กลุ่มของทิวรั่วซานนำร่างของเทียนฟางจนมาพบกับสถานที่แห่งหนึ่ง ในคราแรกพวกเขาเพียงแค่ได้ยินเสียงน้ำแว่วดังมาจากป่าลึกด้านใน ประกอบกับร่างกายที่เหนื่อยล้า พวกเขาจึงตัดสินใจเดินตามเสียงมา
จนในที่สุดก็ได้มาพบกับน้ำตกแห่งหนึ่ง มันเป็นน้ำตกที่มีความสวยงามเป็นอย่างมากละอองของหยาดน้ำที่ล่องลอยกระจายอยู่กลางอากาศยามสะท้อนกับแสงของดวงอาทิตย์พลันบังเกิดเป็นแสงสีรุ้งงดงามอย่างยิ่ง
หลังจากที่พวกเขาพักผ่อนอยู่ริมน้ำตกอยู่นานไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุบังเอิญหรืออย่างไร ฟงหยานที่ต้องการเข้าไปอยู่ใต้สายน้ำที่ตกลงมานั้น พลันเกิดลื่นล้มขึ้นมา อาจเป็นเพราะความเหน็ดเหนื่อยหรือตะไคร่น้ำที่เกาะอยู่ตามก้อนหิน
ร่างของฟงหยานพลาดล้มลงเข้ากระแทกกับสายน้ำที่ตกลงมา หากแต่ร่างกายนั้นไม่ได้ไปกระแทกเข้ากับหน้าผาหรือก้อนหินที่อยู่หลังน้ำตกอย่างที่คาดคิดไว้ทว่าของเขากลับหล่นร่วงเข้าไปภายในแทน
ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้พวกเขาได้รู้ว่าภายหลังม่านน้ำตกแห่งนี้ นั้นได้มีถ้ำแห่งหนึ่งซ่อนอยู่
"ไม่คาดคิดว่าคนบ้าอย่างฟงหยานจะทำให้เรารู้ว่าหลังน้ำตกนี้มีถ้ำอยู่"
เยี่ยซุนพูดขึ้นมาเมื่อเห็นว่าฟงหยานนั้นบัดนี้ได้โผล่หัวออกมาจากสายน้ำ ก่อนจะมองมาทางเขา
"ไม่ว่าจะดีหรือร้าย นั่นนับเป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยม ท่านประมุขน้อยในตอนนี้สมควรพักผ่อนอยู่ในที่ปลอดภัยที่สุด"
ทิวรั่วซานพูดขึ้นก่อนจะมองไปยังเทียนฟางที่นอนไม่ได้สติอยู่อย่างเศร้าสร้อย เขากำหมัดแน่น หากวันหนึ่งเขาแข็งแกร่งขึ้นมากกว่านี้ หากวันนั้นเขาไม่ได้บาดเจ็บไปเสียก่อน เขาย่อมไม่มีวันพลาดท่าให้กับคนโฉดพวกนั้น เขาสัญญาว่าจะต้องสังหารคนจากสำนักบัวหิมะให้หมดสิ้น
"ข้าน้อยว่าเรารีบพาท่านประมุขน้อยเข้าไปข้างในก่อนเถอะขอรับ"
เยี่ยซุนพูดขึ้นก่อนจะแบกร่างของเทียนฟางขึ้นมาไว้บนหลัง ทิวรั่วซานพยักหน้าก่อนจะเดินนำไปข้างหน้า เขาได้เดินลัดเลาะไปตามริมน้ำก่อนจะเร้นกายเข้าไปภายหลังของม่านน้ำตก
แม้จะมีน้ำตกกั้นเอาไว้ หากแต่ภายในไม่ได้มืดมิดอย่างที่พวกเขาคิด ภายในถ้ำยังพอมีแสงสว่างส่องมาอยู่ร่ำไร
หลังจากสำรวจพวกเขาพบว่าถ้ำแห่งนี้มีลักษณะเป็นรูปน้ำเต้า โดยมีทางเข้าเป็นม่านน้ำตก ตรงคอขวดนั้นกว้างพอให้ชายร่างยักษ์อย่างฟงหยานสองคนเดินทางไปได้เท่านั้นนับเป็นเสมือนด่านประตูธรรมชาติอย่างหนึ่งภายในมีขนาดที่กว้างกว่าข้างนอกมากมายนัก
พวกเขาตัดสินใจนำร่างของเทียนฟางไปไว้ด้านใน ก่อนจะใช้เวลาที่เหลือทั้งหมดจัดการเรื่องอื่นไม่ว่าจะเป็นการจัดหาที่นอนและฟืน พวกเขาสลับกันเฝ้ายามเพื่อให้อีกคนได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ จนในที่สุดเวลาก็ได้ล่วงเลยไปอีกสองวัน
แสงแดดสาดแสงสีทองเข้ามาภายในถ้ำจากช่องต่างๆ ที่ดูคดเคี้ยวบนเพดานและผนังถ้ำ ส่องกระทบกับร่างร่างหนึ่งที่บัดนี้นอนอยู่บนที่นอนที่ทำจากหนังของสัตว์อสูร
มือน้อยนั้นค่อยๆ สั่นไหวก่อนที่ดวงตาจะเริ่มกระพริบ ในที่สุดหลังจากล่วงเลยมาจนถึงวันที่หกวัน นับตั้งแต่ที่เทียนฟางต้องคมกระบี่ เทียนฟางก็ได้สติขึ้นมาในที่สุด
ในตอนนั้นเป็นฟงหยานที่เฝ้าดูอยู่ เมื่อเห็นว่าเทียนฟางได้สติขึ้นมาจึงตะโกนขึ้นด้วยเสียงดีใจ
"ท่านประมุขน้อย!!! ท่านประมุขน้อยฟื้นแล้ว หัวหน้า! เยี่ยซุน! ท่านประมุขน้อยฟื้นแล้ว!!! "
เสียงของฟงหยานที่ปกติก็นับว่าดังอยู่แล้ว วันนี้กลับกลายเป็นว่ายิ่งดังกว่าเดิมด้วยอารามตกใจ
เยี่ยซุนและทิวรั่วซาน เมื่อได้ยินดังนั้นต้องละทิ้งหน้าที่อยู่ในมือ ก่อนจะรีบวิ่งเข้ามายังตำแหน่งที่เทียนฟางอยู่
เมื่อเห็นว่าเพื่อนฟางลืมตาได้สติขึ้นมาพวกเขาต่างรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก เทียนฟางค่อยๆ ขยับตัวแม้จะมีความเจ็บปวดอยู่หลายส่วน แต่จากการที่ได้นอนพักมาหลายวันทำให้เขาสามารถลุกขึ้นนั่งได้แม้จะยากลำบากอยู่บ้างก็ตาม
"ที่นี่คือที่ใดกัน"
เทียนฟางเอ่ยถามขึ้น ความจริงเขายังสับสนอยู่หลายส่วน หลังจากนึกทบทวนเหตุการณ์ต่างๆ ความเจ็บปวดจากคมกระบี่ที่แผ่นหลังก็เด่นชัดขึ้นมา ร่างของเทียนฟางสะท้านน้อยๆ ด้วยความเจ็บปวด
"เรียนท่านประมุขน้อย หลังจากที่เราหลบนี้มาได้สามวัน บังเอิญได้พบกับที่แห่งนี้พวกเราจึงตัดสินใจใช้ที่นี่เป็นที่พักแรม ที่นี่เป็นถ้ำที่ซ่อนอยู่หลังม่านน้ำตกขอรับ"
ทิวรั่วซานเอ่ยกับเทียนฟาง ก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องราวต่างๆ ในวันที่ผ่านมาให้เทียนฟางได้ฟังทั้งหมด ฝ่ายเทียนฟางเมื่อรับรู้ว่าคนอื่นๆ ไม่เป็นอะไรก็สบายใจขึ้นมาอีกหลายส่วน
ในตอนนั้นเองจู่ๆ ทิวรั่วซาน เยี่ยซุน และฟงหยานต่างก้มลงคุกเข่าลงก่อนจะกล่าวว่า
"ข้าน้อยไร้ความสามารถ ไม่อาจปกป้องท่านประมุขน้อยได้ ทั้งยังทำให้ท่านประมุขน้อยได้รับบาดเจ็บ ความผิดครั้งนี้มิอาจงดเว้น ขอท่านประมุขน้อยลงโทษด้วย! ขอให้ท่านประมุขน้อยลงโทษด้วย! "
พวกมันต่างพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นมั่นคง ดวงตาของพวกมันแดงก่ำ น้ำตาที่กลั้นเอาไว้ต่างปริ่มอยู่ที่ขอบตาของพวกมัน คล้ายเป็นความอัดอั้นคับข้องใจที่เก็บไว้มาเนินนาน
"พวกเจ้าล้วนต้องได้รับโทษทัณฑ์!!! ....."
น้ำเสียงเยียบเย็นประดุจน้ำแข็งก้องออกมาจากภายในถ้ำ กลิ่นอายโลหิตอันเข้มข้นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ถึงขนาดที่เข้มข้นกว่าของเทียนฟางนับหมื่นนับพันเท่า!
เทียนฟางรีบหันไปมองยังผนังถ้ำที่มืดมิดด้านหลังก่อนจะรำพึงเสียงแผ่วเบาว่า
"ท่านอาจารย์"