Legendary Combination การผสมผสานของตำนาน

    ตอนที่ 71 ผู้มาเยือน

            ตอนที่71 ผู้มาเยือน

             

            จิ๊บๆๆๆ

             

            เสียงของนกน้อยที่คล้ายกับเจ้านกน้อยที่เคยขี้ใส่หัวของติ๊กเวลานี้มันกำลังบินเล่นอยู่บนท้องฟ้า สายตาของมันมองลงไปเบื้องล่างกลับพบกับชายคนหนึ่งที่มันรู้สึกว่าคุ้นหน้าคุ้นตาอยู่บ้าง

             

            ชายหนุ่มคนนี้ตัดผมสั้นสีดำ คิ้วเข้ม รูปร่างดูแข็งแรงและสมส่วนเขากำลังวิ่งออกกำลังกายในช่วงเช้าเหมือนทุกวันที่เคยทำอยู่เป็นประจำเจ้านกน้อยที่เห็นหน้าของชายหนุ่มชัดๆ ก็ตกใจรีบกระพือปีกหนีไป

             

            ‘เกือบไปแล้ว ดีนะไหวตัวแทนไม่นึกว่าจะได้มาเจอกับเจ้ามนุษย์น่ารำคาญคนนั้นอีก!’

             

            ติ๊กที่กำลังวิ่งออกกำลังเงยหน้ามองไปที่เจ้านกน้อยซึ่งกำลังกระพือปีกบินหนีไปติ๊กยิ้มขึ้นเล็กน้อยแล้วคิดขึ้นในใจว่า

             

            ‘ได้ออกกำลังกายตอนเช้าทุกวันแบบนี้สดชื่นจริงๆ เลยดูสิแม้แต่นกยังรีบบินใหญ่เลยคงจะกำลังรู้สึกดีใจที่ได้ออกบินในวันที่อากาศดีๆแบบนี้’

             

            .....

             

             

            ร้านคาเฟ่Admiration

            ติ๊กที่วิ่งออกกำลังกายได้วิ่งกลับมาถึงที่ร้านแล้วก็พบว่าร้านเปิดแล้วและเวลานี้ก็กำลังมีคนมีต่อคิวรอซื้อขนมปังและกาแฟกันหลายคนเลยทีเดียว

             

            ‘จะว่าไปร้านของเรานี่ก็ขายดีมากขึ้นทุกวันเลย ฮ่าๆๆๆ’

             

            ในขณะที่ติ๊กกำลังคิดอย่างดีใจอยู่นั้นปรากฏเสียงตะโกนดังมาจากหน้าประตูร้านว่า

             

            “เถ้าแก่! ยืนยิ้มอยู่ได้รีบๆ เข้ามาช่วยกันเร็วๆ หน่อยสิคะ”

             

            หวานตะโกนเรียกติ๊กเสียงดังจนทำให้หลายคนหันมามองที่ติ๊กด้วยแววตาวิบวับ

             

            “โอ้...เถ้าแก่! เจ้าของร้าน! งั้นก็หัวหน้ากิล Admiration นะสิ!”

             

            “จริงด้วยๆ คุณหัวหน้ากิลรับผมเข้ากิลหน่อยยยย”

             

            “ฉันด้วยๆๆๆๆ”

             

            “ไม่ๆ ต้องรับฉันก่อน”

             

            คนหลายคนต่างพากันมาลุมล้อมติ๊กคล้ายกับคนเป็นดัง

             

            “พอๆๆ อย่าไปกวนพี่ติ๊กมากสิ ให้พี่ติ๊กเข้ามาในร้านก่อน พวกแกนี่ละน้าเดี๋ยวพี่ติ๊กก็คิดว่าตัวเองเป็นดาราจนเข้าใจผิดกันพอดี อิอิอิ” ฮิวโก้เดินออกมาห้ามพร้อมกับหันไปพูดกับคนที่เข้ามาลุมล้อมติ๊ก

             

            “เจ้าหมูอ้วน! ก็แกเป็นคนบอกเองว่าวันนี้พวกเราจะได้เข้ากิลนี่!”

             

            “ใช่ๆ นี่พวกเราอุตส่ารีบออกกิลแล้วมาหาแกเพื่อขอเข้ากิลเลยนะ”

             

            “แล้วแกจะให้พี่ติ๊กเขาชวนพวกแกยังไง! นี่มันโลกภายนอกนะเว้ยยยยย” ฮิวโก้แหกปากเสียงดัง

             

            “หุบปาก! ไอ้หมูอ้วน รีบๆ เข้ามาในร้านได้แล้ว เถ้าแก่ก็ด้วย!”หวานตะโกนออกมาอีกครั้ง

             

            ‘อึ๋ยยย โดนเขกหัวอีกแน่เลยเรา เฮ้อ...โลกภายนอกก็เจอพี่หวานแกล้งอยู่ในเกมก็เจอเจ๊อิจิโนเสะจับฝึกอย่างบ้าระห่ำถึงแม้ว่าโลกภายนอกจะยังดีหน่อยเพราะผ่านไปแค่เดือนเดียว แต่ในเกมนี่ผ่านไปตั้ง 6เดือนแล้วการฝึกก็ยังไม่รู้จักจบจักสิ้น เฮ้อ...’ ฮิวโก้เดินคอตกกลับเข้าไปในร้านพร้อมกับถอนหายใจหลายครั้ง

             

            ติ๊กที่เห็นอาการของฮิวโก้ได้แต่แอบยิ้มแล้วส่ายหัวเขาเดินตามฮิวโก้เข้าไปในร้านเพื่อช่วยต๋องและหวานเตรียมเปิดร้านเหมือนเช่นทุกๆวันที่ผ่านมา

             

            ......

             

             

            หลังจากที่ศึกเมืองอู๋โจวจบลงทุกคนต่างแยกย้ายกันไปฝึกฝีมือ เก็บเลเวล และทำหน้าที่ที่แตกต่างกันไปของแต่ละคนซึ่งเวลาจากวันนั้นได้ผ่านมาแล้ว 1 เดือนในโลกภายนอกซึ่งหากนับเวลาในเกมจะเท่ากับ 6 เดือนแล้วซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาที่นานพอสมควร โดยเฉพาะในเกมที่สามารถพัฒนาตัวเองได้รวดเร็วยิ่งกว่าโลกภายนอกหลายเท่า

             

            แต่ที่สำคัญคือเมืองจ้านลู่เวลานี้แตกต่างจากเดิมไปมากจนไม่เหลือเค้าของหมู่บ้านหยู่เปิงหรือหมู่บ้านฮูซาอีกแล้วเวลานี้เมืองจ้านลู่ได้เจริญเติบโตไปมากกว่าแต่ก่อนมากไม่ว่าจะเป็นตลาดที่สร้างเสร็จแล้วซึ่งเป็นรางวัลจากระบบมอบให้ซึ่งในเวลานี้มีผู้เล่นมาและ NPC มาเช่าเปิดร้านขายของจนเต็มเรียบร้อยแล้ว

             

            โรงตีเหล็กขนาดใหญ่ที่มีสมิทเป็นผู้ดูแลก็สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วและยังมีกำแพงเมืองที่จากตอนแรกเป็นเพียงรั้วไม้ที่สามารถทำลายได้ง่ายๆแต่เวลานี้กำแพงเมืองได้กลายเป็นกำแพงอิฐและหินที่สูงถึง 5 เมตร ซึ่งเกิดจากช่างก่อสร้างที่ระบบส่งมาสร้างตลาดเป็นคนสร้างให้นั่นเองต้องบอกว่ากิลแอดมิเรชั่นได้ซื้อใจช่างก่อสร้างได้เกินครึ่งจึงทำให้พวกเขาสามารถสร้างสิ่งต่างๆในเมืองได้ไวขึ้น

             

            และที่ขาดไม่ได้เลยเพราะหากขาดคนกลุ่มนี้ไปเมืองจ้านลู่และกิลแอดมิเรชั่นคงยังไม่เจริญก้าวหน้าได้ไวขนาดนี้อย่างแน่นอนกลุ่มแรกคือกลุ่มที่มีหน้าที่ออกสำรวจภูเขาและอีกกลุ่มคือกลุ่มที่มีหน้าที่ทำลายสถิติดันเจี้ยนและบุกไปพิชิตดันเจี้ยนในอาณาเขตทั้งหมดซึ่งกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่สร้างชื่อเสียงให้กับกิลมาตลอดระยะเวลา6 เดือนเพราะพวกเขาได้ลงไปแข่งขันการทำลายสถิติดันเจี้ยนรายอาทิตย์หลายต่อหลายครั้งและมักจะจบได้อันดับ 1-3 มาตลอดทำให้ในเวลานี้ในเว็บบอร์ดเริ่มมีพูดถึงชื่อกิลแอดมิเรชั่นบ่อยครั้ง

             

            เมื่อเริ่มมีชื่อเสียงก็ต้องเริ่มมีคนขุดคุ้ยประวัติเป็นเรื่องธรรมดาและแล้วเหล่านักสืบที่ไม่รู้ที่มาที่ไปก็ไปค้นพบคลิปการต่อสู้ของโทคุโตะและกลุ่มคนปริศนาขึ้นมาและนั่นทำให้หลายคนได้รับรู้ในที่สุดว่ากลุ่มคนที่สู้กับโทคุโตะในตอนถ่ายทอดสดตอนนั้นคือสมาชิกของกิลแอดมิเรชั่น

             

            และเมื่อขุดคุ้ยไปมากขึ้นเรื่อยๆก็ปรากฏฉายา ‘เจ้าชายน้ำแข็ง’ ผู้เล่นที่บุกเดี่ยวไปทำลายกิลหมีดุด้วยตัวคนเดียวและในเวลานี้เจ้าชายน้ำแข็งคนนี้ก็เป็นสมาชิกหลักของกิลแอดมิเรชั่นอีกด้วย

             

            และสุดท้ายได้มีมือดีลงคลิปในเว็บบอร์ดเป็นคลิปที่ทำให้กระแสของกิลแอดมิเรชั่นน่าสนใจขึ้นไปอีกบุรุษชุดดำผู้ใช้ดาบสองมือที่คอยขัดขวางสมาชิกกิลหมีดุด้วยตัวคนเดียวเพื่อส่งเพื่อนของเขาให้หนีเข้าเมืองถึงแม้ว่าเขาจะตายในตอนหลังแต่การกระทำและท่วงท่าการต่อสู้ได้ตราตรึงเข้าไปในใจของใครหลายๆคน โดยเฉพาะสาวๆ ที่ตั้งตัวเป็นแฟนคลับ จนดาร์คได้รับฉายาในที่สุดโดยสาวๆเหล่านี้เป็นคนตั้งให้เขาเอง โดยตั้งให้คล้องกับมอนจีว่า ‘เจ้าชายรัตติกาล’

             

            ซึ่งเรื่องนี้ได้ทำให้อลาโน่ถึงกับหัวเสียไปหลายวันเนื่องจากตัวเขายังไม่มีฉายาที่คนอื่นตั้งให้เลยมีเพียงฉายา ‘สุภาพบุรุษสุดหล่อ’ที่เขาเป็นคนตั้งให้ตัวเองเท่านั้น

             

            นอกจากเรื่องเหล่านี้ยังมีจุดสำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่เหล่านักสืบค้นพบการก่อตั้งกิลแอดมิเรชั่นนั้นก่อตั้งโดยผู้เล่นที่มีเลเวลไม่ถึง 200 และสมาชิกเกินครึ่งก็เลเวลไม่ถึง 200 ด้วยเช่นกันโดยเฉพาะเจ้าชายทั้ง2 คนที่ในเวลานั้นก็ยังมีเลเวลไม่ถึง 200 เหมือนกัน แต่กิลนี้กลับยึดเมืองได้ 2 เมืองในเวลาเพียง1 เดือน จึงทำให้ชื่อเสียงของกิลเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นเรื่อยๆแต่ยังดีที่ว่าการก่อตั้งเมืองจ้านลู่ที่อยู่ห่างไกลความเจริญกลับยังเป็นความลับอยู่แต่ด้วยสิ่งต่างๆเหล่านี้คงอีกไม่นานที่จะมีคนสืบจนรู้ว่าทิศตะวันตกเฉียงใต้มีเมืองใหม่ถูกสร้างขึ้นและยังเป็นเมืองที่กำลังเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วอีกด้วย

             

            ......

             

             

            เพื่อนๆของฮิวโก้ที่รู้ข่าวว่าฮิวโก้อยู่กิลแอดมิเรชั่นและยังได้อยู่ในกองกำลังพิเศษของกิลด้วยจึงพากันติดต่อหาฮิวโก้เพื่อขอเข้าร่วมกิลและในวันนี้เองเพื่อนของฮิวโก้ทั้งหมด 5 คน จึงเดินทางมาหาเขาที่ร้านคาเฟ่ ซึ่งติ๊กและเว่ยเถียนก็ยินดีต้อนรับทุกคนแต่มีข้อหนึ่งที่ต้องปิดเป็นความลับนั่นก็คือเรื่องของเมืองจ้านลู่ซึ่งติ๊กและเว่ยเถียนได้แจ้งไว้ว่าเมื่อเข้ากิลจะมีหนังสือสัญญาให้เซ็นซึ่งทุกคนก็ยินดีและรับปากทั้งๆ ที่ยังไม่รู้เลยว่าเป็นเรื่องอะไรหลังจากที่ทุกคนได้รับทราบขั้นตอนและนัดแนะเรียบร้อยแล้วเพื่อนของฮิวโก้ทั้ง 5คนจึงพากันกลับไปออนไลน์และออกเดินทางไปที่เมืองเริ่มต้นเจิ้งโจวเพื่อเข้าร่วมกิล

             

            ความจริงไม่เพียงแต่เพื่อนของฮิวโก้เท่านั้นแต่ในเวลานี้กิลแอดมิเรชั่นได้รับผู้เล่นใหม่และผู้เล่นเก่ากว่า50 คนที่อาศัยอยู่ในอาณาเขตของกิลเข้าร่วมกิลเรียบร้อยหมดแล้วซึ่งกว่าครึ่งเป็นพ่อค้าที่เปิดร้านทำธุรกิจอยู่ในเมืองเริ่มต้นเจิ้งโจวและเมืองอู๋โจว ซึ่งทั้งหมดปรางจีเป็นคนคัดเลือกและเกลี้ยกล่อมให้พวกเขายอมเข้าร่วม

             

            ทำให้ตอนนี้สมาชิกกิลไม่ได้มีเพียงกลุ่มผู้ก่อตั้งอีกแล้วแต่กิลเริ่มมีผู้เล่นคนอื่นๆ เข้าร่วมบ้างแล้วทำให้การพัฒนาเมืองเริ่มต้นเจิ้งโจวและเมืองอู๋โจวเป็นไปอย่างราบรื่นโดยพึ่งพาสมาชิกใหม่เหล่านี้นั่นเอง

             

            ……

             

             

            แต่ในทางกลับกันเมืองจ้านลู่ที่ยังคงปิดเป็นความลับนั้นกลับต้องใช้สมาชิกที่เป็นผู้ก่อตั้งมาบริหารเพราะกลุ่มคนทั้งหมดนี้คือกลุ่มคนที่ไว้ใจได้ที่สุดทีช

             

            ทีชที่เคยศึกษาหาข้อมูลระหว่างอยู่ในคุกโดยที่เขาได้ตั้งเป้าไว้ว่าจะก่อตั้งกิลย่อมต้องหาวิธีหาเงินเข้ากิลเอาไว้บ้างและการขายชาหรือกาแฟก็สอดคล้องกับร้านคาเฟ่ที่เขากำลังทำในโลกภายนอกด้วยจึงไม่แปลกที่ทีชจะศึกษาเรื่องเหล่านี้เอาไว้และในที่สุดมันก็ไม่สูญเปล่าเพราะในเวลานี้สิ่งที่ทีชเฝ้าศึกษาได้ถูกนำมาใช้แล้วนั่นเอง

             

            เนื่องจากการสำรวจภูเขาของอิจิโนเสะ มอนจีและเหิ่นซ่วยทำให้พวกเขาได้พบกับชาชนิดหนึ่งซึ่งเป็นชาขึ้นชื่อจากจริงหรือโลกภายนอกที่อยู่แถวมณฑลยูนนานหรือมณฑลทางใต้ของจีนเพราะหากมองที่แผนที่ของทวีปตะวันออกในเกม LC จะพบว่าอาณาเขตที่กิลแอดมิเรชั่นกำลังครอบครองนั้นอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ทำให้ทีชมั่นใจว่าจะต้องมีชาชนิดนี้อยู่ที่ใดสักแห่งบนภูเขาด้านหลังเมืองจ้านลู่และในที่สุดการสำรวจก็ทำให้กลุ่มของอิจิโนเสะได้พบกับยอดใบชาชนิดหนึ่งอย่างที่ทีชตั้งใจเอาไว้ใบชาที่จะกลายเป็นรายได้ให้กับกิล

             

            ใบชานี้มีชื่อว่า ‘ชาผูเอ่อร์’ซึ่งเป็นชาที่มีราคาดีและยังมีกรรมวิธีในการเก็บรักษาและขนส่งที่ง่ายอีกด้วยเพราะชาชนิดนี้สามารถใช้กรรมวิธีการผลิตแบบโบราณโดยการหมักไว้ในเข่งตะกร้าที่สานด้วยไม้ไผ่และรองด้วยใบตองซึ่งสามารถหมักแล้วอัดเป็นก้อนตั้งแต่ขนาดเล็กๆ ไปจนถึงขนาดใหญ่ แล้วยังสามารถเก็บไว้เป็นเวลานานกว่า 1 ปี 5 ปี 10 ปี ไปจนถึง 20 ปีแล้วค่อยมานำออกไปขาย

             

            ปรางจีได้นำกรรมวิธีแบบโบราณออกมาใช้ซึ่งกรรมวิธีนี้ทีชเป็นคนบอกเธอเองด้วยการที่ชาสามารถเก็บรักษาได้ง่ายและยังอัดเป็นก้อนเพื่อขนส่งทำให้ต่อให้พวกเขาสามารถขนใบชาชนิดนี้ออกไปขายได้หลายเมืองอย่างง่ายดายและนี่เองที่ปรางจีได้เริ่มติดต่อกับเหล่าพ่อค้าเพื่อรับชาชนิดนี้ออกไปขายและเมื่อเวลาผ่านไปบัดนี้ชาชนิดนี้ได้กลายเป็นรายได้ที่สำคัญของกิลไปเสียแล้วเว่ยเถียนจึงเริ่มเกณฑ์ชาวบ้านหลายคนเพื่อมาทำไร่ชาและคอยดูแลใบชาโดยเฉพาะแต่ทว่ารายได้หลักของกิลแอดมิเรชั่นกลับยังไม่ใช่ใบชาเหล่านี้

             

            .......

             

             

            เมื่อพูดถึงชื่อเสียงของกิลแอดมิเรชั่นคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเวลานี้ฉายาที่ขึ้นด้วยเจ้าชายของดาร์คและมอนจีรวมถึงการแข่งทำลายสถิติดันเจี้ยนรายอาทิตย์ที่โดดเด่นแล้วยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่อาจบอกได้ว่าเป็นสิ่งที่ทำให้ชื่อเสียงของกิลแอดมิเรชั่นโด่งดังอย่างแท้จริงและยังสร้างรายได้มากมายมหาศาลให้กิลอีกด้วย

             

            ช่างตีเหล็กในตำนาน ‘สมิท’เวลานี้ไม่ใช่ความลับอีกต่อไปแล้วว่าช่างตีเหล็กในตำนานของเกม MO นั้นได้มาอยู่ในกิลน้องใหม่กิลนี้แล้วผู้เล่นหลายคนโดยเฉพาะผู้เล่นระดับสูงในเกม MO ต่างทราบดีถึงฝีมือการตีเหล็กของสมิทและเมื่อโรงตีเหล็กสร้างเสร็จสมิทที่เป็นช่างตีเหล็กในโลกภายนอกอยู่แล้วได้สอนเทคนิคการตีเหล็กสมัยใหม่ที่ตกทอดและดัดแปลงมาหลายยุคสมัยให้กับเจียงเฉียงทำให้เจียงเฉียงที่เป็นNPC พิเศษมีความก้าวหน้าขึ้นจนใกล้เคียงกับ NPC ในประวัติศาสตร์บางทีหากนับแค่การตีเหล็กเจียงเฉียงในเวลานี้อาจเก่งกาจกว่า NPC ในประวัติศาสตร์เสียอีกสมิทและเจียงเฉียงได้สร้างอาวุธและชุดเกราะออกมามากมายซึ่งตามปกติสำหรับผู้เล่นทั่วไปหรือNPC ทั่วไปนั้นหากใช้แร่ธรรมดาจะสร้างได้แค่อุปกรณ์เกรด Dและ C เท่านั้นแต่ทว่าสมิทและเจียงเฉียงกลับสร้างได้เกรด C แทบทั้งหมดและนานๆครั้งยังมีอาวุธเกรด B หลุดออกมาด้วยทั้งๆที่ใช้แค่แร่ธรรมดา

             

            และนั่นทำให้กิลแอดมิเรชั่นมีอุปกรณ์ดีๆลงขายในระบบประมูลบ่อยครั้งสุดท้ายเหล่านักสืบจึงทราบว่าช่างตีเหล็กในตำนานของเกม MO เวลานี้เป็นสมาชิกของกิลแอดมิเรชั่นและนั่นหมายความว่าอีกไม่นานสมิทคนนี้จะต้องกลายเป็นช่างตีเหล็กในตำนานอีกครั้งเพียงแต่ครั้งนี้สมิทอาจจะไม่ได้รับตีเหล็กให้กับกิลใหญ่ๆเหมือนดังเช่นอดีตอีกแล้ว

             

            แต่จะบอกว่าผลงานมาจากสมิทและเจียงเฉียงเพียงสองคนก็ไม่ถูกต้องนัก เพราะช่างตีเหล็กไม่สามารถสร้างอุปกรณ์ได้หากขาดแร่หรือวัตถุดิบนั่นหมายความว่าผู้อยู่เบื้องหลังยังมีอีกหลายคนเลยทีเดียวโดยเฉพาะเว่ยเถียนและกุยแกที่เป็นคนแก้ปัญหาแร่ที่ขาดแคลนบางอย่าง โดยการสร้างอาคารรับซื้อแร่ขึ้นที่เมืองอู๋โจวและเมืองเริ่มต้นเจิ้งโจวและได้ไหว้วานแม่ค้าสุดเก่งของกิลปรางจีซึ่งมีเส้นสายมากมายลอบติดต่อกับพ่อค้าหลายๆคน เพื่อรับซื้อแร่เข้ามาเรื่อยๆและด้วยความสามารถของแม่ค้าชั้นเลิศปรางจีจึงสามารถซื้อแร่ได้ในราคาที่ถูกสุดๆ

             

            ด้านกลุ่มที่มีหน้าที่เคลียร์ดันเจี้ยนก็สามารถเคลียร์ดันเจี้ยนไปได้มากมายแล้วตลอดเวลา6 เดือนที่ผ่านมา จนได้รับแร่และวัตถุดิบหลายๆอย่างมากจากสัตว์อสูรเยอะพอสมควร เมื่อรวมกับฝีมือของสมิทและเจียงเฉียงที่สามารถตีแร่ธรรมดาๆให้กลายเป็นอุปกรณ์เกรด C ได้ จึงทำให้กิลแอดมิเรชั่นมีอาวุธและชุดเกราะระดับมาตรฐานออกวางขายเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะอาวุธเกรด B ที่เมื่อเข้าสู่ระบบประมูลก็สามารถทำกำไรได้มากมาย และต่อมากุยแกได้เสนอให้เจียงเฉียงประกาศรับสมัครลูกศิษย์เพื่อนำมาฝึกให้เป็นช่างตีเหล็กของเมืองต่อไปในอนาคต

             

            .....

             

            ต้องบอกว่าเวลา 6เดือนในเกมนั้นได้ทำให้เมืองจ้านลู่และกิลแอดมิเรชั่นเปลี่ยนแปลงไปมาก และเวลานี้ชื่อเสียงที่ขยายออกไปไกลมากขึ้นเรื่อยๆได้ดึงดูด NPC ในประวัติศาสตร์บางคนเข้าแล้วโดยไม่รู้ตัวและในเวลานี้เขาได้เดินทางมาถึงช่องเขาที่มีกำแพงเมืองที่พึ่งเริ่มต้นสร้างเมื่อไม่นานมานี้เพื่อทำเป็นเหมือนกับประตูหรือหน้าด่านเอาไว้ขวางกั้นศัตรู

             

            บุรุษปริศนาคนนี้แหงนหน้ามองกำแพงเมืองที่กำลังก่อสร้างอยู่ซึ่งดูๆไปแล้วน่าจะใช้เวลาอีกไม่นานก็คงสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วเขามองกำแพงสูงใหญ่ตรงหน้าพร้อมกับพึมพำขึ้นเบาๆว่า

             

            ‘นี่หรือเมืองหน้าด่านอู๋โจว เป็นกำแพงที่ดูน่าเกรงขามเสียจริง’

             

            ในขณะนั้นเองปรากฏเสียงของคนผู้หนึ่งพูดขึ้น

             

            “ยินดีต้อนรับผู้มาเยือน...ข้า ‘โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ’เป็นผู้บัญชาการกองกำลังทหารของเมืองหน้าด่านแห่งนี้ และข้าถูกไหว้วานจากกุนซือของเราให้มานำทางท่านไปพบกับเขา”

             

            “กุนซือ...ท่านรู้หรือว่าข้าคือใคร?” ชายคนนั้นถามฮิเดโยชิ ด้วยน้ำเสียงแปลกใจ

             

            “ต้องขออภัยด้วยความจริงกุนซือของพวกเราได้คาดเดาถึงการปรากฏตัวของบุคคลบางกลุ่มเอาไว้ล่วงหน้าแล้วและท่านคือหนึ่งในนั้น...ท่านแม่ทัพเตียวเลี้ยว...”

    คล้ายกับเรื่องLegendary Combination การผสมผสานของตำนาน ที่คุณอ่าน