ราชันย์สิบโลก

ตอนที่ 209 การต่อสู้ของเฟิ่งหยู

        ทางด้านกองกำลังที่เฟิ่งหยูนำมาพวกเขาเดินทางมาถึงยังจุดหมายในเวลาใกล้เคียงกับราชันย์ฟางหรงเมื่อเฟิ่งหยูและกองกำลังของเขามาถึงพวกเขาเจอกับหน้าผาที่กว้างและสูงชันมันสูงเกือบ ๆ ห้าพันเมตรหากวัดด้วยระดับสายตาเรือรบของเฟิ่งหยูดูเล็กไปเลยเมื่ออยู่ต่อหน้าหน้าผาที่กว้างและสูงชันแห่งนี้

        เฟิ่งหยูมองไปยังหน้าผาด้วยดวงตาเซียนสวรรค์เขามองเห็นเผ่าปีศาจที่ขดตัวกลมอยู่บนทั่วหน้าผาแห่งนั้นและยังมีหลายตัวที่บินวนเวียนอยู่รอบ ๆ

        “พวกมันมีปีกด้วยเช่นนั้นหรือ?” เฟิ่งหยูอุทานออกมาเสี่ยวเลี่ยงที่ยืนอยู่ใกล้ๆพลันได้ยินจึงเอ่ยตอบเฟิ่งหยู

        “เผ่าปีศาจก็มีหลากหลายชนิดเช่นเดียวกันกับเผ่าพันธุ์อสูรพวกมันมีวิวัฒนาการที่แตกต่างจากพวกเรา ข้าคิดว่ากองกำลังกลุ่มอื่น ๆก็พบเจอกับเผ่าอสูรที่มีรูปร่างหน้าตาที่ไม่เหมือนที่พวกเราพบในตอนนี้เช่นกันและแหล่งที่อยู่อาศัยของพวกมันก็คงต่างจากที่พวกเราพบอย่างสิ้นเชิง”

        “เผ่าพันธุ์ปีศาจพวกนี้เกิดขึ้นได้ยังไงกันนะทำไมพวกมันถึงได้มีสติปัญญาจนสามารถแฝงตัวเข้าไปปะปนกับพวกมนุษย์ได้อย่างแนบเนียนหากพวกเราไม่กำจัดพวกมันให้สิ้น ข้าคิดว่าพวกมันคงจะทำลายมนุษย์และเผ่าพันธุ์อื่นๆ จนหมดสิ้นเป็นแน่”

        “ก็คงเป็นดังที่ท่านกล่าวมาหากพวกมันสามารถยึดครองจักรวาลของพวกเราได้ และสามารถแพร่เผ่าพันธุ์ปีศาจของมันให้มากขึ้นเรื่อยๆ ก็คงจะมีแต่เผ่าปีศาจเท่านั้นที่จะดำรงค์อยู่ในจักรวาลแห่งนี้และมันคงจะขยายออกไปยังกลุ่มจักรวาลอื่น ๆ ต่อเป็นแน่”

        “เจ้าพูดเหมือนกับว่ามีดินแดนอื่นนอกเหนือจากจักรวาลของพวกเราอยู่แค่จักรวาลของพวกเราข้าเองยังเดินทางไปไม่ทั่วเลยจะมีดินแดนอื่นอยู่อีกเช่นนั้นหรือ?”

        “เจ้าอยู่กับผู้อาวุโสอู่หวังฉีก่อนข้าเจ้าไม่เคยถามเขาเลยเช่นนั้นหรือว่านอกจากจักรวาลแห่งนี้ยังมีดินแดนอื่นอยู่ด้วย”

        “ข้ายอมรับว่าข้าไม่เคยถามจริงๆ อย่างที่เจ้าว่ามานั่นแหละ ข้าคิดว่าแค่เขตจักรวาลทั้งสิบห้านี้ก็กว้างใหญ่ไพศาลมากพอแล้วข้าไม่เคยคิดว่ามีดินแดนอื่นอยู่อีกจริง ๆ”

        “เช่นนั้นข้าจะบอกกับท่านเองว่านอกจากจักรวาลของเราแล้วยังมีอีกสามกลุ่มจักรวาลที่อยู่ใกล้ๆ พวกเราและยังมีดินแดนอีกสี่ดินแดนที่ท่านผู้อาวุโสอู่หวังเล่าให้ข้าฟัง มีดินแดนแห่งเทพ ดินแดนแห่งพฤกษา ดินแดนสาบสูญ และดินแดนลึกลับส่วนรายละเอียดของแต่ละดินแดนนั้นผู้อาวุโสเองก็ยังไม่ทราบรายละเอียดที่แน่ชัดเท่าไหร่ข้าเลยไม่ได้ถาม”

        “แล้วอีกสามกลุ่มจักรวาลที่ท่านกล่าวมาหละพวกเขาเป็นเช่นไรบ้าง”

        “อีกสามกลุ่มจักรวาลที่เหลือนั้นผู้อาวุโสเล่าว่าพวกเขาต่างมีทั้งแข็งแกร่งและอ่อนแอกว่าจักรวาลของพวกเรา ท่านผู้อาวุโสเล่าว่า ทั้งสามกลุ่มจักรวาลนั้นอยู่ห่างจากเราไกลพอสมควรหากใช้เวลาเดินทางไปก็น่าจะอยู่ราว ๆ ห้าร้อยปีได้ข้าเองเลยไม่ถามท่านผู้อาวุโสต่อ เพราะแค่ระยะทางห่างกันที่ท่านผู้อาวุโสบอกว่าไม่ไกลแค่ใช้เวลาห้าร้อยปีในการเดินทางข้าเองก็หมดความสนใจไปแล้ว”

        “เป็นข้าก็คงเลิกสนใจเช่นเดียวกันอีกอย่างแค่จักรวาลของเราก็กว้างใหญ่พอแล้วเอาไว้ข้าไปท่องทั้งสิบห้าจักรวาลของพวกเราให้ครบก่อนข้าจะถามเรื่องกลุ่มจักรวาลอื่นกับท่านผู้อาวุโสเองส่วนดินแดนทั้งสี่นั้นข้าคิดว่าคงเป็นเรื่องยากที่พวกเราจะเดินทางไปได้เพราะแค่ระยะทางจากกลุ่มจักรวาลของพวกเราไปยังกลุ่มจักรวาลอื่นยังห่างกันถึงห้าร้อยปี”

        “เอาหละหยุดนอกเรื่องได้ละ ตอนนี้ศัตรูอยู่ตรงหน้าท่านจะจัดการกับพวกมันยังไง?”

        “พวกนี้น่าจะเป็นเผ่าปีศาจที่บินได้คงยากต่อการจัดการกับพวกมันเป็นแน่ต้องวางแผนให้ดีไม่เช่นนั้นจะเป็นการยุ่งยากเป็นอย่างมากในการติดตามและสังหารพวกมันท่านมีความคิดเห็นยังไงบ้าง?”เฟิ่งหยูหันไปถามเสี่ยวเลี่ยง

        “ตามปกติแล้วพวกที่บินได้จะมีจุดอ่อนอยู่ที่ปีกของพวกมันหากสามารถตัดปีกของพวกมันโดยที่ไม่ให้พวกมันสามารถงอกปีกออกมาได้อีกที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของกองกำลังทั้งหลายที่จะช่วยกันสังหารแต่ลำพังแค่พวกเราเหล่านกเพลิงและหงส์เพลิงเพียงแค่สามร้อยตัวนั้น คงมีกำลังไม่เพียงพอพวกเราจำเป็นต้องรอกองกำลังอื่นมาช่วยกำจัดมิเช่นนั้นพวกเราจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบได้”

        “หากเพียงแค่ตัดปีกของพวกมันเพื่อไม่ให้มันงอกออกมาใหม่ได้ ข้าคิดว่าคงไม่ยากเกินที่ข้าจะทำได้  เพียงพวกท่านช่วยเหลือข้าข้าคิดว่าข้าพอที่จะตัดปีกของพวกมันได้ พวกท่านช่วยกำจัดตัวที่ข้าโจมตีมันไม่ทัน และค้นหาตัวที่หลบซ่อนที่เหลือปล่อยเป็นหน้าที่ของข้าเอง”

        “หากท่านมั่นใจเช่นนั้นพวกเราก็ยินดีที่จะช่วยเหลือ”

        เฟิ่งหยูส่งกองกำลังทั้งหมดลงไปยังพื้นที่ด้านล่างจำนวนสี่แสนนาย อยู่กลางอากาศคอยโจมตีตอนที่พวกมันกำลังตกลงมาอีกสี่แสนนายส่วนอีกสองแสนนายคอยล่าสังหารตัวที่หลบหนีพร้อมกับกองกำลังของนกเพลิงและหงส์เพลิง

        เรือรบเตรียมตัวโจมตีเข้าไปยังหน้าผาที่สูงชันนั้นรอฟังเพียงคำสั่งของเฟิ่งหยูเพียงคนเดียว

        เฟิ่งหยูระเบิดพลังเขาหลอมรวมพลังปราณและพลังเปลวเพลิงฟ้าสวรรค์ กระบี่คู่ถูกเรียกออกมา  เฟิ่งหยูปลดปล่อยกระบี่คู่ทั้งสองให้ลอยขึ้นไปปราณกระบี่คู่เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย จนมันมีจำนวนกว่าห้าพันคู่เฟิ่งหยูจึงหลอมรวมพลังเปลวเพลิงฟ้าสวรรค์ไปยังกระบี่คู่ทั้งหมด

        “เริ่มโจมตีได้!!!”

        เฟิ่งหยูสั่งการเรือรบระดมยิงไปยังหน้าผา ฝูงเผ่าปีศาจทั้งหลายตื่นตระหนกพวกมันบินออกมาและเตรียมพร้อมที่จะโจมตีศัตรูในทันที เสียงเผ่าปีศาจดังระงมไปทั่วเฟิ่งหยูพุ่งทะยานเข้าไปพร้อมกับปลดปล่อยปราณกระบี่จำนวนกว่าหนึ่งหมื่นเล่มพุ่งเข้าไปตัดปีกของเผ่าปีศาจ

        ปราณกระบี่จำนวนมากมายเริ่มตัดผ่านปีกของเผ่าปีศาจโดยมีเฟิ่งหยูเป็นคนควบคุมกระบี่ทั้งหมดร่างของเผ่าปีศาจเริ่มร่วงลงมากองกำลังที่เฟิ่งหยูจัดเตรียมไว้เริ่มเข้าสังหารเผ่าปีศาจที่ร่วงจากฟ้าในทันทีส่วนที่เหลือรอดตกลงไปยังพื้นพลันถูกกองกำลังอีกชุดหนึ่งที่เตรียมไว้โจมตีอย่างหนักเช่นกัน

        เฟิ่งหยูยังคงบินวนไปทั่วเพื่อสังหารเมื่อมีโอกาสและเริ่มตัดปีกของเผ่าปีศาจเหล่านั้นเมื่อปีกของพวกมันถูกปราณกระบี่ที่มีเปลวเพลิงฟ้าสวรรค์หลอมรวมอยู่ด้วยปีกของเผ่าปีศาจนั้นไม่สามารถงอกออกมาใหม่ได้แถมมันยังถูกเปลวเพลิงฟ้าสวรรค์เผาไหม้อย่างรวดเร็วอีกด้วย

        เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของเผ่าปีศาจดังไปทั่วบริเวณเหล่ากองกำลังทั้งหลายต่างทุ่มเทพลังทั้งหมดที่มี กำจัดเผ่าปีศาจให้เร็วที่สุดพวกเขาเดินหน้าสังหารอย่างไม่เกรงกลัวเผ่าปีศาจการฝึกฝนอย่างหนักตลอดสามเดือนทำให้กองกำลังทั้งหมดสามารถอดทนต่อความเหนื่อยและทุ่มเทพลังทั้งหมดในการสังหารเผ่าปีศาจได้เป็นอย่างดี

        กองกำลังของนกเพลิงและหงส์เพลิงช่วยกำจัดเผ่าปีศาจอีกแรงหนึ่งส่วนที่บินหนีถูกกองกำลังของเฟิ่งหยูติดตามและสังหารได้อย่างไม่ยากเย็นเท่าไหร่ ส่วนเผ่าปีศาจที่หลบซ่อนก็ไม่อาจจะพ้นสายตาของเหล่านกเพลิงที่บินวนไปรอบ ๆ พวกมันสามารถจัดทิศทางของเผ่าปีศาจได้อย่างรวดเร็วหากมีการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย

        เหล่าหงส์เพลิงจะสังหารศัตรูที่หลบซ่อนได้ง่ายกว่านกเพลิงเพราะปฏิกริยาและสัญชาติญาณของพวกเขาจะมีสูงกว่านกเพลิงมากทั้งนกเพลิงและหงส์เพลิงต่างทำงานร่วมกันได้อย่างไม่มีที่ติ พวกเขาสังหารเผ่าปีศาจไปเป็นจำนวนมากความเร็วของเฟิ่งหยูทำให้นกเพลิงและหงส์เพลิงนั้นสามารถสังหารเผ่าปีศาจได้อย่างต่อเนื่อง

         ส่วนทางด้านนกเพลิงก็ไม่น้อยหน้าเช่นเดียวกันถึงแม้ปฏิกริยาตอบสนองของพวกเขาจะช้ากว่าหงส์เพลิงแต่พวกเขาอาศัยการโจมตีเป็นฝูงใหญ่ ทำให้สามารถสังหารเผ่าปีศาจได้อย่างรวดเร็วเช่นกันส่วนที่ร่วงหล่นลงไปนั้นกองกำลังของเหล่าจอมยุทธ์ทั้งหลายเองก็จัดการพวกมันได้จนหมด

        เฟิ่งหยูและกองกำลังของเขาโจมตีเผ่าปีศาจและสังหารมันไปเกินกว่าแปดส่วนพวกเขาใช้เวลาไปกว่าสามชั่วโมงในการจู่โจมครั้งนี้ แต่ทันใดนั้นพลังความมืดที่แข็งแกร่งพุ่งมาอย่างรวดเร็ว

        “เฟิ่งหยูท่านระวังตัวด้วยแม่ทัพปีศาจมันมาแล้ว”เสียงของเสี่ยวเลี่ยงดังขึ้นมา

        เฟิ่งหยูใช้ปราณกระบี่ทั้งหมดแยกกันโจมตีเผ่าปีศาจที่เหลือเมื่อแม่ทัพปีศาจมาถึงมันโกรธเป็นอย่างมากเมื่อเห็นลูกน้องของมันถูกสังหารไปเป็นจำนวนมากมายมันระเบิดความโกรธของมันในทันที พลังความมืดหมุนวนไปทั่วบริเวณ พลังของมันมากพอที่ทำให้เกิดพายุขนาดใหญ่ขึ้นมาได้เลยทีเดียว

        “พวกเจ้าบังอาจมาสังหารลูกน้องของข้าข้าจะให้พวกเจ้าต้องชดใช้ในสิ่งที่พวกเจ้าทำ”

        พลังแห่งความมืดขยายออกไปเรื่อยๆ  มันเริ่มดูดอาวุธของกองกำลังเผ่ามนุษย์ไปอาวุธนับหมื่นชิ้นหมุนวนเป็นวงพายุใหญ่ เฟิ่งหยูใช้ปราณกระบี่ของเขาเข้าปะทะกับพลังแห่งความมืดที่มีอาวุธนับหมื่นอยู่ด้านในนั้นเมื่อพลังของอาวุธทั้งสองปะทะกัน เสียงระเบิดดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

        ตูม!!!

        ตูม!!!

        ตูม!!!

        แม่ทัพปีศาจตกตะลึงเป็นอย่างมากมันไม่คาดคิดว่าจะมีคนที่สามารถต้านทานพลังแห่งความมืดของมันได้ปราณกระบี่ที่มีเปลวเพลิงฟ้าสวรรค์หลอมรวมอยู่ด้วยเข้าปะทะคลื่นพลังแห่งความมืดของแม่ทัพปีศาจ อาวุธที่อยู่ในนั้นส่วนใหญ่เป็นอาวุธระดับเซียนเมื่อปะทะเข้ากับกระบี่ของเฟิ่งหยู อาวุธเหล่านั้นจึงเริ่มแหลกสลายไป

        พลังทั้งสองปะทะกันนานกว่าสิบห้านาทีพลังทั้งสองจึงค่อย ๆ สูญสลายหายไป เฟิ่งหยูรีบตบโอสถฟื้นฟูพลังปราณของเขาเข้าปากจำนวนสามเม็ดด้วยกัน ส่วนทางด้านแม่ทัพปีศาจมันกลับดูดเผ่าปีศาจที่เหลือทั้งหมดเข้าปากของมันพร้อมกับกลืนพวกมันทั้งเป็นพลังของมันจึงสามารถฟื้นฟูมาได้เหมือนเดิม

คล้ายกับเรื่องราชันย์สิบโลก ที่คุณอ่าน