เงากระบี่ใต้อักษร

    บทที่ 8.รอยร้าวยากประสาน (5)

            ที่แท้ ขณะซ่างกวนเหม่ยเซียนกำลังตะลึงงัน ไม่รู้ตัวเลยว่าปลายกระบี่หักซึ่งลอยกลางอากาศ กำลังจะตกใส่ตัวเอง มู่หยงอิงเห็นดังนั้นจึงรีบโถมตัวผลักนางออกไป กลับเป็นฝ่ายถูกปลายกระบี่ บาดเป็นแผลยาว

     

           มู่หยงอิงพยักหน้ายิ้มให้ มองเด็กหญิงโรยยาห้ามเลือด พันแผลให้อย่างชำนาญ

     

           “เจ้าคือคุณหนูหลิน...”

     

           หลินจวี๋ฮวาพยักหน้ารับกล่าวว่า

     

           “ท่านทราบอีกแล้ว ข้าพเจ้าชื่อจวี๋ฮวา”

     

           ซ่างกวนหมิงจูรี่ตรงเข้าไป ดูอาการของพี่สาว สองพี่น้องนั่งกอดคอกันร้องไห้

     

           เด็กหญิงเกิดโทสะ วิ่งเข้าตีฟางเสวี่ยเฟย หลินจวี๋ฮวาเห็นดังนั้นจึงวิ่งตรงเข้าตีซ่างกวนหมิงจู กลายเป็นเด็กน้อยสองคนตีกันวุ่นวายติงฝูหรงต้องเข้าไป ห้ามเด็กหญิงทั้งสอง

     

           มู่หยงอิงเดินไปดูแขน ของซ่างกวนเหม่ยเซียน ใช้ไม้ทำเฝือกดามแขนให้นางแต่พอเข้าเฝือกเสร็จ ซ่างกวนเหม่ยเซียนยังไม่วาย ตบหน้ามู่หยงอิงฉาดหนึ่งลุกขึ้นเดินจูงมือซ่างกวนหมิงจูจากไป

     

           เมื่อทั้งหมดกลับไปถึงหมู่ตึกพันอักษร ค่อยทราบว่าบุรุษหนุ่มผู้มีวิทยายุทธ์ติดตัวชื่อว่า ‘อี่ไป๋เฮ่อ’เป็นศิษย์ของราชันย์กระบี่เหล็ก ส่วนบุรุษหนุ่มผู้อ่อนโยนคือ ‘มู่หยงอิง’คุณชายใหญ่ตระกูลมู่หยง

     

           ทั้งสองนำจดหมาย ของราชันย์กระบี่เหล็กมาส่งมอบ

     

           ในจดหมาย ขอร้องให้ท่านผู้เฒ่าแซ่หลิน รับมู่หยงอิงไว้เป็นศิษย์

     

           ราชันย์กระบี่เหล็ก มีบุญคุณใหญ่หลวงกับยุทธจักร เมื่อท่านออกปาก ประมุขหลินย่อมไม่ปฏิเสธ

     

           ทั้งหมดรับทราบอีกว่า ระหว่างเดินทางบุรุษหนุ่มทั้งสองพบโจรร้ายข่มเหงชาวบ้าน จึงเข้าช่วยเหลือ แม้ขับไล่เหล่าโจรไปได้แต่มันสองเป็นเพียงบุรุษหนุ่ม เหล่าโจรล้วนเป็นชายฉกรรจ์จำนวนนับสิบทั้งสองต่อสู้จนเสื้อผ้าขาดวิ่น หลังไล่พวกโจรไปแล้วชาวบ้านช่วยรักษาบาดแผลให้พวกมัน ทั้งเย็บชุนเสื้อผ้าที่ขาดจนเรียบร้อย

     

           จากเหตุการณ์ทะเลาะกันคราวนี้ เมื่อเหล่าท่านผู้เฒ่าทราบเรื่องซ่างกวนเหม่ยเซียนถูกทำโทษ ข้อหาก่อเรื่อง กงซุนจินหมิงก็ถูกทำโทษข้อหาลงมือหนักเกินไป

     

           ท่านผู้เฒ่าแซ่ซ่างกวน บ่นเบื่อพฤติกรรมลูกสาวคนนี้ยิ่ง ลงโทษเท่าไรไม่เคยหลาบจำ ไม่รู้จะแก้นิสัยอย่างไรแล้ว

     

           ทั้งคู่ถูกบังคับให้นั่งคุกเข่า อดข้าวอยู่ด้วยกันหน้าหมู่ตึกพันอักษรสามวันเต็ม

     

           ช่วงเวลานั้นฟางเสวี่ยเฟย ติงฝูหรง หลินจวี๋ฮวา ต่างช่วยกันแอบเอาอาหารไปส่งให้กงซุนจินหมิงเป็นประจำ ซ่างกวนหมิงจูก็ต้องการส่งอาหาร ไปให้พี่สาวของนางแต่นางไหนเลยทำคนเดียวได้ แรก ๆ ก็ดื้อรั้น ไม่ยอมร่วมมือกับผู้อื่นทว่าพอเห็นผู้อื่นลงมือสำเร็จทุกครั้ง ในที่สุดก็ยอม

     

           บุรุษดรุณีเหล่านี้ พากันหัวเราะคิกคัก ๆ ไหนเลยรู้สึกว่าถูกลงโทษอันใด

     

           กงซุนจินหมิง อี่ไป๋เฮ่อ มู่หยงอิง ฟางเสวี่ยเฟยสี่บุรุษหนุ่มรู้สึกถูกชะตากันยิ่ง จึงสาบานเป็นพี่น้องออกท่องเที่ยวไปทั่วยุทธจักร...

     

           ซ่างกวนเหม่ยเซียนเมื่อทราบว่า บุรุษผู้หลบกระบี่นางได้อย่างปลอดโปร่งเป็นศิษย์ราชันย์กระบี่เหล็ก ก็คลายโทสะลงเพราะนี่ไม่ใช่เรื่องน่าขายหน้าแต่อย่างใด

     

           บิดาของนาง หลังทดสอบเพลงกระบี่อี่ไป๋เฮ่อ ถึงกับชมเปาะยังให้นางไปขอคำชี้แนะจากมันบ้าง ทั้งสองสนทนา แลกเปลี่ยนความรู้กันอย่างถูกคอยิ่ง กับมู่หยงอิงเมื่อทราบว่า มันมีเจตนาช่วยเหลือนางก็ปฏิบัติต่อด้วยดีเช่นกัน

     

           สำหรับกงซุนจินหมิง เมื่อได้ฝึกซ้อมฝีมือกันหลายครั้ง นางยิ่งยอมรับว่าฝีมือของมันเหนือกว่านาง อย่างมากจริง ๆ ทั้งหมดจึงแปรเปลี่ยน เป็นสหายสนิทยิ่ง...

     

           ประมุขตระกูลฟาง หวนคิดถึงตอนนี้...นั่นเป็นช่วงเวลาที่มันมีความสุขที่สุดในชีวิต

     

           ดวงตาบุรุษหนุ่มเหม่อลอย จ้องท้องนภา...ดาราลาลับจากขอบฟ้า...สุริยาเริ่มเคลื่อนลอยฉายแสง

     

           หนึ่งราตรีผ่านพ้นแล้ว

     

           ...พี่เหม่ยเซียนกับหมิงจู ย่อมไม่สามารถออกไป ท่องเที่ยวกับพวกเราได้แต่ทุกครั้งที่มารวมกัน ณ หมู่ตึกพันอักษร พวกนางจะมานั่ง ฟังพวกเราเล่าว่าออกไปทำอะไรกันมาบ้าง

     

            พวกนางมักหาว่าพวกเราสี่คนประโคมโหมเกินความจริง เหล่าบุรุษหนุ่มจะประลองฝีมือให้พวกนางดู

     

           แต่พวกนางไม่ยอมแสดง กระบี่เงาจันทร์รวมผสานให้ดูอีกแล้วซึ่งความจริงเพลงกระบี่นี้ เป็นวิชาประจำตระกูล มิอาจแสดงพร่ำเพรื่อได้แต่จากการสนทนาก็ทราบว่า ความรู้พวกนางรุดหน้าไปมากคาดว่าพลังฝีมือก็ก้าวหน้าขึ้นอักโข...

     

           นั่นเป็นเวลาสองปี ก่อนงานชุมนุมเมื่อเจ็ดปีก่อนจะเริ่ม...

     

           วันเวลาเหล่านั้น เป็นอดีตเนิ่นนาน...อดีตซึ่งไม่อาจกลับไปเหมือนเดิมได้ตลอดกาล...

     

           พี่จินหมิง...พี่เหม่ยเซียน เสียชีวิตไปเจ็ดปีแล้ว...

     

           ฟางเสวี่ยเฟยนั่งดื่มจนเมามาย ครุ่นคิด

     

           ‘เจ้าออกจากบ้านมาทำไม...ไม่ควรเลย...ไม่มีผู้ใดต้องการเจ้าเลย’ลุกขึ้นเหม่อมอง ไปยังหมู่ตึกพันอักษร

     

           ‘นาง...นางไฉนไม่ยอมเข้าใจ...พี่ไป๋เฮ่อ...พี่ฝูหรงไฉนไม่ยอมรับฟังคำพูดของเรา...ไฉนไม่เชื่อใจเรา...’

     

           มันนอนแผ่หลา กระปุกเหล้ากลิ้งอยู่ข้างตัว มือสองข้างเปะปะไปรอบตัวควานหากระปุกสุราอีก จนตกจากเก้าอี้หิน ลงไปนอนแอ้งแม้งบนพื้น

     

           มันตะเกียกตะกาย ยันตัวลุกขึ้นยืน เดินมึนงงออกมานอกศาลา เหม่อมองไปทางทิศที่ตั้งหมู่ตึกพันอักษร

     

           ทันใดนั้น อาการเมามาย แทบสลายไปสิ้น! เพราะภาพเบื้องหน้านั่น!

     

           กลางหมอกหนายามเช้า ท้องฟ้ากลับแดงฉาน ดุจอาบด้วยโลหิต! กลุ่มควันทะมึนพวยพุ่งไม่ขาดสาย!

     

           นั่นมาจากทิศที่ตั้ง ของหมู่ตึกพันอักษร!

     

           เกิดอะไรขึ้น! เหตุใดเป็นเช่นนี้! หรือห้าสำนักใหญ่ไม่อาจไกล่เกลี่ยกับหมู่ตึกบูรพาได้!

     

           ไม่ว่าจะเพราะเหตุใด ฟางเสวี่ยเฟยไม่คิดให้มากความวิ่งลิ่วลงจากเนินอย่างรวดเร็ว ตรงไปยังหมู่ตึกพันอักษรทันที!

     

           ยิ่งเข้าใกล้ ยิ่งเห็นกลุ่มควันหนาแน่น พวยพุ่งเป็นกลุ่มใหญ่เปลวเพลิงกระจายเป็นวงกว้าง ล้อมหมู่ตึกพันอักษรไว้ตรงกลาง แต่คล้ายเปลวเพลิงมิได้ลุกลามเข้าไปในตัวหมู่ตึก

     

           พอเข้าไปใกล้ กระทั่งเห็นตัวหมู่ตึกรำไร อยู่หลังกลุ่มควันหนาฟางเสวี่ยเฟยจึงแน่ใจว่า ที่แท้เปลวเพลิงเหล่านี้ มิได้ไหม้จากภายในหากเพียงลุกไหม้บริเวณโดยรอบ โอบล้อมหมู่ตึกพันอักษรไว้เท่านั้น

     

           ฟางเสวี่ยเฟยครุ่นคิด ฉงนใจยิ่ง

     

           ‘เหตุใดจึงเกิดไฟไหม้ ลุกโหมรอบหมู่ตึกขนาดนี้ หากปล่อยไว้เช่นนี้ไม่นานเปลวไฟอาจลาม เข้าไปภายในตัวหมู่ตึก นี่จะทำอย่างไรดี?’

     

           ฟางเสวี่ยเฟยไม่เสียเวลาคิด รีบโถมร่างเข้าไปในกลุ่มควันทันทีมันคิดจะเข้าไปภายในให้ได้ เรื่องอื่นค่อยว่ากัน ทว่าไม่ทันจะได้เข้าไปในกลุ่มควันหนา ร่างหนึ่งโผมาขวางหน้ามันไว้

     

           “ท่านเข้าไปไม่ได้!” ผู้เข้ามาขวางมัน เป็นนักพรตเฉินซื่อนั่นเอง

     

           “ข้าพเจ้าจะเข้าไป”

     

           “ท่านคิดฆ่าตัวตายหรือ! ไฟลุกโหมขนาดนี้ จะเข้าไปได้อย่างไร!”

     

           “บริเวณโดยรอบหมู่ตึกพันอักษรกว้างยิ่ง ต้องมีสักจุดที่พอเข้าไปได้”

     

           “ถูกต้อง ไฟเหล่านี้เพียงถูกจุดเป็นหย่อม ๆ รอบหมู่ตึกแต่เวลานี้ควันไฟหนาแน่นยิ่ง ทั้งยังถูกลมพัดจนโอบล้อมรอบหมู่ตึกแล้วท่านจะรู้ได้อย่างไรว่า ตำแหน่งไหนสามารถฝ่าเข้าไปได้!”

     

           ฟางเสวี่ยเฟยยังยืนกรานความคิดของตน

     

           “ข้าพเจ้าไม่ทราบ แต่จะลองหาทางดู”

     

           นักพรตเฉินซื่อเห็นบุรุษหนุ่ม ดื้อด้านเพียงนี้ กล่าวน้ำเสียงฉุนเฉียว

     

           “หากมี พวกเราก็เข้าไปแต่แรกแล้ว! ท่านดูทางโน่นพวกเราระดมกำลังกันดับเพลิงอยู่!”

     

            ฟางเสวี่ยเฟยหันไป ตามทิศที่นักพรตชี้จึงเห็นทางทิศนั้น กลุ่มควันเริ่มเบาบางลงบ้างแล้ว

     

           ในกลุ่มควันโดยรอบ มีเงาผู้คนมากมาย กำลังช่วยกันดับไฟอยู่สภาพที่เห็นทุลักทุเลยิ่ง...

     

           เหล่าชาวยุทธ์ต่างเตรียมตัวมางานประลอง ใครเล่าจะคาดคิดว่า ต้องมาดับเพลิงเช่นนี้ยามชุลมุนวุ่นวาย ไม่อาจบอกได้ว่า ใครเป็นใครสังกัดค่าย สำนักไหนกันบ้าง

     

           นักพรตเฉินซื่อกล่าว ด้วยน้ำเสียงขึ้งโกรธ

     

           “หมู่ตึกบูรพาอำมหิตยิ่ง! ไม่เพียงจุดไฟก่อควันซ้ำยังวางกำลังซ่อนอยู่เบื้องหลัง หากบุกเข้าไปในสภาพเช่นนี้ ไหนเลยเห็นผู้ซุ่มอยู่ภายในได้พวกเราหลายคนลองฝ่าเข้าไป ต่างถูกทำร้าย บาดเจ็บออกมาไม่น้อย!”

     

           “ไฉนจึงกลายเป็นอย่างนี้ไปได้...”

     

           “...พวกเราหลงกลหมู่ตึกบูรพา”

     

           “เราเล่าให้ท่านฟังเอง” ประโยคนี้ดังขึ้น ด้านหลังฟางเสวี่ยเฟย

     

           ประมุขตระกูลฟาง หันขวับไปต้นเสียง มันพอเห็นหน้า ผู้กล่าวประโยคเมื่อครู่ถึงกับชะงักครู่หนึ่ง แล้วรีบประสานมือ คารวะคนผู้นั้นทันที

     

           เนื่องเพราะผู้กล่าว ประโยคเมื่อครู่คือ ‘นักพรตอันจิ้ง’หนึ่งในสองเซียนเทิดฟ้า! ศิษย์พี่ใหญ่แห่งสำนักอู่ตัง ในกาลก่อนทั้งมีศักดิ์เป็นศิษย์ผู้พี่ เจ้าสำนักอู่ตังคนปัจจุบันด้วย!

     

           นักพรตอันจิ้งในวันนี้ ดูชราภาพขึ้นไม่น้อย ผมเผ้าหนวดเคราล้วนขาวโพลนทว่าบุคลิกยังเหนือธรรมดา โดดเด่นเปล่งประกายยิ่ง แม้ซูบผอมไปบ้างแต่ร่างสูงยังยืนตรงแน่วนิ่ง หนักแน่นเยือกเย็นขึ้น กว่าเดิมอักโขแววตายิ่งแวววาวล้ำลึก พลังการฝึกปรือก้าวหน้า กระทั่งไม่อาจหยั่งวัดได้

     

           นักพรตอันจิ้งกล่าวว่า

     

           “คุณชายฟาง ไม่ต้องมากมารยาท หมู่ตึกบูรพาเจ้าเล่ห์นักทีแรกส่งคนมาเจรจาอย่างนอบน้อม บอกว่าต้องการเพียงโอบล้อมหมู่ตึกไว้ไม่คิดบุกเข้าไปภายใน มันขอให้พวกเรา ถอนกำลังออกห่างเล็กน้อยเพราะกลัวอาจเกิดการกระทบกระทั่ง มีเรื่องใดไว้ค่อย ๆ เจรจากันท่าทางน้ำเสียงของพวกมัน นอบน้อมจริงใจอย่างยิ่ง”

     

           นักพรตอันจิ้ง หยุดทอดถอนใจ กล่าวสืบต่อไปว่า

     

           “พวกเราเห็นมันพูดจามีเหตุมีผล คิดว่าอ่อนข้อให้เล็กน้อยคงไม่เป็นไรจึงถอนกำลังห่างออกมา มิคาดพอลับหลัง พวกมันแอบวางเชื้อไฟ ไว้รอบที่มั่นของมันพอใกล้รุ่งก็จุดไฟขึ้นโดยรอบ กำลังของพวกมัน ต่างหลบอยู่หลังเปลวไฟด้านติดกับตัวหมู่ตึก พวกเราซึ่งอยู่อีกด้าน จึงถูกเปลวไฟกั้นไว้ไม่สามารถเข้าไปภายในได้”

     

           “อย่างนั้น สถานการณ์ภายในหมู่ตึก...”

     

           นักพรตอันจิ้งส่ายหน้า สีหน้าวิตกกังวลยิ่ง

     

           “พวกเรามิทราบได้ ถ้าเปลวไฟยังลุกโหม กลุ่มควันยังหนาแน่นขนาดนี้ไม่มีวิธีใดฝ่าเข้าไปได้จริง ๆ เราไม่อาจสั่งให้ผู้ใดเสี่ยงอันตรายได้ตอนนี้ทำได้เพียง พยายามดับไฟบางจุด พอเปลวไฟอ่อนแรงถึงจะบุกเข้าไป”

     

           ฟางเสวี่ยเฟยมองภาพเบื้องหน้าแน่วนิ่ง กล่าวน้ำเสียงหนักแน่น

     

           “ข้าพเจ้าจะลองดู”

     

           นักพรตทั้งสอง ยกมือขึ้นขวางพร้อมกัน

     

           “ท่านไปไม่ได้!”

     

           เสียงหนึ่งดังแทรกขึ้น สดใสก้องกังวาน

     

           “ท่านนักพรต ในเมื่อเขาไม่รักชีวิต ก็ปล่อยเขาเถอะ...” ผู้กล่าวประโยคนี้คือซ่างกวนหมิงจู!

     

           ประมุขตระกูลฟาง หันไปทางต้นเสียง พบพี่น้องตระกูลซ่างกวนกำลังสั่งการคนตระกูลซ่างกวน ให้ช่วยดับไฟอย่างขะมักเขม้น

     

           ฟางเสวี่ยเฟยเมื่อหันไป พอดีประสานตากับดวงตาคมกริบ หลังผ้าคลุมหน้าของนาง

     

           แววตาคู่นั้นของนาง บ่งบอกสิ่งใด...

     

           อาจบางทีแววตานั้น ไม่บ่งบอกสิ่งใด...

     

           ดวงตาคมกริบ มองประมุขตระกูลฟาง ด้วยความรู้สึกว่างเปล่า...

     

           ว่างเปล่า...ราวเบื้องหน้านางไม่มีสิ่งใด...

     

            เป็นความว่างเปล่าซึ่งทำให้ฟางเสวี่ยเฟยแทบสิ้นเรี่ยวแรง แววตานั้นแสดงชัด ไม่ว่ามันจะเป็นหรือตายล้วนไม่เกี่ยวข้องกับนางทั้งสิ้น มิเพียงไม่เกี่ยวข้อง ทั้งไม่แยแสสนใจ...

     

           วูบนั้น ประมุขตระกูลฟางถึงกับคิดใคร่ตาย ต่อหน้านางขึ้นมาจริง ๆ !

     

           ฟางเสวี่ยเฟยวิ่งเข้าไปแย่งถังน้ำ จากกลุ่มคนซึ่งกำลังดับเพลิงอยู่ทั้งยังยื้อแย่งเสื้อคลุมยาว มาจากร่างคนผู้หนึ่ง เทน้ำหลายถังลงบนเสื้อและตัวมันเองจนชุ่มโชก ผู้คนต่างพากันเอะอะโวยวาย บางคนตรงรี่คิดเข้ามาต่อยตีกับบุรุษหนุ่ม แต่ทั้งหมดถูกนักพรตอันจิ้ง ยกมือห้ามปรามไว้มันปล่อยให้ฟางเสวี่ยเฟยกระทำตามใจ

     

           ฟางเสวี่ยเฟยคลุมเสื้อชุ่มน้ำ ลงบนตัวซึ่งเปียกน้ำชุ่มโชกวิ่งลิ่วฝ่าเข้าไปในกองเพลิง ซึ่งกำลังลุกโหมทันที!

     

           เสียงเอะอะโวยวายต่อภาพเบื้องหน้า ดังระเบ็งเซ็งแซ่

     

           “เจ้าขี้เมาคิดฆ่าตัวตาย!”

     

           “เฮอะ ช่างโง่จริง!”

     

           “เฮ้ย น่าเสียดาย ยังหนุ่มฉกรรจ์อยู่แท้ ๆ !”

     

           พอร่างห่างเปลวเพลิงราวสี่ห้าวา ฟางเสวี่ยเฟยพลันซัดฝ่ามือทั้งสองข้างใส่เปลวไฟลุกโหม เบื้องหน้าด้วยกำลังแรง พลังลมปราณเปี่ยมล้น ทลายออกจากฝ่ามือก่อเกิดกระแสอากาศหนาหนัก พุ่งปะทะกลุ่มควัน ทั้งเปลวไฟทั้งกลุ่มควันพลันแหวกออกเป็นช่อง ดุจถูกกระแสลมพายุโหมซัด!

     

            มันฟาดฝ่ามือต่อเนื่องไม่หยุดยั้งร่างก็โลดลิ่วไปข้างหน้า มิหยุดชะงักแม้แต่น้อย!

    คล้ายกับเรื่องเงากระบี่ใต้อักษร ที่คุณอ่าน

    ประชันยุทธ์สะท้านฟ้า

    ประชันยุทธ์สะท้านฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.58M 3137
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.57M 5024
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5.35M 1277
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136