ดาบยาวของมหาดเล็กโชคังอินตวัดปัดมีดบินที่กำลังพุ่งเข้าใส่ซอฮยอนอย่างรวดเร็วจนมันหักเหทิศทางกระเด็นไปอีกทางอย่างทันท่วงที หญิงสาวถอยหลังสะดุดขาตัวเองพลางหวีดร้องออกมาด้วยความตกใจ
"เคร้ง! "
"ซอฮยอน! " จางซังกุงตะโกน "เจ้าเป็นอะไรไหม"
"ไม่... ไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ" ซอฮยอนตอบปากคอสั่น
"ท่านช่วยพานางออกไปก่อนเถิด ที่นี่มันอันตราย" มหาดเล็กโชคังอินร้องบอกก่อนจะวิ่งเข้าใส่โยชิดะและฮอนโดซึ่งกำลังสู้ตาย ทั้งคู่ตวัดดาบไปรัศมีรอบตัวอย่างชำนาญ ทหารหลายคนไม่กล้าผลีผลามเข้าไปจับกุมเนื่องด้วยรู้ว่าเบื้องหน้าต้นไม่ใช่สายลับธรรมดาแต่ทว่าเป็นถึงระดับชิโนบุ (นินจานักฆ่า)
จางซังกุงรีบพาซอฮยอนออกไปจากลานไต่สวนทันทีด้วยความรวดเร็ว ทั้งคู่วิ่งสวนกับทหารหลายคนที่กำลังบุกเข้าไปจับกุมคนร้าย เสียงดาบ เสียงผู้คนดังกระหึ่มไปทั่ว
"นั่น... มันอะไรกัน เจ้านิจิฮงนั่น จู่ๆ ก็เปิดเผยตัวตนเสียอย่างนั้น" จางซังกุงพูดพลางกุมอกเมื่อเดินออกมาจากกรมอาญาได้ไกลพอสมควร
"เขาคงรู้น่ะเจ้าค่ะว่าหลังชนฝาแล้วถึงได้ทำการนี้ แล้วจีแฮนัมไปไหนแล้วเจ้าคะ เขาออกมารึเปล่า" ซอฮยอนรีบถามพลางมองซ้ายมองขวา
"ไม่ต้องห่วงเขาหรอก ทหารตั้งมากมาย ไม่ว่านิจิฮงนั่นจะเก่งขนาดไหนก็ต้องถูกจับอยู่ดี"
"แล้วนี่องค์ชายพ้นมลทินรึยังเจ้าคะ"
"อาจจะต้องรอพระบัญชาจากฝ่าบาทอีกทีกระมัง ตอนนี้ข้าว่าเรารีบกลับฝ่ายในก่อนเถิด เรื่องต่อจากนี้กรมอาญาจะจัดการเอง"
"ข้าอดเป็นห่วงไม่ได้น่ะเจ้าค่ะ ถ้าสองนิจิฮงนั่นยังไม่โดนจับข้าก็ยังไม่เบาใจ"
"เราทำมามากพอแล้วซอฮยอน สายลับก็ถูกกระชากหน้ากากแล้ว ลูกเมียหมอทหารชางลีฮยอนก็ปลอดภัย ข้าว่าไม่มีอะไรแล้วแหละ"
ทหารสามสี่นายวิ่งพรวดพราดสวนทั้งคู่ไปด้วยความรวดเร็วจนจางซังกุงสะดุ้ง ซอฮยอนสังเกตทีท่าอันรีบร้อนของเหล่าทหารจึงรีบตะโกนถามออกไป
"พวกท่านจะรีบไปไหนกัน"
ทหารนายหนึ่งหันมาตอบ
"สองสายลับญี่ปุ่นหนีออกมาจากกรมอาญาได้แล้ว ตอนนี้กำลังระดมพลค้นตัวมัน"
"อะไรนะ! " ซอฮยอนและจางซังกุงอ้าปากค้าง
เมื่อทหารวิ่งหายไปทั้งคู่ก็มองหน้ากันด้วยความอกสั่นขวัญแขวน
"ถ้ามันหนีไปได้แบบนี้มันจะก่อเรื่องอะไรขึ้นอีกนะ" จางซังกุงพูดออกมาอย่างร้อนรน
"นางตัวดี! " เสียงแหลมเกรี้ยวกราดดังขึ้นด้านหลังของทั้งคู่ เมื่อซอฮยอนหันไปมองก็ถึงกับตัวเย็นวาบ
เชวซังกุงแห่งห้องเขียนหนังสือเดินตรงเข้ามาหา ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธ ดวงตาแทบจะลุกเป็นไฟ นางตวัดสายตามองจางซังกุงแวบหนึ่ง
"นายหญิง! "
"อ๋อ ดีที่ยังเห็นว่าข้าเป็นนายหญิง นึกว่าจะลืมสิ้นเสียแล้ว" นางค่อนขอด
"นายหญิง... ข้า"
"หุบปาก! " เชวซังกุงตวาด "ตอนนี้เจ้ามีแค่สองทางเลือก หนึ่ง กลับไปห้องเขียนหนังสือและเตรียมรับการลงโทษ หรือสอง ออกจากวังไปเสีย"
"นายหญิง จริงๆ แล้วข้าไป--"
"ข้าไม่สนใจว่าเจ้าจะไปไหน" นางพูดเสียงดัง "ซุนฮวาบอกข้าว่าเจ้าไปช่วยยิมโฮแทกุน จริงรึไม่"
"ใช่เจ้าค่ะ"
"นั่นหน้าที่เจ้าหรือ"
"เอ่อคือ..."
"คิดว่าตัวเองเป็นใครถึงเจ้ากี้เจ้าการเรื่องของวังหน้า เจ้าลืมรึว่าตัวเองเป็นนางใน ลืมรึว่าที่นี่คือวังหลวง อย่าเอานิสัยเดิมนอกวังที่ไร้กฎเกณฑ์มาใช้ที่นี่ มันต่างกัน"
"นายหญิง ข้าเพียงแต่--"
"เท่านั้นยังไม่พอ" เชวซังกุงขัด "เจ้ายังละทิ้งหน้าที่ของนางใน เมินเฉยต่อคำสั่งข้า อีกทั้งยังหนีหายไม่แจ้งข้า หากใต้เท้ามุนยองนัมไม่ขอไว้ข้าจะเฉดหัวเจ้าออกไปเดี๋ยวนี้เลย ข้าไม่เข้าใจว่าหัวหน้ากองงานวรรณกรรมชื่นชมอะไรในตัวเจ้าหนักหนา ที่ข้าเห็นมีแต่ความดื้อด้าน จองหองอวดดี หยิ่งยโสไม่เห็นหัวใครแม้แต่ซังกุง"
ซอฮยอนพูดไม่ออก นางทำได้แต่ก้มหน้าสำนึกผิด
"ท่านเป็นใครหรือ" จู่ๆ จางซังกุงก็ถามขึ้น
"เชวซังกุงประจำห้องเขียนหนังสือและจดบันทึกสังกัดกองงานวรรณกรรม" นางตอบเร็วปรื๋อ "แล้วท่านเล่า"
"จางซังกุงประจำห้องเครื่องปรุงรสตำหนักใหญ่"
เชวซังกุงเลิกคิ้ว
"ซังกุงซูรากันเหตุใดถึงมายุ่มย่ามกับนางกำนัลห้องเขียนหนังสือรึ"
"ข้ากับนางรู้จักกันตั้งแต่ก่อนสอบเซ็งกักชิ นางจึงขอให้ข้าช่วยพานางออกจากวังโดยใช้ป้ายผ่านทางของข้า"
"ท่านก็เป็นถึงซังกุงนะ ไฉนถึงปล่อยให้นางทำตัวเหลวไหลเช่นนี้" เชวซังกุงตำหนิ
"อย่าว่านายหญิงเลยเจ้าค่ะ ข้าผิดเองที่ทำอะไรลงไปโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง" ซอฮยอนพูดขึ้น
"นางแค่หวังดีอยากจะช่วยองค์ชาย หากท่านจะลงโทษนางก็ช่วยผ่อนปรนให้ด้วยเถิด" จางซังกุงขอร้อง
"การตัดสินลงโทษนั่นเป็นเรื่องของห้องเขียนหนังสือที่จะพิจารณา ไม่ใช่กงการอะไรของท่าน" เชวซังกุงกล่าว "เจ้าเองก็ยืนบื้ออยู่ได้รีบตามข้ามาสิ" นางหันไปตวาดซอฮยอนก่อนจะหันหลังเดินจากไป
จางซังกุงกุมมือซอฮยอนพลางพยักหน้าให้กำลังใจ หญิงสาวก้มศีรษะให้ซังกุงห้องปรุงรสก่อนจะรีบเดินตามเชวซังกุงไปติดๆ
ตลอดทางเชวซังกุงไม่ได้พูดคุยหรือตำหนิติเตียนอะไรซอฮยอนเลย นางนิ่งเงียบมาตลอดทางจนหญิงสาวคิดว่าถ้าจะทำตัวน่าอึดอัดเช่นนี้ก็ให้เปลี่ยนเป็นหันมาด่าตัวเองเสียดีกว่า
เมื่อเดินมาถึงห้องเขียนหนังสือ นางกำนัล นางในหลายคนชะเง้อคอมองซอฮยอนด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ซอฮยอน! " ซุนฮวาโผล่ออกมาจากเรือนชางวี "เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง"
"ข้าไม่เป็นไร"
"แล้วองค์ชายเล่า"
"ข้ายังไม่แน่ใจแต่คิดว่าน่าจะหมดเรื่องแล้ว เว้นเพียง--"
"เพียงอะไร"
"สายลับนิจิฮงหนีไปได้"
"อะไรนะ! "
"เอะอะโวยวายอะไรกัน" เชวซังกุงเดินเข้ามาตวาด "พวกเจ้าอยากโดนลงโทษพร้อมกับนางหรือ รีบเข้าไปในเรือนชางวีเดี๋ยวนี้นะ! "
นางกำนัลทุกคนรีบผลุบหัวเข้าไปในเรือนทันที
"ส่วนเจ้า" เชวซังกุงหันมามอง "ต่อไปนี้จงไปซักผ้า ล้างชาม กวาดถูทุกส่วนในกองงานวรรณกรรม ห้ามมาเรียนในเรือนชางวีจนกว่าจะสำนึกผิด"
"นายหญิง! "
"ทำไม หรืออยากโดนโบยเพิ่ม! "
"ไม่ใช่นะเจ้าคะ งานหนักน่ะข้าไม่เกี่ยง แต่ถ้าหากข้าไม่ได้เรียนหลายวันแล้วจะตามทันเพื่อนๆ ได้อย่างไรเจ้าคะ"
"เจ้าทำผิดก็ต้องรับโทษ จะมาวิงวอนตอนนี้ก็เปล่าประโยชน์ และถ้าหากว่าเจ้าเห็นว่าการเรียนสำคัญจริง เจ้าคงไม่คิดหายตัวไปตั้งแต่แรก" เชวซังกุงพูดจบก็เดินจากไป ทิ้งให้หญิงสาวนั่งคอตกอยู่บนพื้น
"ข้าขอโทษนะซอฮยอนที่ช่วยพูดให้เจ้าไม่ได้เลย" ซุนฮวาเดินเข้ามาพยุงร่างเพื่อนตัวเองให้ลุกขึ้นช้าๆ
"สมน้ำหน้า แส่หาเรื่องดีนัก" ซงฮวันเดินตามออกมาด้วยก่อนจะพูดเสียงดัง
"ไม่พูดก็ไม่มีใครไปด่าเจ้าว่าเป็นใบ้หรอกนะ" ซุนฮวาตอบโต้
"ไม่เป็นไรหรอก ข้าน่ะทำผิดจริงๆ โทษแบบนี้ก็สมควรแล้ว ที่โดนนี่ก็ถือว่าปรานี ไม่อย่างนั้นคงต้องออกจากวังไปเลย แต่จริงหรือที่ใต้เท้ามุนยองนัมช่วยพูดแทนข้า" ซอฮยอนถาม
"จริงสิ เขาน่ะมีบุญคุณกับเจ้ามากเลยนะใต้เท้าคนนี้ แต่ช่างเถิด ตอนนี้ข้าสนใจเรื่องสายลับญี่ปุ่นอะไรนั่นที่ว่าหนีไปได้ ที่เจ้าพูดนี่เป็นความจริงหรือ" ซุนฮวาถามกลับ ซงฮวันที่ยืนอยู่ไม่ไกลพยายามเงี่ยหูฟัง
ซอฮยอนไม่ตอบ นางหันหน้าไปมองทิศที่ตำหนักของยิมโฮแทกุนตั้งอยู่ด้วยความเป็นห่วง
ใต้เท้าต้นเครื่องกับใต้เท้าวอนโจเจ้ากรมอาญาได้ขอเข้าเฝ้าฝ่าบาทเพื่อถวายรายงานคดีความของสายลับญี่ปุ่นอย่างละเอียดหมดจดทุกประการ โดยสรุปความได้ว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ของพวกนิจิฮงจากตระกูลโอโตะโมะบนเกาะคิวซูเท่านั้น ซึ่งองค์ชายยิมโฮก็ตกเป็นจำเลยถูกใส่ร้าย ไม่นานฝ่าบาทก็มีพระบัญชาถอนรับสั่งเรื่องลงโทษองค์ชายและยกเลิกการกักขังให้อยู่แต่ในตำหนัก รวมถึงล้างมลทินทุกประการด้วย
ใต้เท้าวอนโจประกาศรับสั่งถอดข้อกล่าวหาทุกอย่างต่อหน้าพระพักตร์องค์ชายและสั่งให้ทหารรอบตำหนักถอนกำลังออกไป ส่วนใต้เท้าต้นเครื่องก็ขออภัยองค์ชายหากระหว่างการทำคดีได้ทำอะไรล่วงเกินไป
เมื่อทุกอย่างคลี่คลายลง มหาดเล็กโชคังอินก็รีบมาเข้าพบยิมโฮแทกุนด้วยความยินดี
"หม่อมฉันยินดีด้วยพ่ะย่ะค่ะที่รอดพ้นจากข้อครหาทุกอย่างได้ เป็นเพราะพระบารมีขององค์ชายโดยแท้" มหาดเล็กคนสนิทคุกเข่าลงกับพื้นทันทีที่พบหน้าผู้เป็นนายเหนือหัว
"ลุกขึ้นเถิด ข้าไม่ได้ทำอะไรเสียหน่อย แค่ถูกขังอยู่ในตำหนักเท่านั้น ท่านสิวิ่งเต้นช่วยข้าตลอด ต้องขอบใจท่านมากนะ" องค์ชายรับสั่ง
โชคังอินไม่ตอบแต่ก้มลงคำนับให้อย่างจงรักภักดี
"ว่าแต่สายลับญี่ปุ่นสองคนนั้นเล่า"
มหาดเล็กหน้าสลดลง
"พวกเขาหนีไปจากกรมอาญาได้ก็จริง แต่สุดท้ายถูกต้อนจนมุมที่ประตูทิศตะวันตก เราคาดว่าจะจับเป็นเขาแต่ทั้งโยชิดะและฮอนโดไม่ยอมแพ้จึงกระทำการเซ็ปปุกุ (คว้านท้อง) ตนเองพ่ะย่ะค่ะ"
"อะไรนะ! " องค์ชายตกตะลึง
"นิจิฮงสายเลือดชิโนบุเป็นพวกที่มีศักดิ์ศรีสูงส่ง ไม่ก้มหัวให้กับศัตรู ยอมหักไม่ยอมงอ เขาจึงตัดสินใจเซ็ปปุกุตนเองแทนที่จะถูกพวกเราจับพ่ะย่ะค่ะ"
องค์ชายนั่งลงอย่างหมดแรงก่อนจะหลับตาลงช้าๆ
"ข้ามีเรื่องสงสัยอีกอย่าง ตอนที่ท่านฝากเสื้อข้ามากับนางในที่ยกอาหารเข้ามา นางในคนนั้นบอกว่าข้าตกเป็นหนี้บุญคุณสตรีนางหนึ่ง นี่มันเรื่องอะไรกันหรือ"
มหาดเล็กโชคังอินยิ้มออกมา
"นางผู้นี้คือคนที่ซักฉลองพระองค์และแก้ปัญหาเรื่องผ้าขาดให้พระองค์ด้วย"
"จริงหรือ"
"พ่ะย่ะค่ะ ความจริงนางเล่าให้หม่อมฉันฟังว่าเลือดที่เปื้อนบนฉลองพระองค์ที่ถูกผสมด้วยผงขาวนั้นได้รับการชำระล้างด้วยน้ำลับซูเจ้าค่ะ"
"น้ำลับซูหรือ"
"หม่อมฉันเองก็ไม่รู้รายละเอียดมากนัก รู้แต่เพียงว่าน้ำลับซูคือน้ำละลายจากหิมะในเดือนสิบสอง"
"อย่างนี้นี่เอง"
"ส่วนเรื่องดาบ นางผู้นี้ก็ลงทุนออกจากวังเพื่อไปหาช่างตีดาบซึ่งชำนาญในการเทียบอาวุธเข้ามาช่วยพระองค์อีกด้วย"
"นางทำถึงขนาดนั้นเชียวหรือ"
"พ่ะย่ะค่ะ"
"นางเป็นใครกัน" องค์ชายรำพึงเบาๆ กับตนเองอยู่ชั่วครู่ และเมื่อผ่านไปสักพักก็ตรัสว่า "มหาดเล็กโชจงรับคำสั่งข้า"
โชคังอินก้มศีรษะเตรียมรับพระบัญชา
"เรียกตัวนางผู้นั้นมาพบข้าที"
"จนบัดนี้หมอหลวงก็ยังหาสาเหตุไม่พบหรือ" คิมซังกุงพูดขึ้น
"ยังไม่พบ แต่ส่วนมากลงความเห็นกันว่าองค์หญิงดายองป่วยเป็นโรคทางใจที่ตัวยาชนิดใดในแผ่นดินก็รักษาไม่หาย" ใต้เท้าต้นเครื่องตอบ
"แย่จริง" เซโจซังกุงเอ่ยออกมา "ได้ยินว่าทรงเปลี่ยนไปตั้งแต่ถูกพระมเหสีตำหนิ ไม่รู้ว่าเพราะเหตุการณ์นั้นจะกระทบกระเทือนจิตใจองค์หญิงบ้างรึเปล่า"
"เช่นนั้นต่อจากนี้เราต้องช่วยกันทุกฝ่าย สำหรับวันนี้ขอเลิกประชุมแต่เพียงเท่านี้"
ใต้เท้าต้นเครื่องลุกขึ้นเดินออกจากห้องประชุม ซังกุงทุกคนลุกขึ้นยืนพลางก้มศีรษะให้ก่อนจะเดินตามไปติดๆ
นอกห้องประชุมซังกุงทุกฝ่ายทยอยก้าวออกมาทีละคน ขณะนั้นเองมหาดเล็กโชคังอินก็วิ่งกระหืดกระหอบพรวดพราดเข้ามา
"ขออภัย ในนี้ท่านใดเป็นซังกุงห้องเขียนหนังสือหรือ" เขาไต่ถาม
เชวซังกุงซึ่งอยู่ในกลุ่มซังกุงชุดสีเขียวอ่อนเดินออกมาก่อนจะเอ่ยว่า
"ข้าเอง ท่านมีธุระอะไรหรือ"
"พอดีข้าไปหานางกำนัลคนหนึ่งที่ห้องเขียนหนังสือ แต่หาเท่าไรก็ไม่พบ"
"ท่านจะหาใครหรือ"
"นางกำนัลบางคนบอกข้าว่านางถูกลงโทษโดยท่านจึงไม่ได้อยู่ในเรือนศึกษาเหมือนนางกำนัลคนอื่นๆ ข้าจึงมาถามท่านว่าตอนนี้นางอยู่ที่ใด"
"ลงโทษจากข้า? " เชวซังกุงขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่สักพักก็พยักหน้าเข้าใจ "อ๋อ ท่านหมายถึงซอฮยอนหรือ"
"จริงๆ ข้าจำชื่อไม่ได้หรอกแต่เมื่อวานซังกุงที่ออกจากวังไปพาช่างตีดาบเข้ามาพร้อมกับนางเรียกนางว่าซอฮยอน ซึ่งถ้าห้องเขียนหนังสือไม่ได้มีนางกำนัลชื่อซอฮยอนสองคนแสดงว่าใช่"
คิมซังกุงที่ยืนอยู่ไม่ไกลชะงัก นางค่อยๆ หันมามองและพยายามเงี่ยหูฟัง
"ท่านมีธุระอะไรกับซอฮยอนหรือ" เชวซังกุงถามโชคังอิน
"ข้าว่าไปคุยที่อื่นดีกว่า ตรงนี้ไม่ค่อยเหมาะ" มหาดเล็กคนสนิทของยิมโฮแทกุนกล่าวก่อนจะเดินนำเชวซังกุงไปยังที่ลับตาคน
คิมซังกุงหรี่ตามองตามอย่างสงสัยพลางคิดในใจว่าเมื่อครู่มหาดเล็กขององค์ชายพูดว่าตามหาซอฮยอนนางกำนัลห้องเขียนหนังสืออย่างนั้นหรือ ซึ่งถ้าใช่... นางคนนี้ใช่ไหมที่สอบเซ็งกักชิได้ที่หนึ่งชนะคิมเซจีหลานสาวตน
เมื่อมาถึงบริเวณปลอดคน โชคังอินจึงเริ่มพูดว่า
"องค์ชายยิมโฮต้องการพบซอฮยอน"
"อะไรนะ! " เชวซังกุงอ้าปากค้าง "ท่านพูดอะไรออกมา"
"หา ข้าพูดผิดตรงไหนหรือ"
เชวซังกุงถลึงตา
"ซอฮยอนเป็นนางใน องค์ชายจะเรียกตัวนางได้อย่างไร ท่านจะบ้าหรือ"
โชคังอินขมวดคิ้วอยู่สักพักก่อนจะหัวเราะออกมาดังลั่น
"เชวซังกุง เจตนาองค์ชายที่เรียกตัวซอฮยอนไปไม่ใช่เช่นนั้น"
"แล้วเป็นเช่นใด" นางขมวดคิ้ว
"ยิมโฮแทกุนอยากขอบคุณนางที่ช่วยทุกอย่างจนทำให้พระองค์พ้นข้อกล่าวหาแค่นั้นเอง"
"แค่นั้นแน่หรือ"
"แน่นอน ข้ารับรองได้"
เชวซังกุงเหลือบมองโชคังอินอย่างไม่ไว้ใจก่อนจะพูดว่า
"ก็ได้ ข้าจะบอกนางให้"
"ขอบคุณท่านมาก ฝากบอกนางด้วยว่าตกกลางคืนก็ให้ไปที่ตำหนักองค์ชายได้เลยเพราะข้ามีธุระต้องฝึกซ้อมทหารใหม่" พูดจบมหาดเล็กโชก็รีบเดินจากไป
เชวซังกุงยืนพินิจคิดใคร่ครวญอยู่สักพักก่อนจะเดินออกมาจากที่ลับตาคน แต่ทว่าทันใดนั้นนางก็ต้องตกตะลึงจังงัง
"นายหญิง! "
คิมซังกุงนั่นเอง นางแอบฟังอยู่ทุกคำพูด
"นี่มันอะไรกันเชวซังกุง" คิมซังกุงร้องถาม
"คือ... เอ่อ"
"จู่ๆ องค์ชายเรียกนางกำนัลในสังกัดกองงานเจ้าไปพบยามวิกาล เจ้าในฐานะซังกุงคนหนึ่งกลับคิดว่ามันปกติอย่างนั้นหรือ"
"นายหญิง ตอนแรกข้าก็คิดแบบท่าน แต่ดูเหมือนว่าเจตนาองค์ชายจะแค่ขอบคุณซอฮยอนเท่านั้นนะเจ้าคะ มิใช่อย่างอื่น"
"ขอบคุณ? ขอบคุณเรื่องอันใด"
"นางคือคนที่ช่วยให้องค์ชายรอดพ้นจากคดีสายลับญี่ปุ่นน่ะเจ้าค่ะ"
"อะไรนะ ซอฮยอนเนี่ยนะหรือที่ช่วยองค์ชาย เหอะ ข้าไม่เชื่อหรอก เป็นแค่นางกำนัลชั้นต่ำจะเอาอะไปช่วยองค์แทกุนได้ ทำอะไรไม่เจียมกะลาหัว"
"นายหญิง ข้าได้ยินมาจริงๆ นะเจ้าคะว่านางช่วยองค์ชายหลายอย่างเลย"
"แล้วจู่ๆ นางไปยุ่งเกี่ยวกับองค์ชายได้อย่างไร"
"ข้อนี้ข้าก็ไม่ทราบเจ้าค่ะนายหญิง"
คิมซังกุงนิ่งไปสักพัก
"เอาล่ะ เดี๋ยวข้าจะไปบอกซอฮยอนแทนเจ้าเองแล้วกัน"
"อะไรนะเจ้าคะ" เชวซังกุงงุนงง
"ข้าบอกว่าจะไปบอกซอฮยอนให้เอง ส่วนเจ้าไม่ต้องไปบอกนางแล้ว แล้วก็ห้ามพูดเรื่องนี้กับใครด้วย เอาตามนี้ เข้าใจรึเปล่า"
"เอ่อ ทำไมท่านถึงจะไปบอกนางด้วยตัวเองเล่าเจ้าคะ" เชวซังกุงยังสงสัย
"ข้าบอกว่าเอาตามนี้ก็คือเอาตามนี้" คิมซังกุงพูดเสียงห้วน
"เจ้าค่ะนายหญิง"
ทันทีที่คิมซังกุงกลับมาถึงเรือนพัก นางก็รีบเรียกคิมเซจีกับซงฮวันให้มาพบทันที เมื่อทั้งคู่มาถึงซังกุงรับบัญชาก็ไม่อ้อมค้อมรีบสั่งการลงไปในทันที
"ซงฮวัน เย็นใกล้ค่ำวันนี้เจ้าจัดการทำอย่างไรก็ได้ให้ซอฮยอนไปไหนไม่ได้สักหนึ่งคืน"
"อะไรนะเจ้าคะ! "
"ซอฮยอน นางกำลังจะถูกองค์ชายเรียกพบ" คิมซังกุงพูด
คิมเซจีตะลึงงัน
"นายหญิง ท่านว่าอะไรนะเจ้าคะ ทำไม... ทำไมจู่ๆ องค์ชายถึงอยากพบนาง"
"เจ้าจำเรื่องวุ่นๆ ขององค์ชายเกี่ยวกับสายลับญี่ปุ่นที่เพิ่งผ่านไปได้รึไม่" คิมซังกุงถาม
"จำได้เจ้าค่ะ"
"นั่นแหละ ข้าได้ยินมาว่าซอฮยอนคือคนที่ช่วยองค์ชายอยู่เบื้องหลัง"
คิมเซจีตัวแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาด
"ทำไม... เพราะอะไร... ทำไมนางถึงได้"
"ถึงได้ว่าสิ" ซงฮวันกระซิบ
"เจ้ารู้อะไรมาหรือ" เซจีรีบหันมาถาม
"คืนวันฉลองงานประสูติ ข้าเห็นซอฮยอนและซุนฮวาพยายามซักเสื้อตัวหนึ่งซึ่งเป็นของผู้ชาย ต่อมาก็เห็นนางพูดคุยกันเรื่องสายลับนิจิฮง" ซงฮวันตอบ
"แสดงว่านาง... นาง" เซจีอ้าปากค้าง
"ใช่ ข้าไม่รู้ว่านางไปเกี่ยวพันกับองค์ชายตอนไหน แต่ที่แน่ๆ นางมีบุญคุณกับองค์ชายเข้าแล้ว" คิมซังกุงพูด
คิมเซจีหลับตาลง นางพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อจะได้ใกล้ชิดองค์ชาย เพื่อให้พระองค์ชื่นชมหลงใหล นางยอมทุกอย่างแม้ร่างกาย ทว่าองค์ชายก็ยังไม่แล แต่ซอฮยอนกลับได้สิ่งนั้นมาโดยง่าย ไม่ยุติธรรม นี่มันไม่ยุติธรรม
"ข้าเข้าใจความรู้สึกเจ้าเซจี" คิมซังกุงเอ่ยเบาๆ "ฉะนั้นข้าจึงมีแผนให้กับเจ้า"
"แผนหรือเจ้าคะ"
"จากที่ข้าฟังมหาดเล็กโชพูด เหมือนองค์ชายจะไม่เคยเห็นหน้าซอฮยอนมาก่อนและไม่รู้จักชื่อด้วย ฉะนั้นคืนนี้นางจะไม่มีทางได้ไปพบองค์ชาย"
"ทำไมเล่าเจ้าคะ"
"เพราะเจ้าจะไปพบองค์ชายแทน" คิมซังกุงพูดกับเซจี
"อะไรนะเจ้าคะ! "
"แผนที่เราวางไว้ตอนตำหนักกลางสวนพังพินาศไม่เป็นท่า ตอนนี้สวรรค์เปิดหนทางให้แก่เราอีกครั้งแล้ว จงเอาความดีความชอบของซอฮยอนมาเป็นของตัวเองเสีย สวมรอยเป็นนางไปหาองค์ชาย ข้าว่าพระองค์ต้องทรงเอ็นดูเจ้ามากแน่ๆ "
"แต่นายหญิง ที่ตำหนักกลางสวนคืนนั้นองค์ชายเคยเห็นข้าแล้วนี่เจ้าคะ"
"แต่พระองค์ไม่รู้นี่ว่าเจ้าชื่ออะไร ทีนี้แหละพระองค์ก็จะยิ่งชื่นชอบเจ้ามากขึ้นหากรู้ว่าคนที่ช่วยพระองค์เป็นคนเดียวกับสตรีงามในตำหนักกลางสวนคืนนั้น"
"แล้ว... แล้วมหาดเล็กโชคังอินเล่าเจ้าคะ เขาต้องรู้จักกับซอฮยอน แล้วข้าจะไปสวมรอยแทนนางได้อย่างไร"
"คืนนี้มหาดเล็กโชมีซ้อมทหารใหม่ เขาจะไม่อยู่ที่ตำหนักองค์ชาย เจ้าสามารถเข้าไปได้เลยโดยไม่ต้องเกรงกลัวสิ่งใด แค่ใช้ชื่อซอฮยอนบังหน้าก็พอ"
"แต่... แต่ว่า" เซจีลังเล
"จะกลัวอันใดอีก นี่คือโอกาสทองของเรา จงรีบไปเตรียมตัวเสีย" คิมซังกุงตวาด "ส่วนซงฮวันก็ไปทำตามที่ข้าสั่ง ถึงแม้ข้าจะกำชับเชวซังกุงแล้วว่าไม่ให้เอาไปบอกซอฮยอนแต่เราก็ต้องกันไว้ดีกว่าแก้ เข้าใจรึเปล่า"
"เจ้าค่ะนายหญิง"
เมื่อฟ้าใกล้มืด ซอฮยอนที่กำลังเตรียมซักผ้าอยู่ริมบ่อตามคำสั่งของเชวซังกุงก็จัดแจงแช่ผ้าทุกตัวลงในน้ำ เมื่อกดตัวสุดท้ายจมลงไปแล้วซงฮวันก็ปรากฏตัวขึ้น
"เจ้ามาทำอะไร" ซอฮยอนถามทันทีพลางลุกขึ้นยืน คราวนี้นางจะไม่ยอมให้ซงฮวันมาเล่นงานตนอีก
"ใจเย็นๆ สิ ข้าแค่จะมาบอกเจ้าว่าห้องเก็บตำราเละเทะมาก ทั้งน้ำหมึก เศษกระดาษ พู่กัน ไหนจะหนังสือที่เรียงสับสนไม่เป็นระเบียบ เจ้าช่วยไปจัดการให้หน่อยสิ"
"แล้วทำไมคนที่ทำเละไม่เก็บกวาดเองเล่า"
"อ้าว เชวซังกุงสั่งไว้ว่าเจ้าคือคนเก็บกวาดทุกส่วนของกองงานวรรณกรรมนี่นา ห้องตำราก็เป็นส่วนหนึ่งนะ หรือว่าเจ้าจะปฏิเสธ"
ซอฮยอนถอนหายใจ
"ก็ได้ ขอข้าซักผ้าก่อน"
"ไม่ได้สิ ห้องตำราต้องรีบเก็บกวาดก่อน มันสำคัญกว่าผ้าพวกนี้มากนะ เจ้าแช่ทิ้งไว้แล้วค่อยกลับมาซักก็ได้นี่"
"เจ้าดูอยากจะให้ข้าไปที่นั่นเสียจริงนะ"
"ก็มันสกปรกจริงๆ นี่ หรือว่าเจ้าจะไม่ไปก็ได้นะ ถ้านายหญิงมาเห็นเจ้าจะโดนโทษหนักยิ่งกว่าเดิมข้าไม่รู้ด้วย" ซงฮวันพูดขู่ก่อนจะสะบัดหน้าเดินจากไป
ซอฮยอนเช็ดมือที่เปียกน้ำอย่างรำคาญใจ ไม่รู้ว่าซงฮวันคิดจะแกล้งอะไรตนอีก หญิงสาวเดินไปหยิบโคมไฟก่อนจะเดินมุ่งหน้าไปยังห้องเก็บตำราประจำกองงานวรรณกรรม
ห้องเก็บตำราถูกเปิดประตูทิ้งไว้อย่างผิดสังเกต ซอฮยอนเพ่งมองพลางถือโคมไฟเดินเข้าไปช้าๆ อย่างระมัดระวัง
โต๊ะเก้าอี้และหนังสือบนชั้นถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ตามพื้นก็ไม่ปรากฏเศษกระดาษหรือพู่กันอะไรเลย
"นี่มันอะไรกันเนี่ย"
"ปัง! "
ประตูห้องตำราถูกปิดทันทีและโดนลั่นกลอนประตูจากด้านนอก ซอฮยอนตกตะลึงรีบวิ่งถลาไปทุบประตู
"นี่! หยุดนะ นี่มันอะไรกันน่ะ" นางร้อง
เสียงหัวเราะคิกคักอย่างสาแก่ใจดังเข้ามา
"ซงฮวัน เจ้าขังข้าทำไม ปล่อยข้าออกไปเดี๋ยวนี้นะ! "
"ไม่ล่ะ ข้าสนุกกับการเห็นเจ้าโดนขัง เอาเป็นว่าคืนนี้นอนในห้องตำราไปก่อนแล้วกันนะ" ซงฮวันพูดเยาะเย้ยก่อนจะเดินจากไปในความมืด
โปรดติดตามตอนต่อไป