“สารวัตรคะ คุณช่วยสืบเื่นายหาญ ซึ่งเป็คนของคุณภาณุวัฒน์ให้หน่อยนะคะ” ผกายฤกษ์ขอร้อง
“ทำไมถึงให้สืบเื่ของเขาล่ะครับ” สารวัตรนนท์ถาม
“นายหาญได้นำสร้อยของพี่สาวของฉัน มาฝากคุณหญิงขาย ซึ่งเป็การบังเอิญที่คุณหญิงนำมาขายให้ฉันค่ะ” ผกายฤกษ์อธิบาย
“อย่างนี้นี่เอง เดี๋ยวผมสืบให้ครับ” สารวัตรนนท์ถาม
“ฉันส่งรูปนายหาญให้คุณแล้วนะคะ เอ่อ พอดีว่าวันนี้จะมีการเปิดพินัยกรรมค่ะ ฉันต้องไปแล้ว แค่นี้ก่อนนะคะ” ผกายฤกษ์กล่าว
“ระวังตัวด้วยครับ ผกายฤกษ์” สารวัตรนนท์กล่าว
************************************************
ผกายฤกษ์รีบวางสาย แล้วรีบเดินลงบันไดไปนั่งที่โซฟาเพื่อรออำมรินทร์ ทนายและญาติๆ ที่เกี่ยวข้องทุกคน แต่รัชนีกรตัวปลอมก็ไม่ยอมพลาดงานนี้ เธอก็มารอฟังพินัยกรรมด้วยเหมือนกัน
“เป็ยังไงบ้างคะพี่มาศ หลับสบายมั้ย ฉันได้ข่าวว่าพี่ซื้อเครื่องเพชรใหม่อีกหรอคะ พี่อย่าใช้เงินฟุ่มเฟือยมากเลยนะคะ สงสารพี่ไมเคิลเขา” รัชนีกรตัวปลอมเริ่มพ่นพิษต่อหน้าอำมรินทร์ทันที
ผกายฤกษ์ถอนหายใจ แต่ต้องแสดงบทบาทเป็ภาณุมาศ “มันเป็สิทธิ์ของพี่ไม่ใช่หรอยัยรัช ยังไงพี่ก็เป็ภรรยาของไมเคิล แล้วเธอล่ะ เธอเป็ใคร”
รัชนีกรตัวปลอมเม้มปาก แต่ก็ยังพูดต่อ “แหม พี่มาศ รัชก็แค่ชวนคุยก็เท่านั้น ไม่เห็นต้องโกรธรัชขนาดนี้เลย”
“อะ แฮ่ม” ทนายกระแอม เพื่อขัดจังหวะ “เอาล่ะครับได้เวลาเปิดพินัยกรรมแล้ว ผมเริ่มอ่านเลยนะครับ”
ในพินัยกรรมมีใจความว่าจะแบ่งที่ดินและเงินสดให้ญาติที่เกี่ยวข้องทุกคน อีกทั้งยังส่งเสียรัชนีกรเรียนจนจบปริญญาโท และสุดท้ายก็คือ “กิจการเดินเรือจะมอบให้อำมรินทร์เป็ผู้สืบต่อแทนก็ต่อเมื่ออำมรินทร์ยินยอมแต่งงานกับภาณุมาศเท่านั้น และหลังจากทั้งคู่แต่งงานกันถึงจะมอบบ้านหลังที่อยู่ในปัจจุบันให้กับคนทั้งคู่เพื่อเป็ของขวัญงานแต่งงาน”
ทั้งผกายฤกษ์และอำมรินทร์ต่างพากันใอย่างมากที่พินัยกรรมเขียนแบบนี้ อีกทั้ง ทั้งคู่ยังคงมีเื่บาดหมางไม่ลงรอยกันอีก
“พินัยกรรมปลอมขึ้นมารึเปล่าเนี่ย” อำมรินทร์กล่าวออกมาอย่างไม่สบอารมณ์
ผกายฤกษ์ไม่พอใจ เพราะตนกำลังปลอมตัวเป็ภาณุมาศอยู่และไม่อยากแต่งงานกับอำมรินทร์ เลยรีบถามว่า “ถ้าฉันไม่ยอมแต่งงานล่ะคะ และไม่อยากได้สมบัติอะไรนั่นด้วย”
“คุณท่านมีจดหมายถึงคุณภาณุมาศด้วยครับ นี่ครับจดหมาย” ทนายยื่นจดหมายให้
แต่พอผกายฤกษ์เปิดอ่านมันกลับไม่ใช่จดหมาย แต่กลับเป็หนังสือสัญญาที่พี่สาวของเธอลงลายมือชื่อ มีใจความว่าตัวภาณุมาศจะยินยอมทำตามคำสั่งของไมเคิลทุกอย่างรวมไปถึงคำสั่งในพินัยกรรมของไมเคิลด้วย ไม่เช่นนั้นภาณุมาศจะต้องชดใช้เงินเป็จำนวนเงินสิบล้านบาท ในใจคิดว่า “นี่มันคืออะไรกันนี่ ทำไมถึงมีสัญญานี้ และทำไมพี่สาวถึงยอมเซนสัญญาบ้าๆ นี่ด้วย” ผกายฤกษ์รีบเก็บสัญญาใส่ไว้ในซองดังเดิม แล้วส่งคืนทนาย เพราะเขายื่นมือมารอรับคืน
ทางด้านอำมรินทร์รู้สึกเกลียดผู้หญิงคนนี้ เขาไม่อาจทนแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ได้ แต่เพราะเขา้าสืบต่อกิจการการเดินเรือซึ่งเป็งานที่เขารักมาก ทำให้อำมรินทร์จำใจยอมรับการแต่งงานครั้งนี้ ดังนั้นหลังจากทุกคนแยกย้ายกันกลับ อำมรินทร์จึงขอคุยกับภาณุมาศเป็การส่วนตัว
“ผมจะยอมแต่งงานกับคุณ แต่ไม่ใช่เพราะผมพิศวาสคุณหรอกนะ ผม้าสืบต่อกิจการการเดินเรือก็เท่านั้น ดังนั้นพวกเราจะแต่งงานกันแต่เพียงในนามเท่านั้น” อำมรินทร์กล่าว
“ถ้าเป็อย่างนั้นก็ดีค่ะ พวกเราแต่งงานกันแต่เพียงในนาม คุณมีเื่เท่านี้ใช่มั้ยคะ ฉันขอตัวนะคะ” ผกายฤกษ์รีบเดินจากไปทันที เพราะครั้งนี้เธอไม่อาจปฏิเสธการแต่งงานได้เพราะไม่มีเงินถึงสิบล้านมาชดใช้เขา อีกทั้งก็โล่งใจที่อำมรินทร์ยอมแต่งงานแต่เพียงในนามเท่านั้น
************************************************
รัชนีกรตัวปลอมซึ่งมีใจให้กับคุณอำมรินทร์ถึงกลับโกรธมาก ดังนั้นเธอวางแผนจะสั่งฆ่าภาณุมาศอีกครั้งเพื่อกำจัดศัตรูหัวใจ
ทางด้านผกายฤกษ์ก็รีบติดต่อคุณหมอชัยทศน์ทันที เพราะ้ารู้ว่ารัชนีกรตัวปลอมนี้เป็ใครกันแน่ และในเมื่อหมอชัยทศน์เป็ศัลยแพทย์ เป็ไปได้ว่าผู้หญิงคนนี้อาจจะผ่าตัดศัลยกรรมกับเขาก็ได้
“ผกายฤกษ์เองค่ะ คุณหมอ”
“มีอะไรหรือเปล่าครับ” หมอชัยทศน์กล่าว
“ฉันมีเื่ให้คุณช่วยค่ะ ฉันส่งรูปผู้หญิงไปให้คุณแล้ว ไม่ทราบว่าลูกค้าคนนี้ติดต่อให้คุณผ่าตัดศัลยกรรมให้หรือเปล่าคะ” ผกายฤกษ์สอบถามอย่างมีความหวัง
“เดี๋ยวผมขอดูก่อนนะครับ” คุณหมอมองรูปก็จำได้ทันที “ใช่ครับ ผู้หญิงคนนี้ผมเป็คนผ่าตัดศัลยกรรมเองครับ” หมอชัยทศน์กล่าว
“ดิฉันขอประวัติของเธอจะได้มั้ยคะ ฉันเป็ตำรวจ มันเกี่ยวข้องกับคดีค่ะ” ผกายฤกษ์กล่าว
“ได้ครับผมจะสแกนภาพประวัติเธอและส่งให้คุณทางอีเมล์ แต่คุณห้ามเปิดเผยข้อมูลและบอกเื่นี้กับใครเด็ดขาด มันเป็จรรยาบรรณแพทย์ครับ” หมอชัยทศน์กล่าว
“ขอบคุณมากค่ะหมอ ที่ยอมช่วย ฝากดูแลน้องสาวของฉันด้วยนะคะ รูปที่ส่งไป จริงๆ แล้วมันเป็รูปของน้องสาวฉันค่ะ และผู้หญิงคนนั้นก็ศัลยกรรมใบหน้าให้เหมือนยัยรัชทุกอย่าง พวกคุณต้องระวังตัวด้วย แค่นี้นะคะ” ผกายฤกษ์วางสายทันที