เช้าวันต่อมา
หยางลี่เจินค่อยๆ ลืมตาขึ้น แสงอ่อนๆ จากหน้าต่างส่องเข้ามาในห้อง เธอกะพริบตาไล่ความพร่ามัว ก่อนจะพบว่าตัวเองยังคงนอนอยู่บนเตียงในห้องพักของโรงเตี๊ยม
เธอขยับตัวเล็กน้อย แต่ความเมื่อยล้าทำให้เธอรู้สึกเจ็บไปทั้งร่าง น้ำตาที่ยังคงแห้งติดอยู่บนแก้มเตือนให้เธอระลึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน ทันใดนั้น เธอหันไปเห็นเหวินเจาเหยียนที่ยังคงนั่งอยู่ข้างเตียง เขานั่งตัวตรง ดวงตาจับจ้องเธออย่างนิ่งสงบ
“คุณ…” เสียงของเธอแผ่วเบา
“เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?” เขาถาม น้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่แฝงความห่วงใย หยางลี่เจินพยายามลุกขึ้นนั่ง แต่ร่างกายยังคงอ่อนแรง เธอจึงต้องพิงหัวเตียงไว้ “ฉัน… ฉันไม่เป็นไรค่ะ”
“เจ้าร้องไห้ทั้งคืน” เขาพูด น้ำเสียงเรียบ แต่สายตาที่มองเธอฉายแววอ่อนโยน “เจ้าเสียใจอะไรนักหนา?”
คำถามนั้นทำให้หยางลี่เจินชะงัก เธอก้มหน้าลง น้ำตาเอ่อขึ้นอีกครั้งเมื่อคิดถึงฝันเมื่อคืน
“ฉัน… ฉันฝันว่าฉันกลับไปยังโลกของฉัน” เธอพูดเสียงสั่น “แต่ในฝันนั้น ฉันรู้สึกว่างเปล่า… เหมือนฉันสูญเสียบางอย่างไป” เหวินเจาเหยียนมองเธออย่างสงสัย แต่ไม่พูดอะไร
“ฉันคิดว่าฉันจะดีใจถ้าได้กลับไป แต่ในฝันนั้น… ฉันแค่คิดว่า ฉันยังไม่อยากจากคุณไป” เธอพูดเบาๆ พร้อมกับเช็ดน้ำตา
คำพูดนั้นทำให้เหวินเจาเหยียนนิ่งไปครู่หนึ่ง เขาไม่ได้ตอบอะไร แต่เพียงแค่มองเธอด้วยสายตาที่ลึกล้ำ
“เจ้ากลัวการกลับไปหรือ?” เขาถาม
เธอส่ายหน้า “ไม่ใช่ค่ะ… ฉันแค่รู้สึกว่า ถ้าฉันกลับไป ฉันจะเสียสิ่งที่สำคัญบางอย่างในตอนนี้ไป”
เหวินเจาเหยียนถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะพูด “เจ้ากำลังอยู่ในที่ที่ปลอดภัย เจ้าควรพักผ่อน และลืมเรื่องฝันนั้นไป”
หยางลี่เจินพยักหน้า แม้ในใจยังคงสับสน เธอรู้ว่าเขาไม่เข้าใจความรู้สึกของเธอทั้งหมด แต่การมีเขาอยู่ใกล้ๆ กลับทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจ
หลังจากเธอได้พักสักครู่ เหวินเจาเหยียนลุกขึ้นยืน
“ข้าต้องออกไปจัดการเรื่องพวกมันที่เหลือ”
“คุณจะไปอีกแล้วเหรอคะ?” เธอถามด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล
เขาหันมามองเธอ “เจ้าอยู่ที่นี่ ข้าจะไม่ให้ใครมาทำร้ายเจ้าอีก” ก่อนที่เขาจะก้าวออกไปจากห้อง หยางลี่เจินเรียกเขาไว้ “คุณจะกลับมาใช่ไหม?” เขาหันกลับมา ดวงตาของเขาสบตาเธอแน่วแน่ “ข้าสัญญา”
เขาเดินออกไป ทิ้งให้เธอนั่งอยู่คนเดียวในห้อง ใจเธอเต็มไปด้วยความกังวล แต่ในขณะเดียวกันก็มีความรู้สึกที่อบอุ่นอย่างประหลาดจากคำสัญญาของเขา
เมื่อประตูปิดลง ความเงียบในห้องเข้ามาแทนที่ หยางลี่เจินนั่งพิงหัวเตียง ดวงตายังคงมองประตูที่เหวินเจาเหยียนเพิ่งก้าวออกไป ใจเธอเต็มไปด้วยความกังวลและคำถามที่ไม่ได้รับคำตอบ
“เขาจะกลับมาจริงๆ ใช่ไหม?” เธอพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะหันมองไปรอบๆ ห้องที่เงียบสงัด ความคิดของเธอเริ่มล่องลอยกลับไปยังเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้น ความกลัวที่ยังคงฝังลึกในใจทำให้เธอรู้สึกเหมือนยังไม่หลุดพ้นจากฝันร้ายในขณะเดียวกัน เหวินเจาเหยียนที่เดินออกมาจากห้อง เผชิญหน้ากับลูกน้องที่ยืนรออยู่
“สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง?” เขาถาม น้ำเสียงกลับมาเย็นชาและหนักแน่น
“นายท่าน เราจัดการกับพวกมันส่วนใหญ่แล้ว แต่ดูเหมือนยังมีพวกที่เหลือซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง” ลูกน้องคนหนึ่งรายงาน
เหวินเจาเหยียนพยักหน้าเล็กน้อย “ส่งคนไปสืบหาและอย่าให้พวกมันมีโอกาสกลับมาแก้แค้นได้อีก”
“รับทราบขอรับ” ลูกน้องโค้งคำนับก่อนจะรีบออกไปทำตามคำสั่ง
เขายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง สายตาจับจ้องไปที่เส้นทางข้างหน้า แต่ในใจกลับนึกถึงภาพของหยางลี่เจินที่ยังนั่งอ่อนแรงอยู่บนเตียง
“ข้าควรจะปกป้องนางให้ดีกว่านี้” เขาพึมพำเบาๆ ราวกับตำหนิตัวเอง
ในห้องพัก หยางลี่เจินเริ่มรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา เธอพยายามดึงตัวเองออกจากความคิดที่ทำให้เธอไม่สบายใจ
“ฉันควรจะพักผ่อน…” เธอบอกกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะล้มตัวลงนอนอีกครั้ง
แต่ในขณะที่เธอหลับตา ภาพของเหวินเจาเหยียนที่พุ่งเข้ามาช่วยเธอเมื่อคืนกลับปรากฏชัดในหัว เธอจำได้ถึงสายตาที่มุ่งมั่นและน้ำเสียงอ่อนโยนที่เขาใช้ปลอบโยน
“คุณไม่ได้เย็นชาอย่างที่แสดงออกจริงๆ…” เธอพึมพำ ก่อนที่ความอ่อนล้าจะดึงเธอเข้าสู่ห้วงนิทรา
เวลาผ่านไปจนถึงบ่าย เหวินเจาเหยียนกลับมาที่โรงเตี๊ยมอีกครั้ง หลังจากจัดการธุระเรียบร้อย เขาเปิดประตูเข้ามาในห้องอย่างเงียบๆ หยางลี่เจินยังคงหลับอยู่ ใบหน้าของเธอดูสงบลงกว่าตอนเช้า เขายืนมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินไปนั่งลงข้างเตียง
“เจ้าคงเหนื่อยมามาก” เขากระซิบเบาๆ น้ำเสียงแฝงความอ่อนโยน
เขาหยิบผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้เธออย่างเบามือ ก่อนจะนั่งเฝ้าดูเธออีกครั้ง แม้ว่าเขาจะไม่แสดงออกมากนัก แต่ในใจลึกๆ เขารู้ว่าเธอกำลังกลายเป็นสิ่งสำคัญที่เขาไม่อาจปล่อยไปได้อีกแล้ว