มหาศึกแห่งจักรวาล

    ภาค 2 ตอนที่ 57.สิ่งที่ตายแล้วไม่ทิ้งซาก

    ความมืดภายในพื้นที่ลึกกว่าที่นัทคาดไว้มาก

    ไม่มีแสงจากภายนอก

    แต่ก็ไม่มืดสนิท

    ตามผนังมีแร่เรืองแสงเป็นระยะ

    บางก้อนปล่อยแสงสีฟ้า

    บางก้อนเป็นสีเขียว

    บางก้อนกลับมีแสงสีแดงคล้ำ

    มันทำให้ทางเดินพอมีแสงสลัว ๆ ให้มองเห็น

    นัทกับมาร์โกเดินอย่างระมัดระวัง

    ทั้งสองจดทางทุกครั้งที่ผ่านทางแยก

    ทำเครื่องหมายบนกำแพง

    และพยายามจำตำแหน่งของพื้นที่สำคัญ

    เพราะตอนนี้ไม่มีระบบแผนที่ให้พึ่งพาอีกแล้ว

    มาร์โกมองรอยที่นัททำ

    “อย่างน้อยนายก็มีประโยชน์เวลาไม่มีแผนที่”

    นัทหันมา

    “พี่กำลังชมผมหรือเปล่า?”

    “อย่าหลงตัวเอง”

    “ครับ”

    ทั้งสองเดินต่อ

    จนได้ยินเสียง

    แกรก...

    นัทหยุด

    เสียงมาจากด้านหน้า

    อีกครั้ง

    แกรก...

    มาร์โกค่อย ๆ ลดตัว

    ทั้งสองแยกกัน

    นัทไปทางซ้าย

    มาร์โกไปทางขวา

    เสียงดังขึ้นอีกครั้ง

    แล้วเงาหนึ่งก็โผล่ออกมา

    แต่คราวนี้...

    ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตตัวเดิม

    มันมีรูปร่างคล้ายมนุษย์

    ตัวเล็ก

    ผิวหนังซีด

    แขนยาว

    ใบหน้าบิดเบี้ยว

    และสิ่งที่ทำให้นัทประหลาดใจที่สุดคือ...

    มันกำลังยืนอยู่ข้างกองกระดูก

    มาร์โกกระซิบ

    “อย่าเข้าใกล้”

    สิ่งมีชีวิตนั้นหันมา

    ดวงตาสีดำจ้องตรงมายังพวกเขา

    แล้วพุ่งเข้าใส่

    มอส

    นัทก้าวถอย

    มอสพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว

    กรงเล็บปะทะเกราะจิต

    เคร้ง!

    นัทถูกผลักไปด้านหลัง

    มาร์โกหายเข้าเงา

    มอสหันไปตามเสียง

    ผิดจังหวะเพียงเสี้ยววินาที

    นัทพุ่งเข้าไป

    สับบดขยี้ไร้แบบแผน!

    คมอาวุธฟาดลง

    มอสยกแขนรับ

    เลือดสีดำกระเซ็น

    มันร้องเสียงแหลม

    แล้วฟาดกลับ

    นัทหลบ

    มาร์โกปรากฏด้านข้าง

    มีดคู่แทง

    มอสหมุนตัวหนี

    ทั้งสองยังไม่สามารถปิดฉากได้ทันที

    มันเร็ว

    เร็วกว่าอสูรตัวแรกมาก

    มอสกระโจนขึ้นเพดาน

    แล้วพุ่งลงมา

    นัทตั้งรับ

    วงล้อศัสตราพายุหมุน!

    คมอาวุธกวาดออก

    มอสถูกแรงกระแทกผลักออกไป

    มาร์โกใช้จังหวะนั้น

    ก้าวผ่านเงา

    ร่างหายไป

    ปรากฏด้านหลัง

    มีดคู่แทงเข้าจุดสำคัญ

    ฉึก!

    มอสชะงัก

    นัทฟันซ้ำ

    ร่างมันกระเด็นไปด้านหน้า

    ล้มลง

    นิ่งสนิท

    ทั้งสองยังไม่เข้าใกล้

    รอ

    หนึ่งวินาที

    สองวินาที

    สามวินาที

    ไม่มีการเคลื่อนไหว

    มอสตายแล้ว

    นัทลดอาวุธลง

    “จบ”

    แต่ทันใดนั้น—

    ร่างของมอสเริ่มเปลี่ยน

    แสงสีขาวบาง ๆ ปรากฏขึ้นตามผิว

    มาร์โกชะงัก

    “เดี๋ยว”

    นัทมอง

    รอยแตกของแสงวิ่งไปทั่วร่าง

    จากนั้น—

    วูบ!

    ร่างของมอสแตกออกเป็นละอองแสง

    ไม่มีเลือด

    ไม่มีซาก

    ไม่มีแกนพลังงาน

    ไม่มีแม้แต่เศษกระดูก

    แสงจำนวนมากลอยขึ้น

    หมุนวนเหนือพื้น

    แล้วหายไปในอากาศ

    นัทนิ่งสนิท

    มาร์โกก็เช่นกัน

    ไม่มีใครพูดอยู่หลายวินาที

    นัทก้มมองพื้น

    “หายไปแล้ว”

    มาร์โกตอบช้า ๆ

    “เหมือนถูกลบ”

    นัทเงยหน้า

    “มอนสเตอร์ที่เราฆ่ามาก่อนหน้านี้ยังเหลือศพ”

    “ใช่”

    “แต่ตัวนี้ไม่”

    มาร์โกมองจุดที่มอสเคยอยู่

    “และมันไม่ได้ทิ้งแกนพลังงาน”

    นัทนิ่ง

    ความรู้สึกบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ

    เขาไม่รู้ว่าคืออะไร

    แต่ภาพบางอย่างจากอดีตลอยขึ้นมา

    มอส

    ชื่อที่เขาเคยได้ยิน

    สิ่งมีชีวิตที่ไม่ควรมีอยู่ในโลกธรรมดา

    และการหายไปอย่างไร้ร่องรอย...

    ทำให้นัทเริ่มรู้สึกว่า

    สถานที่แห่งนี้อาจเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ใหญ่กว่าที่พวกเขาคิด

    แต่เขายังไม่พูดออกมา

    ชั้นแรก

    หลังจากตรวจพื้นที่โดยรอบ

    พวกเขาพบทางลง

    เป็นบันไดหินที่ถูกสร้างขึ้นอย่างชัดเจน

    ไม่มีใครพูด

    ทั้งสองมองหน้ากัน

    มาร์โกถาม

    “ลงไหม?”

    นัทมองบันได

    “เรามาถึงนี่แล้ว”

    “ฉันรู้ว่านายจะตอบแบบนี้”

    ทั้งสองลงไป

    ขั้นแรก

    ขั้นที่สอง

    ขั้นที่สาม

    อากาศด้านล่างเย็นลง

    แรงกดดันบางอย่างเพิ่มขึ้น

    แต่ยังไม่ถึงขั้นทำให้หายใจลำบาก

    เมื่อถึงด้านล่าง

    พื้นที่เปิดกว้างอย่างมาก

    พื้นเป็นหินเรียบ

    เสาสูงตั้งอยู่รอบบริเวณ

    และตรงกลาง...

    มีบางอย่างกำลังยืนอยู่

    มันสูงกว่านัทเกือบสองเท่า

    ร่างกายเต็มไปด้วยเกราะธรรมชาติ

    แขนข้างหนึ่งถืออาวุธขนาดใหญ่

    มันหันหน้ามา

    ดวงตาสีแดงเปิดขึ้น

    กรรรรร...

    เสียงคำรามสะเทือนทั้งห้อง

    นัทกระชับอาวุธ

    มาร์โกก้าวข้างเขา

    ไม่มีใครพูด

    เพราะทั้งสองรู้แล้วว่า...

    สิ่งนี้ไม่ใช่มอนสเตอร์ธรรมดา

    มันพุ่งเข้ามา

    เร็วเกินกว่าขนาดตัว

    ตูม!

    อาวุธขนาดใหญ่ฟาดลง

    นัทกระโดดหลบ

    พื้นหินแตก

    มาร์โกหายเข้าเงา

    นัทพุ่งเข้าใกล้

    สับบดขยี้ไร้แบบแผน!

    คมอาวุธกระแทกเข้ากับเกราะของมัน

    เคร้ง!

    บอสถอยเพียงเล็กน้อย

    “แข็ง”

    นัทพูด

    มาร์โกปรากฏด้านหลัง

    ฟันซ้ำ

    แต่บอสหมุนตัวทัน

    มาร์โกต้องใช้

    ก้าวผ่านเงา

    หายออกจากระยะโจมตี

    นัทเริ่มสังเกต

    มันมีจุดอ่อน

    ตรงข้อต่อขา

    ตรงบริเวณรักแร้

    และตรงคอ

    Passive ที่ช่วยให้มองเห็นจุดเปราะบางเริ่มทำงาน

    นัทตะโกน

    “ขาซ้าย!”

    มาร์โกเข้าใจทันที

    เขาใช้เงาเคลื่อนตัว

    บอสยกอาวุธฟาด

    นัทตั้งรับด้วยเกราะจิต

    แรงกระแทกทำให้เขาถอย

    แต่ไม่ล้ม

    เขารอจังหวะ

    วงล้อศัสตราพายุหมุน!

    คมอาวุธกวาดเข้าที่ข้อต่อขา

    ฉัวะ!

    บอสเสียหลัก

    มาร์โกปรากฏด้านหลัง

    ฟันซ้ำเข้าจุดเดิม

    บอสทรุดลงข้างหนึ่ง

    นัทพุ่งเข้า

    สับบดขยี้ไร้แบบแผน!

    คมอาวุธฟันเข้าใต้เกราะบริเวณคอ

    ฉัวะ!

    ร่างใหญ่ชะงัก

    จากนั้น...

    แสงสีขาวเริ่มปรากฏขึ้น

    นัทหยุด

    มาร์โกก็หยุด

    ร่างของบอสเริ่มสลาย

    วูบ!

    แสงระเบิดออก

    ร่างทั้งหมดหายไป

    เหลือเพียงสิ่งของสองอย่างตกอยู่บนพื้น

    นัทเดินเข้าไปช้า ๆ

    ของชิ้นแรกคือก้อนแร่สีฟ้า

    ภายในมีเส้นแสงวิ่งผ่านเป็นระยะ

    เหมือนสายฟ้าขนาดเล็กถูกขังอยู่ในหิน

    นัทหยิบขึ้นมา

    ทันทีที่สัมผัส

    เปรี๊ยะ!

    ประกายไฟเล็ก ๆ วิ่งผ่านนิ้ว

    นัทชะงัก

    “ธาตุสายฟ้า”

    มาร์โกเดินเข้ามา

    “น่าจะใช่”

    นัทมองแร่นั้นอีกครั้ง

    “เก็บไว้”

    “จะเอาไปทำอะไร?”

    “ยังไม่รู้”

    นัทเก็บมันเข้าไปในคลังมิติ

    เขายังไม่รู้เลยว่าอีกหลายเดือนต่อมา...

    แร่ก้อนนี้จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของอาวุธที่เขาตั้งใจสร้างให้ใครบางคน

    ของชิ้นที่สองเป็นชิ้นส่วนอุปกรณ์โลหะ

    รูปร่างเรียบง่าย

    ไม่มีแสง

    ไม่มีพลังมหาศาล

    แต่วัสดุดูดีกว่าของทั่วไป

    มาร์โกหยิบขึ้นมา

    ตรวจสอบ

    “ระดับประณีต”

    นัทมอง

    “แค่นั้น?”

    “แค่นั้น”

    นัทหัวเราะ

    “อย่างน้อยก็มีของกลับไป”

    มาร์โกเก็บมัน

    “ของระดับประณีตก็ไม่ได้แย่”

    ทั้งสองไม่รู้ว่ามูลค่าที่แท้จริงของการค้นพบนี้ไม่ได้อยู่ที่ของดรอปเพียงอย่างเดียว

    แต่อยู่ที่...

    พวกเขาเพิ่งยืนยันว่าพื้นที่นี้มีโครงสร้างเป็นชั้น

    ทางลงอีกทาง

    หลังจากเก็บของ

    ทั้งสองพบทางเดินด้านหลังห้อง

    มีบันไดลง

    นัทมอง

    “ชั้นต่อไป”

    มาร์โกไม่ตอบทันที

    เขามองบันได

    จากนั้นมองร่างของบอสที่หายไป

    “ไปดูได้”

    นัทพยักหน้า

    ทั้งสองเดินลง

    แต่ครั้งนี้...

    ไม่มีใครรู้สึกสนุกเหมือนก่อนหน้า

    เพราะพวกเขารู้แล้วว่า

    สิ่งที่อยู่ด้านล่างอาจแข็งแกร่งกว่าเดิม

    และพวกเขายังไม่รู้ว่า...

    มันแข็งแกร่งกว่ามากเพียงใด

    บันไดทอดยาวลงไป

    นัทนับจำนวนขั้นอย่างเงียบ ๆ

    มาร์โกทำเครื่องหมายไว้ตามจุดสำคัญ

    ยิ่งลงลึก

    อากาศยิ่งหนัก

    ไม่มีเสียงสิ่งมีชีวิต

    ไม่มีเสียงลม

    แม้แต่แร่เรืองแสงก็เริ่มลดลง

    จนในที่สุด...

    พวกเขามาถึงพื้นที่กว้าง

    ใหญ่กว่าชั้นแรกหลายเท่า

    นัทหยุดทันที

    มาร์โกเองก็หยุด

    ไม่มีใครพูด

    เพราะทั้งสองเห็นบางอย่างอยู่ตรงกลาง

    มันยืนอยู่ตรงนั้น

    สูงหลายเมตร

    ร่างกายใหญ่จนดูเหมือนกำแพงเคลื่อนที่ได้

    เกราะสีดำคลุมทั่วตัว

    ไหล่กว้าง

    แขนใหญ่

    มือหนึ่งถืออาวุธขนาดมหึมา

    ปลายอาวุธลากอยู่บนพื้น

    สร้างเสียง

    ครืด...

    มันไม่ได้กำลังโจมตี

    ไม่ได้กำลังเดิน

    เพียงแค่ยืนอยู่

    แต่แรงกดดันที่แผ่ออกมา...

    ทำให้นัทหยุดหายใจไปชั่วขณะ

    เกราะจิตของเขาทำงานขึ้นโดยสัญชาตญาณ

    มาร์โกกำมีดแน่น

    แต่ไม่ได้ขยับ

    นัทกระซิบ

    “พี่”

    “อย่า”

    “ผมยังไม่ได้ทำอะไร”

    “ฉันรู้”

    มาร์โกไม่ละสายตาจากมัน

    “แต่อย่า”

    นัทมองอีกครั้ง

    เขาใช้ความสามารถตรวจสอบ

    ข้อมูลบางอย่างปรากฏขึ้น

    แต่ไม่สมบูรณ์

    ระดับพลังสูงเกินขอบเขตการประเมินของเขา

    นัทปิดระบบทันที

    “เทียบไม่ได้”

    มาร์โกถาม

    “แน่ใจ?”

    “แน่”

    นัทกำอาวุธ

    “ถ้าสู้...”

    เขาหยุด

    “เราไม่รอด”

    มาร์โกเงียบ

    นี่เป็นครั้งแรกที่ทั้งสองคนเห็นศัตรูแล้วไม่คิดถึงวิธีชนะ

    แต่คิดถึง...

    วิธีถอย

    ทันใดนั้น

    หัวของมันขยับ

    ดวงตาสองข้างเปิดขึ้น

    แสงสีแดงส่องออกมา

    นัทกับมาร์โกนิ่งสนิท

    มันมองตรงมาที่พวกเขา

    ไม่มีเสียงคำราม

    ไม่มีการเคลื่อนไหว

    เพียงแค่...

    มอง

    นัทสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาล

    เหงื่อเย็นไหลลงข้างแก้ม

    มาร์โกพูดเบามาก

    “ถอย”

    นัทพยักหน้า

    ทั้งสองถอยทีละก้าว

    ไม่หันหลัง

    ไม่วิ่ง

    ไม่ทำการโจมตี

    จนกระทั่ง...

    บอสยกอาวุธขึ้นเล็กน้อย

    ครืด...

    ปลายอาวุธลากผ่านพื้น

    เสียงนั้นทำให้นัทหยุด

    เขารู้ทันทีว่า

    ถ้ามันโจมตี...

    พวกเขาไม่มีเวลาพอจะหลบ

    “กลับ”

    มาร์โกพูด

    ครั้งนี้นัทไม่เถียง

    ทั้งสองหันหลัง

    แล้ววิ่ง

    พวกเขาขึ้นบันไดอย่างรวดเร็ว

    กลับมาถึงชั้นแรก

    ไม่มีการพัก

    ไม่มีการเก็บของเพิ่มเติม

    นัทกำลังจะเดินผ่านพื้นที่บอสชั้นหนึ่ง

    แล้วหยุด

    บนพื้นยังมีรอยต่อสู้

    แต่ไม่มีศพ

    ไม่มีร่างของบอส

    เหมือนที่เกิดกับมอส

    เหมือนทุกอย่างที่ตายที่นี่...

    ถูกลบออกจากพื้นที่

    นัทมอง

    “มันไม่เหลืออะไรเลย”

    มาร์โกตอบ

    “เราเก็บของหมดแล้ว”

    “ไม่ใช่”

    นัทมองพื้นที่ว่าง

    “ผมหมายถึง...ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของร่าง”

    มาร์โกเงียบ

    เขาเองก็คิดเหมือนกัน

    แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาสงสัย

    “กลับก่อน”

    นัทพยักหน้า

    ทั้งสองเดินย้อนทางเดิม

    เมื่อกลับขึ้นมาถึงพื้นที่ที่ระบบเคยเริ่มทำงานผิดปกติ

    นัทลองเปิดแผนที่

    ไม่มี

    เขาเก็บระบบลง

    “ยังไม่กลับ”

    มาร์โกถาม

    “หมายถึง?”

    “ระบบยังใช้ไม่ได้”

    “งั้นใช้เครื่องหมาย”

    ทั้งสองเริ่มเดินตามรอยที่ทำไว้

    แต่ทางเดินบางช่วงกลับดูเหมือนไม่เหมือนเดิม

    นัทหยุด

    “ทางนี้”

    มาร์โกมอง

    “แน่?”

    “รอยอยู่ตรงนี้”

    ทั้งสองเดินต่อ

    พบทางแยก

    นัทมองเครื่องหมาย

    ตรง

    จากนั้นซ้าย

    แล้วขวา

    พวกเขาเดินตาม

    จนในที่สุดเห็นแสงจาง ๆ

    แสงจากปากถ้ำ

    มาร์โกถอนหายใจ

    “เจอแล้ว”

    นัทมองแสง

    “ในที่สุด”

    ทั้งสองเร่งฝีเท้า

    โลกภายนอก

    เมื่อก้าวออกจากถ้ำ

    แสงแดดสาดเข้าหน้า

    นัทต้องยกมือบังตา

    ลมจากภายนอกพัดผ่าน

    เสียงนกกลับมา

    เสียงใบไม้

    เสียงแมลง

    ทุกอย่างที่คุ้นเคยกลับคืนมา

    มาร์โกยืนสูดอากาศ

    “ข้างนอกดีจริง ๆ”

    นัทหัวเราะ

    “เมื่อก่อนผมไม่เคยคิดแบบนี้”

    มาร์โกมองเขา

    “ตอนนี้คิดแล้ว?”

    “คิด”

    นัทหันกลับไปมองปากถ้ำ

    มันดูเหมือนถ้ำธรรมดา

    ไม่มีอะไรพิเศษ

    ถ้าไม่รู้ว่าข้างในมีอะไร

    “เราไม่เข้าไปอีกแล้วจนกว่าจะรู้ว่ามันคืออะไร”

    มาร์โกพยักหน้า

    “เห็นด้วย”

    นัทแตะคลังมิติ

    สัมผัสแร่สีฟ้าที่เก็บไว้ผ่านระบบ

    เขายังไม่รู้ว่าจะทำอะไรกับมัน

    แต่รู้ว่าของชิ้นนี้สำคัญ

    คล้ายกับเรื่องมหาศึกแห่งจักรวาล ที่คุณอ่าน