บุรุษจอมเพี้ยน ทะลุมาเกรียนที่ต่างโลก

    โถงแห่งความตาย

            “อย่าคิดอย่างนั้นสิครับหัวหน้า แค่หัวหน้าใช้มือเดียวก็เล่นเอาความมืดในป่าทมิฬหายไปตั้งครึ่งแถบแล้ว อย่างนี้ไม่เรียกว่าโหดแล้วจะให้เรียกว่าอะไรล่ะครับ!” สมาชิกกิลด์ของเธอพูดยิ้มๆ หัวหน้าของเขาเรียกได้ว่าเป็นคนบ้าความสมบูรณ์แบบตัวจริงเสียงจริงเลย พลังที่เธอแสดงออกมาเมื่อครู่ได้ทำให้พวกเขารู้สึกยินดีอย่างมากที่มีหัวหน้าที่แข็งแกร่งมากขนาดนี้

            “มันก็จริงล่ะนะ แค่นี้ฉันก็ไม่รู้จะไปหาคู่ต่อสู้ที่ไหนแล้ว คิกๆ” เฮเมร่ายิ้มหวานให้คนในกิลด์ก่อนจะสัมผัสได้ว่าพลังของเธอส่วนหนึ่งกำลังถูกบางสิ่งดูดกลืนไป เมื่อเธอหันไปหาที่มาก็พบกับราฟที่กำลังยืนอ้าปากหาวอยู่

            ‘คิดมากไปงั้นเหรอ’

            เฮเมร่าขมวดคิ้วบางๆ

            “อื๋อ มองหน้าผมทำไมเหรอครับ หรือว่าหลงเสน่ห์ของผมเข้าให้แล้ว” ราฟที่รู้ตัวหันมาฉีกยิ้มให้หญิงสาว

            ‘เจ้าเด็กนี่...ถึงว่าทำไมน้องอิงอิงถึงชอบทำหน้าเหนื่อยใจตลอด ที่แท้ก็เป็นคนกวนประสาทแบบนี้นี่เอง จะว่าเฟรนด์ลี่หรืออะไรดีเนี่ย’

            โป๊ก

            “โอ๊ย ทำอะไรน่ะครับครูหลิน” ราฟหันมาถามครูสาวตาละห้อย

            “ลามปามละนายเนี่ย พี่เขาอายุมากกว่านายตั้งหลายปีนะ ห้ามยุ่งกับพี่ฉันเด็ดขาด!” หลินอิงอิงแค่นเสียงเย็น

            “เง่ะ ก็แค่ล้อเล่นเอง ซีเรียสไปได้” ราฟบ่นอุบอิบพลางคิดในใจว่า

            ‘ใครคิดมากเรื่องนั้นฟะ เรามีแฟนสาวหน้าเด็กอายุมากกว่าสองพันปีอย่างลิลิธแล้วที่ทำเอาพี่สาวผมดำคนนี้กลายเป็นเด็กน้อยไปเลยเชียวนะ’ ราฟคิดในใจยิ้มๆ

            “ชิ” หลินอิงอิงขมวดคิ้ว ทำไมเธอรู้สึกเหมือนกับว่าเจ้าเด็กนี่กำลังหัวเราะเธออยู่กัน

            “เอาน่าๆ ฉันไม่คิดมากหรอก...รีบเดินทางต่อกันเถอะ” เฮเมร่ากล่าวก่อนจะเดินนำไปอีกครั้ง

            .

            .

            .

            “พวกเรามาถึงแล้ว” สิ้นเสียงของเฮเมร่า หญิงสาวผมดำก็หยุดเท้าลง

            “ว๊าววว โคตรสวยเลย” ราฟมองทางเข้าดันเจี้ยนที่แผ่กลิ่นอายโบราณออกมา ก่อนจะใช้เนตรสีทองมองทะลุเข้าไป ต่อมาเขาก็ต้องขมวดคิ้วเพราะไม่สามารถมองทะลุเข้าไปด้านในได้

            ราฟคิดในในครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบกระเป๋าสะพายใบใหญ่ที่ใส่ของสำคัญที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตออกมาสะพายไว้บนหลัง ท่ามกลางสายตาแปลกใจของทุกคน

            “นายจะเล่นใหญ่ทำไม พวกเราแค่ไม่สำรวจเองนะ ไม่เห็นต้องเตรียมตัวตั้งแต่ตอนนี้เลย ค่อยไปหยิบจากแหวนมิติข้างในก็ได้” หลินอิงอิงบอกด้วยความหวังดี

            “เอาน่า ผมแค่เตรียมเผื่อไว้ เพราะข้างในมันแปลกๆ”

            “แปลก? มันแปลกยังไง?” หลินอิงอิงเอียงหัวถาม

            “ผมก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน ถ้าครูไม่เชื่อผมก็แล้วแต่” ราฟยักไหล่ ก่อนจะเดินตามพวกเฮเมร่าไป

            “ชิ ถ้ามันไม่แปลกอย่างที่นายว่าล่ะน่าดู” หลินอิงอิงบ่นอุบอิบ แต่ก็หยิบกระเป๋าจากแหวนมิติออกมาสะพายแล้วเดินตามนักเรียนของเธอไป

            ทางด้านของพวกสมาชิกกิลด์แสงดารา ถึงแม้จะได้ยินในสิ่งที่ราฟพูดแต่พวกเขาก็ไม่สนใจที่จะฟัง มีเพียงเฮเมร่าและสมาชิกบางส่วนเท่านั้นที่เลือกทำตามเพราะคิดว่าป้องกันไว้ก่อนก็ไม่เสียหาย

            หลังจากเดินเข้าไปด้านในประตูของดันเจี้ยนที่มีรูปร่างคล้ายกับถ้ำแห่งหนึ่ง พวกราฟก้าวเท้าเข้าไปข้างในก็พบว่าได้เข้ามาอยู่อีกสถานที่หนึ่งที่คล้ายกับห้องโถงสีดำสนิทรูปแบบสถาปัตยกรรมของกรีกโบราณ

            ด้านในห้องโถงนั้นมีร่างไร้ชีวิตของผู้คนนับพันที่แผ่กลิ่นคาวเลือดโชยออกมา

            พวกเขาเสียชีวิตแล้ว!

            “อั่ก! นั่นเธอใช่มั้ย เฮเมร่า?” เสียงที่อ่อนแรงของชายหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้นจากในกองซากศพนั้น เมื่อหญิงสาวหันไปก็เบิกตากว้างแล้วทำท่าจะวิ่งเข้ามาหา

            “หยุด! อย่าเข้ามา” ชายหนุ่มร้องเตือน ก่อนจะชี้ไปบนบัลลังก์สีดำที่ตั้งอยู่ด้านในสุดของห้องโถง

            “บัลลังก์นั่นมีพลังบางอย่างที่ทำให้คนที่เข้ามาในเขตของมันถูกความชั่วร้ายเข้าครอบงำแล้วทำร้ายพวกเดียวกันเอง ฉันเป็นคนเดียวที่เหลือรอดจากพลังบัดซบนั่น เธอช่วยรักษาฉันขจากตรงนั้นทีได้มั้ย แล้วเรามาทำลายบัลลังก์บัดซบนั่นด้วยกัน!” ชายหนุ่มผมขาวที่ท่าทางใกล้ตายขอร้องออกมา ร่างกายของเขาปรากฏบาดแผลของคมอาวุธฟาดฟันจนเหวอะออกมานับร้อยจุด

            “ได้ๆ ฉันจะรีบรักษานายเดี๋ยวนี้!” เฮเมร่าพูดจบก็รีบสร้างบอลดาราที่มีพลังในการฟื้นฟูบาดแผลออกมาจากฝ่ามือซ้ายของเธอก่อนจะควบคุมมันไปใส่ร่างของชายผมขาว

            ในขณะนั้นเอง ราฟก็ตะโกนขึ้นมาเสียงดังว่า

            “หยุดการรักษานั่นซะคุณเฮเมร่า เจ้าหัวขาวนั่นถูกสิงอยู่!”

            “ฮะ!? อ๊ะ ตาของเธอทำไมเป็นสีทองล่ะ” เฮเมร่าหันมามองราฟอย่างสงสัยพร้อมกับคนอื่นๆ

            “บ้าเอ๊ย” เมื่อเห็นท่าทางงุนงงของทุกคนราฟก็สบถออกมา ก่อนจะชี้ดัชนีที่แฝงปราณเอกภพเข้าไปทำลายบอลแสงของเฮเมร่าจนหายไป ก่อนที่ดัชนีนั้นจะทะลวงหน้าอกของชายผมขาวจนเขากรีดร้องออกมา

            “อ๊ากกก!!!”

            “จอห์น! นี่เธอทำบ้าอะไร! เขาเป็นหัวหน้ากิลด์จ้าวโลกที่เป็นกิลด์อันดับสองของแดนมนุษย์ที่ช่วยเหลือมนุษยชาติมาหลายร้อยปีนะ!” เฮเมร่าคำรามออกมาขณะเรียกดาบคาตานะสีทองออกมาแล้วชักดาบชี้ใส่คอของราฟ

            เหล่าสมาชิกกิลด์แสงดาราทุกคนก็ชักอาวุธออกมาทางเขาเหมือนกัน

            “ราฟ นายทำแบบนี้ทำไม” แม้แต่หลินอิงอิงก็อดไม่ได้ที่จะมองราฟด้วยความไม่เข้าใจ แต่เธอไม่ได้ตั้งท่าเป็นศัตรูกับเขา

            “หันไปมองเจ้าจอร์ดี้...เอ๊ย จอห์นอะไรนั่นก่อนเถอะ” ราฟมองปลายดาบสีทองอร่ามที่จ่อคอเขาด้วยรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวเพราะกลั้นขำ

            ‘ให้ตายเถอะ ใครมันเป็นคนคิดชื่อกิลด์แบบนี้วะ นี่ถ้าไปอยู่ในโลกเดิมของเราคงโดนล้อตายชัก อุ๊บ...ฮ่าๆๆ’ ราฟหัวเราะในใจอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะชี้นิ้วไปที่ร่างของชายผมขาวที่หน้าอกถูกดัชนีของเขาเจาะเป็นรู

            “...” เฮเมร่าที่เปลี่ยนจากใบหน้ายิ้มแย้มกลายเป็นเย็นชาไม่พูดอะไร เธอหันไปมองร่างของชายที่ชื่อจอห์นโดยที่ยังคงจ่อคอราฟอยู่ ไม่นานเธอก็ต้องเบิกตากว้างอีกครั้ง ก่อนจะลดดาบลงจากคอของชายหนุ่ม

            “นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!”

            เมื่อหลินอิงอิงและคนอื่นๆเห็นท่าทางของเฮเมร่าก็มองตามไป ก่อนจะทำสีหน้าตกใจไปตามๆกัน

            “ปะ ปีศาจ

    คล้ายกับเรื่องบุรุษจอมเพี้ยน ทะลุมาเกรียนที่ต่างโลก ที่คุณอ่าน