พอเสี่ยวเทียนบอกออกไปร่างวิญญาณของแม่และน้องก็กลายเป็นดวงดาวไปเกิดใหม่ ทิ้งให้ เสิ่นตงอี้ ยืมเศร้าใจเพราะวิญญาณของเขา ยังคงอยู่อย่างเดียวดาย
“ เจ้าไปอยู่ในมิติฟ้าคราม ในนั้นเจ้าจะปลอดภัย ไว้ข้าเจอร่างของเจ้า ค่อยออกมา” เสี่ยวเทียนดูดวิญญาณเสิ่นตงอี้เข้าไปในมิติฟ้าครามทันที
“ ร่างของเสิ่นตงอี้บัดนี้อยู่ในวังหลวงแล้ว พวกเราไปกันเถอะ” อาจารย์ลู่เอินเอ่ยจบก็วาร์ปกลับไปที่วังหลวงอีกครั้ง
ณ วังหลวงอาณาจักรราชวงศ์เหลียง
“ เจ้าว่าอะไรนะ ศิษย์ของข้าตายพร้อมกันทีเดียว สามคนเลยรึ?” เจ้าสำนักไท่ซาน ถือคทาสีทอง เอ่ยออกมาด้วยความโกรธ
“ อาจารย์ข้าไม่คิดว่า พวกมันจะมีฝีมือร้ายกาจเช่นนี้” รัชทายาทเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น
“ ท่านเจ้าสำนัก ใจเย็นๆ ให้ข้าส่งคนไปสืบหาพวกมันก่อน เชื่อว่าพวกมันยังคงไปไม่ไกลเจอมันก่อนแล้วค่อยๆ จัดการกับมัน” จักรพรรดิเหลียงจื่ออีเอ่ยออกมา
แต่ใบหน้าและรูปร่างของจักรพรรดิเหลียงจื่ออี บัดนี้ คือ ร่างของเสิ่นตงอี้ ที่ถูกเปลี่ยนวิญญาณไปเรียบร้อยแล้ว โดยที่ทุกคนต่างก็รับรู้เรื่องเช่นนี้ เหมือนเป็นเรื่องปกติ
ในขณะที่ทั้งหมดกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ก็มีเสียงประตูถูกทำลาย ปลิวกระเด็น โครม ! ประตูบานใหญ่ลอยลิ่วเข้ามาสู่ ท้องพระโรง จักรพรรรดิกับหัวหน้าสำนักไท่ซานต้องออกโรงใช้พลังทำลายประตูจนปี้ป่นไป
อาจารย์ลู่เอิน กับ เสี่ยวเทียนเดินเข้ามาในท้องพระโรง แล้วกวาดตามองไปรอบๆ
พบหน้าจักรพรรดิเหลียงจื่ออี เสี่ยวเทียนก็เอ่ยขึ้นมาว่า
“ เจ้าคงเป็นจักรพรรดิเหลียงซินะ” เสี่ยวเทียนเอ่ยอย่างไม่กลัวเกรง
“ อาจารย์ เสด็จพ่อ มันนี่แหละ ฆ่าศิษย์พี่ใหญ่” รัชทายาทรีบเอ่ยแล้วเดินไปอยู่ด้านหลังอาจารย์เจ้าสำนักไท่ซาน
“ บังอาจมาก ต่อหน้าจักรพรรดิเหลียงผู้ยิ่งใหญ่ครอง พิภพชั้น 8 กล้าพูดจาโอหังเช่นนี้” เจ้าสำนักไท่ซาน ก้าวมาข้างหน้าทุกคน แล้วเอ่ยขึ้น
“ พวกมันไม่ใช่มนุษย์ เป็น จิ้งเหลนสายฟ้า ฆ่าพวกมันให้หมด” อาจารย์ลู่เอินเอ่ยด้วยเสียงที่เหี้ยมเกรียม
“ หา พวกมันเป็นสัตว์อสูรหรือนี่?”
เจ้าสำนักไท่ซานกับ จักร์พรรดิเหลียงตกใจ ที่อาจารย์ลู่เอิน สามารถล่วงรู้ว่าดวงจิต ของพวกเขา คือ จิ้งเหลนสายฟ้า
“ แกตาย” เจ้าสำนักไท่ซาน ใช้คทาสีทอง ยิงแสงสายฟ้าออกมาใส่เสี่ยวเทียนทันที เปรี้ยง !
“ สายฟ้าแค่นี้คิดจัดการกับข้ารึ?” เสี่ยวเทียนใช้มือซ้ายปล่อยพลังอัสนีทัณฑ์เซียนออกไป สายฟ้าที่ส่งออกมาจากคทาสีทอง ถูกกระแทกสวนไป คทาสีทองระเบิดคามือ กระแทกร่างของ เจ้าสำนักไท่ซาน ถอยหลังไปหลายก้าว
เสี่ยวเทียนไม่อยากเสีย เวลา หยิบทวนอัสนีสายฟ้าออกมา แล้ววาร์ปออกไปอย่างรวดเร็ว เจ้าสำนักไท่ซาน ระเบิดพลังเทียนจุนออกมาปะทะ แต่ว่า ปล่อยออกมาได้แค่ครึ่งเดียว มันพยายามปล่อยพลังออกมาอีกครั้ง แต่ไม่ทันแล้ว ทวนอัสนีสายฟ้ามาถึง ก็เสียบร่างทะลุอก สายตาแปลกใจยิ่ง ไม่คิดว่า ตนเองจะพ่ายง่ายดายเช่นนี้ พยายามระเบิดตัวเอง เพื่อไปกำเนิดใหม่ แต่ไม่ทันแล้ว ดวงจิตเหมือนถูกดูดจากร่างเข้าไปในทวนอัสนีสายฟ้า แล้วถูกเผาทำลายไปอย่างรวดเร็ว ดวงจิตจิ้งเหลนไฟ ไม่สามารถหนีหายไปได้ จบสิ้นชีวิตอมตะไปตลอดกาล
จักรพรรดิเหลียงเห็นเช่นนั้นก็ส่งสัญญาณเรียก สี่ผู้พิทักษ์เทียนจุนออกมา
แต่พอทั้งสี่ออกมาเห็นอาจารย์ลู่เอินก็ตกใจไม่กล้าขยับ ได้แต่ยืนนิ่งงันตลึงงัน !
“ ฆ่ามัน” จักรพรรดิรีบสั่งการออกไป
“ พวกเราสู้เขาไม่ได้ ท่านจักรพรรดิ เขาต้องการอะไรก็ให้เขาไปเถอะ” ทั้งสี่เอ่ยออกมาพร้อมกัน
“ นี่พวกเจ้า...” จักรพรรดิโกรธมาก เลยยกมือขึ้นฟ้าแล้วตะโกนเรียก ฆ้อนสายฟ้าออกมา ได้ยินเสียงวัตถูกบินมาอย่างรวดเร็ว พุ่งเข้ามาที่มือของจักรพรรดิเหลียงจื่ออี กลายเป็นฆ้อนสีทอง ส่องประกาย
“ ฆ้อนโยเนียร์ สายฟ้า?”
เสี่ยวเทียนเห็นแล้วตกใจ ไม่เคยเห็นมาก่อน
“ ตาย” จักรพรรดิเหวี่ยงฆ้อนเข้าใส่เสี่ยวเทียนทันที เปรี้ยง ! เสียงฆ้อนสายฟ้าปะทะกับทวนอัสนีสายฟ้า สายฟ้าส่องประกายแลบแปร๊บ คนที่พลังฝีมือด้อย ถูกรัศมีพลังกระแทกกระอักเลือดไปในทันที
เสี่ยวเทียนสงสัย ทำไมพลังของมันไม่ลดไปครึ่งเหมือนคนอื่น หันไปมองอาจารย์
“ ไม่ต้องสงสัย มันมีข้อยกเว้น หากเจอฆ้อนโยเนียร์ ที่ทำมาจากผู้สร้างคนเดียวกัน พลังจะไม่สามารถเอาเปรียบกันได้”
เสี่ยวเทียนหยิบกระบี่สีดำของเจ้าแมวเหมียวออกมาด้วยมือซ้าย แล้วพุ่งร่างออกไปใช้ท่ากระบี่เซียนมายาสังหาร แล้วปล่อยทวนอัสนีสายฟ้า ไปพร้อมกัน
จักรพรรดิรับได้แค่เพียงชั่วคราว สุดท้าย มีดนิลกาฬ ก็พุ่งเข้าเจาะกลางอก ฉึก !!
อ๊ากกกกก !! จักรพรรดิเหลียงจื่ออี ร้องเสียงหลง เสี่ยวเทียน ใช้ฝ่ามือไข่มุกวิญญาณกระแทกที่หน้าผาก ทำลายวิญญาณ ซ้ำไปอีกที ตูม !!
รัชทายาทเห็นเช่นนั้น ก็รีบหนีจากไปทันที แต่ไม่สามารถทำได้เพราะถูกเสี่ยวเทียนใช้ฝ่ามือดูดร่างมัน เข้ามาแล้วหักคอทิ้งทันที กร๊อบ ! ร่างมนุษย์ก็หายไป เปลี่ยนเป็นร่างของ ตัวจิ้งเหลนตัวหนึ่งนอนคอหักตายไป
เสี่ยวเทียนดึงวิญญาณของ เสิ่นตงอี้ออกมา
“ กลับเข้าร่างของเจ้าไปซะ” เสิ่นตงอี้ ก็รีบกลับเข้ามาอยู่ในร่างเดิมของเขา เสี่ยวเทียนให้กินน้ำทิพย์สวรรค์ ร่างกายที่เป็นแผลก็หายไปในทันที
“ สี่ผู้พิทักษ์ ต่อไปนี้ เขาคือจักรพรรดิคนใหม่ ชื่อว่าเหลียงตงอี้ ข้าหวังว่า พวกเจ้าจะคอยดูแล และ บ่มเพาะให้เขากลายเป็น จักรพรรดิที่ดี ไม่ใช่เป็นแบบเจ้าจิ้งเหลนไฟ พวกนั้น” อาจารย์ลู่เอินเอ่ยกับ สี่ผู้พิทักษ์ ที่บัดนี้คุกเข่ารับคำสัญญาจะคอยดูแล จักรพรรดิคนใหม่เอง
“ เสิ่นตงอี้ ต่อไปเจ้าต้องดูแลประชาชน อย่าให้พวกคนชั่วขึ้นมาเป็นใหญ่ได้อีก
แล้วอย่าลืมฝึกเดินพลังตามที่ข้าเคยสอนให้” เสี่ยวเทียนเอ่ยจบก็ลอยหายไปพร้อมกับอาจารย์
“ ขอบคุณ” จักรพรรดิคนใหม่เหลียงเสิ่นอี้คุกเข่า ก้มหัวให้สามครั้ง ขอบคุณเสี่ยวเทียนกับอาจารย์
เสี่ยวเทียนจากมาก็มาพักยอดเขาที่เงียบสงัดแห่งหนึ่ง
“ อาจารย์ท่านยังไม่ได้บอกข้าเลย ว่าเทียนจุนที่แท้จริงนั้นเป็นเช่นไร”
“ การเป็นเทียนจุนนั้น มีการฝึกหลายวิธี พวกแรกเรียกว่า พวกเทียนจุนเทียม พวกนี้จะใช้วิชากลืนกินพลังวิญญาณของเซียนสวรรค์มาสิบคนแล้วก็จะมีพลังเทียนจุนได้แล้ว แต่ไม่สามารถ ก้าวข้ามไปสู่ระดับที่สูงกว่านี้ได้ พวกนี้ส่วนใหญ่เป็นพวกมารนิยมเลือกใช้
ส่วนเทียนจุนอันดับสอง คือ การยอมถูกลงทัณฑ์สวรรรค์สิบประการ ซึ่งพวกเซียนส่วนใหญ่นิยมทำกัน
อันดับที่ สาม คือ สร้างร่างอวตารขึ้นมา เก้าร่าง แล้วฝึกพวกเขาจนสำเร็จเป็นเซียนสวรรค์ระดับสูงทั้งหมด แล้ว ก็หลอมรวมพลังของพวกเขาจนกลายเป็นเทียนจุน วิธีนี้เจ้าสามารถฝึกตนต่อไปได้ จนบรรลุเทียนจุนขั้นสูง เป็นมหาเทียนจุนได้ ข้าเองก็ใช้วิธีนี้ฝึกฝน”
“ อาจารย์แล้วข้าจะต้องฝึกตนแบบท่านได้อย่างไร สร้างร่างอวตาร9 ร่างยุ่งยากเสียเวลาไปไหม?”
“ สำหรับเจ้านั้น ข้าได้เก็บพลังเซียนสวรรค์ทั้ง 9 เอาไว้ในหยกมังกรฟ้าแล้ว หากว่าเจ้าได้ชิ้นที่เก้ามา เจ้าก็เริ่มฝึกพลังเทียนจุน ได้เลย”
“ จริงรึ? โอ้ อาจารย์นี่สุดยอดไปเลย”
“ อย่าเพิ่งดีใจไป ไม่ใช่ว่า เจ้าได้หยกมาครบแล้ว เจ้าจะฝึกสำเร็จภายในวันนี้พรุ่งนี้ มันยังต้องใช้เวลาฝึกฝน ขึ้นอยู่กับตัวเจ้า อย่างน้อยก็คงเป็นปี กว่าจะสำเร็จ”
“ ก็ยังดี กว่าคนอื่นต้องฝึกกันเป็นสิบปี ร้อยปี กว่าจะสำเร็จ”
“ เข้าใจก็ดีแล้ว พรุ่งนี้ออกเดินทางขึ้นไปพิภพชั้นที่ 9”
รุ่งเช้าเสี่ยวเทียนก็มารอขึ้นเครื่องเคลื่อนย้ายไปที่ พิภพชั้นที่ 9 พบเห็นคนมารอ
กันเป็นจำนวนมาก แต่ไม่สามารถเดินทางผ่าน ขึ้นไปได้ จนมีเจ้าหน้าที่มาเขียนประกาศว่า
“ โปรดทราบ ขณะนี้ พิภพชั้น 9 เกิดสงครามกลางเมือง เครื่องเคลื่อนย้ายถูกทำลายไป ทางพิภพชั้นที่ 9 ไม่มีคนซ่อมได้ ทางเราส่งคนไปซ่อมแล้ว คาดว่าต้องใช้เวลา อย่างน้อย สามเดือน หากซ่อมเสร็จก่อน จะมีการแจ้งให้ทราบทันที”
เสี่ยวเทียน รีบถาม ชาวบ้านคนอื่นๆ ทันที
“ มีเครื่องเคลื่อนย้ายอื่นๆ อีกหรือไม่?” เสี่ยวเทียนถามพ่อค้าคนหนึ่งที่กำลังยืนคุยกันอยู่
“ ไม่มีหรอก”
“ แล้วพวกเขาบอกว่า ส่งคนขึ้นซ่อมแล้ว พวกเขาไปทางไหนกัน”
“ ผ่านป่าหิมพานต์ไป ซึ่งเส้นทางนี้ เป็นเส้นทางแรกที่คนโบราณเมื่อพันปีก่อนใช้กัน จนกระทั่ง ผ่านไปห้าร้อยปี ถึงได้มีการสร้างเครื่องเคลื่อนย้าย เส้นทางป่าหิมพานต์ก็เลย ไม่มีใครใช้” พ่อค้าผู้หนึ่งกล่าว
“ เส้นทางนั้นใช้เวลาอย่างน้อย สามเดือนกว่าจะผ่านไปได้ แล้วถ้าโชคร้ายเจอสัตว์เวทย์ระดับสูง ก็อาจมีอันตราย เจ้าหนุ่ม เจ้าไม่มีธุระด่วน กลับไปรอที่บ้าน ปลอดภัยกว่า”
“ สามเดือนเชียวรึ?” เสี่ยวเทียนพึมพำ
“ ไม่ต้องรอ พวกเราไปป่าหิมพานต์กันเลย” อาจารย์ลู่เอินบอกออกไป
เสี่ยวเทียน ถามเส้นทางที่ไปป่าหิมพานต์จากชาวบ้านเสร็จแล้ว ก็ออกเดินทางไปในทันที
ณ เมืองชายแดนทางเข้าป่าหิมพานต์
เสี่ยวเทียนมาถึงเมืองชายแดนที่เรียกว่า เมืองเขียวขจี คนในเมืองส่วนใหญ่เป็นชาวบ้าน หาเลี้ยงชีพด้วยการ หาสมุนไพรรอบป่าหิมพานต์ และสัตว์แปลกๆ มาขาย
ผู้คนที่มาเมืองนี้ จะมีหลายกลุ่ม แต่ส่วนใหญ่จะมาล่าสัตว์ในป่าหิมพานต์ แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปในป่าหิมพานต์ มาหลายร้อยปีแล้ว ชาวบ้านเล่าว่า เมื่อห้าร้อยปีก่อนได้กำเหนิด สัตว์ผู้ยิ่งใหญ่ในป่าหิมพานต์ห้าตน ทำให้เกิดการแบ่งพื้นที่กันเป็นห้าอาณาเขต ห้ามผู้ใดเข้าออก นับแต่นั้นมา ชาวบ้านเลยไม่สามารถเข้าไปในส่วนลึกของ ป่าหิมพานต์ได้เลย เสี่ยวเทียนมาซื้อแผนที่ป่าหิมพานต์ที่ร้านขายสมุนไพร ของเมืองเขียวขจี เถ้าแก่ก็เลยเตือนเสี่ยวเทียนว่า
“ พ่อหนุ่ม พวกสัตว์เทพในป่าหิมพานต์นั้น ร้ายกาจมาก แผนที่นี้ทำขึ้นมาหลายร้อยปีแล้ว แต่ว่า บัดนี้ สัตว์เทพทั้งห้า ได้แบ่งเขตปกครอง ทำให้ภูมิทัศน์อาจเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่ เส้นทางสำคัญเช่น สระน้ำอโนดาต ที่เป็นสระน้ำศักดิ์สิททธ์นั้น ก็ยังคงอยู่ไม่น่าเปลี่ยนแปลง ส่วนน้ำที่ล้นจากสระกลายเป็นแม่น้ำทั้งห้าสายไหลผ่านห้าอาณาจักร แล้วไหลลง ทะเลสีทันดรนั้น ก็ไม่น่าเปลี่ยนแปลงเช่นกัน พอเจ้าไปถึง ทะเลสีทันดร ก็จะมีหนทาง เข้าพิภพชั้น 9 ได้”
“ สัตว์เทพทั้งห้ามีใครบ้างรึ?”
“ มีเทพพญาราชสีห์กิเลนไฟ เทพพญาช้างเอราวัณ เทพพญานาคราช เทพพญาครุฑ และ เทพพญาม้าอัศวเทพ”
“ พวกเขาเก่งกันมากเลยรึ?”
“ เคยมีตัวตนระดับเทียนจุน 10 คน เข้าไปเพื่อที่จะไปยึดครอง สระอโนดาต แต่สุดท้ายก็หายไปจนหมด ไม่มีใครได้เห็นพวกเขาออกมาอีกเลย”
เจ้าของร้านเอ่ยด้วยความหวาดกลัว
“ โอ้ โห ขนาดเทียนจุน 10 คน ยังหายสาบสูญ อาจารย์ เราเปลี่ยนใจรออีกสามเดือนดีไหม?”
“ ไม่ต้อง เสียเวลา ข้าอยู่ด้วยจะไปกลัวอะไร ข้าก็อยากได้น้ำศักดิ์สิทธิ์ จากสระอโนดาตเหมือน ว่ากันว่า พระพุทธเจ้าเคยใช้น้ำในสระอโนดาตนี้อาบน้ำชำระร่างกายด้วยเหมือนกัน” อาจารย์ลู่เอินเอ่ยออกมาเช่นนี้ เสี่ยวเทียนก็เกิดความมั่นใจขึ้นอีกเยอะทีเดียว หลังจากได้แผนที่แล้ว ก็มุ่งตรงเข้าป่าหิมพานต์ทันที
ในดินแดนที่เรียกว่าป่าหิมพานต์นั้น ไม่ใช่ดินแดนที่มีแต่ป่าอย่างที่คิด พอเหยียบย่างเข้ามาในดินแดนแห่งนี้ พบว่าอากาศโดยรอบเย็นกว่า ดินแดนอื่น แต่ไม่ถึงกับเป็นหิมะ สภาพแวดล้อมโดยรอบมีภูเขา อยู่หลายลูก ต้นไม้ก็มีตามปกติ ไม่ได้ขึ้หนาแน่นมากนัก เสี่ยวเทียนเดินเข้ามาในเส้นทางที่อยู่ตอนบนของ ดินแดนทั้งหมด จากแผนที่ เสี่ยวเทียนไม่สามารถรู้ได้เลยว่า เป็นอาณาจักรอะไร แต่เห็นฝูงช้าง ที่อยู่กันมากมาย ก็คิดว่า นี่คงเป็นดินแดนช้างเอราวัณแน่ เพราะว่าช้างพวกนี้ หลังจากกินน้ำในแม่น้ำที่ไหลผ่านแล้ว บางตัวมันไม่เดินเหมือนช้างทั่วไป
กลับลอยขึ้นไปบนฟ้า ลอยล่องไปตามทางที่พวกมันอยากไป กลายเป็นฝูงช้างบินลอยฟ้า เต็มไปหมด เสี่ยวเทียนเดินเข้าไปใกล้ มันแค่เหลือบตามองเล็กน้อย
แล้วก็ไม่สนใจเสี่ยวเทียนเลย
“ อาจารย์พวกมันก็ดูเป็นมิตรเหมือนกันนะ ไม่เห็นว่า มันจะน่ากลัวเหมือนอย่างพวกชาวบ้านบอกเลย”
ทันใดนั้นเอง ช้างอีกหลายตัวกำลังกินน้ำอยู่นั้น ก็มีเสือโคร่ง ตัวใหญ่ขนาดครึ่งหนึ่งของช้าง มากันเป็นฝูง เกือบสิบตัว พุ่งเข้าหาช้างน้อยอยู่สามสี่ตัว ที่กำลังเล่นน้ำและบางตัวก็เข้ามาดูดนมแม่ของมันอยู่
มันขย้ำเข้าที่ขาของช้างน้อยจนร้องเสียงดังลั่น ช้างตัวอื่นๆ ก็เริ่มแตกตื่น รีบบินหนีไปเกือบหมด เหลือเพียงแม่ช้างสี่ตัว กับลูกช้างที่โดนกัด ถูกกระชากลากขึ้นมาบนบก แม่ช้างพยายามวิ่งไล่ชน เสือโคร่ง ทั้งสิบตัว แต่ไม่สามารถไล่ได้ ถูกพวกมัน จู่โจมทำร้ายจากด้านหลัง แล้วก็ด้านข้าง จนขาหลังเริ่มเหวอะ หวะ แม่ช้างทั้งสี่ตัวเริ่มทนไม่ไหว ต้องล้มลง ลูกช้างที่แม่พยายามปกป้องไว้ ก็คงไม่รอดอย่างแน่นอน
ในขณะที่พญาเสือโคร่งทั้งสิบตัว ต่างกระโจนเข้าหาลูกช้าง ก็ถูกลูกธนูพลังปราณ ยิงเข้าใส่พร้อมกันทั้งสิบตัว ฉึก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ลำตัวเสือโคร่ง ถูกลูกธนูเจาะเข้าไปนอนดิ้นพล่านไปพร้อมกันทั้งสิบตัว เสี่ยวเทียนจะยิงซ้ำมันอีกแต่อาจารย์ลู่เอินเอ่ยออกมาห้ามว่า
“ อย่าฆ่าพวกมัน”
“ ทำไมล่ะอาจารย์?”
“ มันไม่ได้ทำผิดอะไร มันแค่หาอาหารกินตามธรรมชาติของมันเท่านั้น”
“ แต่มันจะกินช้างน้อย เหล่านั้นมันโหดร้ายไปไหม?”
“ มันก็แค่อาหารกิน หากมันไม่ทำ มันก็อดตาย เจ้าลองนึกว่าเจ้าเป็นพวกมันซิ เจ้าจะเข้าใจพวกมัน”
เสี่ยวเทียนฟังแล้วก็นิ่งคิดตามไป สุดท้ายก็เข้าใจว่า วัฎจักรชีวิตของสัตว์ในป่ามันต้องล่าสัตว์อ่อนแอมากิน หากเราไปขวางหรือทำร้ายมัน เพราะความใจอ่อนของเราอาจทำให้ลูกเสือโคร่ง คงต้องอดตายเช่นกัน เสี่ยวเทียนเดินเข้าไปใกล้ แล้วใช้น้ำทิพย์ให้เสือทั้งสิบตัวกิน จากนั้นก็ปล่อยพวกมันไป เสร็จแล้วก็มาช่วยช้างน้อยกับแม่ หลังกินน้ำทิพย์สวรรค์ ช้างน้อยกับแม่ ก็หายเป็นปกติ แล้วก็บินหายลับไปบนท้องฟ้า
เหตุการณ์นี้บนท้องฟ้า มีคนสองคน ที่ลอยตัวอยู่บนท้องฟ้า มองดูตาไม่กระพริบ คนทั้งสองนั้นมีร่างเป็นมนุษย์ แต่ศรีษะเป็นรูปช้างผิวขาวทั้งคู่ ทั้งสองแค่มองแต่ไม่พูดอะไร กลับบินไปตาม เสือโคร่งทั้งสิบตัว พอตามทัน ก็ปรากฏร่างลงมาทันทีกลายเป็นพญาช้างตัวใหญ่ เข้าเหยียบเสือโคร่งทีเดียวตายไปสี่ตัว แล้วที่เหลือกำลังจะหนี ก็ถูกงวงที่ยาวใหญ่ฟาดกวาดไปทีเดียว ร่างแหลกไปพร้อมกันอีกสี่ตัว
ที่เหลืออีกสองตัวก็วิ่งหนีสุดชีวิต แต่วิ่งไปได้ไม่นาน ก็ถูกงาสีดำของช้างยักษ์อีกตัว แทงเข้าปากฉีก ! ฉึก ! ทะลุหลังตายคาที่ไปพร้อมกันทั้งสองตัว
ช้างยักษ์สองตัวกลายร่างเป็นคนครี่งช้าง มีตัวหนึ่งเอ่ยออกมาว่า
“ กล้าบังอาจมาก่อเรื่องในอาณาจักรช้างเอราวัณ สมควรตาย”.....