อรุณสวัสดิ์เช้าวันใหม่ วันนี้ออมเล็ตตื่นสาย... สายจนเกือบเที่ยงนั่นแหละ
เรือนร่างเล็กขยับกายน้อยๆค่อยๆตื่น ใบหน้าหวานล้ำแดงระเรื่อยังหลับพริ้มบดบี้ขยี้หน้ากับผ้าห่มผืนหนานุ่ม เส้นขนตายาวแพสั่นระริก ดวงตาเรียวรีสีทองสุกค่อยๆเปิดขึ้น ออมเล็ตพลางครางฮื่อฮืมในลำคองัวเงียเพิ่งตื่น “ฮื่อฮืมม..”
หลับสบายมาก... เพราะหลับสบายมากจนไม่อยากตื่นเลย ฮื่อ เมื่อคืนนี้ออมเล็ตหลับสบายมากๆจนเช้านี้เขาไม่อยากตื่นเลย ร่างเล็กตวัดผ้าห่มคลุม เขาพลางมุดใต้ผ้านวมแล้วม้วนตัวเป็นก้อนๆกลมดิกสีขาวทำท่าจะหลับต่อ…
โครกคราก โครกคราก~
หลับต่อได้ก็บ้าแล้วตื่นเกือบเที่ยงท้องร้องเสียงดังขนาดนี้ใครจะหลับต่อได้กัน
ออมเล็ตหมุนตัวกลับตวัดผ้าห่มให้คลายม้วนออก ร่างเล็กลุกพรวดเตรียมไปอาบน้ำชำระล้างร่างกายให้สดชื่น แต่ เอ๊ะ ทำไมวันนี้เขารู้สึกเหนียวเหนอะกายกว่าปกตินักล่ะ?
มือเล็กยกลูบๆเรียวแขนลูบใบหน้าของตนเองรู้สึกชื้นเหงื่อน้อยๆ ขณะนั้นเองเขาจึงจำได้ว่าเมื่อวานนี้รู้สึกไม่ดีมีอาการคล้ายจะป่วยไข้
“ไม่ป่วยแล้วนี่นา” ออมเล็ตคิดได้ยกมือทาบบริเวณหน้าผากตนเองพบว่าตัวไม่ซีดตัวไม่ร้อนแล้ว ร่างกายอุณหภูมิปกติ ไม่ปวดหัว ไม่คัดจมูก ไม่ไอไม่เจ็บคอ ไม่รู้สึกเมื่อยและอ่อนล้า จิตใจแจ่มใสปลอดโปร่ง ร่างกายโล่งเบาสบายมากทั้งเรี่ยวแรงก็กลับมาปกติ... ใบหน้าอ่อนเยาว์แดงระเรื่อเปล่งปลั่ง ริมฝีปากบางไม่แห้งแตกมีความชุ่มชื่นอย่างคนสุขภาพดี
???
ออมเล็ตงง... ร่างกายของคุณชายสามอังศุมาลินนี่มันรีเฟรชใหม่ได้เหรอ เมื่อวานอาการไม่ดีวันนี้ตื่นมาสดใสกว่าเดิมอีก หรือร่างกายของคุณชายสามอังศุมาลินจะมีความลับซ่อนอยู่?!
“เว่อร์ไป”
ทว่าขณะนั้นเองที่ออมเล็ตกำลังจะจากเตียงนอน ดวงตาคมเฉี่ยวสีทองพลันสะดุดตากับสิ่งบางอย่างข้างหมอนตัวเอง
“ขนนกสีขาว?”
ออมเล็ตหยิบขนนกสีขาวแสนเบาหวิวนั้นขึ้นมาดู ใบหน้าหวานล้ำเย็นชาไร้ความรู้สึกตามเดิมของคุณชายสามอังศุมาลินเอียงน้อยๆมองดูสิ่งแปลกปลอมในมือ ขนนกนี้สวยงามมาก... ขนนกสีขาวบริสุทธิ์ไร้สีอื่นใดแซมสักนิด รูปทรวดทรงยาวเรียวสวยงาม เส้นขนมีความนุ่มละมุนมาก ตัวขนนกคล้ายมีความพิเศษเหนือบรรยายบางอย่างปกคลุมซุ่มซ่อนอยู่
“งดงามมาก.. ต้องเป็นวิหคที่สวยงามมากแน่” ออมเล็ตพิจารณาดู ‘เจ้าขนนกขาวบริสุทธิ์’ ในมืออดเอ่ยชมไม่ได้เพราะความงามพิเศษที่แตกต่างจากขนนกทั่วไป
ขณะน้ำเสียงเย็นชาไร้อารมณ์ของออมเล็ตเอ่ยเบาคล้ายเสียงกระซิบ เจ้าขนนกขาวบริสุทธิ์นั้นพลางมีปฏิกิริยาเล็กน้อย เส้นขนนุ่มละมุนพลางขยับเองเล็กน้อย เพียงเล็กน้อยเท่านั้นจนแทบจะไม่รู้สึก
ออมเล็ตลองยื่นนิ้วเรียวไปแตะสัมผัสดู ทว่าเพียงปลายนิ้วสัมผัสเท่านั้น...
“ฮื่อ?” ออมเล็ตชะงักนิ้วค้างไว้กลางอากาศ เก็บนิ้วกลับมาคืนทั้งรู้สึกแปลกๆ เมื่อกี้นี้เพียงปลายนิ้วนุ่มแตะสัมผัสกับขนนกนิดหน่อยเท่านั้น คล้ายกับว่ามีคลื่นบางอย่างวิ่งแล่นปราดแตะนิ้วเขากลับมา
ออมเล็ตจึงอดรู้สึกแปลกๆกับเจ้าขนนกขาวบริสุทธิ์นี้ไม่ได้ เจ้าขนนกขาวบริสุทธิ์ที่สวยงามเหนือความจริงราวกับออกจากภาพวาดที่เทพจิตรกรมือเอกตวัดพู่กันรังสรรค์งานศิลป์ เจ้าขนนกขาวบริสุทธิ์ที่มาโผล่ข้างหมอนเขาอย่างไม่รู้ที่มาที่ไป
เมื่อวานนี้วันอะไรใช่วันคริสต์มาสหรือเปล่า แบบประมาณว่าขณะเขาหลับอยู่อาจจะมีคุณซานต้าครอสเอาของขวัญมาให้เป็นขนนกวิเศษหรือขนนกนำโชคอะไรประมาณนั้นไง?
อืม ดูก็รู้สัมผัสก็รู้ว่าขนนกนี่ไม่ธรรมดาเลยนะ... ออมเล็ตพลางมีความคิดแปลกๆหนึ่งผุดขึ้นมาว่าหรือที่เขาหายป่วยเป็นปลิดทิ้งนี้อาจเป็นเพราะขนนกที่ไม่ธรรมดานี่?
แล้วเป็นความหวังดีของใครกันนะ?
ออมเล็ตมองออกไปนอกหน้าต่าง ก่อนดวงตาเรียวรีสีทองจะหลุบลงมองขนนกในมือนิ่ง นิ้วเรียวพลางลองลูบไล้เจ้าขนนกขาวบริสุทธิ์นี่อีกครั้งอย่างนุ่มนวล ริมฝีปากบางเอ่ยถ้อยน้ำคำเสียงกระซิบแผ่วเบาชวนอ่อนไหว... “ขอบคุณนะ”
ขณะที่ออมเล็ตไม่สังเกตเจ้าขนนกขาวบริสุทธิ์พลันขยับสั่นไหวเล็กน้อย เมื่อออมเล็ตวางเจ้าขนนกขาวบริสุทธิ์ไว้ข้างหมอนที่เดิมแล้วจากไปอาบน้ำชำระกาย วินาทีต่อมาเจ้าขนนกขาวบริสุทธิ์นั้นพลันปรากฏสีแดงระเรื่ออ่อนๆแซมด้วยหมุนม้วนตัวเป็นก้อนๆกลม...
(//U.U\\)
พักเรื่องขนนกปริศนาไว้ก่อน กลับเข้าสู่ปัจจุบัน... ในเมื่อท้องร้องหิวก็ต้องกิน!
ออมเล็ตพบว่าวันนี้เขาตื่นสายมากๆ สายจนเกือบเที่ยงเลย หลังออกมาจากห้องนอนอันเป็นสถานที่เซฟโซนของคุณชายสามอังศุมาลินแล้วเขาก็ได้พบกับเหล่าคุณพ่อบ้านที่มีสีหน้าที่ดีขึ้นมาเลยล่ะ
“อรุณ เอ่อ สวัสดีตอนเกือบเที่ยงครับคุณชายสาม”
เพียงแค่ออมเล็ตตื่นเขาก็พร้อมคีพลุคคุณชายสามอังศุมาลินทันทีคล้ายเป็นการซึมซับจนชาชินไปแล้ว
“อือเช่นกัน” ออมเล็ตตอบกลับเช่นปกติพลางมีสีหน้าว่างเปล่า... เหมือนโดนตอกย้ำว่าตื่นสายอ่ะ นี่เราคุณชายสามอังศุมาลินโดนแซะแบบอ้อมๆหรือเปล่านะ ไม่น่าใช่?
วันนี้คุณชายสามอังศุมาลินไม่ได้อารมณ์ดีแต่ก็ไม่ได้อารมณ์ไม่ดี คือปกติที่ชินชา ไม่ได้น่ากลัวอย่างเมื่อวานแล้วพวกเขาพ่อบ้านพลันค่อยรู้สึกโล่งใจหน่อย ทั้งคิดทอดถอนหายใจว่าพวกเขาช่างเป็นพ่อบ้านที่ไม่ได้เรื่องจริงๆหากท่านจอมพลลีโอนาร์ททราบละก็มีหวัง... หึ้ย อย่าคิดดีกว่า!
“วันนี้คุณชายจะ – ”
“เข้าครัว”
ภายในห้องครัววัตถุดิบพร้อมเครื่องมือครบครันก่อนลงมือทำอาหารประกอบรสเลิศ ออมเล็ตดื่มนมรสจืดหมดหนึ่งแก้วเป็นการรองท้องพลางกำลังคิดว่าเที่ยงนี้จะทำอะไรกินดีด้วย ซึ่งเนื่องจากร่างกายแสนดีนี้เพิ่งจะหายป่วยรุมๆไป เพื่อความสะดวกกายสะดวกใจตามใจปากท้องของพี่ไข่เจียวจึงอยากจะจัดเมนูแซ่บๆแก้เคล็ดกันหน่อย ฮ่าๆฮ่าๆ
หลังคิดได้ก็สั่งสินค้าวัตถุดิบจากจีเอสมาร์เก็ตออนไลน์ทันที มื้อเที่ยงของวันนี้ออมเล็ตเลือกเมนูข้าวจานเดียวแซ่บๆเผ็ดจี๊ดหอมด้วยเครื่องสมุนไพร นั่นก็คือ ‘ข้าวยำไก่แซ่บ’ โดยก่อนจะเป็นข้าวยำไก่แซ่บต้องไม่ลืมส่วนผสมอีกอย่างที่สำคัญอีกคือ ‘ข้าวคั่ว’ นั่นเอง ซึ่งปัญหาคือในปัจจุบันโลกอนาคตไม่มีข้าวคั่ว เขาจึงต้องทำข้าวคั่วเองก่อน เป็น ‘ข้าวคั่วสมุนไพร’ หอมเครื่องสมุนไพรกรุ่นเลยล่ะ
เคล็ดลับความนัวของอาหารหลายอย่างที่ขาดไม่ได้ก็ข้าวคั่วนี่แหละ มาทำข้าวคั่วสมุนไพรเพิ่มรสเพิ่มกลิ่นหอมไปสักสามบ้านแปดกันง่ายๆก่อนเลยละกัน
“วันนี้คุณชายจะทำอาหารประกอบเมนูอะไรเหรอครับ” ยังคงเป็นฌอนเจ้าเดิมที่มีความกระตือรือร้นมากเมื่อได้เข้าห้องครัวที่แสนวิเศษนี้กับคุณชายสามอังศุมาลินผู้รังสรรค์อาหารรสเลิศ เขาได้ตั้งให้คุณชายสามอังศุมาลินเป็นเทพรังสรรค์แห่งอาหารรสเลิศเลย
“ข้าวยำไก่แซ่บ แต่เดี๋ยวทำข้าวคั่วสมุนไพรก่อน เพราะจะใช้เป็นเครื่องปรุงรสเพิ่มรสชาติเข้มข้นหอมอร่อย”
‘ข้าวยำไก่แซ่บ’ เป็นอีกหนึ่งเมนูอาหารจานเดียวยอดฮิตเลย นำอกไก่หั่นชิ้นไปชุบแป้งทอดแล้วนำมาคลุกเคล้ากับเครื่องยำรสแซ่บ โรยใบสะระแหน่ รับประทานพร้อมข้าวสวยร้อนๆบอกเลยว่าอร่อยมากไม่แพ้เมนูอื่นใด
ออมเล็ตกับฌอนเข้าขากันเป็นอย่างดีเมื่ออยู่ในห้องครัว ออมเล็ตคือเทพพ่อครัว ฌอนคือเทพผู้ช่วยพ่อครัวอย่างงั้นได้... แต่ก็ถือว่าเป็นผลลัพธ์ที่ดีเพราะอย่างน้อยคุณชายสามอังศุมาลินก็เปิดโอกาสให้ผู้อื่นเข้าใกล้เขามากขึ้นหน่อย ถึงจะแค่เฉพาะในห้องครัวก็ตาม
ข้าวคั่วสมุนไพร – เตรียมวัตถุดิบคือข้าวสารหอม ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด
ออมเล็ตล้างผักสมุนไพรที่เตรียมไว้ทั้งหมด แล้วหั่นข่าเป็นแว่นๆ หั่นซอยตะไคร้ และหั่นซอยใบมะกรูด
จากนั้นตั้งกระทะใช้ไฟอ่อนใส่ข้าวหอมลงไปคั่วจนเริ่มเหลืองอ่อนๆ แล้วค่อยใส่สมุนไพรที่หั่นเตรียมไว้ คนคั่วจนข้าวเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล เข้มกว่าข้าวเปลือก เป็นอันเสร็จเรียบร้อย พักข้าวให้หายร้อนก่อน
เมื่อข้าวเย็นตัวแล้ว นำไปตำหรือปั่นให้ละเอียด ออมเล็ตใช้เครื่องปั่น โดยแบ่งข้าวออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกปั่นจนละเอียด ส่วนที่สองปั่นแต่พอเม็ดเล็กๆหยาบๆ แล้วค่อยเอาข้าวทั้งสองส่วนมาผสมเข้าด้วยกัน จะได้เนื้อข้าวคั่วที่มีความลงตัว
ข้าวคั่วสมุนไพร… ระหว่างคั่วก็หอมสุดๆพอคั่วเสร็จใหม่ๆก็ยิ่งหอมสุดๆ ข้าวคั่วใหม่ๆมีกลิ่นหอมกรุ่นเป็นเอกลักษณ์มากๆ สีของข้าวคั่วออกสีเหลืองน้ำตาลอ่อน เนื้อข้าวคั่วบดละเอียดเข้ากันดี มีกลิ่นหอมกรุ่นด้วยเครื่องสมุนไพรที่คั่วเข้ากับข้าวสารหอม ข้าวคั่วใช้สำหรับปรุงรสได้กับอาหารหลายอย่างเพื่อเพิ่มรสชาติความอร่อยเข้มข้นและกลมกล่อมเข้ากันยิ่งขึ้น
“หอมมากๆเลยครับ” ลิลลี่พูดพลางพยักหน้าเชื่องช้าโดยแม้ไม่ตั้งใจดมกลิ่นก็ยังสามารถได้กลิ่นหอมกรุ่นนี้อยู่ดี แม้จะไม่ใช่กลิ่นหอมชวนหิวอย่างอาหารประกอบแต่ก็เป็นกลิ่นหอมที่ดีเลย
และพวกเขาทั้งสามคนก็ไม่เคยได้กลิ่นหอมของเครื่องปรุงรสไหนแบบนี้ด้วย คิดว่าคงจะเป็นเครื่องปรุงรสตามสูตรพิเศษของคุณชายสามอังศุมาลินอีกแน่
“ใช่ ปกติข้าวคั่วก็หอมอยู่แล้วเมื่อเพิ่มสมุนไพรลงไปคั่วด้วยยิ่งเพิ่มความหอมสมุนไพรที่เป็นเอกลักษณ์มากขึ้น”
ออมเล็ตตอบพลางหยิบกระปุกมีฝาปิดอย่างดีมาใส่ข้าวคั่วสมุนไพรเพื่อเก็บไว้ ใช้ทำอาหารครั้งต่อไป ซึ่งความดีงามของความทันสมัยอันยอดเยี่ยมของโลกอนาคตก็คือมี ‘กระปุกฝาปิด’ เก็บวัตถุดิบราคาแพงที่สามารถรักษาความชื้นโดยไม่ต้องหย่อนซองกันชื้น รักษาความใหม่เก็บไว้ได้ระยะนานขึ้น ยอดเยี่ยมมาก
ทว่าก่อนเก็บข้าวคั่วสมุนไพรใส่กระปุกหมดออมเล็ตก็ไม่ลืมถามคุณพ่อบ้านสักหน่อย “ลองชิมไหม”
“ครับ” พวกเขาอยากลองชิมรสชาติของเจ้าข้าวคั่วสมุนไพรแน่นอน จิ้มคนละนิดคนละหน่อยชิมดู พอปลายลิ้นได้แตะชิมข้าวคั่วแล้ว... อืม อืมม อืมมม อธิบายไม่ถูกจิ้มข้าวคั่วชิมคนละนิดคนละหน่อยอีกครั้ง
อืม อืมม อืมมม พวกเขาพ่อบ้านพบว่าพวกเขาไม่สามารถอธิบายรสชาติของข้าวคั่วสมุนไพรได้ รู้แต่ว่ามีรสชาติที่ดีนะ มีกลิ่นหอมกรุ่นนะ แต่ต้องกล่าวอย่างไรดี
เหล่าคุณพ่อบ้านมองออมเล็ตตาปริบๆคล้ายกำลังถูกข้าวคั่วสมุนไพรรังแก เพราะไม่สามารถพูดถึงชาติของมันได้
ออมเล็ตเห็นแล้วอยากขำจริงๆแต่ได้แต่ทำหน้าไร้อารมณ์ตามคุณชายสามอังศุมาลิน ก่อนเอ่ยเป็นการงานหาทางลงให้คุณพ่อบ้าน “เป็นรสชาติที่ดีเหมาะสำหรับเป็นเครื่องปรุงรสกับอาหารบางอย่าง”
“ถูกต้องเลยครับเป็นรสชาติที่ดีเลย”
ออมเล็ตพลางส่ายหน้าน้อยๆ กระตุกมุมปากขำนิดหน่อยจนแทบจะมองไม่ออก เอาล่ะหลังข้าวคั่วสมุนไพรเป็นอันเสร็จเรียบร้อยแล้วมาทำเมนูหลักเราคือ ‘ข้าวยำไก่แซ่บ’ ต่อเลย...
ข้าวยำไก่แซ่บ – เตรียมวัตถุดิบโดยมีอกไก่ ไข่ไก่ ข้าวคั่ว หอมแดงซอย ผักชีฝรั่งซอย ต้นหอมซอย ใบสะระแหน่ แป้งทอดกรอบ นมจืด พริกป่น น้ำมะนาว และเครื่องปรุงรสต่างๆ
ออมเล็ตจะเริ่มโดยการทำอกไก่ทอดก่อน โดยก่อนหน้านี้เขาล้างเนื้อไก่ให้สะอาด ซับให้แห้ง หั่นเป็นชิ้นยาว หมักด้วยนมจืด พริกไทย เกลือ น้ำตาลทราย หมักทิ้งไว้ 30 นาทีไว้รอแล้ว
ขณะนี้จึงเริ่มจากตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง พอร้อน นำเนื้อไก่ชุบแป้งครั้งหนึ่ง จากนั้นชุบลงในไข่ไก่แล้วชุบกับแป้งทอดกรอบให้ทั่วอีกครั้ง ให้แป้งติดเป็นเกล็ดๆ เสร็จแล้วนำเนื้อไก่ลงทอดในกระทะให้สุกเหลืองกรอบทั้งหมด ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน ก่อนหั่นเนื้อไก่เป็นชิ้นพอดีคำเตรียมไว้
จากนั้นผสมน้ำปลา น้ำมะนาว และน้ำตาลทรายลงในชามเปล่าใหม่ คนส่วนผสมให้ละลายเข้ากัน ค่อยใส่ไก่ทอดที่หั่นไว้ลงไป ตามด้วยพริกป่น ข้าวคั่วสมุนไพร ใบสะระแหน่ หอมแดงซอย ผักชีฝรั่งซอย ต้นหอมซอยลงในชามผสมนั้นคลุกเคล้าให้เข้ากัน ตักไก่แซ่บใส่จานที่เตรียมข้าวสวยในจานเดียวกัน โรยใบสะระแหน่ เสร็จเรียบร้อยพร้อมทานแล้ว
ข้าวยำไก่แซ่บ... กลิ่นหอมฟุ้งทั่วบ้านแล้ว รูปลักษณ์หน้าตาชวนหิวมากๆ ในจานเดียวมีข้าวสวยร้อนๆอัดในถ้วยแล้วนำมาโปะลงบนจานได้ทรงสวยกับยำไก่แซ่บรสเด็ดพร้อมกลิ่นหอมไก่ทอดแสนเย้ายวนหั่นชิ้นพอดีคำคลุกเคล้าเครื่องยำไก่แซ่บรสเลิศ
รสชาติข้าวยำไก่แซ่บก็อร่อยแซ่บมากอย่าบอกใคร ข้าวสวยนุ่มๆร้อนๆ เนื้อไก่หมักนุ่มนำมาทอดมีความกรอบนุ่ม แซ่บถึงเนื้อ รสเด็ดอยู่ที่ยำไก่แซ่บเครื่องยำนัวๆแซ่บๆเผ็ดจี๊ดของเครื่องปรุงรสคลุกเคล้าให้พอดีและลงตัวได้รสชาติ เพิ่มเครื่องผักหอมแดงซอย ผักชีฝรั่งซอยกับใบสะระแหน่หอมๆ ใส่ข้าวคั่วลงไปยิ่งเพิ่มความอร่อยเข้มข้น ความกลมกล่อมแถมกลิ่นหอมด้วย
โครกคราก โครกคราก
อื้อฮือ คราวนี้ท้องร้องหิวกันถ้วนหน้าทั้งคุณชายพ่อครัวทั้งพ่อบ้านผู้ช่วยพ่อครัวแล้วยังต้องให้บอกอีกไหม งั้นบอกเลยว่า... กระเพาะของเหล่าชายหนุ่มต้องการสิ่งนี้!
ทว่าต่อมาในขณะนั้นเองออมเล็ตเห็นด้วยสายตาและสัมผัสด้วยตนเองได้อีกครั้งแล้ว ความอัศจรรย์สุดแสนน่าพิศวงนี่... เขามองห้องครัว มองรอบๆนั้น ที่นี่ ขณะนี้ จุดนี้ โลกกำลังหยุดนิ่งแล้วหมุนรอบตัวเขา
หมุนๆรอบเลย ทุกคนหยุดนิ่งและไม่รู้ตัว มีเพียงเขาที่มองเห็นทุกอย่างแล้วรู้สึกตัวสัมผัสได้ผู้เดียว ก่อนไม่นานจะกลับมาเป็นปกติพร้อมกับอาหารส่วนหนึ่งที่หายไปอีกครั้ง
แต่คราวนี้กลับมีความแตกต่าง... แตกต่างตรงที่ออมเล็ตไม่ได้รับผลกระทบทางกายภาพหรือทางจิตใจตามนั้นเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าหวานล้ำฉายแววความประหลาดใจ คิ้วเรียวขมวดมุ่น เพราะเหตุใดกันแน่?
ก่อนนั้นออมเล็ตจึงคล้ายนึกอะไรออก มือบางพลางหยิบสิ่งแปลกปลอมออกจากกระเป๋าเสื้อที่เพิ่งได้รับมาวันนี้ คือ ‘เจ้าขนนกขาวบริสุทธิ์’ นั่นเอง
เขาพกพาเจ้าขนนกขาวบริสุทธิ์มาด้วย ดวงตาเรียวรีสีทองมองนิ่ง นิ้วเรียวไล้แตะเส้นขนนุ่มเล็กน้อย อดยกยิ้มมุมปากบางเบาไม่ได้ เจ้าขนนกขาวบริสุทธิ์ปริศนานี่คล้ายมีพลังบางอย่างซ่อนอยู่ และเขามั่นใจแล้วว่าที่นี่กำลังมีเจ้าตัวร้ายชอบขโมยอาหารอยู่ในบ้าน
ออมเล็ตคิดว่าคงต้องบอกเรื่องนี้กับท่านพ่อและท่านพี่หรือพ่อบ้านใหญ่ให้เร็วที่สุด อีกฝ่ายสามารถแฝงเร้นกายเข้ามาในบ้านของท่านจอมพลลีโอนาร์ทได้ดูท่าแล้วเจ้าตัวร้ายหัวขโมยนั่นจะร้ายกาจไม่เบาเลย
หากมาแค่ขโมยอาหารก็ต้องจับให้ได้เพราะนิสัยไม่ดีจริงๆ แต่ทว่าหากแฝงเร้นกายมาร้ายก็อาจเป็นอันตรายต่อคนในครอบครัวได้ซึ่งเขาไม่อาจนิ่งเฉยได้
ในเมื่อยังไม่รู้ว่าเป็นตัวอะไรหรือใครกันแน่ เขาก็จะเรียกฝ่ายตรงข้ามว่า เจ้าตัวร้ายหัวขโมย ไปก่อนละกัน... จับ ต้องจับให้ได้แน่!
“อาหารส่วนหนึ่งหายไปหรือเปล่า” ออมเล็ตลองถามย้ำ
“หือ?” เหล่าคุณพ่อบ้านมองหน้ากันมีความงงงวยอย่างไม่เข้าใจในกับคำถามของคุณชายสามอังศุมาลิน พวกเขามองข้าวยำไก่แซ่บน่าทานตรงหน้า
“ปกติ?” เห็นท่าทางเช่นนั้นถือเป็นการให้คำตอบแก่ออมเล็ตแล้วว่าทุกอย่างก็ปกติดี เหล่าคุณพ่อบ้านต่างไม่รู้สึกตัว
ออมเล็ตเริ่มมั่นใจแล้วว่าเจ้าตัวร้ายหัวขโมยต้องมีพลังความสามารถเกี่ยวกับการบิดเบือนความทรงจำหรือหยุดเวลาได้ชั่วครู่ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่งอะไรเทือกนั้นแน่ เขาก็ไม่ค่อยรู้เรื่องทางนี้มากเท่าไหร่
โอ้โฮ แต่ถ้าเป็นจริงนี่มันจะไม่เทพไม่เมพขิงๆเกินไปเหรอ? ตัดภาพกลับมาดูคนกากๆอย่างเขาแล้วก็เศร้า
“คุณชายจะทำข้าวยำไก่แซ่บเพิ่มหรือครับ”
ในเมื่ออย่างไรเหล่าคุณพ่อบ้านก็เข้าใจไปอีกทาง ออมเล็ตจึงตอบรับไปอย่างนั้นแบบเซ็งๆ “อือ”
เจ้าตัวร้ายหัวขโมยแสบนักนะ ฉันจะจับนายให้ได้ มาอีกดิถ้านายแน่จริง!
ภายในห้องอาหารกว้างใหญ่โต๊ะยาวเก้าอี้เรียงรายก็ยังเป็นออมเล็ตที่นั่งทานอาหารเพียงคนเดียว บรรยากาศคล้ายโดดเดี่ยวที่ไม่เหงาหงอยพลางมีความรู้สึกสงบแบบแปลกๆ เวลาดำเนินผ่านไปครู่ใหญ่ซึ่งขณะที่เขากำลังรับประทานอาหารอย่างหิวโหยทั้งเพลิดเพลินดื่มด่ำด้วยกับรสชาติความแซ่บนัวจี๊ดๆของข้าวยำไก่แซ่บ ก็มีเสียงสดใสร่าเริงของเด็กชายเอ่ยทักทายเขามาเสียงดัง
ไม่ต้องให้ออมเล็ตหันไปมองชัดๆหรือต้องให้เดาอย่างเหนื่อยๆเปล่าเขาก็รู้ทันทีว่าเด็กชายคนนั้นคือใคร เสียงสดใสร่าเริงขนาดนี้ไม่ใช่น้องเด็กชายฝาแฝดแห่งพิชิตไชยศรีแน่นอน
“ท่านพี่อังศ์สวัสดีครับ!” น้ำเสียงมาก่อนค่อยตามด้วยร่างสูงของเด็กชายคือคุณชายจริณภัทร ศรีไพบูลย์ ใบหน้าหล่อเหลาสดใสประดับด้วยรอยยิ้มสว่างจ้าจนคนมองแทบรู้สึกแยงตา
“ ? ” ออมเล็ตผละความสนใจจากข้าวยำไก่แซ่บจานตรงหน้า มองเด็กชายตัวสูงสามคนกำลังเดินเข้ามาในห้องอาหารซึ่งในสองคนนั้นก็คือเจ้าแฝดนกฟีนิกซ์กับหมาป่าโลเวลน้องชายเขาเอง คิ้วเรียวขยับเลิกขึ้น เขามีความประหลาดใจเล็กน้อยทว่าใบหน้าหวานล้ำยังคงไร้อารมณ์ตายด้านเช่นเดิม
“ครับจิงโจ้เอง” คุณชายจริณภัทรดวงตาเบิกกว้างมองอาหารประกอบบนโต๊ะ เขายิ้มแฉ่งจนเห็นฟันครบทุกซี่พลางเอ่ยแนะนำตนเองสั้นๆอีกรอบ ไม่ได้มาหลายวันเกรงว่าท่านพี่สามออมเล็ตของบ้านพิชิตไชยศรีจะจำตนไม่ได้ ตามหลังมาด้วยนั้นเป็นฟีนิกซ์กับโลเวลฝาแฝดแห่งพิชิตไชยศรี
“สวัสดีครับท่านพี่สาม” ฟีนิกซ์เอ่ยทักทายกล่าวสวัสดีพี่ชายคนที่สาม ส่วนโลเวลเพียงพยักหน้าตามพี่ชายแฝดโดยหลบเลี่ยงสายตาของท่านพี่ชายสามตัวเล็กคล้ายคนมีชนักติดหลังอยู่
ออมเล็ตหลุบตาลงมองข้าวยำไก่แซ่บในจาน คิดๆ คิดว่าหากเป็นเด็กชายจิงโจ้คนเดียวเขาคงไม่คิดจะเอ่ยตอบกลับแน่นอน แต่นี่คนทักทายเป็นน้องชายเขาด้วย... “อือ สวัสดี.. ครับ”
“ท่านพี่สามเพิ่งทานอาหารเที่ยงเหรอครับ” แน่นอนว่าฟีนิกซ์เป็นผู้เอ่ยถาม คราแรกก่อนเข้าบ้านมาใบหน้าของเด็กแฝดแข็งทื่อมีความฝืนใจคล้ายถูกบีบบังคับบางอย่างทว่าพอได้รับการทักทายกลับของออมเล็ตจึงผ่อนคลายกันลงได้
ฟีนิกซ์ยกยิ้มบางเบาตามระเบียบดีเอ็นเอบ้านพิชิตไชยศรี โลเวลชะงัก... ก้มหน้า เม้มริมฝีปากเล็กน้อยก่อนจะปล่อยสีหน้าว่างเปล่า
“ทานอาหารเที่ยงกันมาหรือยัง?” น้ำเสียงเย็นชาไร้อารมณ์เอ่ยถาม ออมเล็ตไม่ได้ตอบแต่เอ่ยถามกลับแทน ส่วนคำตอบที่ได้รับคือใบหน้าอ่อนเยาว์ติดเรียบนิ่งดุดันเหมือนกันทุกกระเบียดนิ้วของเด็กชายแฝดกับใบหน้าอ่อนเยาว์สดใสของเด็กชายอีกคนขยับส่ายพร้อมกันทั้งจังหวะเดียวกันอีก
เอาล่ะ พี่เชื่อล่ะว่าเราสามคนน่ะเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ตัวกะเปี๊ยกยันตัวโตเกินขนาดนี้
ออมเล็ตไม่ได้กล่าวอันใดต่อเพียงพยักหน้ารับรู้พลางพยักพเยิดใบหน้าน้อยๆไปทางเก้าอี้แค่นั้นเชิงให้นั่งลงทานอาหารด้วยกัน
การพยักหน้าน้อยของคุณชายสามอังศุมาลินผู้มีใบหน้าเย็นชาตายด้านแลไร้ความรู้สึกนั้นที่พยักหน้าน้อยจริงๆ ซึ่งคราแรกจิงโจ้คนนอกไม่เข้าใจเลย เขาคล้ายยืนงงๆในดงพิชิตไชยศรีจริงๆเพราะสหายฝาแฝดพิชิตไชยศรีดันเข้าใจพลางหันไปพยักหน้าเช่นเดียวกันนั้นให้คุณพ่อบ้านแค่นั้นไม่กล่าวอันใด จากนั้นก็นั่งลงเก้าอี้
เฉยๆเช่นนั้นเลย... พี่น้องบ้านนี้เขาสื่อสารกันแบบนี้? รู้เรื่องเข้าใจเหรอ?
เอาล่ะพวกเขาพิชิตไชยศรีก็เข้าใจกันเองนั่นแหละ คุณชายจริณภัทรพลันมีสีหน้าว่างเปล่าเดินไปนั่งลงข้างโลเวลพลางมองท่านพี่สามออมเล็ตแวบหนึ่ง ไม่กล้ามองสังเกตนานด้วยรู้สึกแปลกๆอธิบายไม่ถูก
อืม จิงโจ้คิดว่าท่านพี่สามอังศุมาลินเป็นคนน่าเกรงขามมากทั้งที่ตัวก็เล็กบอบบางนิดเดียวเอง
ฟีนิกซ์หน้าเรียบติดดุดันนั่งข้างออมเล็ต โลเวลหน้านิ่งติดดุดันนั่งลงเก้าอี้ตรงข้ามออมเล็ต จิงโจ้ยิ้มกว้างทำจมูกฟุดฟิดตลอดเวลานั่งลงข้างโลเวล
“มี ‘ข้าวยำไก่แซ่บ’ นะ” ออมเล็ตพูดบอกปนกล่าวอย่างแนะนำเมนูอาหารประกอบที่ทำในวันนี้ไปในตัวด้วยพร้อมกับที่คุณพ่อบ้านเสิร์ฟข้าวยำไก่แซ่บเมนูอาหารจานเดียวให้คุณชายน้อยแต่ละท่าน
“ท่านพี่สะ – สะสาม...” จิงโจ้กำลังจะเอ่ยยังไม่ทันจบประโยค ฟีนิกซ์เอ่ยตัดบทขึ้นมาก่อน “ท่านพี่ออมเล็ต”
คุณชายจริณภัทรพลันรู้สึกเศร้าเพราะเขาช่างเป็นผู้อยู่ใต้ห่วงโซ่อาหารที่แท้จริง มองฟีนิกซ์ที่กำลังเอ่ยต่อน้ำเสียงเรียบดุดันทว่าฉายแววความคมกริบในน้ำคำ โลเวลนิ่งขรึมส่งสายตาดุ
“เรียกใหม่ เรียกท่านพี่สามไม่ได้ ถ้ายังเรียกนาย...” ตายแน่
“ท่านพี่ออมเล็ต”
สหายฝาแฝดคนนั้นยังไม่ทันพูดจบจิงโจ้ถลึงตาใส่คืนทว่าก็ยังรีบพยักหน้ารัวๆเรียกใหม่ทันทีเลย เขาไม่สงสัยในคำพูด ถึงเจ้าแฝดดูไม่กล้าตีเขาต่อหน้าท่านพี่ออมเล็ตแต่ที่โรงเรียนคาบวิชาฝึกปฏิบัติก็ไม่เคยออมแรงให้กันเลย
ออมเล็ตยิ้มขำในใจพลางมองเด็กชายตัวโตสามคนที่กำลังเล่นข่มขู่ง่องแง่งใส่กัน ภาพนี้รู้สึกคุ้นเคยยิ่งนักเพราะในความทรงจำรางๆของคุณชายสามอังศุมาลินก็พบว่าเด็กสามคนนี้ก็เป็นเช่นนี้มาตลอดตั้งแต่ตัวตีนเท่าฝาหอยแล้วล่ะนะ... เรียกได้ว่าตอนเด็กเล็กเป็นยังไงโตจนปัจจุบันก็ยังเป็นยังงั้นจริงๆ
เห็นน้องเด็กชายแฝดของบ้านตนแลดูมีความเป็นเด็กชายสมวัยกะเขาบ้างก็ตอนอยู่กับเพื่อนจิงโจ้นี่แหละ แบบนี้สิถึงจะค่อยสมกับช่วงวัยเด็กหน่อย น่ารักดี
ถึงความรู้สึกภายในจะอย่างไรทว่าภายนอกคุณชายสามอังศุมาลินนั้นติดจะใบหน้าเย็นชาไร้ความรู้สึกยิ่งกว่าเดิม คิ้วเรียวขมวดมุ่นอย่างไม่ชอบใจกับเสียงคนอื่นพูดคุยและความวุ่นวายหลายคนจึงพลันเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเย็นชาติดจะดุเข้มงวดพาให้ทุกคนต้องสงบเสงี่ยม
“อย่าดื้อ”
เจ้าขนนกขาวบริสุทธิ์ในกระเป๋าเสื้อสั่นไหวเล็กน้อย...
----------------------------------
ภาพประกอบ


ข้าวยำไก่แซ่บ

ข้าวคั่วสมุนไพร

Talk
อย่าดื้อ... อย่าดื้อของท่านสามอังศ์ อ้ะโอเค ใครไหวไปก่อนเลยจ่ะ แต่นุ้งขนนกเหมือนจาไม่ไหวน้าาา นุ้งขนนกคล้ายจะโดนออลคิลลลลล แค่กกแค่กก



ไรท์ชิมไม่รู้จะทอร์กอะไรเลย ควั่มลักของทั่นมันติดคอ ชอบยัยอังศ์ของเราแหละคนเขาดูหมดล่ะทั่น (5555) ลาไปก่อนนะวันนี้ ไว้พบกันใหม่ตอนหน้าน้า บ๊ายบาย~~
