ระบบฝึกเทพ god training system

    ตอนที่ 89 มุ่งสู่แคว้นชิง

    หลังจากที่เทียนฉินบรรลุระดับผันแปรขั้นสูงได้ห้าวัน ตาเฒ่าหม่าก็สามารถทะลวงเลื่อนขั้นไปถึงระดับผันแปรขั้นต้นได้สำเร็จ เทียนฉินจึงไปหาชายชราที่ดูแลตำหนัก ให้แจ้งบอกกับท่านอาจารย์เพื่อขออนุญาติออกไปด้านนอกทันที


    "นี่เจ้าจะออกไปฝึกฝนอยู่นอกนิกายจริงๆหรือ?"เพียงไม่นานหยางชิงเว่ยที่รีบออกจากการเก็บตัวก็เอ่ยถามทันทีที่เห็นหน้าเทียนฉิน


    "ใช่แล้วขอรับอาจารย์! อยู่ที่นิกายศิษย์ไม่สามารถจะพัฒนาฝีมือให้สูงขึ้นได้เลย!"

    เทียนฉินกล่าวบอกความตั้งใจของเขาออกมาพร้อมกับเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในหอคอยปฐมอัคคีให้หยางชิงเว่ยได้รู้อย่างไม่ปิดบัง โดยเฉพาะเรื่องของ

    จักรพรรดิฮงกวงที่เขาเคยกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณไว้


    ชายชราที่อยู่ด้านข้างได้ยินก็หันมามองที่เทียนฉินคล้ายอยากจะกล่าวคำบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ปิดปากเงียบไม่กล่าวอะไรออกมา


    "เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่าจะสามารถต่อสู้กับพวกนอกรีตทั้งหมดได้!"


    เนื่องจากเขาเพิ่งจะรับเทียนฉินมาเป็นศิษย์ยังไม่ถึงหนึ่งเดือนด้วยซ้ำ อีกทั้งเขายังเก็บตัวฝึกฝนเพื่อที่จะบรรลุระดับหลุดพ้นให้ได้ เลยยังไม่ได้มีเวลาในการฝึกสอนให้แก่เขาเลย จึงเอ่ยถามออกมาด้วยความเป็นห่วง 


    เพราะเรี่องนี้นับได้ว่าเป็นเรื่องใหญ่เลยทีเดียว ขนาดนิกายต่างๆที่มีฝีมือระดับสูงยังไม่อาจจะปราบปรามพวกนอกรีตนี้ได้หมด แต่เทียนฉินที่มีพลังระดับผันแปรขั้นสูงกลับคิดที่จะจัดการกับพวกมันด้วยตัวคนเดียว


    "ศิษย์มีแผนการของตนเองในใจแล้วท่านอาจารย์ !"


    "ถ้าหากเจอพวกที่มีระดับการฝึกฝนที่เกินกว่าระดับผันแปร ศิษย์ก็จะรีบหลบหนีอย่างทันที!"เทียนฉินเอ่ยบอกสิ่งที่เขาคิดไว้ออกมา เพราะเขาคงไม่บ้าขนาดไปต่อสู้กับพวกที่มีพลังระดับก่อกำเนิดอย่างแน่นอน


    เฮ่อ!


    "ข้าคงไม่อาจบังคับเจ้าให้ผิดคำสาบานได้ แต่เจ้าต้องพึงระวังตัวไว้อย่างมากรู้มั้ย!"


    "พวกนอกรีตพวกนั้นล้วนแล้วแต่ฝึกวิชาที่แปลกประหลาด อีกทั้งความเหี้ยมโหดของพวกมันก็จัดได้ว่าอำมหิตที่สุดยิ่งกว่าพวกโจรผู้ร้าย"หยางชิงเว่ยถอนหายใจออกมาก่อนจะเอ่ยเตือนเทียนฉินให้รู้ถึงความน่ากลัวของพวกมัน


    "ศิษย์จะจำคำสั่งสอนของท่านอาจารย์ให้ขึ้นใจ!"เทียนฉินก้มศรีษะลงเล็กน้อยก่อนเอ่ยรับปากอย่างนอบน้อม


    "นำป้ายหยกประจำตัวของเจ้าออกมาให้อาจารย์ที!"


    หลงยู่หมิงคิดในใจไว้แล้วว่าในเมื่อไม่อาจห้ามให้เทียนฉินออกไปทำตามสิ่งที่ตนเองต้องการได้ ก็ควรจะเพิ่มความปลอดภัยให้กับเทียนฉินอีกทางหนึ่งจะดีกว่า จากนั้นเขาจึงเริ่มถ่ายทอดจิตสำนึกของตนเองใส่ลงไปในป้ายหยกนั้นก่อนจะยื่นคืนให้เทียนฉิน


    "ไม่ว่าเจ้าจะอยู่ที่ใด หากพบเจออันตรายที่ตัวเจ้าเองไม่อาจจะหลีกหนีได้ ให้ส่งกระแสจิตเข้ามาในป้ายหยกนี้ทันที!"


    "แล้วอาจารย์จะรีบไปช่วยเจ้าอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้"


    เทียนฉินที่รับป้ายหยกคืนมาได้ยินคำกล่าวของหยางชิงเว่ย ก็รู้สึกได้ถึงน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความห่วงใยจนอดที่จะตื้นตันใจไม่ได้ เพราะในป้ายหยกของเขานั้นมีเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของหยางชิงเว่ยทิ้งไว้อยู่นั่นเอง


    "ศิษย์ขอบคุณในความเมตตาของท่านอาจารย์มาก!"เทียนฉินเอ่ยออกมาด้วยความตื้นตันใจ


    "แล้วนี่เจ้าคิดจะไปยังที่ใดก่อนเล่า?"

    หยางชิงเว่ยเอ่ยถามออกมาอีกครั้ง


    "ข้าตั้งใจจะไปยังแคว้นชิงก่อนขอรับ!"

    เทียนฉินเอ่ยตอบกลับไป


    "แคว้นชิงรึ?"


    หยางชิงเว่ยอุทานออกมาพร้อมกับหันไปมองที่ชายชราที่ยืนอยู่ด้านข้าง คล้ายกับว่ากำลังถามความเห็นของเขาอยู่ว่ามีข้อมูลอะไรบ้างหรือเปล่า


    "ที่แคว้นชิงมีลัทธิของพวกนอกรีตอยู่แห่งหนึ่ง ชื่อว่าลัทธิอีกาดำ!"


    "หากจำไม่ผิดพวกมันมักจะแอบซ่อนตัวตามหุบเขาต่างๆ จึงทำให้ค้นหาได้ยากลำบากยิ่งนัก!"ชายชราที่เห็นสายตาของท่านประมุข ก็เอ่ยบอกสิ่งที่เขารู้ออกมาให้ได้เข้าใจ


    "ลัทธิอีกาดำ! เหมือนว่าข้าจะเคยได้ยินมาเหมือนกัน!"หยางชิงเว่ยยกมือขึ้นลูบที่คางพลางครุ่นคิดถึงสิ่งที่ตนเองได้ยิน


    แต่สำหรับเทียนฉินแล้วเขาเคยได้ยินชื่อลัทธิอีกาดำมาแล้วครั้งหนึ่ง นั่นคือตอนที่เขากำลังออกจากเทือกเขารกร้าง และได้พบกับชายชุดดำจนเกิดการต่อสู่กัน และก็เป็นเขาเองที่สังหารชายชุดดำคนนั้นได้ ซึ่งก่อนที่มันจะตายก็ได้เอ่ยวาจาข่มขู่ว่าเป็นคนของลัทธิอีกาดำนั้นเอง


    หลังจากสอบถามกันอีกชั่วครู่เทียนฉินก็ขอตัวลาก่อนจะนำคะแนนที่เหลืออยู่ไปแลกเปลี่ยนเป็นยาฟื้นฟูพลังปราณและยารักษามาให้ตาเฒ่าหม่าได้เก็บไว้ใช้ในยามอยู่ข้างนอกด้วย


    พอกลับมาถึงที่ตำหนักของเขา เมื่อเห็นว่าตาเฒ่าหม่าเตรียมตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงเริ่มออกเดินทางทันที แต่ก่อนจะออกจากนิกายเขายังไม่ลืมที่จะไปเอ่ยลาศิษย์พี่ทั้งสองของเขารวมถึงอาจารย์เสิ้นจื่อด้วยอีกคน ซึ่งทั้งสามคนต่างก็ไม่เห็นด้วยที่รู้ว่าเทียนฉินจะไปยังแคว้นชิง แต่ในเมื่อห้ามไม่ได้จึงทำได้เพียงกล่าวเตือนให้ระวังตัวด้วยความหวังดี


    พวกเขาทั้งสองคนใช้เวลาเดินอยู่ครึ่งเดือนจึงได้เดินทางมาถึงเมืองยี่เป่ย หลังจากที่หาโรงเตี้ยมเพื่อสั่งอาหารมากินแล้วทั้งสองก็เดินทางต่อทันทีโดยไม่ได้หยุดพักค้างคืนที่นั่น


    บนยอดเขาหนึ่งหนุ่มหนึ่งชรายืนทอดสายตามองออกไปยังทิวทัศน์ที่อยู่ด้านหน้า ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหนนั่นคือเทียนฉินกับตาเฒ่าหม่านั่นเอง หลังจากที่ผ่านไปสี่วันทั้งสองคนก็ได้เดินทางมาถึงเทือกเขารกร้างแห่งนี้แล้ว


    "ที่นี่หรือที่เรียกว่าเทือกเขารกร้างที่เจ้าเคยมาเมื่อก่อน?"ตาเฒ่าหม่าเอ่ยถามออกมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น


    "ใช่แล้ว! หากเราข้ามภูเขาลูกนี้ไปก็จะเข้าเขตของแคว้นชิงแล้ว!"เทียนฉินอธิบายสิ่งที่เขารู้มาให้ตาเฒ่าหม่าฟัง


    "ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ไปกันเถอะ!"


    ตาเฒ่าหม่ามองออกไปด้านหน้าด้วยสีหน้าและแววตาที่ฉายออกมาด้วยความตื่นเต้น เพราะนี่คือครั้งแรกของเขาเลยก็ว่าได้ ที่ออกมาผจญภัยในโลกกว้างใหญ่อย่างที่เขาเคยฝันไว้เมื่อตอนเป็นหนุ่ม


    ทั้งสองบุกตลุยไปตามป่าเขาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย บางครั้งก็เหาะขึ้นไปสำรวจด้านบน บางครั้งก็ลงเดินไปตามแนวชายป่า ตลอดทางพวกเขาพบเจอสัตว์อสูรอยู่พอสมควร แต่ส่วนมากระดับพลังของมันไม่สูงมากนัก เทียนฉินจึงให้ตาเฒ่าหม่าเป็นคนจัดการพวกมันเพื่อฝึกฝนไปในตัว


    "หืม!"


    เทียนฉินหยุดชะงักทันทีที่ได้รู้สึกความผันผวนของกระแสคลื่นพลังบางอย่าง ก่อนจะหันหน้าไปมองทางด้านนั้นทันที


    "มีอะไรอย่างนั้นรึ?" ตาเฒ่าหม่าที่เห็นท่าทางของเทียนฉินที่ผิดแปลกไปจากเดิมก็เอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย


    "ข้ารู้สึกกระแสพลังบางอย่างคล้ายกับว่ามีคนกำลังต่อสู้กันอยู่!" เทียนฉินเพ่งสายตามองไปยังป่าเขาด้านที่สัมผัสได้ถึงพลังงานนั้น ก่อนจะแผ่กระแสจิตวิญญาณออกไปสำรวจผืนป่าด้านนั้นอย่างไม่รอรี


    แม้ว่าในตอนนี้พลังของเขาอาจจะยังไม่สูงมากนัก ทว่าจิตวิญญาณของเขากลับสูงเป็นอย่างมาก เนื่องจากดวงจิตของหลงยู่หมิงที่เข้าไปอยู่ในจิตสำนึกของเขา ทำให้เขาได้รับผลประโยชน์มาไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว


    ภายในเขตชายป่าของแคว้นชิงที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก


    "พวกเจ้าจะทำอะไร! พวกเราสองคนเป็นศิษย์ของสำนักแสงนภาไม่รู้รึ?"


    ชายหนุ่มผิวขาวใบหน้าหล่อเหลาส่งเสียงตวาดออกมาด้วยโทสะ พร้อมกับยกกระบี่ขึ้นมาถือไว้เพื่อป้องกันตัวจากชายชุดดำสามคนที่ยืนล้อมเขาอยู่ ส่วนด้านหลังของเขาเป็นหญิงสาวคนหนึ่งที่ยืนตัวสั่นอยู่ความหวาดกลัว


    "หากพวกเจ้ายินยอมจากไปพวกเราจะไม่ถือสากับเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ แต่หากพวกเจ้ากล้าที่จะล่วงเกินพวกเราแล้วล่ะก็ ข้าจะให้ทางสำนักจัดการพวกเจ้าจนถึงที่สุดอย่างแน่นอน!"


    คนทั้งสองแม้เป็นจะศิษย์ของสำนักแสงนภาที่มีชื่อเสียงโด่งดังในแถบนี้ แต่ทั้งสองคนเป็นเพียงแค่ศิษย์ทั่วไปเท่านั้น อีกทั้งยังมีพรสวรรค์ที่ธรรมดาเป็นอย่างมากจึงไม่มีผู้ใดใส่ใจให้ความสำคัญ พวกเขาจึงต้องออกมาทำภาระกิจเสี่ยงอันตรายด้านนอกอยู่เรื่อย


    "ศิษย์พี่! ดูจากเสื้อผ้าของพวกมันแล้วทั้งสองคนนี้มาจากสำนักแสงนภาจริงๆพวกเรายังจะลงมืออีกหรือไม่?"ชายชุดดำคนหนึ่งหันมากระซิบกับชายที่อยู่ด้านหน้า


    "เรื่องแค่นี้เจ้าก็ยังดูไม่ออกอีกรึ?"


    "หากพวกมันเป็นศิษย์ที่สำคัญสำนักแสงนภาแล้ว พวกมันจะออกมาลำบากอยู่ในป่าเขาอย่างนี้ได้อย่างไร"


    "และอีกอย่างหนึ่งคือต่อให้พวกมันเป็นศิษย์คนสำคัญของสำนักแสงนภาแล้วอย่างไร พวกเราไม่เคยเกรงกลัวพวกมันอยู่แล้ว"


    "เพราะฉะนั้นฆ่าไอ้หน้าขาวคนนั้นซะ ส่วนหญิงสาวที่อยู่ด้านหลังข้าจะเล่นให้สะใจเสียก่อนแล้วพวกเจ้าค่อยจัดการกันต่อ!"ชายชุดดำที่ถูกเรียกว่าศิษย์พี่เอ่ยออกมาพร้อมกับแววตาและรอยยิ้มที่ช่างเจ้าเล่ห์ยิ่งนัก


    ฮ่าๆ


    "ได้เลยศิษย์พี่!"



    จบตอนที่ 89

    คล้ายกับเรื่องระบบฝึกเทพ god training system ที่คุณอ่าน