ที่พระราชวังแห่งดินแดนเทพเจ้า เทพเดวิด ผู้ครองราชบัลลังก์ราชาเทพเจ้ามาอย่างยาวนาน กำลังนั่งดูแฟ้มเอกสารข้อมูลของเหล่าเทพเจ้าที่มีพลังเทพเจ้าในระดับสูง อยู่ภายในห้องทรงงานราชาแห่งเทพ
“เทพธิดาแห่งโชค มาเข้าเฝ้าแล้วพะยะค่ะ”
เทพองครักษ์รายงานราชาเทพเดวิด
เทพธิดาไลล่าซึ่งตามหลังเทพองครักษ์เข้ามา เดินมายืนตรงหน้าราชาเทพและทำการถวายความเคารพ
“เกล้ากระหม่อมฉัน ไลล่า ขอถวายบังคมองค์ราชาเทพเพคะ”
จากนั้นเทพองครักษ์จึงได้ออกจากห้อง
“ท่านเทพธิดาแห่งโชคไม่ต้องทำความเคารพเราหรอก เพราะเทพธิดาโบเน่อ มารดาของท่าน ได้ตั้งให้ท่านเป็นผู้สืบราชบัลลังก์ต่อจากเรา แทนนางแล้ว”
ราชาเทพกล่าวกับเธอ
“ถึงอย่างไร เกล้ากระหม่อมฉันก็ยังเป็นเพียงผู้สืบทอดเพคะ”
เทพธิดาไลล่ากล่าวอย่างอ่อนน้อม
“เพราะเหตุนี้ เราจึงได้เชิญท่านเทพธิดาแห่งโชคมาพบ เราต้องการที่จะสละราชบัลลังก์ และสถาปนาท่าน ขึ้นเป็นราชินีเทพ สืบราชบัลลังก์ต่อจากเรา”
ราชาเทพกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจังและทรงพลัง ซึ่งเป็นไปตามที่เทพธิดาโบเน่อได้คาดไว้ แต่เทพธิดาไลล่าก็ยังมีอาการตกใจที่เห็นว่าราชาเทพได้ตัดสินใจเช่นนั้นจริงๆ
“หา! แต่เกล้ากระหม่อมฉันยังไม่พร้อมเพคะ เกล้ากระหม่อมฉันยังมีภารกิจที่ต้องออกตามหาองค์ราชินีสุริยะให้พบ ซึ่งไม่สามารถจะปฏิบัติภารกิจนี้ได้ในขณะที่ครองบัลลังก์ ขอพระองค์ทรงไตร่ตรองใหม่ด้วยเถิดเพคะ”
เทพธิดาไลล่าอธิบายเหตุผลที่เธอไม่พร้อมจะเป็นราชินี
“แต่ในเวลานี้ ได้มีเทพเจ้าที่มีพลังเทพเจ้าสูงกว่าเรากำเนิดขึ้นมาหลายองค์ แต่ละองค์ล้วนแล้วแต่มีความทะเยอทะยาน ต้องการที่จะขึ้นเป็นราชาเทพเจ้าแทนเรา อีกทั้งพวกเขายังขาดคุณธรรม มีแต่จะสร้างความเดือดร้อนให้เกิดขึ้นในดินแดนเทพเจ้า มีเพียงพลังของคทาเทพเท่านั้นในตอนนี้ ที่ยังช่วยให้เราสามารถรักษาบัลลังก์ไว้ได้ หากเราขาดคทาเทพเมื่อไหร่ เราก็คงต้องสูญเสียบัลลังก์ให้แก่เทพเจ้าเหล่านั้นเป็นแน่ ขณะนี้ท่านเทพธิดาแห่งโชคมีคุณสมบัติที่เหมาะสมกว่าเรา ในการปกครองดินแดนเทพเจ้า ท่านอย่าได้ปฏิเสธเลย”
ราชาเทพอธิบายเหตุผลในการสละราชบัลลังก์ให้กับเธอ
“ถ้าเช่นนั้น เกล้ากระหม่อมฉันจะหาผู้ที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมกว่า มาเป็นผู้สืบทอดราชบัลลังก์ต่อจากพระองค์แทนเกล้ากระหม่อมฉันนะเพคะ ถึงอย่างไร เกล้ากระหม่อมฉันก็มิอาจทอดทิ้งภารกิจในการตามหาราชินีสุริยะ ที่เหล่าสามเทพผู้พิทักษ์ดินแดนเทพเจ้าได้มอบให้เกล้ากระหม่อมฉันปฏิบัติไปได้ ขอพระองค์ทรงครองราชบัลลังก์ต่อไปเถิดเพคะ จนกว่าเกล้ากระหม่อมฉันจะพบเทพเจ้าที่เหมาะสม ที่จะเป็นผู้สืบทอดราชบัลลังก์ต่อจากพระองค์เพคะ”
เทพธิดาไลล่าเสนอทางออก
“เราเองก็มีข้อมูลของเทพเจ้าทุกองค์อยู่นะ เราได้คัดเอาเฉพาะผู้ที่มีพลังเทพเจ้าเหนือกว่าพลังของคทาเทพมาดูแล้ว”
ราชาเทพกล่าวพร้อมกับวางมือลงบนแฟ้มที่อยู่บนโต๊ะข้างหน้าและได้กล่าวต่อ
“นอกจากท่านเทพธิดาแห่งโชคและบิดาของท่านแล้ว ถ้าไม่ใช่เหล่าเทพเจ้าที่คิดชิงบัลลังก์ราชาเทพ ก็เป็นเทพเจ้าที่ปลีกตนไปใช้ชีวิตตัดขาดจากเทพองค์อื่นๆ เหมือนอย่างที่มารดาของท่านกำลังจะทำในตอนนี้ บิดาของท่านก็ต้องการทำหน้าที่เป็นเทพองครักษ์ให้กับผู้เป็นราชาเทพเจ้าเท่านั้น จึงมีเพียงท่านเทพธิดาแห่งโชคเท่านั้นที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสม”
“เกล้ากระหม่อมฉันมั่นใจว่าสามารถหาเทพเจ้าองค์ที่เหมาะสมกว่าได้เพคะ ขอพระองค์ทรงให้เวลาแก่เกล้ากระหม่อมฉันเถิดเพคะ”
เทพธิดาไลล่ายืนยันจะหาผู้ที่เหมาะสมกว่าเธอมาสืบทอดราชบัลลังก์แทน ราชาเทพจึงได้บอกกับเธอ
“ท่านเทพเทริอุสราชาเทพองค์ก่อนได้เคยตรัสกับเราว่า ด้วยพลังและสติปัญญาของเทพธิดาแห่งโชค ไม่มีสิ่งใดที่เป็นไปไม่ได้ เราเองก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่าจริงหรือไม่ ดังนั้นเมื่อท่านยังคงยืนกรานเช่นนั้น เราก็จะยังไม่สละราชบัลลังก์จนกว่าท่านพร้อมที่จะขึ้นครองราชบัลลังก์ หรือหาผู้ที่เหมาะสมมาครองบัลลังก์ต่อจากเราได้”
ราชาเทพให้โอกาสเทพธิดาไลล่าหาผู้ที่จะมารับภาระหน้าที่นี้แทนเธอ
หลังกลับจากการเข้าเฝ้าองค์ราชาเทพ เทพธิดาไลล่าก็ได้แต่ครุ่นคิดหาหนทางที่จะได้พบผู้ที่เหมาะสมจะมารับหน้าที่แทนเธอได้
‘แล้วเราจะไปหาได้ที่ไหนล่ะ รับปากองค์ราชาเทพไปแล้วด้วยสิ’
เธอนั่งคิดและรำพึงกับตัวเอง
‘ต้องมีพลังเหนือกว่าคทาเทพหรือ? เท่าที่รู้จัก ก็มีเทพเจ้าอยู่ประมาณสามสิบองค์ที่ผ่านเกณฑ์นี้’
เธอพยายามนึกถึงเทพทุกองค์ที่เธอรู้จัก
‘ต้องเป็นเทพที่มีคุณธรรมไม่หวังชิงความเป็นใหญ่ ก็เหลืออยู่แค่สิบกว่าองค์แล้วสินะ’
เธอนึกถึงลักษณะนิสัยของเทพแต่ละองค์ที่เธอคัดมาแล้ว
‘ต้องเป็นผู้ที่ยินยอมปฏิบัติหน้าที่ในฐานะราชาหรือราชินีแห่งดินแดนเทพเจ้า เทพแต่ละองค์ก็วางมือกันเกือบหมดแล้ว รวมทั้งท่านเทพโปเตชและท่านแม่ ส่วนท่านพ่อก็ไม่ยอมเป็น ถ้าเช่นนั้น ก็ยังมีเทพเจ้าเหลืออีกองค์หนึ่ง’
เธอยิ้มดีใจที่หาผู้ที่เหมาะสมได้แล้ว
‘นั่นก็คือ...เทพธิดาไลล่า! ฮิฮิ’
แต่เธอก็ต้องหุบยิ้มเมื่อนึกขึ้นได้
‘อ้าว…เราเองนี่นา…แต่ว่าเราก็ไม่ได้อยากจะเป็นราชินีนี่ เรายังต้องออกเดินทางเพื่อตามหาราชินีสุริยะให้พบ ก็แปลว่าไม่มีใครที่เหมาะสมเลยหรือเนี่ย’
เธอแทบจะถอดใจเพราะผลที่ได้จากการวิเคราะห์ของเธอไม่ต่างจากที่ราชาเทพได้บอกกับเธอเลย
‘ในเมื่อไม่มีผู้ที่เหมาะสม เราก็สร้างเทพเจ้าที่มีคุณสมบัติเหมาะสมขึ้นมาเองซะเลยสิ’
เทพธิดาไลล่าพยายามใช้สติปัญญาของเธอแก้ปัญหาด้วยวิธีการแปลกๆ ใหม่ๆ
‘แต่ว่าการสร้างเทพเจ้าขึ้นมา มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน?’
เธอรู้สึกว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่เป็นไปไม่ได้
‘แต่ท่านเทพเทริอุสเคยตรัสไว้ว่า’
"ไม่มีสิ่งใด...ที่เทพธิดาแห่งโชคทำไม่ได้"
‘ก็หมายความว่า...เราสามารถสร้างเทพเจ้าขึ้นมาได้ด้วยหรือ? งั้นก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วสิ...แต่เราจะสร้างเทพเจ้าขึ้นมาได้ยังไงกันล่ะ?’
เทพธิดาไลล่าพยายามคิดหาวิธี และแล้วก็เกิดความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวเธอ
‘ใช่แล้ว! มีลูก!’
เธอยิ้มดีใจที่คิดออก แต่เมื่อนึกขึ้นได้จึงหุบยิ้มอีก
‘หา! มีลูกหรือ? ไม่เอาอ่ะ’
ถึงแม้ความสามารถของเธอจะเหนือกว่าเทพทั่วไปแต่เธอก็ยังเด็กเกินกว่าจะคิดมีลูก เธอจึงคิดหาวิธีอื่นใหม่ จนกระทั่ง
‘ใช่แล้ว! ใช้วิธีนี้ก็แล้วกัน’
เธอคิดได้อีกวิธี
‘แต่เราจะต้องไปจุติบนโลกมนุษย์ มีเพียงผู้ที่เป็นราชาเทพเจ้าเท่านั้นที่สามารถทำได้ งั้นก็ต้องทำให้พระองค์ส่งเราไปจุติบนโลกให้ได้’
เธอจึงนั่งคิดต่ออีก และสักพักเธอก็นึกอะไรขึ้นได้
‘เทพธิดาแห่งโชค ไม่มีอะไรที่เธอทำไม่ได้จริงๆ ด้วย ฮิฮิ’
เทพธิดาไลล่ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ด้วยความดีใจที่สามารถนึกวิธีที่จะหาผู้ที่จะสืบราชบัลลังก์ราชาเทพเจ้าต่อจากเทพเดวิดแทนเธอได้สำเร็จ โดยมีเทพธิดากลุ่มหนึ่งซึ่งชอบนั่งมองเธอด้วยความชื่นชม เมื่อเห็นเธอนั่งยิ้มสลับกับหุบยิ้มอยู่องค์เดียวมาได้สักพักหนึ่งแล้ว ต่างจึงสงสัยว่าเทพธิดาไลล่าคงจะเพี้ยนไปแล้วเป็นแน่
ณ โรงแรมแห่งหนึ่ง ในอาณาจักรริปโปเซีย ระหว่างที่บุญและเจ้าหญิงเทย่ากำลังนอนหลับภายในห้องพักของพวกเธออยู่นั้น บุญก็สะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก เธอลุกนั่งบนเตียงด้วยสีหน้างุนงง
‘เทพธิดาแห่งโชคเหรอ? นี่เราฝันอะไรกันเนี่ย? ราวกับเรื่องในเทพนิยาย แต่ทำไมถึงได้รู้สึกว่าเหมือนจริงอย่างนี้นะ?’
บุญรำพึงเบาๆ แล้วหันไปมองเจ้าหญิงเทย่าที่ยังคงนอนหลับด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอยู่บนอีกเตียงหนึ่ง
‘เจ้าหญิงเทย่า…เธอคงกำลังฝันดีอยู่ล่ะสิ ขนาดใกล้เวลาต้องไปเสี่ยงภัยในวังราชินีแท้ๆ ช่างน่ารักจริงๆ เลย’
บุญยิ้มแล้วดูนาฬิกา ขณะนั้นยังเป็นเวลาตีสามเศษๆ ทันใดนั้น เธอรู้สึกร้อนวูบไปทั้งตัว แล้วล้มฟุบหมดสติอยู่บนเตียงของเธอ
บนดินแดนเทพเจ้า ภายในพระราชวัง เทพเอรุสได้แอบลักลอบเข้ามาซ่อนตัวอยู่ในห้องทรงงานของราชาแห่งเทพได้ครู่หนึ่งแล้ว เขาเป็นหนึ่งในเทพเจ้าที่มีพลังสูงกว่าพลังของคทาเทพ และมีความทะเยอทะยานต้องการจะชิงบัลลังก์ราชาเทพเจ้าจากเทพเดวิด หากเทพเอรุสสามารถชิงคทาเทพมาได้เขาจะสามารถใช้พลังของคทาเทพมาเสริมพลังเทพเจ้าของเขา ทำให้มีพลังมากพอเพียงที่จะรับมือกับเทพองครักษ์ทั้งหมดของราชาเทพเดวิดได้และจะทำให้เขาสามารถชิงบัลลังก์ราชาเทพเจ้ามาได้
เทพเอรุสได้ซุ่มรอในห้องทรงงานเพื่อรอจังหวะที่เทพเดวิดวางคทาเทพลงบนโต๊ะ และโอกาสของเขาก็มาถึง เขาจึงใช้พลังดึงคทาเทพเข้ามาหาเขา เมื่อเทพเดวิดเริ่มรู้สึกถึงพลังของเทพเอรุส เขาพยายามใช้พลังดึงคทาเทพกลับมาพร้อมกับเรียกเทพองครักษ์ แต่พลังของเขาในขณะที่ไร้คทาเทพไม่สามารถต้านทานพลังของเทพเอรุสได้ เมื่อเทพองครักษ์สองนายซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือเทพพัลดิอุส บิดาของเทพธิดาไลล่า ได้เข้ามาในห้อง คทาเทพก็อยู่ในมือของเทพเอรุสแล้ว เทพเดวิดและเทพองครักษ์ทั้งสองจึงต่อสู้กับเทพเอรุสเพื่อชิงคทาคืน แต่เทพเอรุสได้ใช้คทาเทพต้านพลังของเทพทั้งสามไว้และหนีออกจากพระราชวังไปได้
ในขณะที่เทพเดวิดและเทพองครักษ์ทั้งสองเหาะตามเทพเอรุสไป ก็มีเทพองครักษ์มาสมทบด้วยอีกสามองค์ จึงทำให้ทั้งสองฝ่ายมีพลังที่สูสีกัน และเกิดการต่อสู้ขึ้นอีกครั้ง แต่ฝ่ายเทพเดวิดก็ยังไม่สามารถจะเอาชนะเทพเอรุสได้ เวลานี้ดูเหมือนว่ามีเพียงเทพธิดาไลล่าเท่านั้นที่จะสามารถหยุดเขาได้ เทพพัลดิอุสจึงตัดสินใจใช้พลังของเขาติดต่อขอความช่วยเหลือไปยังบุตรสาว
ทันทีที่เทพธิดาไลล่าทราบว่าบิดาของเธอต้องการความช่วยเหลือ เธอได้มายังบริเวณที่ทั้งสองฝ่ายกำลังใช้พลังเทพเจ้าต่อสู้กันอย่างรุนแรง
“องค์ราชาเทพเพคะ เกล้ากระหม่อมฉันขอพระราชทานพระราชานุญาตจัดการเขาให้เองนะเพคะ”
เทพธิดาไลล่าบอกราชาเทพและองครักษ์ทั้งหมด พวกเขาจึงหยุดการต่อสู้และเปิดทางให้เธอเผชิญหน้ากับเทพเอรุสที่มีคทาเทพอยู่ในมือ เทพเอรุสซึ่งยังไม่เคยพบเธอจึงมีสีหน้าแปลกใจ
“เจ้าเป็นใครกัน? การที่เจ้าสามารถสั่งราชาเทพและเหล่าองครักษ์ได้ก็แสดงว่าเจ้าต้องไม่ใช่เทพธรรมดาแน่ๆ หรือว่า เจ้าคือเทพธิดาแห่งโชค?”
เทพเอรุสถามเธอเนื่องจากเคยได้ยินเรื่องราวของเทพธิดาแห่งโชคว่าเป็นผู้ที่สามเทพผู้พิทักษ์ดินแดนเทพเจ้าได้มอบความไว้วางใจให้ปฏิบัติภารกิจในการตามหาราชินีสุริยะสืบต่อจากพวกเขาและน่าจะเป็นเทพเจ้าองค์เดียวที่มีพลังเทพเจ้าเหนือกว่าเขาในเวลานี้
“เราไม่บังอาจทูลสั่งการองค์ราชาเทพและเหล่าท่านเทพองครักษ์หรอกค่ะ เราคือเทพธิดาไลล่า ขอท่านเทพเอรุส โปรดถวายคทาเทพคืนให้กับองค์ราชาเทพเถอะค่ะ”
เทพธิดาไลล่าบอกกับเขาอย่างนุ่มนวล
“เทพธิดาไลล่าหรือ? แล้วใช่เทพธิดาแห่งโชคหรือเปล่าล่ะ? ข้ารู้สึกได้ถึงพลังเทพเจ้าที่แข็งแกร่งในตัวเจ้า แต่ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใคร เวลานี้คทาเทพได้มาอยู่ที่ข้าแล้ว นอกจากราชินีสุริยะในตำนานแล้ว ข้าไม่กลัวใครทั้งนั้น แม้แต่เทพธิดาแห่งโชคก็เถอะ”
เทพเอรุสกล่าวด้วยความมั่นใจ
“ท่านอย่าได้ดื้อดึงเลยค่ะ เราไม่ได้อยากจะสู้กับท่าน โปรดถวายคทาเทพคืนให้กับองค์ราชาเทพเถอะค่ะ”
เทพธิดาไลล่ายังคงพูดกับเขาอย่างนุ่มนวล
“ข้าชักอยากจะรู้แล้ว ว่าเจ้ามีพลังเทพเจ้ามากสักแค่ไหนกัน ถึงได้กล้ามาสั่งข้า”
เมื่อพูดจบ เทพเอรุสจะเดินเข้าหาเทพธิดาไลล่า แต่เขายังคงอยู่กับที่เนื่องจากถูกพลังของเทพธิดาไลล่าตรึงเอาไว้ไม่ให้ไปไหนได้ เขาจึงยกคทาขึ้นเพื่อจะปล่อยพลังของเขาและคทาเทพใส่เธอ แต่เขาทำได้เพียงยกคทาค้างไว้ก็ขยับตัวต่อไปไม่ได้ และไม่สามารถใช้พลังกับเธอได้
เทพธิดาไลล่ายิ้มและพูด
“ท่านอย่าดื้อดึงนักเลยค่ะ เราก็ไม่อยากให้ท่านทำร้ายเราเหมือนกัน โปรดถวายคทาเทพคืนให้กับองค์ราชาเทพเถอะค่ะ เราไม่ได้สั่งท่านนะคะ เราเพียงแค่ขอร้องท่านดีๆ ค่ะ”
เทพธิดาไลล่ายังคงท่าทีที่สุภาพนุ่มนวลกับเขาถึงแม้ว่าเธอกำลังใช้พลังเทพเจ้าของเธอสกัดพลังเทพเจ้าของเขาไม่ให้ออกฤทธิ์อยู่
เมื่อเทพเอรุสเห็นว่าพลังของเขาแม้จะมีพลังจากคทาเทพมาเสริม ก็ยังไม่อาจจะต้านพลังเทพเจ้าของเทพธิดาไลล่าได้ เขาจึงล้มเลิกความพยายามในการเอาชนะเธอ
“แสดงว่าเจ้าก็คือเทพธิดาแห่งโชคจริงๆ สินะ พลังเทพเจ้าของเจ้าสูงกว่าที่ข้าคาดไว้มาก ในเมื่อเป็นเช่นนี้ข้าก็จะยอมคืนคทาเทพให้พวกเจ้า”
เทพเดวิดได้ยินเช่นนั้น จึงใช้พลังของเขาดึงคทาเทพหลุดออกจากมือเทพเอรุส ทันใดนั้น เทพธิดาไลล่าได้รีบห้ามเขา
“อย่าเพคะ พระองค์ อย่าทรงทำเช่นนั้นเพคะ”
เมื่อคทาเทพถูกเทพเดวิดดึงหลุดจากมือ แต่ยังอยู่ในรัศมีใกล้ตัวเทพเอรุสซึ่งไม่ได้ถูกเทพธิดาไลล่าสกัดพลังไว้ เทพเอรุสจึงใช้พลังของเขาที่มีอยู่ผลักคทาเทพพุ่งกระเด็นสู่อวกาศมุ่งไปยังโลกราวกับอุตกาบาศก์ และตกลงสู่พื้นโลกราวกับดาวตก ท่ามกลางความตกใจของราชาเทพและเทพองครักษ์ทั้งห้า เทพธิดาไลล่าเป็นเทพองค์แรกที่พูดขึ้นมา
“ท่านเทพเอรุส เหตุใดท่านจึงได้ทำเช่นนี้? หากคทาเทพไปตกอยู่ในมือมนุษย์ที่มีจิตใจโหดร้าย อาจทำให้มีผู้ได้รับเคราะห์เป็นจำนวนมากนะคะ”
“ข้าก็คืนคทาเทพให้พวกเจ้าแล้วนี่ เจ้าก็ตามไปเก็บสิ”
เทพเอรุสกล่าว
ราชาเทพเดินมาพูดกับเทพธิดาไลล่า
“ครั้งนี้เราพลาดไปเอง ต้องขอขอบคุณท่านเทพธิดาแห่งโชคที่ช่วยเหลือ เราจะให้ทหารของเราไปนำคทากลับมาเอง ส่วนเรื่องเทพเอรุสเรามอบให้ท่านพิจารณาลงโทษตามที่ท่านเห็นสมควรเถิด”
“เกล้ากระหม่อมฉันเพียงทำตามหน้าที่ ที่บิดาของเกล้ากระหม่อมฉันมอบให้ทำเพคะ และขอองค์ราชาเทพได้โปรดพระราชทานอภัยโทษให้แก่ท่านเทพเอรุสให้เขาได้มีโอกาสกลับใจด้วยเถิดเพคะ”
เทพธิดาไลล่ากล่าวกับราชาเทพ
“ในเมื่อเรามอบเขาให้ท่านแล้ว ก็แล้วแต่ท่านจะพิจารณาเถิด”
ราชาเทพกล่าวก่อนจะนำเทพองครักษ์ทั้งห้ากลับพระราชวัง