ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่239 การแทรกแซง ของเยว่ชิงเซียน

    เยว่ชิงเซียนที่ดูอยู่ห่างๆ เมื่อนางสัมผัสถึงบางอย่างภายในเตาหลอมที่ระเบิดได้ ตัวนางถึงกับกำหมัดจนแน่น ไม่คิดว่าจะมีคนดินแดนเบื้องล่าง หยั่งรู้ เต๋า แห่งการสร้างขึ้นมาได้สำเร็จ



ในบรรดา เต๋า มีอยู่สองประเภทคือเต๋าแห่งการสร้าง และเต๋าแห่งการทำลาย ซึ่งมันยากมากที่จะได้เห็นเต๋าแห่งการสร้าง ภายในดินแดนเบื้องล่างแห่งนี้ ไม่คิดเด็กหนุ่มจะมีโชควาสนามากขนาดนี้ ถึงกับครอบครองเต๋าแห่งการสร้างไว้ในกำมือ



....ทันทีที่ ฝุ่นควันค่อยๆ จางหายไป ตัวของ ซูเซ่อ ถึงกับเบิกตากว้างอ้าปากค้าง เมื่อเห็นอี้เฉินยังมีชีวิตอยู่ ท่ามกลางเตาหลอมซากศพที่ระเบิดออก เขาไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่เห็น มองดูเด็กหนุ่มยืนเปลือยกายกลางฟ้าดิน กายาหลายๆ ส่วนส่องแสงสีทองขึ้นมาพร่างพราว ค่อยๆ สร้างกายเนื้อขึ้นมาทีละน้อย อักขระสีทองแน่นขนัดหมุนวนรอบกายา ดั่งเซียนลงมาจุติ ประตูวิถีทั้ง10ที่อยู่ด้านหลังของเขาขับเคลื่อนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จนกายาของเขาเกือบจะหายสนิทกลับมาสมบูรณ์ดั้งเดิมอีกครั้ง


"เจ้า เจ้า! เป็นไปได้อย่างไร หรือว่าเจ้าจะหยั่งรู้เต๋าแห่งการสร้างในยามนี้ได้สำเร็จ"



    อี้เฉินที่ยืนเปลือยกายอยู่กลางอากาศเขายกยิ้ม "ต้องขอบใจเจ้าที่กระตุ้นเต๋าของข้าขึ้นมา มันจึงทำให้ข้าสามารถหยั่งรู้เต๋าได้อย่างรวดเร็ว เต๋าที่ข้าเรียนรู้มันก็คือเต๋าแห่งการเกิดใหม่ ถึงข้าจะเสียปราณพลังไปมาก จากการสร้างสิ่งที่เสียหายก็ตาม แต่เหมือนว่าพลังของข้าเพิ่มพูนขึ้นกว่าแต่ก่อนอยู่ไม่น้อย"



ซูเซ่อ ถึงกับหน้ามืดทะมึน "เจ้าอย่าให้มันได้ใจไปที่เจ้าเรียนรู้มันเป็นเพียงเศษเสี้ยวของเต๋า บางส่วนเท่านั้นมันยังมีอะไรอีกมากที่เจ้าไม่ได้หยั่งรู้เพิ่มพูนมัน ....เช่นนั้นข้าจะฆ่าเจ้าจนกว่าเจ้าจะหมดปราณพลังเอง"



อี้เฉินส่ายหัว "หากเจ้าทำได้ก็ลองดู"



   ทันทีที่ ทั้งสองเอ่ยพูดหมดประโยค พวกเขาก็พุ่งใส่กันดั่งสายแสงปะทะกันหลายสิบกระบวนท่า ในไม่กี่เสี้ยววินาที

ซูเซ่อ เขาไม่ได้ใช้กายาต่อสู้กับอี้เฉินอีกต่อไป ตัวเขาระเบิดปราณพลังขับเคลื่อนเกาะป้องกันของเขาอย่างบ้าคลั่งสร้างร่างเงาซากศพขนาดใหญ่ออกมาโจมตีอี้เฉิน


เสียง"ตู้ม"ดังก้องฟ้า รอบๆ สั่นไหวไม่หยุด อากาศแตกร้าวเป็นทางยาว พื้นที่แห่งนี้ที่ไม่เสถียรอยู่แล้ว ยิ่งทำให้มิติฉีกขาด แตกร้าวมากขึ้นเรื่อยๆ

ซูเซ่อที่เห็นอี้เฉินเพียงใช้กำปั้นอัดปราณพลังก็สามารถหยุดโครงกระดูกชุดเกาะที่เขาสร้างขึ้นมา ทำให้เขาเริ่มรู้สึกหวั่นใจ ไม่คิดอยู่ๆ พลังกายาของเด็กหนุ่มจะเพิ่มพูนขึ้นมาสูงขนาดนี้



   แขนขา ที่อี้เฉินเตะต่อยออกไป หลายๆ ส่วนกลับกลายเป็นเน่าเปื่อยอีกครั้ง แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาของเขาอีกต่อไปตัวเขาสามารถใช้ปราณพลังสร้างกายาขึ้นมาใหม่ได้อีกครั้ง จึงไม่หวาดกลัวเต๋าของ ซูเซ่อ อีกต่อไป เหมือนอี้เฉินในยามนี้เป็นศัตรูโดยธรรมชาติของ ซูเซ่อ อย่างสมบูรณ์ เพราะอี้เฉินไม่มีผลกระทบต่อเต๋าแห่งการสูญสลายของเขาแม้แต่น้อย



อยู่ๆ ชุดเกาะที่ ซูเซ่อ สวมใส่มันก็เริ่มมีรอยแตกร้าว แม้แต่ชุดเกาะระดับเทพยังทนรับการโจมตีของหมัดของอี้เฉินไม่ไหว ซูเซ่อ เริ่มถอยหลังไปหลายสิบก้าว ปากเริ่มกระอักเลือดออกมาไม่หยุด เขาคำรามออกมาด้วยความไม่อยากเชื่อ "เจ้า เจ้า! เหตุใดกายเนื้อของเจ้าแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้" เหมือนว่าในยามนี้ กายาของอี้เฉินกลายสภาพเป็นกายาเซียนโบราณอย่างไรอย่างนั้น



อี้เฉินที่เห็น ซูเซ่อ เปิดช่องโหว่ เขาคำรามออกมาก้อง "เอาหมัดของข้าไปกินเสีย"



ตัวเขาขับเคลื่อนวิชามังกรทะยานนภา หายฉับพลันเข้าไปอยู่ด้านหน้าของ ซูเซ่อ ในพริบตา ก่อนจะง้างกำปั้นต่อยใส่ไปที่ชุดเกาะอย่างจัง หมัดนั้นอัดแน่นไปด้วยปราณพลังมากมหาศาล ที่อี้เฉินรวบรวมไว้เกือบ6ส่วนจากภายในร่างของเขา หมัดนั้นจึงเต็มไปด้วยพลังทำลายล้าง ส่องแสงสีแดงขึ้นมาพร่างพราว



เสียง"ตู้ม"ดังก้องฟ้า เกาะโครงกระดูกที่ ซูเซ่อ สวมใส่ถึงกับแตกร้าวเป็นทางยาว ช่วงกลางหน้าอกที่โดนหมัดเข้าไปถึงกับพังทลายเป็นรูใหญ่ จนหน้าอกของซูเซ่อ เป็นหลุมยุบใหญ่พ้นเลือดออกมาเป็นสาย รอยกระเด็นตกพื้นเบื้องล่างไปอย่างรวดเร็ว



ซูเซ่อ คำรามออกมาด้วยความแค้นเคือง เมื่อเห็นใบหน้าเด็กหนุ่มมีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมา "เจ้า เจ้า!"



   หากเขาตกลงไปยังพื้นเบื้องล่างได้ตกไปในรอยแตกร้าว ร่างกายของเขาได้ถูกแรงกดดันฟ้าดินบีบอัดจนเละเป็นแน่ ไม่คิดเด็กหนุ่มจะใช้วิธีนี้จัดการตัวเขาลง เขาพยายามขัดขืนแต่ก็ไร้ผล เขาไม่สามารถหยุดแรงหมัดที่อี้เฉินโจมตีมาได้แม้แต่น้อย ร่างค่อยๆ ร่วงลงไปภายในรอยแตกร้าวช้าๆ ดวงตามองมาที่อี้เฉินด้วยความแค้นเคือง ไม่คิดเด็กหนุ่มจะเล็งการโจมตีเช่นนี้เอาไว้ มันแทบไม่ต่างอะไรกับส่งเขาลงไปภายในกับดักเลย



....ไม่ไกลมากนักเมื่อเยว่ชิงเซียนเห็นว่า ซูเซ่อ กำลังจะเพลี่ยงพล้ำพลาดท่าให้กับเด็กหนุ่ม นางส่ายหัวออกมาน้อยๆ ไม่คิดคนดินแดนเบื้องล่างจะสามารถจัดการจอมยุทธดินแดนเบื้องบนได้ แถม ซูเซ่อ ผู้นั้นก็เป็นถึงศิษย์เอกของศาลาซากศพ ก่อนนางจะระเบิดปราณพลังขึ้นมา สำแดงเต๋าแห่งการสร้างขึ้นมาในทันใด ด้านหลังของนางสร้างดวงจันทร์ขนาดใหญ่ขึ้นมาก่อน จะมีแสงจากดวงจันทร์สาดส่องไปที่ร่างของ ซูเซ่อ ก่อนแสงนั้นมันจะดึงดูดร่างนั้นของ ซูเซ่อ ขึ้นมาจากรอยแตกร้าว นั้น



อี้เฉินที่เห็นใบหน้าของหญิงสาวที่เหมือนเยว่ฉาน ตัวเขาถึงกับหนังตากระตุก ไม่คิดคนผู้นี้จะเข้ามาแทรกแซงการต่อสู้ของเขา ตัวเขาถึงกับหน้ามืดทะมึนเหมือนนางจะดูร้ายกาจกว่า ซูเซ่อ อยู่ไม่น้อย แถมตัวเขายังสูญเสียปราณพลังไปมาก ยากที่จะต่อกรกับนางในยามนี้ได้



ซูเซ่อ ยกมือคำนับไปที่ หญิงสาวที่อยู่เบื้องหน้า "ขอบคุณ สตรีศักดิ์สิทธิ์ เยว่ชิงเซียนที่ยื่นมือเข้ามาช่วย" ก่อนเขาจะกวาดสายตามาที่อี้เฉินมองดูอี้เฉินราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ดวงตาแดงก่ำราวเลือดเดือดดาลเป็นอย่างมาก



เยว่ชิงเซียนนางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา "เจ้าจงไปเสียเด็กหนุ่มคนนี้ ข้าจะจัดการเขาเอง อีกไม่ช้าพวกเราก็จะไปจากที่นี่แล้ว หากมีอะไรที่เจ้ายังไม่ได้ทำจงไปทำเสีย"


"แต่สิ่งที่ข้าต้องการในยามนี้ก็คือ"



    ไม่ทันที่ซูเซ่อ จะเอ่ยหมดประโยค เยว่ชิงเซียนนางก็ถลึงตามองไปที่ ซูเซ่อ ด้วยความเดือดดาล หากซูเซ่อ ยังไม่ฟังคำที่นางพูด เป็นไปได้ที่เขาอาจได้ต่อสู้แตกหักกับ สตรีศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่เบื้องหน้าก็เป็นได้ เขาจึงยอมถอยแต่โดยดี ไม่เอ่ยพูดคำใดออกมาอีกต่อไป



ซูเซ่อถอนหายใจยาวออกมา"ข้าเข้าใจแล้ว" ก่อนเขาจะจากไปหันหางตามองมาที่อี้เฉินด้วยความดูถูกดูแคลน แล้วบินทะยานจากไปจากที่นี่ในทันที ถึงอย่างไรเด็กหนุ่มก็ไม่น่าจะรอดเงื้อมมือของ สตรีศักดิ์สิทธิ์ ไปได้เป็นแน่



อี้เฉินที่เห็น หญิงสาวที่เขาเคยต่อสู้ ดวงตาของเขาฉายแววหวาดหวั่นขึ้นมาเล็กๆ มองมือของนางที่ถือกระบี่หยกไว้ในมืออย่างไม่วางตา ด้านหลังของนางเองก็มีดวงจันทร์ดวงใหญ่ลอยเด่นอยู่ที่หลังของนางพร้อมที่จะต่อสู้



แต่ในทันใดที่นางเอ่ยพูดขึ้นมาก็ทำให้อี้เฉินหน้าแดงขึ้นมาเล็กๆ "เจ้าไม่คิดจะสวมใส่เสื้อผ้าก่อนงั้นหรือเมื่ออยู่ต่อหน้าตัวข้า"



อี้เฉินส่ายหัว "ข้าไม่เหลือชุดสำรองให้สวมใส่อีกต่อไป ..เจ้าต้องการอะไรพูดมา หรือเจ้าเองก็คิดจะฆ่าสังหาร ตัวข้าลง"



เยว่ชิงเซียน นางส่ายหัวน้อยๆ ก่อนจะโบกมือใช้ปราณพลังสร้างชุดออกมาให้อี้เฉินสวมใส่ "ข้าไม่คิดที่จะฆ่าสังหาร เจ้าในยามนี้ข้าเองก็อยากรู้ว่าตัวเจ้าจะดิ้นรนไปยังดินแดนเบื้องบนได้หรือไม่ อีกไม่ช้าดินแดนแห่งนี้จะไร้การฝึกฝนอีกต่อไป แถมทั้งสองโลกก็จะถูกปิดกั้นยากที่จะข้ามผ่านไปยังอีกโลกหนึ่งได้"



   ระหว่างที่อี้เฉินกวาดตามองดูชุดที่นางใช้ปราณพลังสร้างขึ้นมาให้เขาสวมใส่ มันก็ทำให้อี้เฉินประหลาดใจเป็นอย่างมากไม่คิดคนดินแดนเบื้องบนจะสามารถทำเช่นนี้ได้ ถึงชุดที่นางสร้างขึ้นจะดูธรรมดาแต่มันก็ใส่สบายเป็นอย่างมาก ราวกับไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้าอย่างไรอย่างนั้น แต่เมื่ออี้เฉินได้ยินคำพูดของนางก็ทำให้ ตัวเขาถึงกับหนังตากระตุกเล็กๆ หากเป็นอย่างที่นางบอกกล่าวจริงๆ ตัวเขาได้ลำบากเป็นแน่ ไหนจะเรื่องที่ชิงหลันฝากฝังไว้อีก แต่เขาก็ยังจำมันได้ดี ภายใต้น้ำตก ภายในสำนักเซียนมีประตูลับประตูหนึ่งอยู่ ประตูบานนั้นอาจจะพาเขาขึ้นไปดินแดนเบื้องบนก็เป็นได้

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน