บทที่ 48 ข้าตัดสินใจแล้ว
ผ่านพ้นราตรีงานเทศกาลตะวันออกผ่านพ้นยามเหม่ามาเล็กน้อย แสงตะวันเริ่มสาดส่องบ้านเรือน สตรีแต่ละบ้านเองก็ออกมาทำภารกิจในยามเช้าแต่ภายในเรือนหลังของคุณหนูเล็กผู้ที่มักจะออกมาดูเรือนและรับลมยามเช้ากลับยังเงียบไร้ซึ่งวี่แววของเจ้านายเสี่ยวโยวผู้มีหน้าที่มาช่วยงานเจ้านายสาวกังวล
"คุณหนูเจ้าคะเลยยามเหม่าแล้วนะเจ้าคะ"บ่าวคนสนิทที่อยู่กับเจ้านายมาตั้งแต่ยังเด็กเอ่ยเรียกเจ้านายสาวด้วยความเป็นห่วงหัวใจลังเลว่าควรจะเข้าไปด้านในเพื่อตรวจสอบดีหรือไม่สุดท้ายบ่าวก็ตัดสินใจเปิดห้องนอนของจ้าวซินเยว่เข้าไป
บ่าววัยสาวปิดประตูและเดินเข้ามาในห้องนอนของเจ้านายอย่างวิสาสะหันมาเดินไปยังเตียงเท้าของนางเหยียบเข้ากับผ้าบางอย่างเป็นชุดคลุมด้านนอกของเจ้านายนางที่ถอดอย่างลวกๆ ทั่วทั้งพื้นห้องบนโต๊ะข้างเตียงมีหน้ากากคุ้มตาวางอยู่ จนนางเงยหน้ามองที่เตียงนอน
แผ่นหลังหนาเปลือยเปล่าของบุรุษเต็มไปด้วยแผลและรอยแดงนอนหันหลังให้นาง ผมสีดำสนิทปล่อยสยายยาว ผ้าห่มพาดอยู่ที่เอวสอบอย่างหมิ่นเหม่และนางก็สังเกตเห็นแขนบางเล็กผิวขาวเนียนวางบนเอวสอบ
จากหลักฐานที่หลงเหลืออยู่เสี่ยวโยวก็ไม่ต้องคาดเดาว่าเมื่อคืนเจ้านายกับท่านแม่ทัพทำอะไรกันรุนแรงแค่ไหน
"คะ คุณหนู..."
"นางยังไม่ตื่น เจ้าออกไปก่อนเถอะ"เสียงเข้มกล่าวกับสาวใช้เบาๆ เสี่ยวโยวชะงักเล็กน้อยอันที่จริงนางไม่คิดว่าจะมีใครตื่นเสียด้วยซ้ำ
"ท่านแม่ทัพท่านทำเช่นนี้ข้าเกรงว่า..."
"เสี่ยวโยว นั่นล้วนเป็นเรื่องของข้ากับนางเจ้าออกไปก่อน แล้วข้าจะออกไป เจ้าคงไม่อยากเห็นร่างกายบุรุษของเจ้านายยามนี้หรอกจริงไหม" เสียวเข้มดุบ่าวเช่นเสี่ยวโยวอีกครั้งย้ำว่านี่ไม่ใช่เรื่องที่ใครจะมายุ่ง แม้แต่บ่าวคนสนิทใบหน้าเสี่ยวโยวโค้งรับเล็กน้อย
"เจ้าค่ะ ข้าจะไปช่วยอาจิงก่อน"หญิงสาววัยยี่สิบต้นเดินถอยหลังไปเงียบๆ ปิดประตูห้องนอนเจ้านายเบาๆจึงเดินหมุนไปทางที่อาจิงอยู่
"พี่เสี่ยวโยว คุณหนูเล่า"เสียงเรียกของอาจิงเรียกสติให้ใบหน้าบ่าวที่จะเรียกว่างดงามก็ไม่ผิดเงยหน้ามองบ่าวอีกคนที่กำลังถือผ้าแพรชั้นดีของเจ้านายหมายจะเอามาพับเก็บ
"คุณหนูกับแม่ทัพพักผ่อนอยู่เราพับชุดคุณหนูที่ห้องโถงเถอะ" เสียงหวานกล่าวเผยยิ้มมุมปากบางๆให้อีกฝ่ายที่พยักหน้ายิ้มรับ
"เจ้าค่ะ พี่เสี่ยวโยว"
... ... ...
หนัก!
ความรู้สึกหนักอึ้งราวกับของหนักๆพาดร่างกายของนาง และความรู้สึกอึดอัดราวกับมีบางอย่างรัดตัวนางค่อยๆ แน่นขึ้นเรื่อยๆ!
"อือ..." ร่างบางครางเบาๆขยับหนีความอึดอัด จนรู้สึกว่าร่างกายขยับไม่ได้ตามใจนึก ดวงตากลมจึงค่อยๆ ลืมตา
ดวงตากลมกระพริบตาสองสามครั้งสบเข้ากับใบหน้าคมคายที่จ้องด้วยรอยยิ้มมุมปาก จนนางขมวดคิ้วเบาๆ
"เจ้าตื่นแล้ว"เสียงนุ่มของบุรุษตรงหน้ากับรอยยิ้มมุมปากแฝงความกวนประสาทเล็กๆอันเป็นนิสัยอีกฝ่าย
"กี่ยามแล้วเจ้าคะ"เสียงหวานงัวเงียถาม มือดันร่างกายชายหนุ่มให้ออกห่างไปพลาง อีกมือก็คว้าเอาเสื้อตัวนอกของชายหนุ่มใกล้ๆมาคลุมตนเองไปพลาง
"กลางยามเหม่าแล้ว"ร่างสูงที่ถูกผลักเบาๆ ลุกขึ้นนั่งบนเตียงช่วยหญิงสาวใส่ชุดของเขาเพื่อคลุมร่างของนาง
"สายป่านนี้แล้ว เสี่ยวโยวไม่มีปลุกหรือเจ้าคะ"
"มาแล้ว"
"มาแล้ว?"ใบหน้าสวยเอียงคอทวงอีกฝ่าย
"เสี่ยวโยวมาปลุกเจ้าในห้องแล้วแต่ข้าไล่ไปเอง" ชายหนุ่มพูดด้วยท่าทางหน้าไม่อายต่างจากหญิงสาวที่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ
"งั้นเสี่ยวโยวก็..."
"อาบน้ำด้วยกันนะ"ร่างสูงไม่สนใจทั้งยังหันมายิ้มให้นางอย่างไม่สลดร่างสูงเปลือยก้มลงมาช้อนร่างบางขึ้น
"ใครจะอาบ กลับห้องไปเลยนะ!"
"สภาพนี้หรือ? นี่เจ้ากำลังไล่สามีที่กำลังเปลือยออกจากห้องนะ" รอยยิ้มยียวนจงใจกวนประสาทขายาวก็ก้าวยาวเข้าห้องอาบน้ำของหญิงสาวไปโดยไม่ฟังคำโวยวายของนางเลย
... ... ...
หลังจากจ้าวซินเยว่ก้าวเข้ามาในเรือนใหญ่ตระกูลจ้าวพร้อมกับแม่ทัพแห่งแคว้นลี่แม้จะไร้ซึ่งคำพูดถึงอย่างนั้นบรรยากาศระหว่างหนุ่มสาวทั้งสองก็ไม่ได้ดูสับสนวุ่นวายกลับดูสนิทสนมกันกว่าปกติ
หลังจากวันงานเทศกาลก็จะเป็นวันที่ตระกูลจ้าวต้องทำความเคารพบรรพบุรุษปีนี้ก็เช่นกัน
จ้าวซินเยว่ยืนอยู่ริมสุดด้วยอายุที่น้อยและฐานะลูกสาวคนเล็กของบ้าน ส่วนผู้ที่เป็นศูนย์กลางคือท่านลุงใหญ่กำลังทำพิธีร่วมกับไต้ซือที่มาทำพิธีให้กับตระกูลจ้าวเป็นประจำ
แม้นางจะอยู่ริมและไกลแต่ชายหนุ่มใต้หน้ากากยืนเยื้องไปด้านหลัง คอยสนับสนุนนางอยู่ใกล้ๆพร้อมกับบ่าวทั้งสองคน
จนนายท่านคนปัจจุบันของตระกูลจ้าวจุดเทียนให้แก่บรรพบุรุษก่อนคนในบ้านเรียงจากนายท่ายผู้ใหญ่ ฮูหยินผู้ใหญ่ บ้านท่านลุงใหญ่ ทั้งพี่ชายรองพี่ชายสาม จ้าวอี้หยาง ต่อมาเป็นบ้านของนาง เริ่มจากมารดา พี่ใหญ่ และนางจบด้วยพี่ชินอ๋องและชินอ๋องคนที่แต่งเข้าและแขกอย่างหวงจือเหวยตามมาด้วยบ่าวในบ้านทุกคน
"ขอบคุณไต้ซือ หากท่านอารามขาดเหลือสิ่งใดกรุณาบอกพวกข้าอย่าได้เกรงใจ" ลุงใหญ่เอ่ยกับไต้ซือ พร้อมกับคำนับ
"ตระกูลจ้าวของเจ้าในอดีตไม่เคยทำเรื่องไม่ดีอนาคตไม่มีเรื่องด่างพล้อย ก็จะคงเป็นไม้ใหญ่แม้จะไร้อำนาจจากราชสำนัก"ไต้ซือกล่างด้วยรอยยิ้ม ทางด้านลุงใหญ่และตระกูลจ้าวล้วนคิดว่ามันคือคำอวยพร
มีเพียงหญิงสาวที่อยู่เบื้องหลังสุดของเหล่าเจ้านายที่เข้าใจอย่างถ่องแท้
ในอนาคตยุคสมัยที่ห่างไกลแม้ประเทศนี้จะผ่านอะไรมามากมาย ทั้งการเปลี่ยนอำนาจและการผลัดเปลี่ยนระบอบการปกครอง ตระกูลจ้าวก็ยังคงอยู่อย่างดีแม้จะไม่มีอำนาจทางการทหาร แต่ตระกูลจ้าวก็ยังคงมีอำนาจจากการค้าขายเป็นที่รู้จักไปทั่ว
ทั้งจ้าวจือถงนักดนตรีอัจฉริยะที่นางเคยร่วมงานด้วยครั้งหนึ่งภรรยาสาวของเขาที่เป็นเพื่อนสนิทของน้องชาย เป็นทนายสาวที่มีฝีมือไม่น้อย
"เข้าข้างในกันเถอะ"ชินอ๋องกล่าวกับจ้าวอี้หยาวและจ้าวซินเยว่เมื่อสายลมเย็นๆ พัดเข้ามา
ดวงตาสวยมองภาพชินอ๋องและจ้าวอี้หยางประคองกันเข้าไปภายในเรือนก็นึกยิ้มขึ้นมา
"เป็นคู่รักที่น่าอิจฉาจริงๆ"
"เจ้าว่าอะไรหรือ"ชายหนุ่มร่างสูงก้มลงเล็กน้อยเพื่อถาม หญิงสาวเงยหน้ามองสบตาคู่นั้น
หากนางจำไม่ผิดจ้าวจือถงมีน้องชายคนหนึ่งเป็นนักกฎหมายมือฉมัง และเป็นอาจารย์พิเศษในหลายๆมหาวิทยาลัย หลายๆ ครั้งตัวนางก็เห็นเขาไกลๆ แต่ไม่เคยสนทนาการสักครั้ง
"ยิ้มอะไรหรือ"
"ท่านแม่ทัพ ท่านกับชินอ๋องคงมีบุญสัมพันธ์กับตระกูลจ้าว ส่วนอี้หยางก็มีวาสนี่แท้จริงกับชินอ๋อง"หญิงสาวยกยิ้มมุมปากเข้าใจบางอย่างเพียงคนเดียวก่อนเดินตามคู่สามีภรรยาเข้าไปด้านใน
ทิ้งให้ชายหนุ่มทำหน้าอย่างไม่เข้าใจกับสิ่งที่นางคิดไม่นานก็เบิกตากว้างแล้วรีบเดินตามหญิงสาวไปติดๆ
... ... ...
"ที่ท่านหญิงว่าข้ามีบุญสัมพันธ์กับตระกูลจ้าว ท่านหญิงยอมแต่งให้ข้าแล้วหรือ"แม่ทัพหนุ่มเดินตามร่างบางและบ่าวทั้งสองคนมาจนถึงเรือนของหญิงสาวเมื่อแน่ใจว่าพ้นสายตาของผู้อื่น จึงกล่าวออกมา
ขาเรียวหยุดชะงักบ่าวทั้งสองคนช้อนมองบุรุษร่างสูงอย่างตกใจสลับกับเจ้านายสาว ที่หมุนตัวมองอีกฝ่าย
"ท่านยังไม่ได้ขอจะยอมแต่งได้อย่างไรเจ้าคะ"
"งั้นถ้าข้าขอท่านหญิงแต่งงานท่านจะยอมแต่งกับข้าใช่หรือไม่" มือหนายกขึ้นสัมผัสมือบางพร้อมคำหวานกล่าวเอ่ย
ในสายตาของบ่าวทั้งสองแม้จะไม่ใช่ท่านแม่ทัพเฉินจือหาน แต่ยามนี้บุรุษตรงหน้าพวกนางแสดงความจริงใจกับคุณหนูไม่ต่างกัน
บ่าวทั้งสองต่างก้มหน้าเขินไม่กล้ามองภาพสำคัญใบหน้าเริ่มเห่อแดง
จ้าวซินเยว่สตรีที่ถูกขอแต่งงานจ้องดวงตาใต้หน้ากากนั้น ใบหน้าเริ่มขึ้นสีร้อนผาวอยากจะชักมือออกจากอีกฝ่าย แต่นางก็ทำไม่ได้ไม่รู้ว่าเพราะอะไร
"เป็นบุรุษมาจับมือถือแขนข้าต่อหน้าผู้คนเช่นนี้ไม่รู้จักอายบ้างหรือเจ้าคะ?" นางเปลี่ยนเป็นดุชายหนุ่มเบาๆหวังให้เขาปล่อยมือนางเอง กลับยิ่งรู้สึกว่าถูกกระชับมากกว่าเดิม
"จนกว่าท่านหญิงจะให้คำตอบ หากท่านตอบตกลงข้าจะเข้าไปคุยกับผู้ใหญ่ของท่านเสียวันนี้ กลับไปเมืองหลวงข้าจะทำมันให้ถูกต้องให้เร็วที่สุด"
น้ำเสียงบุรุษแสดงถึงความตื่นเต้นดีใจไม่น้อยหากคำที่เขาพูดกับนางก่อนหน้าเป็นจริง เขาเองก็กลัวไม่น้อยว่าตัวนางจะโกรธตนเอง
หัวใจของหญิงสาวสั่นไหวอย่างรุนแรงผินรอยยิ้มมุมปาก ด้วยท่าทางผ่อนคลาย
"หากท่านสาบานว่าจะแต่งข้าผู้เดียวข้าก็ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ"
ร่างบางพูดจบก็สะบัดมือหมุนหันหลังรีบเร่งฝีเท้าเข้าห้องของตนเองไปอย่างรวดเร็วเพื่อกลบความขัดเขิน
ส่วนชายหนุ่มที่ถูกทิ้งเผยยิ้มมุมปากแววตาของเขาจ้องแผ่นหลังของหญิงสาวไปจนลับสายตา
หัวใจของบุรุษยามนี้เบิกบานอย่างเห็นได้จากแววตาที่มองหญิงสาวอย่างรักใคร่ก่อนหมุนตัวไปอีกฝั่งเพื่อไปทำตามคำพูดที่ลั่นวาจาไว้เมื่อครู่ให้เสร็จสิ้น
... ... ...
กาาพูดคุยสู่ขอระหว่างแม่ทัพแห่งแคว้นลี่หวงจือเหว่ยและคุณหนูเล็กตระกูลจ้าวผ่านไปอย่างเรียบง่ายอีกนัยหนึ่งก็คือบุรุษที่มาขอแท้จริงไม่ใช่คนอื่นไกล แม้ผู้ใหญ่จะกังวลอยู่บ้างแต่เมื่อชายหนุ่มอธิบายเรื่องที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ให้ฟังหลานสาวตระกูลจ้าวก็มิได้คัดค้าน ทุกคนจึงได้แต่เอาใจช่วยทั้งสองคนและหวังว่าเรื่องนี้จะจบลงด้วยดี
เมื่อต้องเดินทางกลับจ้าวอี้หยางหวางเฟยในชินอ๋องเกิดอาการแพ้ท้องเป็นข่าวดีพร้อมชินอ๋องที่ต้องไปตรวจราชการเมืองใกล้เคียง จึงมีพร้อมจ้าวซินเยว่และหวงจือเหว่ยที่กลับมาพร้อมรองแม่ทัพจ้าวหานเท่านั้น
ทันทีที่กลับมาถึงหวงจือเหว่ยมาถึงก็ขอเข้าเฝ้าฝ่าบาทเพื่อขอประทานการสมรสระหว่างตนกับจ้าวซินเยว่และไม่นานการประกาศแต่งงานระหว่างแคว้นก็เกิดขึ้นโดยกำหนดการณ์ทุกอยากจะเสร็จภายในเดือนนี้
... ... ...
ยามราตรีสีรัตติกาลสาดไปทั่วทั้งนภาดวงจันทร์ที่ใกล้เต็มดวงลอยเด่นบนท้องฟ้า จวนสกุลจ้าวด้านหลังหนึ่งเจ้านายที่กำลังจดบันทึกเรื่องราวที่เกิดขึ้นเหมือนตลอดเวลาที่ผ่านมาพร้อมกับบ่าวอีกสองคนที่กำลังตรวจสอบความเรียบร้อยของข้าวของต่างๆ
"คุณหนูเจ้าคะ ท่านยังไม่ตอบข้าเลยว่าทำไมท่านถึงรับปากแต่งงานกับคนเช่นนั้นด้วยเจ้าคะ"อาจิงที่ทนความสงสัยไม่ไหวจึงเอ่ยถามเจ้านายสาว"เพราะคุณหนูเสียท่าร่วมเตียงกับบุรุษผู้นั้นหรือ"
มือบางที่จดบันทึกทุกอย่างเสร็จก็วางพู่กันเก็บที่เบาๆพลางลุกขึ้นเดินไปนั่งบนแท่นนอนแล้วมองบ่าวตัวน้อยที่กำลังทำหน้าสงสัยไม่หยุดและบ่าวอีกคนที่ทำหน้าลำบากใจ เมื่อดุบ่าวตัวน้อยไม่ได้
"เสี่ยวโยว ไม่เป็นไร"เจ้านายสาวเอ่ยอย่างไม่รู้สึกตำหนิสิ่งใด ก่อนจะพูดต่อ"เรื่องงานแต่งงานของข้ากับบุรุษผู้นั้น ไม่ช้าหรือเร็วก็ต้องเกิดขึ้น"
"ทำไมเล่าเจ้าคะ"อาจิงถามอย่างไม่ลดละ
อาจเป็นเพราะอาจิงคอยสนับสนุนความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายและคนรักเก่ามาตลอดการที่เจ้านายของคนจะแต่งงานกับบุรุษที่ฆ่าคนรักตัวเองมันคงเกินจะรับไว้ได้
ใบหน้าสวยยกยิ้มมุมปากก่อนจะยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาวางบนหน้าท้องของตนเองเบาๆ
"ยามที่อยู่อารามหลวงเกิดอะไรขึ้นเจ้าทั้งสองคนจดจำได้หรือไม่"
มีเรื่องหนึ่งที่พวกนางทุกคนไม่เคยบอกใคร ในคืนนั้นหลังจากที่ทุกคนสวดมนต์และช่วยงานกันอย่างหนักจ้างซินเยว่ก็รู้สึกเหนื่อยและปวดท้องอย่างรุนแรง
นางตกเลือด...ด้วยความไม่รู้ และยาห้ามครรถ์ในยุคนี้ไม่ได้มีประสิทธิภาพมากนักสภาพจิตใจและร่างกายที่ย่ำแย่ส่งผลให้จ้าวซินเยว่ที่ไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำว่าท้องตกเลือด
เรื่องนี้มีเพียงไทเฮา หมอหลวงหญิงและพวกนางที่รู้... แม้แต่บุรุษผู้นั้นนางก็ไม่คิดจะบอก
จากเหตุการณ์นั้นหมอหลวงหญิงกล่าวว่านางอาจจะไม่สามารถให้กำเนิดบุตรได้อีก
หากแต่นับจากวันที่นางถูกจับและมีสัมพันธ์กับหวงจือเหว่ยจนถึงยามนี้ก็ใกล้จะสองเดือนเต็มรอบเดือนของนางที่ควรจะมาก็ขาดไปอย่างน่าประหลาด
นางคิดได้เพียงทางเดียว...
"ข้าหวังแค่เจ้าทั้งสองจะเข้าใจข้ากว่าใคร"จ้าวซินเยว่ยกยิ้มมุมปากให้บ่าวที่เหมือนพี่น้องทั้งสองคนพร้อมกล่าวจากใจจริง ทั้งสองคนที่จะคาดเดาได้ก็มองเจ้านายด้วยน้ำตาคลอ
"พวกข้าจะรับใช้ท่าน ไม่ว่าอยู่ที่ใดลำบากแค่ไหน ข้าสาบาน ข้าจะเป็นคนของท่านตลอดชีวิต"บ่าวทั้งสองคนคุดเข่าคำนับคุณหนู ก่อนจะขยับไปกอดร้องไห้โฮกับเจ้านายสาว
"ขอบคุณนะ"
... ... ...
ภายในตำหนักรับรองในพระราชวังแห่งแคว้นฝู ที่ถูกตกแต่งไว้อย่างหรูหราภายในไร้ซึ่งข้ารับใช้ของแคว้นฝูแม้แต่ด้านนอก ก็ยังเป็นทหารของแคว้นลี่
"ฮ่ะๆๆๆ ยอดเยี่ยมจริงๆ ท่านนี่ก็ไม่เบาเพียงพริบตาเดียวก็ได้การสมรสกับจ้าวซินเยว่เสียแล้ว"องค์รัชทายาทแห่งแคว้นลี่เอ่ยพลางสรวลออกมาอย่างสะใจ"นางดูเย่อหยิ่งถึงเพียงนั้น ไม่น่าเชื่อว่าจะยินยอมเจ้าง่ายๆใช้วิธีใดหรือ"
"หึ ข้าวสารกลายเป็นข้าวสุก อะไรๆก็ง่ายขึ้น" บุรุษร่างสูงใต้หน้ากากยกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัยยิ่งทำให้อีกฝ่ายหัวเราะดังกว่าเดิม
"ร้ายกาจจริงๆ"เสียงผู้สูงศักดิ์ชมพลางยกจอกสุราขึ้นมา
"ท่านเองก็..."บุรุษใต้หน้ากากพูดพลางมองผ่านไหล่ขององค์รัชทายาทที่เป็นแท่นบรรทมปรากฏร่างบอบบางของสตรีผู้หนึ่งนอนเปลืองหลังท่าทางจะผ่านศึกบนเตียงมาอย่างหนักหน่วง
หลิวลู่เสียน
แม้จะไม่เห็นใบหน้าชัดหากแต่นางค่อนข้างคล้ายกับน้องสาวจึงคาดเดาได้ไม่ยาก
"จุ๊ๆ อย่าพูดอะไรออกมาเลย"อีกฝ่ายพูดกับแม่ทัพด้วยรอยยิ้มพร้อมเทสุราใส่จอกราวกับจะฉลองกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น
"ข้าแทบจะรอวันแต่งงานไม่ไหว"หวงจือเหว่ยกล่าวด้วยรอยยิ้ม
เหตุผลที่อยากให้ถึงวันนั้นเร็วๆการกบฏและล้างบาง จะเกิดขึ้นในวันนั้น และทุกอย่างที่เขาทำมาจะได้จบเสียที
#####