"มีอะไรจะพูดกับกูวะ"
"มึงเคยบอกรักกายมันบ้างไหม" จริงสิถึงจะตกลงเป็แฟนกันแล้ว แต่ฉันไม่เคยพูดคำนี้มาก่อนเลย กายอาจจะดูเป็คนไม่สนใจคำพูดพวกนี้ แต่ลึกๆ ในใจใครจะรู้ว่า้าหรือไม่้า ในเวลานี้ฉันควรทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ให้ดีที่สุดดีกว่า
"บอกมันหน่อยก็ดีนะมึง มันจะได้ดีใจ"
"เดี๋ยวนะเหมือนมึงรู้ว่ากายคิดยังไงกับกู"
"ก็มีแต่มึงแหละที่ไม่รู้ ถามจริงต้องให้คนบอกด้วยเหรอวะเื่แค่นี้ กายปฏิบัติกับมึงพิเศษกว่าใครมึงดูไม่ออกจริงเหรอ"
"ก็ดูออก แต่ตอนนั้นเข้าใจว่ากายเห็นกูเป็แค่เพื่อนจริงๆ "
"เปิดใจซะบ้าง อย่าเอาแค่คำว่าเพื่อนของพวกมึงมาเป็กำแพงกั้นความสุขสิวะ"
"..."
"กูเข้าใจมึงเป็เพื่อนกันมานาน แต่ไอ้กายมันรักมึงคนเดียว รักถึงขั้นมันยอมเจ็บเพื่อให้มึงได้ลองศึกษาดูใจกับเจมส์เลยนะ"
"ยังไงนะ"
"พอมันเห็นว่ามึงมีใจให้เจมส์ และเจมส์ก็เป็คนดีมันเลยถอยให้มึง มึงนี่ซื่อบื้อจริงๆ ไม่ใช่เจมส์คนแรกนะที่เข้าหามึงใครก็ตามที่เข้าหามึงมันขวางหมดทุกคนนั่นแหละ"
"แล้วมึงรู้ได้ไง ว่ามันถอยเพื่อให้กูกับเจมส์ได้ใกล้ชิดกัน"
"ก็...พูดแล้วก็อย่าด่ากูเยอะก็แล้วกัน คืนนั้นกูกับแฟนแอบเข้าร้านเหล้าแล้วก็เจอมันกินเหล้าอย่างกับอาบในวันเกิดมันเอง จากนั้นมันก็พล่ามเื่ของมึงออกมาหมดจนกูรู้ทุกเื่นี่แหละ แล้วตลอดทางที่กูกับแฟนลากมันกลับบ้าน มันก็เรียกแต่ชื่อของมึงกับบอกกูซ้ำไปซ้ำมาว่าอย่าบอกมึงเื่ที่มันเมาเละเทะในวันนี้" ในวันเกิดกายเหรอ คงเป็วันนั้นที่เราลืมวันเกิดกายเราที่เข้าใจว่าวันนั้นเป็วันที่มีความสุขที่สุดแท้ๆ แต่คนตรงหน้าที่ฉันปรารถนาให้มีความสุขกลับกลายเป็ทุกข์มากที่สุด ฉันนี่มันโง่จริงๆ ไม่เคยรู้หรือเอะใจเลยด้วยซ้ำ
"เฮ้อ...ที่จริงไอ้กายมันก็สั่งนักสั่งหนาว่าอย่าเล่า แต่ถึงขั้นนี้แล้วมึงควรได้รู้ว่ากายมันรักและห่วงมึงมากแค่ไหน มันรักมึงจนถึงขั้นยอมเ็ปไม่เอามึงมาแต่ปล่อยให้มึงได้มีความสุขกับเจมส์ที่พึ่งรู้จักกันได้ไม่ถึงสองเดือน" ฟ้าพรั่งพรูคำพูดออกมาแบบไม่ติดขัดสักตอน
ตัวฉันเองไม่เคยรู้ว่ากายแอบรักฉันมากขนาดไหน และนานแค่ไหน ฟังแค่นี้ฉันยิ่งรับรู้ถึงความเ็ปที่กายได้รับจากคนรอบข้างหนักขึ้น ฉันน่าจะเป็คนที่รู้ใจกายแต่ฉันไม่เคยรู้เื่นี้เลย
"ไม่ใช่ความผิดของมึงหรอก ไอ้กายมันทำตัวเป็พระเอกไร้สาระเองมันเลยต้องเจ็บเองไง ถ้ามันเชื่อกูสารภาพกับมึงแต่แรกป่านนี้พวกมึงอาจจะได้รักกันจริงๆ แบบไม่มีใครเข้ามาขวางก็ได้"
ต่างคนต่างก็ไม่กล้าบอกความในใจ ยิ่งฟังแล้วยิ่งเสียดายเวลาที่ผ่านมา
"..." ฉันไม่รู้จะพูดอะไรต่อได้แต่นั่งฟังฝ่ายตรงข้ามพูดต่อไปเรื่อยๆ ในสมองก็ปรากฏภาพจำทั้งหลายเกี่ยวกับกายแบบไม่ขาดสาย ทั้งสมองทั้งหัวใจตอนนี้มันมีแต่ภาพของกายไม่มีคนอื่นเลยแม้แต่น้อย
"แต่ไอ้กายมันใจเสาะ มันบอกว่าชีวิตนี้มึงคือคนเดียวที่สำคัญกับมันที่สุด ถ้ามันบอกว่ามันคิดยังไงกับมึงแล้วมึงไม่เหมือนเดิมแบบนั้นมันรับไม่ได้"
"..."
"ซึ่งเท่าที่กูเห็นการที่มันไม่ยอมบอกมึงแล้วปล่อยให้เจมส์เข้ามามีบทบาทในชีวิตมึง นั่นแหละคือสิ่งที่ฆ่ามันทางอ้อม"
"..."
"จริงๆ กูไม่อยากจะคิดแย่ๆ ขนาดที่ว่า โรคของกายที่เอาแต่ทรุดหนักอย่างรวดเร็วแบบนี้เป็เพราะมันเครียด..."
"..."
"มึง...มึง.......แพรว" ฟ้าเอามือมาเขย่าฉันแรงมากจนฉันได้สติ
"กูบอกแล้วไงว่ามึงไม่ได้ผิด ไม่มีใครผิดเลยทุกคนต่างก็รักมึงและอยากมอบสิ่งที่ดีให้มึง มึงไม่ต้องเครียด"
ทำไมเอาแต่คิดเองเออเองกันไปหมด ไม่เคยสนใจว่าฉันจะคิดยังไงบ้างเลยนะ ฉันจะไม่ยอมเสียซักวินาทีหลังจากนี้ ฉันจะไม่ยอมเสียมันอีกต่อไปแล้ว
แพรวลุกออกจากเก้าอี้อย่างรวดเร็ว จนฟ้าที่นั่งดูดโกโก้ปั่นถึงขั้นผละออกจากโต๊ะด้วยความใ
"กูมีเื่จะบอก"
“เื่อะไรวะ”
"กูจะบอกกับมึงว่ากูกับกายเป็แฟนกันแล้ว"
“อะ…อะไรนะ นี่ที่กูพล่ามมาทั้งหมดคือกูพูดเก้อเลยเหรอวะ มึงรู้ว่ากายคิดยังไงกับมึงแล้วเหรอ”
“ก็…รู้แค่ส่วนหนึ่ง รู้ว่าไม่ได้คิดกับกูแบบเพื่อน แต่เื่ที่มึงเล่าเกินมากูก็พึ่งรู้ เอาเป็ว่าขอตัวนะเพื่อนรัก กูต้องไปหาคนรักของกูบ้างแล้ว” พูดจบแพรวก็รีบวิ่งออกไปโดยไม่รอฟังอีกฝ่าย
ฟ้าฉีกยิ้มกว้างและะโไล่หลังไปโดยไม่สนใจว่านี่คือโรงพยาบาล "เออๆ รีบไปเลยมึง ไปบอกรักมันด้วย มันรอมึงทุกวัน รอให้มึงรักมันด้วยใจของมึงเอง" พนักงานต้อนรับของโรงพยาบาลหันมามองในเชิงดุเล็กน้อยแต่ก็ทำอะไรฟ้าไม่ได้ทั้งนั้น ฟ้าที่มองแพรววิ่งจากออกไป ได้แต่นึกในใจ 'ยอมรับตัวเองสักทีนะแพรว ถึงจะสายไปสักหน่อยแต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้กอบโกยความสุขตรงนี้เอาไว้เลย กายกูช่วยมึงได้เท่านี้นะอย่างน้อยวาระสุดท้ายของมึงจะได้อยู่กับคนที่มึงรักและเขารักมึงจริงๆ สักที'
ฉันเปิดประตูเข้าไปแต่กลับพบความว่างเปล่าในห้อง กาย เจมส์ หายไปไหนกัน ฉันรีบวิ่งแบบคนบ้าเปิดประตูเพื่อดูในห้องน้ำก็ไม่มีออกไปนอกห้องวิ่งไปที่เคาน์เตอร์ประจำชั้น พยาบาลที่เคาน์เตอร์ก็บอกว่าพึ่งมาเปลี่ยนกะเลยไม่ทราบว่าคนไข้ห้องนี้ไปไหนเดี๋ยวจะตรวจสอบให้ กาย อย่าเป็อะไรไปนะ ใช่ ฉันต้องไปห้องฉุกเฉิน ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นหมอต้องพาไปที่ห้องฉุกเฉินแน่ ฉันเริ่มร้องไห้ออกมา ฉันคลาดกับกายจริงเหรอ กายต้องยังไม่เป็อะไรสิ
หมับ!!!
"จะวิ่งไปไหนครับ" เสียงนั้นพูดขึ้นพร้อมมือที่คว้าเอวฉันไว้จนไม่สามารถขยับตัวได้
"เจมส์ กาย...กาย"
"ช้าๆ กายทำไม"
"กายไม่อยู่ในห้องแล้ว ตอนนี้กายไปไหนก็ไม่รู้"
"ตั้งสติก่อนครับ แล้วเข้าห้องไปดูให้แน่ใจก่อน มานี่มา" เจมส์จับคอฉันแล้วดันให้เดินเข้าห้องไป
"อยู่มาจะ 3 อาทิตย์แล้ว ยังจะเข้าห้องผิดอยู่อีก"
ฉันรีบวิ่งเข้าไปหากายและกอดกายเอาไว้ ฉันนึกว่าจากกันไปแล้วซะอีก
"แพรวเป็อะไร"
"ฮือออ....ฮือออ..."
"กูเอาคนมาคืนให้ ไปเข้าผิดห้องมาแล้วไม่เจอใคร ใวิ่งรอบชั้น กูเลยไปลากเข้ามาให้เนี่ย" ฉันหันไปมองค้อนเจมส์หนึ่งที บางทีฉันก็สงสัยว่าสองคนนี้สลับร่างกันหรือเปล่า
กายลูบหัวฉันไว้ "ออกไปไหนบ้างก็ได้กายยังไม่ตายง่ายขนาดนั้นหรอก ถ้าจะตายยังไงกายก็ต้องรอแพรว"
ฉันยังคงร้องไห้สะอึกสะอื้นแบบไม่เกรงใจคนที่ยืนมองอยู่
"กูไปละ ปลอบใจกันไปก็แล้วกัน" ก่อนไปเจมส์ก้มมาพูดกันฉันที่ยังกอดกายอยู่ "เดินหลงห้องเองยังจะให้คนป่วยปลอบใจอีกนะ"
"เป็อะไร ปกติไม่ขี้แยแบบนี้นี่" ฉันยอมเงยหน้าขึ้นมาพร้อมบอกผู้ชายตรงหน้าว่า "กาย แพรวขอโทษนะ แพรวรู้สึกว่าแพรวทำอะไรช้าไปหมดทุกอย่างเลย"
"ทำอะไรช้า พูดให้เข้าใจชัดๆ สิ"
“ก็ กว่าแพรวจะกล้าบอกว่าคิดยังไงกับกาย กว่าจะได้คบกัน แล้วตอนนี้ดูสิกลายเป็ว่ากายก็กำลังจะไปจากแพรว” การมองฉันแล้วยิ้มให้แบบอ่อนโยน
"แล้ว…"
“แพรวรักกาย รักมาตลอด” กายฉีกยิ้มกว้าง “ไหน ลุกขึ้นมานั่งให้เห็นหน้าชัดๆ หน่อย” ฉันปรับท่านั่งตามที่กายบอก
“คนดี กายก็รักแพรวเหมือนกัน กายมั่นใจว่านี่คือความรัก เพราะกายไม่เคยมองคนอื่นนอกจากแพรว มีแต่คนแถวนี้แอบไปใจเต้นแรงให้ชายอื่นอยู่พักใหญ่เลย”
“ก็จริง เจมส์หล่อขนาดนั้นใครไม่ใจเต้นแรงบ้างล่ะ”
“แล้วตอนนี้ ใจเต้นแรงให้กับใครมากกว่า เรา หรือ เจมส์”
“อืม…” ฉันครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง
“ตอบไม่ดีกายมีสิทธิ์ลงโทษนะ ตอนนี้แพรวเป็แฟนกับกายแล้ว”
“ก็ยังเป็เจมส์อยู่ดี”
“เอ้าทำไมเป็งั้น” ถึงคำตอบจะไม่ใช่กาย แต่กายก็ยังยิ้มเหมือนเดิมและไม่มีท่าทีโกรธเลยสักนิด
“ก็ กับเจมส์เหมือนเวลาเราไปเจอนักแสดงที่เราชอบ แล้วใจเต้นแรงประมาณนั้น”
“แล้วกับเรา เป็แบบไหน เราอยากฟัง”
“กับกาย มันเป็ความรู้สึก อบอุ่น เป็ตัวของตัวเอง อยู่ด้วยแล้วสบายใจ ถึงก่อนหน้านี้เราจะเหมือนทะเลาะกันประจำ แต่ลึกๆ แพรวก็ไม่ได้ทะเลาะกับกายจริง กายก็รู้”
คนฟังยังคงกอดแพรวเอาไว้ แล้วตั้งใจฟังทุกคำพูด ที่แพรวพูดออกมา แพรวยังคงเล่าความรู้สึกที่มีต่อกายแบบไม่มีท่าจะจบลงง่ายๆ คนฟังก็ฟังไปยิ้มไป
“จบแล้ว”
“คบกันมาตั้งสิบกว่าปี เื่ของกายเล่าได้แค่ 3 ชั่วโมงเองเหรอ” เผลอแป๊บเดียวเรานั่งคุยกันมา 3 ชั่วโมงแล้วเหรอเนี่ย กายยังไม่มีท่าทีเหนื่อยเหมือนทุกวันเลย หรือในเวลานี้ยาใจจะดีกว่ายาหมอ
“มาถึงขนาดนี้แล้ว เรามาทำเื่ที่คนเป็แฟนกันเขาทำกันดีกว่า”กายยังไม่ทันพูดจบ แพรวก็ประกบริมฝีปากของตัวเองเข้ากับริมฝีปากของกาย กายพูดออกมาทั้งที่ริมฝีปากยังประกบกันอยู่ “ขี้โกง เื่แบบนี้ผู้ชายต้องเป็ฝ่ายเริ่มก่อนสิ” แพรวถอนริมฝีปากตัวเองออกแต่โดนกายประกบเข้าอีกครั้ง ไม่รู้เวลาดำเนินไปนานแค่ไหนแต่หัวใจของฉันกับกายเหมือนมันกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ใบหน้าที่ขาวซีดของกายกลับมามีสีชมพูจางๆ ฉันผละตัวเองออก แต่กายยังคงเอามือมากอดฉันไว้ หน้าของเราทั้งคู่อยู่ใกล้กันมาก มากเสียจนมองเห็นรายละเอียดใบหน้าของกันและกันได้อย่างชัดเจน ได้ยินยันเสียงหัวใจที่เต้นไม่เป็จังหวะของทั้งสองคน
ฉันพยายามจะเอาตัวออกจากกายเพราะเราอยู่นิ่งๆ แบบนี้มาหลายนาทีแล้ว แต่เหมือนอ้อมแขนของกายจะรัดแน่นกว่าเดิม
"อย่าออกแรงเยอะสิ ปล่อยเราได้แล้ว"
"ขออยู่แบบนี้อีกเดี๋ยวสิ" ชายหนุ่มประกบริมฝีปากบนหน้าผากหญิงสาวตรงหน้าอย่างอ่อนโยน