เมื่อเห็นปีศาจตะพาบยักษ์หญิงชราก็สีหน้าเปลี่ยนและก้มหน้าลงโดยที่ไม่กล้าเงยขึ้นมาอีก
ส่วนคนแจวเรือทั้งหลายที่อยู่โดยรอบก็หมอบกราบลงด้วยท่าทางที่เคารพที่สุด
ปีศาจกินคนที่คลานอยู่บนพื้นก็พูดเสียงดังว่า “ท่านราชาตะพาบยักษ์ เจ้าพวกนี้ไม่เพียงทำร้ายข้า อีกทั้งยังขู่ว่าจะให้ท่านได้เห็นดีไม่ว่าอย่างไรท่านก็ต้องสั่งสอนพวกมันให้สาสม!”
เขารู้สึกสะใจอย่างยิ่งเขาเชื่อว่าเมื่อปีศาจตะพาบยักษ์มาถึง ต่อให้องครักษ์ชุดดำที่อยู่หน้าจะแข็งแกร่งสักเพียงใดก็ต้องถูกบดขยี้จนกลายเป็นเศษเนื้อ
แต่ทันใดนั้นเขากลับได้ยินเสียงหัวเราะอย่างแผ่วเบาของฟ่านเสวี่ยหลี “ปีศาจตะพาบยักษ์ เจ้าช่างน่าเกรงขามนัก!”
น้ำเสียงของเขาเฉยเมย อีกทั้งยังมีความผ่อนคลายอารมณ์อย่างบอกไม่ถูก
เมื่อปีศาจกินคนได้ยินเช่นนี้ก็หัวเราะเยาะในใจ คุณชายผู้นี้ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อเสียแล้วถึงกล้าเยาะเย้ยเช่นนี้ ดูท่าปีศาจตะพาบยักษ์จะต้องทรมานอีกฝ่ายจนตายโดยที่ข้าไม่ต้องยุแยงเสียแล้ว
แต่ต่อมาเขากลับเห็นปีศาจตะพาบยักษ์แสดงสีหน้าลังเลและตกตะลึงจากนั้นก็พูดด้วยสีหน้าแข็งทื่อว่า “มิบังอาจ ตะพาบยักษ์ขอคารวะอาจารย์ฟ่าน”
ก่อนหน้านี้ที่ฟ่านเสวี่ยหลีสังหารผู้อาวุโสซ่งด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวแม้ไม่รู้ว่าฟ่านเสวี่ยหลีทำได้อย่างไร แต่ท่าทางอันน่าเกรงขามของฟ่านเสวี่ยหลียังคงตราตรึงอยู่ในหัวของปีศาจตะพาบยักษ์และรู้สึกหวาดผวาทุกครั้งที่นึกถึงฉากนั้น
เมื่อเห็นลูกน้องของตนล่วงเกินฟ่านเสวี่ยหลี แล้วมันจะกล้าอวดอำนาจได้อย่างไร
เมื่อปีศาจกินคนได้ยินเช่นนี้ก็ถึงกับตัวสั่นและรู้สึกถึงอันตรายอันแรงกล้าเขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าปีศาจตะพาบยักษ์ผูกมิตรกับมนุษย์ บางทีนี่อาจเป็นเพียงความสงบก่อนพายุจะเกิด
แต่เหตุใดปีศาจตะพาบยักษ์ถึงเรียกอีกฝ่ายว่าอาจารย์ฟ่านเล่า
ปีศาจกินคนยังทันได้ดึงสติกลับมา ทันใดนั้นเขาก็พบว่าตนถูกปีศาจตะพาบยักษ์ตบเข้าที่ใบหน้าแล้ว
ปีศาจกินคนเสียโฉมไปครึ่งใบหน้าในทันทีและมีเลือดพุ่งกระฉูดออกมา
ตอนนี้ไม่ใช่แค่ปีศาจกินคนเท่านั้นที่ตกตะลึง คนแจวเรือหลายสิบคนนั้นและหญิงชราก็ตกตะลึงแม้แต่เนี่ยชิวอวี่ยังสติหลุดอย่างสมบูรณ์
เดิมทีนางยังกังวลว่าตนอาจตายลงตรงนี้ เพราะนางรู้ว่าปีศาจเหล่านี้โหดเหี้ยมต่อมนุษย์ตั้งแต่ไหนแต่ไรนางคาดไม่ถึงว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ นี่มันเรื่องอะไรกันแน่
ปีศาจกินคนนอนลงกับพื้นเลือดบนใบหน้าไหลออกเป็นสาย ดูน่ากลัวอย่างยิ่ง แต่เขากลับยังไม่เชื่อและพูดอย่างสติหลุดว่า “ท่านราชาตะพาบยักษ์”
นี่มันเรื่องอะไรกันแน่
ปีศาจตะพาบยักษ์พูดอย่างเย็นชาว่า “อาจารย์ฟ่านเป็นแขกคนสำคัญของข้า การล่วงเกินอาจารย์ฟ่านนั้นมีโทษร้ายแรงยิ่งกว่าล่วงเกินข้าเสียอีกแต่เจ้ากลับกล้าลงมือกับอาจารย์ฟ่านอย่างนั้นหรือ” มันเผยสีหน้าเย็นเยือก และโกรธแค้นปีศาจกินคนอย่างยิ่ง
ถึงแม้ที่แห่งนี้จะเป็นถิ่นของปีศาจตะพาบยักษ์แต่มันรู้ถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวของฟ่านเสวี่ยหลี อีกทั้งมันยังสังเกตเห็นราชาบัลลังก์ทมิฬที่สามารถหลอมเนื้อกายอันแข็งแกร่งขึ้นภายในเวลาเพียงไม่กี่วันเนื้อกายนี้ยังแข็งแกร่งกว่าของมันที่ใช้เวลาหลอมเป็นร้อยปีเสียอีก!
ความพยายามนับร้อยปีของมันเทียบไม่ได้กับไม่กี่วันของอาจารย์ฟ่าน!
วิธีการแบบนี้หาได้แค่พลิกฟ้าคว่ำพิรุณกล่าวได้ว่าไม่เคยมีแบบนี้มาก่อน!
มันเชื่อว่าหากราชาปีศาจตนอื่นๆในไหลเสวียหลี่รู้ว่าฟ่านเสวี่ยหลีมีความสามารถเช่นนี้พวกมันต้องมาแย่งประจบประแจงฟ่านเสวี่ยหลีแน่นอน! แต่ปีศาจกินคนนี่กลับกล้าล่วงเกินอาจารย์ฟ่าน
เมื่อได้ยินคำพูดของปีศาจตะพาบยักษ์ทุกคนที่อยู่โดยรอบก็สีหน้าเปลี่ยน
ก่อนหน้านี้ฟ่านเสวี่ยหลีบอกว่าเมื่อปีศาจตะพาบยักษ์เจอเขายังต้องทำความเคารพที่แท้ก็ไม่ใช่เรื่องแต่ง แต่มันเป็นความจริง!
เป็นไปได้อย่างไร ต้องรู้ว่าปีศาจตะพาบยักษ์มีสถานะสูงส่งและเป็นถึงหนึ่งในราชาปีศาจของไหลเสวียหลี่ เมื่อเจอราชาปีศาจตนอื่นๆยังมีสถานะเท่าเทียมกัน แต่เหตุใดถึงเคารพมนุษย์ที่อ่อนแอเช่นนี้ด้วย
คุณชายผู้นี้เป็นใครมาจากไหนกันแน่
ปีศาจกินคนสิ้นหวังแล้ว จึงตะโกนออกมาอย่างอดไม่ได้ว่า “ข้าไม่รู้ตัวตนของอาจารย์ฟ่าน ช่างมีตาหามีแววไม่ อาจารย์ฟ่านโปรดให้อภัยด้วยเถิด”ตอนนี้เขาเพิ่งตระหนักถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้ เขาไม่แม้แต่จะเช็ดหน้าปล่อยให้เลือดบนใบหน้าไหลออกมา
ฟ่านเสวี่ยหลีหันมองปีศาจกินคนอย่างเฉยเมย “เจ้าอยากจะกินข้าและผู้ช่วยปรุงยาของข้า หากข้ารู้ว่ามีเรื่องที่เลวทรามเช่นนี้เกิดขึ้นข้าก็จะไล่ฆ่าผู้กระทำ ดังนั้นวันนี้ถือว่าเจ้าหาเรื่องใส่ตัว”
จากนั้นฟ่านเสวี่ยหลีก็พยักหน้าให้ราชาบัลลังก์ทมิฬราชาบัลลังก์ทมิฬพลันพุ่งกายด้วยความเร็วดุจสายฟ้า ตะขอปะการังราชากวาดขึ้นเป็นส่วนโค้งอันสวยงามและสะบั้นหัวของปีศาจกินคนจนขาดออก
ปีศาจกินคนคาดไม่ถึงว่าฟ่านเสวี่ยหลีจะกล้าลงมือต่อหน้าปีศาจตะพาบยักษ์ทันทีที่หัวลอยขึ้น ดวงตาของเขาก็เปี่ยมด้วยความหวาดกลัว จนกระทั่งหัวตกถึงพื้น ถึงเผยสายตาตกใจและเสียใจแต่มันสายเกินไปแล้ว
จากนั้นฟ่านเสวี่ยหลีก็หันมองไปคนแจวเรือที่ก่อนหน้านี้หวังลงมือกับเขาและพูดอย่างเฉยเมยว่า“ก่อนหน้านี้เจ้าต้องการกินเนื้อและดื่มเลือดของพวกข้าสินะ นายท่านคนแจวเรือ”
เขาไม่ยอมทนต่อวิญญาณปีศาจที่จิตใจชั่วร้ายที่ดำรงชีพด้วยการกินมนุษย์เด็ดขาด
เมื่อคนแจวเรือได้ยินเช่นนี้ก็สั่นเทาไปทั้งตัว คุกเข่าลงทันทีและพูดอย่างเกรงกลัวว่า “อาจารย์ฟ่าน ผู้น้อยผิดไปแล้ว...”
เมื่อเห็นฟ่านเสวี่ยหลีสังหารปีศาจกินคนได้อย่างง่ายดายโดยที่ปีศาจตะพาบยักษ์ที่อยู่ด้านข้างไม่มีท่าทีโกรธแม้แต่น้อย ตอนนี้จึงไม่กล้าคิดตอบโต้หัวใจจมดิ่งสู่ห้วงลึกอันไร้ขอบเขต ความเสียใจนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นในหัว และหันไปขอความเมตตาจากปีศาจตะพาบยักษ์
แต่ปีศาจตะพาบยักษ์ไม่แม้แต่จะเหลียวมองเขา
จากนั้นราชาบัลลังก์ทมิฬก็เคลื่อนมือกวาดตะขอปะการังราชาเป็นเส้นโค้งอีกครั้งและสะบั้นคอของคนแจวเรือจนหัวแยกออกจากร่าง
เมื่อปีศาจตะพาบยักษ์เห็นเช่นนี้ก็รู้สึกโกรธเล็กน้อยท้ายที่สุดมันเป็นถึงราชาผู้ปกครองที่แห่งนี้ หากเรื่องที่ตนปล่อยให้ลูกน้องถูกสังหารตามใจชอบเช่นนี้แพร่งพรายออกไปเกรงว่าชื่อเสียงของมันคงไม่เหลือ
แต่เมื่อมันสังเกตเห็นอาวุธในมือของราชาบัลลังก์ทมิฬก็ถึงกับตัวสั่นมันมองออกว่านั่นเป็นตะขอเหล็กที่ก่อนหน้านี้ตนใช้เพื่อแขวนสมุนไพร แต่ตะขอเหล็กธรรมดานี้กลับถูกฟ่านเสวี่ยหลีหลอมเป็นอาวุธที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ไอเย็นเยือกบนอาวุธทำให้มันที่อยู่ห่างออกไปห้าจั้งถึงกับหวาดกลัว
เขาใช้วิธีการอะไรในการเปลี่ยนขยะเป็นสิ่งมหัศจรรย์กัน
มันยังสังเกตเห็นอีกว่าร่างของราชาบัลลังก์ทมิฬถูกหลอมขึ้นจากรากบัววิญญาณน้ำแข็งหมื่นปีและเปลือกหอยทะเลจิ่วจ่วนซึ่งฝีมือแบบนี้ทำให้เขาสูดลมหายใจเข้าลึก
มันจึงไม่กล้าหวังพึ่งความโชคดีอีกต่อไปและพูดว่า “ฆ่าให้ดี! สวะหน้าไหว้หลังหลอกก่อกรรมทำเข็ญพวกนี้สมควรตายยิ่งนัก!”
ตอนนี้คนแจวเรืออื่นๆ ต่างตื่นตกตะลึงและคุกเข่าลงกับพื้นโดยที่ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว อีกฝ่ายเป็นถึงราชาปีศาจของพวกเขาและเป็นราชาปีศาจผู้เลื่องชื่อในไหลเสวียหลี่ แต่แม้แต่เขาเห็นลูกน้องถูกสังหารต่อหน้าแล้วยังให้ความเคารพเช่นนี้พวกเขาจะไปเทียบอะไรได้
ฟ่านเสวี่ยหลีค่อยๆ เดินไปตรงหน้าหญิงชรา พยุงร่างกายที่อ่อนแรงของนางขึ้นแล้วพูดว่า “ท่านผู้อาวุโส ขออภัยที่ทำให้ตกใจ” เมื่อครู่หญิงชราผู้นี้ปกป้องเขาในยามอันตรายเขาย่อมรู้สึกซาบซึ้ง
“มิกล้า มิกล้า...” เมื่อครู่หญิงชรายังกังวลและหวาดกลัว แต่ตอนนี้นางรู้สึกว่างเปล่าไปทั้งหัวใจความเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันและการพลิกผันจากความสิ้นหวังเมื่อครู่นี้ทำให้นางราวกับถูกฉุดจากนรกขึ้นไปบนสวรรค์ทำให้นางราวกับยังอยู่ในความฝัน
ราชาตะพาบยักษ์ก็ยิ้มเล็กน้อยและพูดอย่างเป็นมิตรว่า “ท่านผู้อาวุโส โปรดยกโทษที่ลูกน้องของข้าล่วงเกินท่านด้วย” เขามองฟ่านเสวี่ยหลีเป็นเทพสังหารไปแล้ว เมื่อเห็นว่าฟ่านเสวี่ยหลีไม่ได้สังหารลูกน้องของตนจนหมดสิ้นสีหน้าจึงสดใสขึ้น
เมื่อหญิงชราเห็นราชาตะพาบยักษ์พูดกับตนอย่างเป็นมิตรเช่นนี้ก็ตัวสั่นแล้วพูดว่า “ไม่ถือโทษ ไม่ถือโทษหรอก”
เดิมทีสถานะอย่างนางไม่อาจเอื้อมถึงราชาตะพาบยักษ์ท่าทีที่ราชาตะพาบยักษ์ปฏิบัติต่อนางในตอนนี้จึงทำให้นางประหลาดใจมาก ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเพราะฟ่านเสวี่ยหลี
ในที่สุดนางก็เข้าใจถึงที่มาความมั่นใจของฟ่านเสวี่ยหลีแม้แต่ราชาตะพาบยักษ์ยังต้องดูอารมณ์เขา แล้วเขาจะไปกลัวผู้อื่นได้อย่างไร
เกรงว่าอาจารย์ฟ่านผู้นี้จะมีสถานะสูงส่งจนนางไม่กล้าจินตนาการถึง
เนี่ยชิวอวี่ดวงตาสดใสในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เดิมทีนางฝากตัวเป็นศิษย์ฟ่านเสวี่ยหลีเพื่อหวังตอบแทนบุญคุณไม่ว่าต้องไปนอนกลางดินกินกลางทรายที่ใด นางก็ยอมลำบากไปด้วยกัน แต่การมาไหลเสวียหลี่ครั้งนี้ทำให้นางเป็นกังวลอย่างยิ่งดินแดนวิญญาณแบบนี้ หากประมาทเพียงเล็กน้อยก็จะนำไปสู่ความตาย ด้วยกำลังของตระกูลเนี่ยการจะเข้าออกที่แห่งนี้เป็นเรื่องที่ยากอย่างยิ่ง นับประสาอะไรกับพวกเขาที่ข้างกายมีเพียงองครักษ์ราชาบัลลังก์ทมิฬนางยังกังวลว่าพวกตนจะต้องตายอยู่ที่นี่กันหมด
แม้แต่ผู้นำตระกูลเนี่ยยังไร้ซึ่งกำลังตอบโต้เมื่อเผชิญหน้ากับราชาปีศาจแบบนี้แต่ราชาปีศาจที่อยู่ตรงหน้ากลับเคารพฟ่านเสวี่ยหลีถึงเพียงนี้ซึ่งเหนือความคาดหมายของนางอย่างสมบูรณ์
นางนอกจากจะรู้สึกโชคดีและตกตะลึงแล้ว ก็อดนึกสงสัยไม่ได้ว่าพลังที่แท้จริงของอาจารย์ฟ่านผู้นี้เป็นอย่างไรทำไมถึงทำให้ราชาปีศาจหวาดกลัวได้ถึงเพียงนี้