ตำนานสามภพ ภาค พลิกชะตายุทธภพ จบแล้ว(มีE-Book)

    บทที่ 3 ตอนที่ 13 ลุค ปะทะ หนึ่งราชันสามจอมยุทธ์ 2/2

            “ลืมพวกข้าไปแล้วหรือไง” เสียงของจอมยุทธ์อีกสอง คนที่เหลือได้พูดขึ้นมาพร้อมกับกระโดดเข้าแทงไปยังร่างของลุค พลังรุนแรงของสองจอมยุทธ์ถูกผนึกลงบนกระบี่พุ่งตัวเข้าหาลุคอย่างรวดเร็ว

            “ใครมันจะไปลืมกันเล่า” ลุคได้บอกดังนั้นจากนั้นก็ได้ ฟาดโซ่ออกไปอีกครั้ง โซ่ด้านที่เป็นลูกตุ้มขนาดเท่าลูกปิงปองได้พุ่งออกไป จากนั้นด้านที่เป็นลูกตุ้มก็ถูกพลังจิตแบ่งแยกออกเป็นสองทาง ปลายลูกตุ้มนั้นได้แยกเป็นสองทางพุ่งเข้าไปหาจอมยุทธทั้งสองที่กำลังฟันกระบี่เข้ามา

    เมื่อจอมยุทธทั้งสอง ที่กำลังจะโจมตีได้เห็นว่าโซ่ที่สามารถพันธนาการเพื่อนของตนเองพุ่งเข้ามาหาจึงเลือกที่จะไม่ฟันแบบที่สหายของตนทำเพราะว่าอาจถูกโซ่นี้ผนึกได้ จึงเลือกที่จะใช้กระบี่ปัดออกไปแทนแต่ว่า

            “รอบนี้ก็ขอเลียนแบบพลังของนายแล้วกันซันเดย์” (ซันเดย์ออกตอนบทนำ)

            ทักษะจิตสายเปลี่ยนแปลง แม่เหล็กสองขั้ว

            เมื่อปลายลูกตุ้มถูกปัดออกด้วยกระบี่ กระบี่เล่มหนึ่งถูกพลังจิตสายเปลี่ยนแปลงติดพลังแม่เหล็กขั้วเหนือไว้ที่กระบี่ของจอมยุทธที่อยู่ด้านซ้าย และจอมยุทธ์ที่อยู่ด้านขวากระบี่ที่ใช้ปัดออกนั้นก็ถูกติดไว้ด้วยแม่เหล็กขั้วใต้ กระบี่ของทั้งสองจอมยุทธถูกพลังจิตเปลี่ยนแปลงให้กลายเป็นแม่เหล็กขั้วเหนือกับขั้วใต้ ทำให้กระบี่ทั้งสองเล่มพุ่งเข้าหากันอย่างรุนแรงจนหลุดมือของจอมยุทธ์ทั้งสองออกไป และพุ่งติดกันจนไม่อาจแยกออกจากกันได้

            “อะไรกัน!!/ กระบี่ของข้า!!” จอมยุทธทั้งสองคนตะโกนออกมาอย่างตกใจที่เห็นว่ากระบี่ของตนพุ่งเข้าหากันอย่างรุนแรง

            “จะตกใจอะไรกันนักหนา” เสียงของลุคดังขึ้นเพราะๆ กับที่เขาได้ ฟาดโซ่ออกมาอีกครั้ง แต่ว่าครั้งนี้จอมยุทธทั้งสองไม่ ได้มีกระบี่อยู่ในมือ จึงทำให้โซ่นั้นสามารถรวบตัวของทั้งสองคนได้ในเวลาพร้อมๆ กัน

            “คราวนี้ก็พลังของกีเดี้ยน” (กีเดี้ยนออกมาตอนบทนำ)

             ทักษะจิตสายเปลี่ยนแปลง จิตหน่วงศิลา        

            ร่างของสองจอมยุทธ์ที่โดนพันธนาการไว้ด้วยโซ่ นอกจากจะถูกสะกดระดับพลังลง ร่างกายยังหนักขึ้นจนไม่อาจเคลื่อนไหวได้ ราวกับว่าตอนนี้ ร่างกายของพวกเขามีน้ำหนักมหาศาลจนไม่อาจขยับได้ดั่งใจ

            “แล้วก็พลังของวาฟเฟิล”

            ทักษะจิตสายควบคุมกายภาพ กายพุ่งทะยาน

            ร่างของลุค เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงจากนั้นใช้กระบี่ฟันเข้าไปที่จอมยุทธทั้งสองคน แทงทะลุหัวใจในการโจมตีครั้งเดียว ทักษะกายพุ่งทะยานนั้นไม่เหมือนกับพลังจิตสายเสริมกายที่จะใช้พลังจิตเสริมร่างกายจนสามารถเคลื่อนที่ได้ด้วยความเร็วสูง

            กายพุ่งทะยาน จะเป็นการกำหนดตำแหน่งที่จะไปไว้ล่วงหน้า จากนั้นใช้พลังจิตดึงร่างกายของตนเองไปยังทิศทางที่ต้องการด้วยความเร็วสูง การทำแบบนี้แม้จะสามารถเคลื่อนที่ได้ด้วยความเร็ว แต่มันไม่เหมือนกับผู้ที่ใช้ความเร็วแบบทั่วไป เพราะถ้าเป็นผู้ใช้พลังจิตเสริมกายเสริมจนสามารถเร่งความเร็วได้ หรือเป็นพวกผู้ใช้ลมปราณสายความเร็ว ร่างกายของพวกเขาจะมีปฏิกิริยาตอบโต้ที่รวดเร็วพอๆ กับความเร็วที่สามารถเร่งขึ้นไปได้ แต่กายพุ่งทะยานนั้น ในระหว่างที่ร่างกายพุ่งไปสมองและดวงตาจะไม่สามารถตอบโต้กับสิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นได้ ทำให้เป็นทักษะที่สามารถโดนสวนกลับได้อย่างง่ายดาย แต่ว่ากับเป้าหมายที่โดนผนึกพลังไว้และถูกรัดไว้ วิชาแบบนี้ย่อมสามารถใช้ได้โดยไม่ต้องกลัวการตอบโต้

            แต่ว่าในตอนนั้นเอง ลุคที่มัวแต่จัดการสองจอมยุทธ์ จอมยุทธ์อีกคนที่เหลือได้ถูกช่วยไว้โดยชนชั้นราชัน เขาได้ใช้พลังตัดโซ่ที่อยู่บนร่างกายของจอมยุทธ์จนสามารถ ช่วยออกมาได้ จากนั้นทั้งสองได้พุ่งเข้าใส่ลุค โดยที่ไม่ได้ส่งเสียงอะไรออกมาเลยแม้แต่น้อย ทั้งสองพูดคุยกันผ่านลมปราณ ต้องการสังหารลุคให้ได้อย่างรวดเร็วที่สุด

            “คิดว่าฉันไม่รู้ตัวหรือไงว่าหลุดออกมาได้แล้ว” ลุค พูดออกมาพร้อมๆ กับที่ได้ฟาดโซ่ไปข้างหลังของตัวเอง เขาไม่ได้มองไปยังทิศทางที่ตัวเองฟาดเลยแม้แต่น้อย ราชันและจอมยุทธ์ที่เห็นว่าลุคได้ฟาดโซ่เข้ามาครั้งนี้พวกเขาจึงเลือกที่จะหลบ ไม่ฟันโซ่ทิ้งและไม่ปัดโซ่ด้วยกระบี่เด็ดขาด พลังของลุคคาดเดาได้ยากเกินไป ไม่รู้ว่าหากเอากระบี่ไปกระทบกับโซ่นั้นจะเกิดอะไรขึ้นอีก

            “หลบแบบนั้นก็ไม่พ้นหรอกนะ” ลุคได้พูดขึ้นพร้อมกับยิ้มออกมา ทันใดนั้นเองจอมยุทธ์ที่คิดว่าตัวเองสามารถกระโดดหลบออกมาได้แล้วเขารู้สึกราวกับว่าตัวเองถูกโซ่มัดไว้อีกครั้งทั้งๆ ที่เขาไม่ได้มองเห็นโซ่เลยแม้แต่น้อย “มัวแต่หลบโซ่ที่มองเห็นได้ แบบนี้ไม่ดีนะ”

            “หน่อยแก” ราชันที่เห็นว่าสหายของตนเอง ถูกผนึกไว้ด้วยโซ่ที่มองไม่เห็นจึงคิดจะฟันคลื่นกระบี่ออกไป ยังรอบๆ ตัวของสหายจอมยุทธ์ของตนเอง แต่ว่าก่อนที่เขาจะได้โจมตีส่งคลื่นกระบี่ออกไป ลุคก็ได้จับไปยังโซ่ล่องหนและดึงจอมยุทธ์เข้าหาตนเอง จอมยุทธ์ที่เห็นว่าตนเองถูกดึงเข้าไปใกล้ลุค จึงพยายามขัดขืนแต่ว่า         ทักษะจิต เยือกแข็งดวงจิต ลุคได้ใช้เยือกแข็งดวงจิตผนึกลงไปยังโซ่ ทำให้คนที่ถูกโซ่นี้ผนึกอยู่นอกจากจะถูกกดระดับพลังลงแล้วยังถูกผนึกความคิดไว้ชั่วคราว ไม่อาจตอบโต้การโดนดึงเข้าหาลุคได้ ลุคทำเพียง ยกกระบี่ขึ้นมาและตวัดไปยังคอของจอมยุทธ์ สังหารชนชั้นจอมยุทธไปอีกคน

            “เหลือนายเพียงคนเดียวแล้วนะ” ลุคกล่าวพร้อมกับยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่น่าขนลุกสำหรับชนชั้นราชันผู้นั้นอย่างยิ่ง การกระทำของลุค ทั้งหมดนั้นสร้างความตกตะลึงให้แก่ชนชั้นราชันผู้นี้อย่างมาก ลุคสามารถฆ่าชนชั้นจอมยุทธ์ขั้นสูงสาม คนได้อย่างง่ายดาย แม้กระทั่งตัวเขาเองยังไม่สามารถฆ่าชนชั้นจอมยุทธ์ขั้นสูงสามคนพร้อมกันได้ง่ายแบบนี้ หมายความว่าลุคนั้นมีความแข็งแกร่งมากกว่าเขาอย่างแน่นอน

            “อ้าวๆ ยืนเหม่อ อะไรกัน ก็บอกไปแล้วนี่ว่าอย่าได้ละสายตาจากกระบี่เด็ดขาด” ลุคได้กล่าวออกมา คำพูดนั้นราวกับสามารถทำให้ ราชันผู้นั้นสามารถตั้งสติได้ จนเขาได้สังเกตที่มือของลุค พบว่าในขณะที่เขากำลังตกตะลึง กระบี่ได้หายไปจากมือของลุคโดยที่เขาไม่ทันรู้ตัว เขาเร่งสัมผัสปราณของตนเองออกไป รอบๆ ตัวเองทันทีแต่ว่าก็ไม่อาจสัมผัสถึงกระบี่เล่มนั้นที่ยังซ่อนตัวอยู่ หมายความว่าครั้งแรกที่เขาสามารถสัมผัสถึงการโจมตีของอูหลินเฟิงได้ อีกฝ่ายจงใจให้เขาสามารถสัมผัสได้

            ทักษะจิตสายควบคุมกายภาพ คลื่นกระแทก ในตอนที่ราชันผู้นั้นกำลังระแวงกับกระบี่ที่ล่องหนก็โดนคลื่นกระแทกที่สร้างจากพลังจิตอัดกระแทกอย่างรุนแรง

            “อ๊อคค” แรงกระแทกรุนแรง ที่เกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัวนั้น เกิดขึ้นตอนที่เขากำลังเพ่งลมปราณทั้งหมดไปยังประสาทสัมผัสเพื่อค้นหากระบี่ที่ซ่อนอยู่ ทำให้ลมปราณคุ้มกายอ่อนแอลง การโดนจิตกระแทกนั้นทำให้อวัยวะภายในบาดเจ็บ ซี่โครงหลายอันหักทันที

            “นี่เจ้า!!” อีกฝ่ายถึงกลับอาศัยจังหวะที่เขาค้นหากระบี่โจมตีมาตรงๆ แต่ว่าในตอนนั้นเองที่เขาเสียสมาธิจากการโดนโจมตี ทำให้สัมผัสลมปราณอ่อนแอลง ได้มีโซ่ถูกตวัดเข้ามาพันร่างกายของเขา เมื่อโซ่นั้นสามารถมัดร่างกายได้พลังในร่างกายก็ตกลงอย่างมหาศาล ลมปราณคุ้มกายถูกลดทอนลงและสติสัมปชัญญะยังเชื่องช้าลง กระบี่ที่ถูกซ่อนด้วยจิตซ่อนเร้นนั้นพุ่งตรงทะลุหัวใจของชนชั้นราชัน สังหารชนชั้นราชันขั้นต้นอย่างง่ายดาย

            “ก็บอกว่าอย่าได้ละสายตาจากกระบี่ไง” ลุคได้พูดออกหลังจากที่ สามารถแทงกระบี่เข้าสู่หัวใจของราชันตรงหน้าได้

            “ยังมีใครต้องการท้าทายอีกมั้ย” ลุคได้ กล่าวคำท้าทายออกไปยังคนที่อยู่ล่างเวที ตัวของเขาเองก็สามารถสัมผัสอารมณ์ของสิ่งมีชีวิตได้เช่นกัน มันเป็นความสามารถที่เขาได้รับถ่ายทอดมาจากอูหลินเฟิง เขาเองก็ยังสัมผัสได้ถึงความโลภต่อคัมภีร์วิชาทั้งสอง ของเทพกระบี่คงหมิงได้ แต่ว่ากับตอนนี้กลับไม่มีใครกล้ากระโดดขึ้นมาบนเวทีเลยแม้แต่คนเดียว ตอนนี้แต่ละคนรับรู้แล้วว่าอูหลินเฟิงนั้นแข็งแกร่ง โดยไม่จำเป็นต้องมีสัตว์อสูร

            เมื่อเห็นว่าไม่มีใครกล้าขึ้นมาท้าทายอีก ลุค จึงปลดปล่อยร่างกายของตนเองดวงจิตของเขากลับไปยังกระบี่อีกครั้ง เพราะว่ายิ่งเขาคงสภาพของร่างชิกิงามิ ระดับสูงแบบนี้ต่อไปจะยิ่งผลาญพลังวิญญาณของอูหลินเฟิงต่อไปเรื่อยๆ ถึงแม้ว่าอูหลินเฟิง ที่เป็นดวงวิญญาณหลักจะมีพลังวิญญาณมหาศาล แต่ก็ป้องกันไว้ดีกว่าแก้ ไว้เมื่อถึงเวลาต่อสู้ค่อยออกมาอีกครั้งดีกว่าปล่อยให้พลังวิญญาณโดนผลาญไป เรื่อยๆ แบบนี้ เขาไปอาศัยอยู่ในกระบี่วิญญาณฟ้าอย่างประหยัดวิญญาณมากกว่าอยู่ในร่างนี้

            อูหลินเฟิง ได้เดินกลับลงมายังกลุ่มของตนเอง

            “ทำสำเร็จจริงๆ ด้วย ถึงแม้ข้าจะไม่ค่อยชอบวิถีกระบี่ของเจ้าเท่าไหร่แต่ว่า ก็เป็นวิถีกระบี่ที่เหมาะกับเจ้าจริงๆ” เซี่ยชิงเอ๋อร์กล่าว ว่ากันตามตรงแล้วนางก็ไม่ได้ชอบวิถีกระบี่ของอูหลินเฟิง เพราะว่านางเป็นประเภทที่ใช้เพลงกระบี่ทำลายเพลงกระบี่ ใช้พลังที่เหนือกว่าของตนเองเอาชนะศัตรู แต่ว่าเมื่อ รูปแบบการต่อสู้ที่เคยได้เห็นอูหลินเฟิงสู้ ในงานประลองล่าอสูรแล้วก็คิดว่ารูปแบบนี้คือ รูปแบบที่เหมาะที่สุดของชายตรงหน้า .

            “ข้าจะถือว่านั่นเป็นคำชมแล้วกัน” อูหลินเฟิงได้กล่าวออกมา

            “ชิกิงามิของเจ้า แข็งแกร่งจริงๆ” ไป๋หลันฮวากล่าวชม นางไม่ได้รู้เรื่องของจิตวิญญาณแฝดของอูหลินเฟิง แต่ว่านางเองก็มีความรู้เรื่องชิกิงามิ วิชาของพวกผู้ใช้พลังวิญญาณสายยันต์ ชิกิงามิบางตัวนั้นจะมีความคิดและความสามารถบางอย่างเป็นของตนเอง แต่ชิกิงามิของอูหลินเฟิงกลับสามารถสังหารหนึ่งราชันสามจอมยุทธได้อย่างง่ายดาย นางไม่นึกว่าชิกิงามิจะสามารถทำได้ถึงเพียงนี้

            “ชมว่าข้าแข็งแกร่งก็ได้นะ ชิกิงามินั่นก็พลังของข้าเช่นกัน” อูหลินเฟิงกล่าว

            “ท่านพี่แข็งแกร่งสุดๆ ไปเลยไม่ว่าจะเป็นเพลงกระบี่หรือชิกิงามิ” มีเพียงอูหมินจิงเท่านั้นที่ชื่นชมพลังของ อูหลินเฟิง ไม่ว่าพี่ใหญ่ของเขาจะใช้พลังหรือเพลงกระบี่แบบไหน อูหมินจิงก็ยังเป็นน้องชายที่ชื่นชมในพลังของพี่ชายเสมอ ในตอนนั้นเองหลังจากที่สามารถชนะร่างเสมือนของเทพกระบี่ทั้งสองลงได้ประตูบานใหญ่ที่ปิดอยู่ก็ค่อยๆ เปิดออก

            ..

            ..

            จบตอน

    คล้ายกับเรื่องตำนานสามภพ ภาค พลิกชะตายุทธภพ จบแล้ว(มีE-Book) ที่คุณอ่าน