บทที่ 16 นายน้อยหกกู้หาภรรยาไม่เจอ กำลังอารมณ์ไม่ดีสุด ๆ
ทุกคนพากันเงียบ “…”
สาวน้อยคนนี้สมองป่วยสุด ๆ!
เพียงเพราะเห็นแก่อาหารค่ำอันเป็ที่รักของเธอ โม่เชียนถึงกับกล้าพูดจาไร้สาระ กล่าวพาดพิงถึง์เชียวเรอะ!
ต่อให้จะมีความเก่งกาจมากมายแค่ไหน การหยุดยั้งภัยพิบัติทางธรรมชาติก็เป็สิ่งที่ยากเกินจะพยายาม
เฉียวเหอขมวดคิ้ว ชีวิตของผู้คนกำลังตกอยู่ในอันตราย มันจึงเป็ที่แน่นอนว่านี่ไม่ใช่เื่เล็ก ๆ น้อย ๆ ใครเขาจะเชื่อเื่ไร้สาระของโม่เชียนได้สนิทใจกัน?
ต่อให้จะใจกล้าบ้าบิ่นมาจากไหน สุดท้ายเขาก็ยังต้องระมัดระวังตัวเองอยู่ดี
“เยี่ยเฟย ไปตรวจสอบสถานการณ์ ไม่ว่าจะมีสัญญาใด ๆ ส่งมาให้เริ่มอพยพทันที”
“ครับ! ”
เยี่ยเฟยตอบรับ จากนั้นจึงวิ่งออกไปจากคฤหาสน์พร้อมบอดี้การ์ดสองคน
ปากของโม่เชียนยังคงกินอาหารต่อไปอย่างสบายใจเฉิบ ไม่ได้แยแสต่อความไม่ไว้วางใจของทุกคนแต่อย่างใด ส่วนเสี่ยวเฮย มันปีนขึ้นมายังกึ่งกลางของเก้าอี้ พร้อมลงมือแทะเล็มขนมปังที่อยู่เบื้องหน้ามัน
สำหรับคนอื่น ๆ พวกเขาอยู่ในสถานะเตรียมพร้อม ผิดกับหญิงสาวคนนี้และแมวตัวนั้น
ในเวลานั้น พลันเกิดเสียงของประตูที่ถูกเปิดออกตรงด้านนอกคฤหาสน์ แว่วสำเนียงของมนุษย์มากมายส่อถึงความวุ่นวาย พ่วงแฝงประกอบกับเจตนาคล้าย้าแทรกเข้ามาเพื่อก่อปัญหา จากนั้นจึงตามมาด้วยเสียงกริ่งดังก้องคลอไปกับเสียงฟ้าร้องอย่างไม่ทันตั้งตัว
มีคนเตะประตู เปิดมันออกและะโสุดเสียงว่า
“หมอเฉิน หมอหลี่ ลงมาชั้นล่างที!”
ในเวลานี้พวกแพทย์ได้ไปอยู่ชั้นล่างกันจนหมดแล้ว ทันทีที่ได้ยินเสียงเรียก พวกเขาจึงรีบลุกขึ้นและเดินไปดู
พวกเขาเห็นผู้าเ็สองคนจึงรีบทำการปฐมพยาบาล ศีรษะของคนหนึ่งเต็มไปด้วยเื และผ้าสีขาวที่ใช้ปิดแผลถูกย้อมไปด้วยโลหิตจนแทบมองหาสีขาวเดิมของมันไม่เจอ
อีกคนหนึ่งาเ็ที่ขา ต้องะโเขย่งข้างที่ยังใช้งานได้เข้ามาพร้อมใช้คนอีกสองคอยช่วยพยุง ทิ้งคราบเืยาวไว้ตามทางเดิน
บรรดาแพทย์เห็นดังนั้นก็รีบเข้าช่วยเหลือ
“รักษาาแของนายน้อยหกก่อน” บอดี้การ์ดปัดมือของแพทย์ออก จากนั้นก็โบกมือให้พวกเขาไปดูแลนายน้อยที่อยู่ข้างหลังตนเองแทน
กู้ไป๋เหยี่ยไม่ได้าเ็สาหัส ใบหน้าของเขามีคราบสกปรกสีดำและสีเทาเปรอะเปื้อน บนหน้าผากมีรอยขีดข่วนอยู่เล็กน้อย
เมื่อกู้ไป๋เหยี่ยเห็นแพทย์ เขาก็เดินจากไปแล้วพูด “ไม่ต้องห่วงฉัน”
เขาเดินเข้าไปในห้องด้วยใบหน้าหม่นมืด
โชคดีที่ทีมแพทย์มีสมาชิกอยู่หลายคน แพทย์จำนวน 4 คนจึงรับหน้าที่พาบอดี้การ์ดซึ่งได้รับาเ็สาหัสทั้งสองเข้าไปในห้อง โดยเหลือหนึ่งคนไว้คอยทำแผลที่หน้าผากของกู้ไป๋เหยี่ย
เฉียวเหอนั่งอยู่บนเก้าอี้เอนกายพร้อมโยกตัวช้า ๆ สายตาเหลือบมองกู้ไป๋เหยี่ยอย่างเฉยเมย “ดูสิ ดูท่า์จะลงโทษสำหรับสิ่งเลวร้ายที่คุณเพิ่งทำลงไปเมื่อวานนี้”
“เวรเอ้ย! ” กู้ไป๋เหยี่ยสบถแช่ง กลอกตาไปทางเฉียวเหอ “อย่ามากวนอารมณ์ฉันตอนนี้จะได้ไหมฮะ! ”
กู้ไป๋เหยี่ยและคนอื่น ๆ เพิ่งพบเจอกับเื่ยากลำบากมาในวันนี้ พวกเขาพยายามค้นหาไปทั่วหมู่บ้านต้าต้าว แต่กลับยังไม่พบฝูเสวี่ยเลย ในขากลับ รถของพวกเขาติดอยู่บนถนน และไม่สามารถขยับได้แม้แต่นิดเดียว
เพื่อกลับมา พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องลงมาเดินเท้าบนถนน แต่ผลในลำดับถัดจากเดินไปได้ครึ่งทาง ถนนบนูเาใต้ฝ่าเท้าของพวกเขาก็พังทลายลง กู้ไป๋เหยี่ยและบอดี้การ์ดสองคนที่อยู่ข้าง ๆ เกือบกลิ้งหล่นลงจากูเา
โชคดีที่คนอื่น ๆ มีปฏิกิริยาตอบสนองที่รวดเร็ว จึงสามารถเอื้อมคว้าพวกเขาเอาไว้ได้
ท้ายที่สุดทั้งหมดจึงสามารถเอาชีวิตรอดกลับมาได้อย่างครบถ้วนทุกชีวิต
กู้ไป๋เหยี่ยโกรธมาก นอกจากจะไม่พบฝูเสวี่ยที่กำลังตามหากแล้ว พวกเขายังได้รับาเ็อีกต่างหาก แถมไอ้ฝนเวรนี่ยังตกหนักทั้งคืน
เขาเตะโต๊ะข้างโซฟาด้วยความโกรธ ส่งผลให้แจกันกระเบื้องเคลือบ้าล้มลงกับพื้น ก่อนแตกเป็ชิ้น ๆ
แค่นี้ยังไม่สามารถคลายความโมโหในใจของเขาได้เลย กู้ไป๋เหยี่ย้าหาที่ระบายอื่นอีก
เมื่อเยี่ยเฟยเห็นเช่นนี้ก็ก้าวไปข้างหน้าและหยุดกู้ไป๋เหยี่ยทันที “นายน้อยหกกู้ ที่นี่คือตระกูลเฉียว โปรดรักษามารยาทด้วย! ”
กู้ไป๋เหยี่ยหรี่ตาลง ความอดทนบนสีหน้าของเขาคล้ายลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ
“ไสหัวไปซะ”
เฉียวเหอนั่งลงที่เก้าอี้ด้านหลัง เล่นกับสายสร้อยลูกประคำในมือ สีหน้าดูสบาย ๆ ไม่เดือดร้อนหรือแสดงท่าทีไม่พอใจใด ๆ ออกไป
“ถอยออกไปเยี่ยเฟย นายน้อยหกกู้ยังตามหาภรรยาของเขาไม่เจอ อารมณ์คงไม่ใคร่สดใสนัก ถ้าเขาอยากจะทำลายข้าวของอะไรเพิ่มเติมก็ปล่อยเขาทำไปตามใจอยาก นายน้อยหกกู้เป็คนกระเป๋าหนักอยู่แล้ว ในท้ายที่สุด เขาก็จะต้องชดใช้ค่าเสียหายและคืนผลกำไรทั้งหมดให้แก่ครอบครัวของเรา”
เยี่ยเฟยพยักหน้ารับคำสั่ง ก่อนจะหันไปยิ้มเยาะเย้ย
กู้ไป๋เหยี่ยมองเฉียวเหอพร้อมกัดฟัน นึกอยากจะเตะอีกฝ่ายสักป้าบ
ไอ้ผีอายุสั้นนี่ ในสมองมีแต่เื่ชั่ว ๆ ใจจริงคงอยากจะให้เขาเตะข้าวของ เพื่อที่จะได้คิดค่าเสียหายบวกไปอีกเป็สิบเท่าจากราคาเดิมด้วยสารพัดเหตุผลประหลาด ๆ ล่ะสิ!
ในบรรดาคนตระกูลเฉียวทั้งหมด เฉียวเหอคนนี้คือคนที่ตระกูลอื่นอยากเข้ามาข้องแวะทำธุรกิจด้วยน้อยที่สุด เพราะชายคนนี้เต็มไปด้วยกลเม็ดวิธีแบล็กเมล์ผู้อื่นสารพัด
จำนวนเงินที่ไอ้เวรคนนี้ขูดมาจากเืเนื้อคนอื่น น่าจะสูงกว่าปริมาณสมบัติทั้งหมดที่ตระกูลเฉียวมีเสียอีก!
กู้ไป๋เหยี่ยกลั้นลมหายใจ เกิดเป็อาการกลืนไม่เข้า คายก็ไม่ออก กระนั้นในขณะเดียวกัน เขาก็ฝืนอดทนต่อมันไม่ไหวเช่นกัน
ทว่าบนโลกนี้มักมีคนประเภทที่ชอบเดินมาเข้าหาปากกระบอกปืนด้วยตัวเองเสมอ!
เขาหันไปเห็นโม่เชียนที่เพิ่งกินอิ่ม กำลังอุ้มเสี่ยวเฮยกับทองไว้ในอ้อมแขน จากนั้นจึงเดินช้า ๆ มาหยุดตรงหน้าเขา ก่อนเอียงศีรษะไปมา โยกมองจากทางด้านซ้าย แล้วค่อยย้ายไปพิจารณาทางฝั่งขวา
หลังจากนั้นไม่นานเธอก็พูดว่า “อยากซื้อยาแก้ปวดหรือเปล่า? เอาทอง 1 กรัมมาจ่ายได้นะ”
กู้ไป๋เหยี่ยรู้สึกพูดไม่ออก “...”
ความโกรธในท้องของชายหนุ่มถูกจุดให้ปะทุะเิขึ้นมาอีกครั้ง เขาชี้หน้า แทบจิ้มเข้าไปที่จมูกของโม่เชียนด้วยอารามอยากสาปแช่ง แต่ในจังหวะคำพูดกำลังจะพุ่งออกจากปาก เขากลับจำต้องกลืนมันลงถิ่นกำเนิดไป
ทำไมใบหน้านี้ถึงได้ดูเหมือนแม่ของฉันนักวะ?
ดูคล้ายคลึงกันสุด ๆ
ความเหมือนนี้ทำให้ชายหนุ่มรู้สึก ว่าหากตัวเองปริปากบริภาษสาวน้อยตรงหน้า มันก็ไม่ต่างอะไรไปจากการตำหนิบุพพการี หรือก็คือมารดาผู้ให้กำเนิดของตนเอง ซึ่งนั่นนับเป็ความล่วงเกินที่ชายหนุ่มไม่สามารถให้อภัยตัวเองได้
กู้ไป๋เหยี่ยชี้นิ้วอยู่อย่างนั้นเป็เวลานาน ก่อนจะชักมือกลับอย่างหงุดหงิด
เขากรีดร้องออกมาเพื่อระบายความโกรธเกรี้ยว เสียงนั้นดังฟังชัดจนมันทะลุลอดผ่านบานประตูที่กั้นห้องไว้ออกไป
ยิ่งคิดถึงเหตุการณ์แผ่นดินถล่มที่แสนอันตราย กู้ไป๋เหยี่ยยิ่งรู้สึกเหมือนกำลังมีมีดมาจ่อที่คอของตนเองอยู่
โชคดีที่ครั้งนี้รวมตัวไปกันหลายคน แถมสุดท้ายยังสามารถกลับมาได้อย่างปลอดภัย แต่ฝูเสวี่ยกำลังถูกทิ้งไว้เพียงลำพัง ต้องอยู่ตัวคนเดียวบนูเา ถ้าเกิดว่าเธอ...
กู้ไป๋เหยี่ยไม่กล้าคิดจินตนาการไปไกลเกินกว่านี้
เขาไม่อยากรั้งรออีกต่อไปแล้ว
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง กู้ไป๋เหยี่ยก็กัดฟันกราม พร้อมหันสายตาไปมองยังโม่เชียน
ผู้หญิงคนนี้… ต่อให้เธอจะไร้สมองตรรกะพินาศ แต่เธอก็ยังพอมีวิธีการอันสุดจะเหนือจริงพอเหลืออยู่บ้าง…