เฉินเซี่ยงพยักหน้าพลางกล่าว “เข้าใจแล้วพี่สาวยู่ยู่ เมื่อไหร่ท่านจะสอน ‘ทักษะปีศาจ‘แก่ข้า?”
เป่ยยู่ยู่มองเฉินเซี่ยงด้วยความเ็าพร้อมกล่าว“เ้ายังไม่เข้าใจ‘ทักษะศักดิ์สิทธิ์แห่งสัญลักษณ์ทั้ง4 ‘ของศิษย์น้องข้าครบถ้วนสมบูรณ์เลยดังนั้นเ้าควรเลิกล้มความคิดที่จะเรียน ‘ทักษะปีศาจ ‘ซะ หนทางเ้ายังอีกยาวไกล”
ตอนนี้เฉินเซี่ยงสามารถใช้ ‘ทักษะแห่งัคราม‘และ‘ทักษะแห่งหงส์เพลิง‘ได้เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นในขณะที่ ‘ทักษะแห่งพยัคฆ์ขาว‘และ‘ทักษะแห่งเต่าทมิฬ‘มีความยากเป็พิเศษในการฝึกฝนนอกจากนี้ยังมีความ้าที่พิเศษบางอย่างที่ต้องใช้ในการฝึกฝนอีกด้วย
‘กรงเล็บัคราม ‘และ‘ัครามคำราม‘จาก‘ทักษะแห่งัคราม‘มีความสัมพันธ์ต่อกันจึงทำให้ง่ายต่อการฝึกฝนนอกจากนี้ ‘เพลิงลึกล้ำแห่งหงส์เพลิง‘และ‘ปีกแห่งเพลิง‘ก็เช่นเดียวกันแม้ว่า ‘ทักษะศักดิ์สิทธิ์แห่งสัญลักษณ์ทั้ง4 ‘จะประกอบไปด้วยทักษะการต่อสู้ที่ทรงพลังมากมายแต่มันยังต้องใช้ความแข็งแกร่งอย่างมากในการเริ่มฝึกฝน นอกจากนี้ยังจะเกิดความผันผวนของปราณขึ้นด้วย
ในตอนดึก...ความมืดบดบังพื้นดินจนไม่อาจมองเห็นได้ภายในห้องส่วนตัว ‘เป้งเป้ง’ มีเสียงดังออกมาเป็ระยะสาเหตุเกิดจากการที่เฉินเซี่ยงกำลังฝึกฝนทักษะการต่อสู้ เมื่อมองไปยังอกที่เปลือยเปล่าผู้คนล้วนสามารถมองเห็นมัดกล้ามที่แข็งแรง มันสลับสับเปลี่ยนเป็สีขาวและตามลำดับ ปราณอันร้อนแรงแผ่กระจายออกมาเล็กน้อยเฉินเซี่ยงยืนอย่างมั่นคงพร้อมกับกำลังต่อยไปที่กำแพงเหล็กที่อยู่ไม่ไกลจากเขามากนักในเวลาเดียวกันปราณอันร้อนแรงปะทุออกมาผสานเข้ากับหมัดของเขา ส่งผลให้กำแพงเกิดการสั่นะเื
“ไม่เลว ด้วยเวลาเพียง 1 วันเ้าสามารถเข้าใจ ‘หมัดาาเพลิง’ ได้นี่เป็ทักษะการจู่โจมพื้นฐานของทักษะศักดิ์สิทธิ์แห่งหงส์เพลิง การฝึกฝนทักษะนี้จะยากขึ้นเรื่อยๆฉะนั้นตอนนี้เ้าควรพักผ่อนก่อน” ซูเหม่ยเหยาเบื่อและเหนื่อยเล็กน้อยขณะที่นางนั่งอยู่ที่นั่นเพื่อดูเฉินเซี่ยงฝึนฝนตลอดทั้งวัน
เฉินเซี่ยงมองไปยังหน้าอกคู่งามที่เติบโตเต็มที่ของซูเหม่ยเหยาพร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้ม“พี่เหม่ยเหยาข้าว่าจะไปอาบน้ำ ท่านจะไปอาบพร้อมข้าหรือไม่?”
ด้วยน้ำเสียงที่โอนโยน ทรงเสน่ห์ และสายตาที่เย้ายวนราวกับมีเวทมนตร์ของซูเหม่ยเหยานางกล่าว “งั้นข้าต้องเรียกศิษย์พี่ของข้ามาร่วมด้วยข้ากลัวว่าเมื่อถึงตอนนั้น...เ้าจะซุกซนกับข้า”
เมื่อพูดถึงเป่ยยู่ยู่ ท่าทางของเฉินเซี่ยงกลายเป็แข็งค้างในทันที“อ่า...ช่างมันเถ๊อะ”
ซูเหม่ยเหยาหัวเราะลั่นพร้อมกับกลับเข้าไปในแหวนบนนิ้วมือของเฉินเซี่ยงภายในแหวน มีห้องเล็กๆ อยู่ 1 ห้องมีข้าวของที่จำเป็ต้องใช้ในชีวิตประจำวันทั้งหมดอยู่ในนั้น ภายในแหวน ทั้งสองสาวอาศัยอยู่ในนั้นด้วยท่าทางผ่อนคลายอย่างมาก
ในวันต่อมา เฉินเซี่ยงตื่นนอนพร้อมกับบ้วนน้ำลายัในปากของเขาใส่ขวดเล็กๆไว้ แต่เขาไม่ได้นำไปรดต้นสมุนไพรในทันที เขาตั้งใจจะเก็บมันไว้ในอนาคต
เฉินเซี่ยง้าไปพบเฉินหลู่ซ่งเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการปรุงยาแต่เฉินหลู่ซ่งได้ออกไปซื้อหาสมุนไพริญญาแล้ว นอกจากนี้เขายังได้ทิ้งสมุนไพรที่จำเป็ต่อการสกัดกลั่นเม็ดยาไว้ด้วย
มีสมุนไพรที่โตเต็มที่มากมาย เฉินเซี่ยงมีความสุขอย่างมากที่จะใช้พวกมันในการสกัดกลั่นเม็ดยาซึ่งนั่นจะช่วยเพิ่มพูนประสบการณ์การปรุงยาของเขา
หนึ่งวัน สองวัน ในที่สุดวันที่สามก็ผ่านไปเฉินเซี่ยงใช้สมุนไพรที่เฉินหลู่ซ่งทิ้งไว้ให้สกัดกลั่นเม็ดยาเสร็จสิ้น สมุนไพรที่เฉินหลู่ซ่งทิ้งไว้ให้ส่วนมากแล้วเป็สมุนไพรระดับต่ำเม็ดยาที่สกัดกลั่นได้ก็ยังมีระดับเดียวกันด้วย ตระกูลเฉินในตอนนี้มีเม็ดยาเพียงพอที่จะใช้ในภายภาคหน้าแล้ว
วันนี้ผู้เยาว์ตระกูลเฉินมากมายมารวมตัวกันรอบๆเฉินเซี่ยง เฉินเซี่ยงมักจะมายังลานฝึกเพื่อชี้แนะแลกเปลี่ยนกับผู้เยาว์ตระกูลเฉินอยู่บ่อยๆบางครั้งก็ให้คำแนะนำพวกเขา ซึ่งช่วยให้พวกเขาก้าวหน้าได้เป็อย่างมาก
“เซี่ยงเอ๋อร์ เ้าไปเข้าร่วมงานประลองที่เมืองโหวหวางได้หรือไม่? รางวัลของผู้ชนะอันดับ1 คือ‘เม็ดยาพื้นฐานแท้จริง’ ซึ่งเป็เม็ดยาระดับสูง” ทันใดนั้นเฉินเทียนหู่ได้เดินเข้ามายังลานฝึก
[note: 國王 (โหวหวาง)แปลว่า าา -> เมืองโหวหวางก็คือ เมืองาา]
เฉินเซี่ยงคิดเล็กน้อยพลางกล่าว “ข้าก็อยากไปเมืองอื่นๆเพื่อซื้อหาสมุนไพริญญาบางอย่างเช่นกัน ในระหว่างที่ข้าเดินทาง ถ้าข้าสะดวกข้าจะเข้าร่วม!”
ทันใดนั้น หนึ่งในผู้เยาว์ตระกูลเฉินกล่าว“เฉินเซี่ยงได้โปรดเข้าร่วมถ้าพวกข้าไปย่อมไม่มีหวังในการคว้าชัยอย่างแน่นอน แต่ข้าได้ยินมาว่างานประลองที่เมืองโหวหวางมีบุคคลที่มีพร์มากมายเข้าร่วมหนึ่งในนั้นมีผู้ที่มีความแข็งแกร่งในระดับ 7 ขอบเขตนักสู้อยู่ด้วย”
หญิงสาวอีกคนพยักหน้าพร้อมกล่าว “ข้าก็ได้ยินเช่นกันว่าผู้ที่กลับมาจากนิกายผู้ฝึกตนก็จะเข้าร่วมงานประลองด้วยเช่นกัน”
เฉินเซี่ยงได้ฟังข้อมูลมากมาย จึงสามารถสรุปได้ว่างานประลองของเมืองโหวหวางจะจัดขึ้นทุกๆ 10 ปี ผู้เข้าร่วมจะต้องเป็ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีตัวงานประลองจะถูกจัดขึ้นในเมืองที่ใหญ่ที่สุดในจักรวรรดิแห่งนักสู้ตอนใต้ชื่อ...เมืองโหวหวางเมืองโหวหวางแต่เดิมประกอบไปด้วยเมืองทั้ง 4…. เมืองทุกเมืองได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผู้คนจำนวนมากก็เริ่มตั้งถิ่นฐานภายในเมืองเ่าั้… เมืองทั้ง4 ได้มีการติดต่อสื่อสารระหว่างกันเป็อย่างดีซึ่งในภายหลังเมืองทั้ง 4 รวมตัวเป็1 ซึ่งก็คือเมืองโหวหวาง
เมืองโหวหวางยังถือเป็เมืองหลวงของจักรวรรดิแห่งนักสู้ตอนใต้ตระกูลเหยาและราชวังที่ยิ่งใหญ่ของพวกก็ตั้งอยู่ที่นั่น นอกจากนี้ยังมีตระกูลที่น่าเกรงขามมากมายในจักรวรรดินักสู้ตอนใต้ตั้งรกรากอยู่ที่นั่นด้วยซึ่งถือเป็สถานที่รวมตัวของผู้เชี่ยวชาญมากมาย
เฉินเทียนหู่พยักหน้าพร้อมกล่าว “งานประลองที่เมืองโหวหวางยังมีจุดประสงค์มากกว่านั้นคือการคัดเลือกผู้เชี่ยวชาญที่เข้าร่วมบางคนเข้าสู่เหล่านิกายผู้ฝึกตน เ้าสมควรรู้ว่าจักรวรรดินักสู้ตอนใต้ทั้งหมดอยู่ในสังกัดของนิกายผู้ฝึกตนเ่าั้!”
ตระกูลนักสู้เองจำเป็ต้องจ่ายภาษีที่เรียกว่า‘ส่วย’ ในแต่ละปีให้กับพระราชวังที่ยิ่งใหญ่(น่าจะเป็ศูนย์กลางของเมืองโหวหวาง เหมือนพระราชวังของกษัตริย์) และจักรวรรดินักสู้ตอนใต้จะนำส่วยเ่าั้ส่งให้นิกายผู้ฝึกตนเ่าั้อีกทีเห็นได้ชัดว่านิกายผู้ฝึกตนเ่าั้มีความแข็งแกร่งมากพอที่จะปกครองตระกูลหลักทั้งหมดทั่วทั้งอาณาจักร
“เ้าอย่าคิดว่าภาษีเหล่าจะถูกส่งไปให้โดยไร้ประโยชน์เ้าควรรู้ไว้ว่านิกายผู้ฝึกตนเหล่านี้จำเป็ต้องดูแลความปลอดภัยของพวกเรา นอกจากนี้สถานที่นี้ยังพบกลุ่มของสัตว์อสูรมากมาย ไม่ว่าจะเป็อสูรหรือปีศาจ พวกมันสามารถสังหารเราได้อย่างง่ายดาย” เฉินเทียนหู่จ้องมองบนท้องฟ้าขณะที่กล่าว
ผู้เยาว์ตระกูลเฉินทั้งหมดกลายเป็โกลาหลในทันทีก่อนหน้านี้พวกเขาคิดว่านิกายที่ยิ่งใหญ่เหล่านี้ดำรงอยู่เพียงแค่ในตำนาน แต่ตอนนี้พวกเขาได้รู้แล้วว่านิกายในตำนานที่คอยปกป้องผู้คนอยู่นั้นมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับโลกใบนี้ นั่นทำให้พวกเขาใอย่างมาก
อาจกล่าวได้ว่าจักรวรรดินักสู้ตอนใต้ยิ่งใหญ่มากด้วยประชากรกว่าแสนล้านคนแต่ก็ยังคงไม่มีนักสู้ที่ทรงพลังอย่างแท้จริงจำนวนมากมายนัก ขณะที่นักปรุงยาเองยิ่งหาได้ยากยิ่งราวกับ’ งมเข็มในมหาสมุทร’ อย่างไรก็ตามด้วยประชากรจำนวนมหาศาลพวกเขาย่อมให้กำเนิดนักสู้ที่ดีจำนวนมาก ดังนั้นนิกายผู้ฝึกตนเหล่านี้จะมารับสมัครนักสู้วิธีที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากที่สุดในการคัดเลือกพวกเขาคือ รวบรวมเหล่านักสู้รุ่นเยาว์ที่แข็งแกร่งและน่าเกรงขามมาไว้ในที่เดียวกันจากนั้นให้พวกเขาทั้งหมดต่อสู้กัน ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดจะบรรลุคุณสมบัติและได้เข้าร่วมนิกายผู้ฝึกตนเหล่านี้
เฉินเซี่ยงอยู่ในห้องหนังสือกับเฉินเทียนหู่ระหว่างที่มาเฉินเซี่ยงสังเกตเห็นว่าเฉินเทียนหู่มีบางเื่ที่สำคัญจะกล่าว เนื่องจากเฉินเทียนหู่มีท่าทีจริงจังอย่างมาก
เมื่อพวกเขาทั้งสองอยู่ภายในหนังสือ เฉินเทียนหัวกล่าว“เซี่ยงเอ๋อปู่ของเ้าเฉินหลู่ซ่งได้ไปที่เมืองโหวหวางแล้ว! พวกเราไม่อาจถูกขนานนามว่าแข็งแกร่งและรุ่งเรืองในตอนนี้ดังนั้นเป้าหมายต่อไปของตระกูลเฉินเราคือเมืองโหวหวาง”
เฉินเซี่ยงได้ยินข้อมูลมาบ้างแล้ว อย่างเช่นตระกูลเหยามีความสัมพันธ์บางอย่างกับนิกายผู้ฝึกตนเ่าั้ นอกจากนี้ตระกูลเหยายังไม่ต้องจ่ายภาษีให้กับพระราชวังที่ยิ่งใหญ่แต่พวกเขาจ่ายภาษีให้กับนักกายนักสู้เ่าั้โดยตรง
“ตระกูลซู่ได้โยกย้ายไปอยู่ที่เมืองโหวหวางแล้วในตอนนี้!เนื่องเพราะซู่เซี่ยนเซี่ยน ตระกูลซู่สามารถพิสูจน์ตนเองได้เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาและนิกายผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งแห่งหนึ่ง!หากแต่เรามีเป้าหมายคือที่นั่นและถากถางเส้นทางสำหรับตระกูลเฉิน พวกเราทำได้เพียงวางใจเ้าและปู่ของเ้า” เฉินเทียนหู่วางมือบนบ่าของเฉินเซี่ยงขณะที่เขากล่าวอย่างจริงจัง
เฉินเซี่ยงขมวดคิ้วพลางกล่าวถาม “ข้าต้องทำอะไรบ้าง? เข้าร่วมกับนิกายผู้ฝึกตนสักแห่งเช่นนั้นหรือ?”
เฉินเทียนหู่สั่นศีรษะพลางกล่าว “ไม่แม้ว่าเ้าจะสามารถเข้าร่วมกับนิกายผู้ฝึกตนสักแห่งได้ แต่ตระกูลของเรายังไม่อาจรับการสนับสนุนจากนิกายใหญ่เ่าั้ได้ตอนนี้มีเพียงวิธีเดียวที่จะทำให้ตระกูลเฉินของเราเป็จุดสนใจของนิกายใหญ่เ่าั้และทำพวกเขาหันมองเราด้วยความตั้งใจของพวกเขาเอง!วิธีนั้นคือการแสดงพร์ในการปรุงยาของเ้า”
สายตาของเฉินเซี่ยงกลายเป็ดุร้าย ประกายแสงปรากฏอยู่ในดวงตาของเขาเขาแสยะยิ้มพร้อมกล่าว “ข้ารู้ว่าข้าต้องทำอะไรข้าจะไปเก็บของและจะมุ่งหน้าไปยังเมืองโหวหวางเพื่อพบกับท่านปู่”
เฉินเทียนหู่แตะไหล่เฉินเซี่ยงพลางกล่าวด้วยรอยยิ้ม“เซี่ยงเอ๋อร์เวทีของเ้าไม่ใช่ที่แห่งนี้ แต่มันอยู่ในนิกายผู้ฝึกตนเ่าั้ ที่ที่มีเหล่านักสู้ที่แข็งแกร่งมากมายนับไม่ถ้วนราวกับต้นไม้ในป่าใหญ่”
................................