หลังจากค่ำคืนผ่านพ้นไปเหล่าทหารในค่ายพร้อมที่จะออกเดินทาง
เค่อฉิงเธอถูกจับใส่กรงขัง จึงได้แต่ทำอะไรไม่ได้ แต่เท่าที่รู้เธอต้องพักผ่อนด้วยความหิวและแสงแดดสาดส่องเข้าผิวกาย เธอร้อน ร้อนเป็อย่างมากด้วยบุรุษตรงหน้าที่ขี่อาชาสีนิลกลับไม่สนใจอะไรแม้แต่น้อย
"ข้า..หิว"
เสียงหวานกล่าวออกมาเบาๆ เฟิงฉินหาได้สนใจนางไม่ มือยังคงกำบังเหียนบังคับม้าเดินทางต่อไป ฉินหลงที่ขี่ม้ามาด้านหลังก็นึกสงสารนางอยู่มิน้อยแต่ตัวเขาจะทำอะไรได้มากนักในเมื่อท่านแม่ทัพขี่ม้าใกล้กับนางเช่นนี้
หลังบางพิงกรงขังด้วยความเหนื่อยล้าใบหน้านวลเต็มไปด้วยเหงื่อ เค่อฉิงมองบุรุษร่างหนาอย่างไม่สบอารมณ์อีกรอบ ทั้งๆที่ไม่เคยแม้แต่จะได้เจอกันแต่บุรุษผู้นี้ทำเธออารมณ์เสีย!
"ข้าหิว!"
หลังผ่านไปครึ่งวันเค่อฉิงเริ่มหัวเสียเธอแหกปากเสียงดังจนเฟิงฉินเริ่มรู้สึกรำคาญ
"เ้าอยู่เงียบๆไม่เป็หรือไง!"
เฟิงฉินตวาดใส่นาง เค่อฉิงเธอก็เริ่มทนไม่ไหวแล้วเช่นกันาน้ำลายของทั้งสองจึงเริ่มขึ้น จนทหารในกองทัพต่างต้องหลบเลี่ยงหนีออกห่าง
"ข้าหิว!"
"เ้าเป็เชลยไม่มีสิทธิ์มาขอหรือพูดมากเช่นนี้!"
เค่อฉิงทำหน้างอเธอเริ่มโมโหจริงๆแล้วนะ มือนางพยายามแกะเชือกที่มัดอยู่แต่ยิ่งดิ้นมันยิ่งบาดผิวจนต้องยอมแพ้ในท้ายที่สุด
หลังเดินทางมาได้ไม่นานก็ถึงแคว้นหยางิชาวบ้านที่เห็นทหารของแคว้นจินหลงต่างหลบทาง เฟิงฉินที่ไม่สบอารมณ์กับสตรีในกรงอยู่แล้วยิ่งทำให้เขาหัวเสียเข้าไปอีก
"หลีกทางไปถ้าไม่อยากตาย..เร็วเข้ารีบไปชักช้ากันอยู่ได้!" เสียงตวาดของท่านแม่ทัพทำให้เหล่าทหารถึงกับสะดุ้งพวกเขาจึงเข้าไปในเมืองอย่างเร่งรีบ
เค่อฉิงเธอไม่สนใจบุรุษตรงหน้าแล้ว แต่สายตากับไปสนใจผู้ที่ขี่อาชาสีขาวด้านหลังเสียมากกว่า เฟิงฉินเมื่อหันกลับมามองสตรีที่อยู่ในกรงเขาพบว่าสายตานางมองรองแม่ทัพอย่างสนองสนใจ
"เข้าควรเก็บตาเ้าให้ดี..เป็แต่เชลยอย่าริอาจมายุ่งกับคนของข้า"
เฟิงฉินกล่าวก่อนสายตาจะจ้องเขม็งมา เค่อฉิงหาได้สนใจกับคำพูดที่บุรุษร่างหนาที่กล่าวมาไม่ ยังไงเธอก็รู้สึกได้ว่าท่านรองแม่ทัพดูน่าจะอ่อนโยนมากกว่าเ้าหมีั์ตรงหน้าเธอเสียอีก
"ข้าจะมองใครก็ได้มันเื่ของข้า..ชิ!" ด้วยความไม่เป็คนยอมใครด้วยแล้วเค่อฉิงยังคงท้าทายกับอำนาจของเฟิงฉิน
จนตัวเขากำบังเหียนในมือแน่นโดยมิรู้ตัวบรรยากาศโดยรอบเริ่มมีความไม่ชอบมาพากล
"ขอให้เ้าปากดีเช่นนี้ตลอดไป!"
บุรุษร่างหนาเริ่มโมโหสตรีตรงหน้าขึ้นจนหยุดมิอยู่เสียงฝีเท้าม้าและคนยังเบากว่าเสียงสนทนาของทั้งสองเสียอีก
เค่อฉิงเธอเริ่มกลัวขึ้นมาบ้างแล้วจึงเลิกสอดสายตามองฉินหลง โดยเบนสายตามองไปรอบๆ คนทั่วบริเวณดูจากสภาพการแต่งกายมีความอดอยากด้วยพิษา
"น่าสงสาร..เฮ้อ"
เค่อฉิงกล่าวออกมาเบาๆ เธอสงสารผู้คนในยุคสมัยนี้เป็อย่างมากต้องพบเจอกับอะไรมากมายเสียจริง
หลังจากเคลื่อนทัพเข้าเมือง รถม้าที่ขังเธอก็มาจอดอยู่ที่จวนแห่งหนึ่งด้วยอาการเริ่มอ่อนล้าที่ไม่ได้กินอะไรมาทั้งวัน
"ลงมา!" เฟินฉินปลดเชือกด้านหลังพร้อมกล่าวเสียงดุใส่ จนเค่อฉิงสะดุ้งเล็กน้อยแต่เธอก็ยังคงเอื่อยเฉื่อย ด้วยลำคอที่แห้งจากอาการขาดน้ำด้วยแล้วยิ่งไม่มีแรงไปมากกว่าเดิม
"ลงมาได้อย่าชักช้าไม่งั้นข้าจะส่งเ้าไปอยู่กับทหาร!"
เฟิงฉินกล่าวแต่สตรีตรงหน้าเขากลับยังคงนั่งอยู่ที่เดิมจน เขาเริ่มอารมณ์เสียจึงเข้าไปในกรง
"นี่เ้าหลับ?"
เขาััชีพจรหายใจเข้าและออกของสตรีตรงหน้า ถึงแม้จะมิรู้จักชื่อเสียงเรียงนามกันแต่เขาก็ยังมิชอบสตรีผู้นี้แม้แต่น้อย
เขายกร่างบางในชุดบุรุษเดินเข้าจวนไปด้วยตนเอง เหล่าทหารต่างทำตัวเป็ไม่รู้ไม่ชี้กับการกระทำอันแปลกประหลาดของท่านแม่ทัพที่ปฏิบัติต่อเชลยสตรีผู้นี้ เฟิงฉินยกร่างอันไร้สติไปวางบนที่นอนก่อนจะนำน้ำมาป้อนให้นาง
"นี้ข้าทำอันใดอยู่?" เฟิงฉินที่มิรู้ตัวว่าทำไมเขาต้องปฏิบัติต่อเชลยนางนี้อย่างดี ปกติถ้ายุ่งยากเขาก็จะฆ่าทิ้งแต่นางกลับทำให้เขาขาดความยับยั้ง
หลังจากคิดหาคำตอบมิได้ก็หาได้สนใจอันใดอีก สายตาของเขาก็มองไปทั่วใบหน้าขาวใสปากที่ซีดจากอาการขาดน้ำมาเกือบทั้งวัน เขาอยากจะเขาชนะสตรีดื้อรั้นตรงหน้าเป็อย่างมากถึงขนาดให้นางอดอาหารอดน้ำเพื่อเป็การลงโทษแต่มิรู้เลยว่าจะอ่อนแอถึงเพียงนี้
"ทำไมเ้าถึงทำให้ข้าเป็เช่นนี้ได้นะ"
เฟิงฉินเอามือหนาเกลี่ยผมออก พร้อมปลดอาภรณ์ของบุรุษชั้นนอกเพื่อให้นางหลับสบาย มือหนาเผลอจับเข้าที่ดอกบัวของสตรีตรงหน้า เหมือนต้องพิษร่างหนาเกิดอาการร้อนรุ่มไปทั่วร่างเขาจึงรีบถอนมือออกจากมันทันที
"เ้านี่ซ่อนรูปใช้เล่น"
เฟิงฉินกล่าวจบก่อนที่จะเดินออกไปจากตำหนักทิ้งในร่างมิได้สติหลับไหลต่อไป..
จบตอน..