่นนี้ พอใจหรือยังเจ้าตัวแสบ” อวี้ชิงลั่วทำหน้ากึ่งยิ้มกึ่งดุก่อนจะเอ่ยขึ้น ส่วนอุ้งมือนั้นยังคงำแก่นกายของบุตรชายเคลื่อนขึ้น ๆ ลง ๆ อย่างแช่มช้า
รอยยิ้มเจื่อน ๆ พลันปรากฏขึ้นบนใบหน้าของอวี้ชิงหนาน ยามนี้มันพึงพอใจในคำตอบของมารดาเป็นอย่างมาก...
จากนั้นสองแม่ลูกก็มิได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมาอีก ทั้งคู่มองกันยิ้ม ๆ อวิ้ชิงลั่วยังคงใช้มือสำเร็จความใคร่ให้บุตรชายอยู่แบบนั้นต่อไปอีกพักใหญ่ จนสุดท้าย พิษร้ายสีขาวขุ่นจากลำรักก็พวยพุ่งออกมาจนเลอะมือของนางเต็มไปหมด อวี้ชิงหนานขึ้นสวรรค์ไปเรียบร้อย ในใจของมันยามนี้จะลุกขึ้น และความตัวมารดาคนสวยมากอด มาหอม มาฟัดให้หายอยาก ทว่า...เพราะบาดแผลจึงมิอาจทำเช่นนั้นได้
“น่าเศร้าใจยิ่งนัก ถ้าไม่ติดว่าเจ็บแผลล่ะก็ ท่านแม่คงโดนเรา....”
“งั้นเดี๋ยวแม่ไปเอาโจ๊กกับยามาให้นะ” อวี้ชิงลั่วร้ายยิ้มบาง ๆ ก่อนที่นางจะลุกจากเตียงบุตรชาย และเดินออกจากห้องไป...
จบบท