500 ปีต่อมาหลังจากยุคของ เลาห์คอนดูร์ซา
ยุคที่จอมปราชญ์ ทั้ง13 ได้ล้มตายลงไปหมดแล้ว ด้วยน้ำมือของราชาปีศาจกิออส เหลือไว้เพียง จอมปราชญ์ คายะ เพียงผู้เดียว แต่เธอ ก็รอดมาได้ ทว่า ทั้งกำลังฝีมือ และพลังเวทย์ ของเธอ ก็เสื่อมถอยไม่ต่างจากคนธรรมดา ซึ่งทางอาณาจักร คลาวแลนด์ ต้องการหาคนมาแทนที่เธอ
วันหนึ่ง เลาห์คอน เวเนียส ก็ได้รับรายงานว่า ทางภาคตะวันออกของประเทศ ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล ทำให้พื้นดินแตกระแหง ข้าวยากมากแพง อีกทั้งภัยแล้งนี้ ได้สร้างโรคระบาด และความตาย มาสู่ประชาชนอีกด้วย
พระองค์ จึงทรงดำริ ให้ จอมเวทย์ ชั้นกลาง และจอมเวทย์ชั้นสูงกว่าพันคนไปทำพิธีขอฝน โดยพาองค์ชายน้อยไปด้วย ซึ่งตอนนั้น องค์ชายน้อยมีอายุได้ 10 ขวบเท่านั้น และไม่เคยรู้ว่าความลำบากทุกข์ยากเป็น อย่างไร
ใต้แสงตะวันอันร้อนแรง ท่ามกลางไอร้อนที่แผ่กระจาย จอมเวทในชุดคลุมสีขาว ก็ได้ทำประรำพิธีขึ้น และเริ่มร่ายมนต์
ไม่นานหลังจากนั้น ก็มีเมฆ ครึ้มฟ้าครึ้มฝนขึ้นมา อากาศอันร้อนระอุเปลี่ยนเป็นเย็นสดชื่น สายลมกรรโชกแรงพัดพาเอากลิ่นความชื้นมากระทบจมูก
และไม่นานหลังจากนั้น ฝนก็ตกลงมา เสียงโห่ร้องแสดงความดีใจของประชาชนดังกระหึ่ม ไปทั่วทั้งประรำพิธีนั้น ยังความดีใจมาสู่ เลาห์คอน เวเนียสเป็นอันมาก
" น่าทึ่งไหมลูก " เลาห์คอน เวเนียสกล่าว
" น่าทึ่งมากท่านพ่อ " และหลังจากนั้น องค์ชายน้อยก็ได้ ลุ่มหลงในเวทย์มนต์
8 ปีต่อมา.......
เมื่อเวลาผ่านไป ความลุ่มหลงในเวทย์มนของ องค์ชายน้อยก็มีมากขึ้น เมื่อพระบิดาถึงแก่กรรม องค์ชายน้อยในวัย 18 ปี ก็ได้ขึ้นครองราชย์ เป็น เลาห์คอน ทรงพระนามว่า เลาห์คอน เวก้า
พระองค์ ทรงเป่าประกาศให้จอมเวทย์ ทั่วแผ่นดิน มาพักอาศัย ที่ในพระราชวัง ซึ่งยังความยินดี มาให้กับจอมเวทย์ทั่วแผ่นดิน
และ1 ในผู้เดินทางมานั้น คือ จอมปราชญ์ อาร็อค
ในสายตาของ เลาห์คอนเวก้า จอมปราชญ์ อาร็อค ช่างเป็นผู้สง่างามยิ่งนัก และเพราะจอมปราชญ์ อาร็อคเป็นผู้ทรงฤทธิ์ เหนือกว่าเหล่า จอมเวทคนอื่นๆ ทำให้เขามีอำนาจมากกว่าผู้ใช้เวททุกคน
เมื่อจอมปราชญ์ อาร็อค ปรากฏกายใน มหาพระราชวัง เขาก็เริ่มแผนร้ายที่จะยึดอำนาจของ เลาห์คอน เวก้าทันที
โดยเขาได้ไปเยือนจอมเวทย์ ทีละคน สองคน และใช้เวทย์สะกดจิตเหล่าผู้ใช้เวทย์ ให้คล้อยตามเขา จนไม่มีใครกล้า มาหาเรื่องกับเขา แถมยังกลายมาเป็นลูกน้องของ จอมปราชญ์ อาร็อคอีก และเขาคิดการใหญ่ โดยคิดจะใช้เวทย์ เพื่อควบคุมจิตใจ เลาห์คอน เวก้า เลยทีเดียว
หลังจากนั้น 1ปี แผนการยึดอำนาจ จาก เลาห์คอน เวก้าก็ได้ลุล่วง
จอมปราชญ์ อาร็อค ได้ถูกแต่งตั้งเป็นผู้สำเร็จราชการ และควบคุมอำนาจสูงสุด เขาเริ่มปลด ขุนนางต่างๆ และเอาผู้ใช้เวท เข้าแทนตำแหน่ง ตอนนั้นเอง ทุกๆคนก็รู้แล้วว่า เลาห์คอน เวก้า เป็นได้แค่หุ่นย์เชิดของ จอมปราชญ์ อาร็อค เท่านั้น
เหล่าบรรดาจอมเวทย์ ได้รีดนาทาเร้น ทรัพย์สินจากอาณาประชาราษฎร์ ครั้งแล้วครั้งเล่าสร้างความเดือดร้อนไปทั่วอาณาจักร ทั้งการขึ้น ภาษี ค่าเช่าต่างๆ ทำให้ประชาชนเดือดร้อน
ซึ่งในขณะนั้น จอมปราชญ์ คายะได้ปลีกวิเวก ไปบำเพ็ญตบะที่ภูเขาและป่าไม้แห่งหนึ่ง เพื่อฟื้นฟู ฤทธิ์ เวทย์มนต์ของตนทำให้ไม่ทราบเรื่อง จนเหตุการณ์ลุกลามบานปลายไป
จอมปราชญ์ อาร็อค ต้องการสร้าง อนุสรณ์ของตนที่ยิ่งใหญ่กว่าพระบรมมหาราชวัง เนื่องจากเขาเป็นผู้ทรงฤทธิ์ เหนือ ผู้ใช้เวททั่วไป
ทำให้ ชายหนุ่มวัยฉกรร ทั่วประเทศถูกเกณฑ์ มาสร้างอนุสรณ์นี้ ด้วยผลจากการเกณฑ์ คนจำนวนมากมาสร้าง อนุสรณ์ที่ยิ่งใหญ่ ทำให้ ท้องนาไร้ผู้ทำนา ที่นาถูกทิ้งร้าง ไร้ผู้คนทำให้ข้าวยากหมากแพง จนกระทั่งวันหนึ่ง ภัยแล้งก็ หวนกลับมาอีกครั้ง
ทำให้เกิดโรคระบาด และความตายกระจายไปทั่ว ซึ่ง จอมปราชญ์อาร็อค และเหล่าจอมเวทหาได้สนใจจะปัดเป่า ภัยพิบัติเหล่านี้ ไม่
สร้างความไม่พอใจให้กับคนทั่วแผ่นดิน ประชาชนรวมตัวกัน ก่อกบฏ ต่อราชสำนัก
จอมปราชญ์ อาร็อค ส่งกำลังไปปราบ แต่เหล่าทหารกลับ แปรพักต์ ไปเข้ากับกลุ่มกบฏ
และสถานการณ์เกินเยียวยาแล้ว จอมปราชญ์ อาร็อค และผู้ใช้เวทย์ชั้นสูง จึงได้หนีไป
เหลือไว้แต่เหล่าผุ้ใช้เวทย์ ระดับล่าง ที่ต้องล้มตายจากการถูกกลุ่มกบฏฆ่า และเรื่องลุกลามไป เหมือนไฟไหม้ฟืน เหล่ากลุ่มกบฏ ไล่ฆ่าผู้ใช้เวทย์ ไม่เว้น แม้แต่ เด็ก ผู้หญิง คนแก่.....
ซึ่งตอนนั้น จอมปราชญ์ คายะได้ออกจากป่าและทราบเรื่องนี้ เนื่องจากจอมปราชญ์ คายะเป็นที่นับถือของราษฏร จอมปราชญ์ คายะ จึงยอมรับภารกิจ ไปสังหาร จอมปราชญ์ อาร็อคและพวก เพื่อจะสำเร็จโทษที่จอมปราชญ์ อาร็อคทำกับ เลาห์คอนเวก้า และเหล่าราษฏร์ เพื่อยุติการฆ่าเหล่าจอมเวทย์ทั่วทั้งแผ่นดิน
และภารกิจตามล่าก็ได้เริ่มต้นขึ้น
" เซน ขอให้เป็นกำลังใจให้กับข้าด้วย "
หลายปีผ่านไป........
จอมปราชญ์ คายะ ได้ตามไล่ล่าจอมปราชญ์ อาร็อคไปจนถึงทวีปปีศาจ และการต่อสู้ของเขาทั้งสองก็ได้เริ่มขึ้น
ตูม ตูม ตูม
ฟ้าว เปรี้ยง......
เวทย์มนต์บทแล้วบทเล่าได้ถูกปล่อยออกมา จอมปราชญ์ คายะ เคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็ว โจมตีจอมปราชญ์อาร็อค
" ข้ารึ อุตส่าห์ หนีมาถึงทวีปปีศาจแล้วทั้งที ทำไมเจ้าไม่ปล่อยข้าไป " จอมปราชญ์ อาร็อคกล่าว
" เจ้าต้องถูกนำตัวไปสำเร็จโทษ " จอมปราชญ์ คายะไม่พูดพร่ำทำเพลง ปล่อยเวท รวดเดียว 20 บท ทำให้จอมปราชญ์ อาร็อคต้านรับมือไม่ทัน
จอมปราชญ์ อาร็อค ประสานมือ กับ จอมปราชญ์ คายะ แต่ก็ถูก รัศมีเวทย์ สีเขียวกดดันมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดตัวเขาก็ได้กลายเป็นต้นไม้ จอมปราชญ์ อาร็อค ต้องตกใจอย่างยิ่งที่ จอมปราชญ์ คายะมีพลังเหนือกว่าเขามาก
ที่แท้แล้ว จอมปราชญ์ คายะ ได้ กิน สรีระ ธาตุของ มหาปราชญ์เซน เข้าไป เพื่อฟื้นฟูพลังเวทย์ หลายปีมานี่ จอมปราชญ์คายะ ออมแรงมาตลอด ไม่ใช้พลังเวทย์เลย
วันหนึ่งพลังเวทย์ของ จอมปราชญ์ คายะก็ฟื้นฟู ปรากฏ รัศมีสีเขียวชอุ่ม และมีพลังแรงกล้ากว่ากาลก่อนมาก ที่แท้แล้ว สรีระ ธาตุของ มหาปราชญ์ เซนก็ เป็นอาติแฟกซ์ แรร์ หายาก ระดับ เวิร์ลไอเท็ม ชิ้นหนึ่ง ที่ใช้เพิ่มพลังให้กับผู้กินได้
จอมปราชญ์ คายะ ได้ทำการสังหาร จอมปราชญ์ อาร็อค และนำหัวของเขากลับมา ที่อาณาจักร คลาวแลนด์ อีกครั้ง
ทว่า........
ตอนนี้ ความปั่นป่วนในมหาอาณาจักร คลาวด์แลนด์ ทำให้เกิด สงคราม โรคระบาดและ ความตายมากมาย จนอาณาจักรแตกออกเป็นสามอาณาจักร คือ อาณาจักร ออโดนอส อาณาจักร โปปุรอน และ อาณาจักร รีไธน์ ต่อสู้กันไปมา และนี่ คือเหตุผลที่มหาอาณาจักรคลาวด์แลนด์ ล่มสลาย........จบ
****
ตอนพิเศษ ศึกสงครามของอาณาจักรคลาวแลนด์
จอมปราชญ์ เอดินร่า จอมปราชญ์สาว ผู้มีผมสีทอง ดวงตาสีฟ้า ผิวงามดุจหยดน้ำ หน้าตาสะสลวยราวกับ นางฟ้าบนสวรรค์ ผู้มีฉายาว่า อควาริเน่ ได้ติดตาม 13 จอมปราชญ์ ไปช่วยเหลือ อาณาจักร โฮลี่ รีไธน์
เรื่องของเรื่อง คือ อาณาจักรโฮลี่ รีไธน์ ถูกโจมตีโดยพวกปีศาจ เดมิลิซาร์จ ปกติพวก เดมิ ลิซาร์ด แต่ละเผ่าจะไม่ช่วยเหลือกัน ทำให้การโจมตีไม่รุนแรงถึงเพียงนี้
ทว่า........
การกำเนิดของ จอมมาร ฟลาก้า ทำให้พวก เดมิลิซาร์จแต่ละเผ่ามีผู้นำคนเดียวกัน และแต่ละเผ่าสามารถร่วมมือกันได้ พวกเดมิ ลิซาร์จ ได้เข้าโจมตี อาณาจักร โฮลี่ รีไธน์ อันเรืองรอง
" ต้านไว้ ทหาร อีกไม่นาน 13 จอมปราชญ์ แห่งคลาวด์แลนด์ ก็จะมาช่วยแล้ว " นายทหารเฒ่าคนหนึ่ง กล่าวให้กำลังใจทุกคน
พวก เดมิลิซาร์จ ต่างผูก ผู้หญิง เด็ก และคนแก่ไว้ที่ตัว พวกมันเรียก พวกเธอ ว่า โล่มนุษย์ ทำให้ทหารของ อาณาจักร โฮลี่ รีไธน์ ไม่กล้ายิงธนู และราดน้ำมันเพลิง พวกมันต่างพากัน ปีนกำแพงเมือง มุ่งหน้ามาที่ สันกำแพงเมืองอย่างรวดเร็ว
ตูม ตูม ตูม
อาคคคคคคคคคคค
พวกมันยิงแสงระเบิดเพลิงใส่ทหารของ อาณาจักรโฮลี่ รีไธน์ ตายอย่างมากมาย จน นายทหารเฒ่าต้องหลั่งน้ำตาอย่างสิ้นหวัง ในหน้าที่ที่ปฏิบัติอยู่
จนกระทั่ง.......
ฟ้าวววววววว
ธนูดอกหนึ่งก็ได้ยิงไปปัก เหล่าทหารของ เดมิลิซาร์จ มันเผาไหม้ในอากาศ จนเดมิลิซาร์จ ตนนั้นต้องร้องครวญครางเลยที่เดียว ธนูดอกนั้น ได้ยิงไปปัก เด็กหญิงตัวน้อย ที่ผูกติดกับตัวของ ทหาร เดมิลิซาร์จ ตนนั้น และทะลุทะลวง จน เดมิลิซาร์จ ถูกเผาไหม้ตาย ตกจากกำแพงเมือง
" พวกโล่ มนุษย์ เป็นบุคคลที่ตายไป แล้ว พวกเรายิง " เสียงนั้นมาจาก จอมปราชญ์ คายะ ที่ถือ ธนูโดรเนีย ธนูเวทย์ประจำกายของเธอ ผู้มีใบหน้าสวยงามราวกับดอกไม้ ผมดกดำยาวระย้า ในตาคม ดังเหยี่ยว ผู้มีฉายาว่า พฤกษาหยก เคียงคู่กับจอมปราชญ์มีน
เมื่อทหารประจำเมืองเห็นดังนั้นก็ โฮ่ร้อง ดีใจ พวกเขาต่างยิงธนู ไปใส่พวก เดมิลิซาร์จ โดยไม่สนใจ โล่มนุษย์ ตามคำกล่าวของจอมปราชญ์ คายะ พวกเดมิลิซาร์จ ต่างร่วงตกลงมาจากกำแพงเมือง ตัวแล้วตัวเล่า
ตุบ ตุบ ตุบ
เสียงหล่นจากกำแพงของ เดมิลิซาร์จ ทำให้ จอมมารฟลาก้าไม่พอใจอย่างมาก เขาได้เรียกให้ 3 ราชันปีศาจ ออกไปบุกประตูเมือง
ตูม เปรี๊ยะๆๆๆ
ประตูเมืองเกิดรอยร้าว
จอมมารฟลาก้ายืนตระหง่าน อยู่ นอกประตูเมือง มือถือคันธนู ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าปกติ มีลูกศรยาวเป็นพิเศษ พาดสาย สายธนูถูกเหนี่ยวจนสุด ปลายศรมี เปลวไฟลุกไหม้อย่างร้อนแรง จนทหารบนปราสาทต่างสังเกตเห็น และรู้สึก เสียววาบกันเลยทีเดียว
สายตาอันคมกริบของ จอมมารฟลาก้าเล็งไปยัง ประตูเมืองด้านใน ภาพเป้าหมายปรากฏอย่างแจ่มชัดเบื้องหน้า เรียวปากหยักลึกคลี่รอยยิ้มอันเหี้ยมเกรียม มันได้คลายนิ้วยึดดอกลูกศรออกมา กลายเป็น นกอินทรีย์เพลิง พุ่งออกมา
ฟุ่บ!
ธนูหลุดจากสายพุ่งดิ่งสู่ประตูเมืองตรงหน้าใน พริบตา
เปรี๊ยะ!
เสียงแหลมเสียดแก้วหูดังสนั่นยามลูกศรพุ่ง ทะลุทะลวง ประตูเมืองของเหล่ามนุษย์
ชั่วพริบตานั้นของทุกคน ภาพประตูเมืองได้ระเบิดแตกออกเป็นเสี่ยง ๆทำให้ เหล่ามนุษย์ สั่นไหว
ตูมมมมมม
ศรไฟพุ่งสู่เป้าหมายซึ่งเป็นคลังเก็บน้ำมันอย่างแม่นยำ......คลังเก็บน้ำมันที่ใช้ราด พวก เดมิลิซาร์จ ศรไฟแทงทะลุหลังคาโรงคลัง ทะลุฝาปิดถังน้ำมันตรงเข้าสัมผัสน้ำมันที่บรรจุอยู่ภายใน ส่งผลให้เกิดการระเบิดอย่างรุนแรง หยาดน้ำมันที่ลุกติดไฟกระจายไปสู่ถังน้ำมันที่อยู่ใกล้เป็นทอดๆ และพุ่งกระเด็นไปถึงถังน้ำมันที่ถูกวางไว้ใกล้กับกำแพงเมือง
ตูมมมมมมม
ความชุลมุนวุ่นวายบังเกิดในบัดดลเมื่อน้ำมันสาดกระจายไปทั่ว ส่งผลให้ทหารฝ่ายมนุษย์ถูกไฟคลอกตายไปเป็นจำนวนมาก
ทว่า......
ซ่า ซ่า ซ่า
เกิดฝนตก ฝนที่เกิดจาก อำนาจเวทย์มนต์ ของจอมปราชญ์ มีน ละอองฝนนั้น ได้ดับไฟ จนมอดดับสนิท สร้างเสียงโห่ ร้องดีใจแก่ทหารฝ่ายมนุษย์ยิ่งนัก
สามราชันต์ ปีศาจได้เข้ามาในรอยแตกของประตูเมือง โฮลี่ รีไธน์ พวกมันทั้งสาม ได้ปะทะ กับ 4 ใน 13 จอมปราชญ์
ตูม ซ่า ซ่า ซ่า
น้ำแตกกระจาย ราชันต์ ปีศาจทั้ง 3 โดนเวทย์มนต์ ปิดผนึกอันแรงกล้า แช่จนกลายเป็นหิน และ แตกสลายหายไป สร้างความดีใจให้แก่ เหล่ามนุษย์ยิ่งนัก
จอมมาร ฟลาก้า เห็นภาพเช่นนั้น ก็ให้ โกรธแค้นยิ่งนัก เขาได้ เข้าไป โจมตี 1 ใน 13 จอมปราชญ์ นาม อัลอาร์ม
จอมปราชญ์ อัลอาร์ม เป็นบุรุษหนุ่ม หน้าตาสดใส เขามีหน้าตาอันหล่อเหลา ดุจ ก้อนดินปั้นแต่งเลยทีเดียว ฉายา ปฐพีวินาศ
จอมปราชญ์ อัลอาร์ม ปัดเวทย์มนต์ ไฟจากมือของ จอมมาร ฟลาก้า ทำให้ จอมมารฟลาก้า เซถลาไป และถูกฝ่ามือของ จอมปราชญ์ เอดินร่า ตบเข้าอย่างจัง
ตอนนี้ 13 จอมปราชญ์ ได้รายล้อม รอบตัว จอมมาร ฟลาก้า แล้ว
จอมมาร ฟลาก้า พยายามโจมตี เหล่าจอมปราชญ์ ที่มา รายล้อมตน แต่ไม่สำเร็จ จอมมาร ฟลาก้า ฝ่า ค่ายกล 13 ดาวดึงของ 13 จอมปราชญ์ไม่ได้
ตอนนี้ จอมมารฟลาก้า ได้รุ้ตัวแล้วว่า หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ตน ต้องตายในอีกไม่ช้าไม่นาน ขึ้นอยู่กับเวลา มันได้ทิ้ง ธนูลง แล้วก้มลงกราบ 13 จอมปราชญ์ ให้ไว้ชีวิต ด้วยน้ำหูน้ำตาเล็ด
" ข้าผิดไปแล้ว ต่อไปข้าจะกลับเข้าไปอยู่ป่า จะอยู่อย่างสงบ แล้วไม่ออกมาทำร้ายมนุษย์ อีก ข้าจะอยู่อย่างสงบ...... "
ในวินาทีวิกฤตินั้นเอง ที่เหล่าจอมปราชญ์ เผลอ เรอ จอมมาร ฟลาก้า ฉีกยิ้ม มันได้ลุกขึ้นมาตบ จอมปราชญ์ อัลอาร์ม และจอมปราชญ์ เอดินร่า ด้วยความรวดเร็ว ทั้งสองคนนั้น ขาดใจตายทันที
" อัลอาร์ม เอดินร่า " จอมปราชญ์ เซน หันไปดูร่างไร้วิญญาณ ของเพื่อนสองคนที่ได้ตกตายไป เพราะความประมาท
" แกนะแก" จอมปราชญ์ คายะ ยิงศร จากธนู โดรเนีย เข้าใส่ จอมมาร ฟลาก้าในทันทีด้วยความโกรธ
ลูกศร ปักทะลุ มือของจอมมาร ฟลาก้า จนฉีกขาด จอมมาร ฟลาก้าร้องอย่างเจ็บปวด แต่ก็ยังคงโจมตี 13 จอมปราชญ์ ซึ่งตอนนี้ เหลืออยู่ 11 คน อย่างบ้าคลั่ง
จอมปราชญ์ เซน ได้อัดพลังเวทย์ เข้าที่หน้าของจอมมาร ฟลาก้าในทันที ที่มันเผลอ จอมมาร ฟลาก้า หน้า ระเบิดเละ เหลือเพียงครึ่งซีก
จอมมารฟลาก้า พยายามดิ้นรน แต่สุดท้าย ก็ถูกจอมปราชญ์ มีน สังหารด้วยเวทย์ ลำแสงสีคราม
" มีน อย่าเพิ่ง ฆ่า มัน " เสียงร้องของ จอมปราชญ์ เซน พูดออกมาช้าเกินไป จอมปราชญ์ มีนได้สังหารมันเสียแล้ว
เมื่อจอมมาร ฟลาก้าตาย ทำให้ กองทัพ เดมิลิซาร์ด ขาดผู้นำ พวกมันต่างวิ่งเข้าไปทำร้ายชาวบ้านอย่างไม่เลือกหน้า โดยไม่สนว่าเป็นทหารรึไม่
" จัดหนักละงานนี้ ต้อง ฆ่า เดมิลิซาร์จ ทุกตัวเลย " จอมปราชญ์เซนกล่าว
" ก็ แล้วยังไง ล่ะ " จอมปราชญ์ มีน ผู้เลอโฉม หันกลับมามอง จอมปราชญ์ เซน ด้วยเนตรเพลิง เธอกำลังโกรธจัด จนนัยต์ตา กลายเป็นสีเพลิง อัคคี
หลังจากนั้น 11 จอมปราชญ์ ก็ได้ไล่ฆ่า พวกเดมิลิซาร์จ ตาย อย่างไม่เหลือซาก ทว่า ชาวบ้านที่ตาย ก็ตายอย่างมากมายเลยทีเดียว ถ้าจอมมาร ฟลาก้ายังไม่ตาย อาจสั่งถอยทัพ และพวกเดมิลิซาร์จ คงไม่วิ่งพล่านเข้าทำร้ายผู้คน อย่างไม่เลือกหน้าเช่นนี้ จำนวนคนที่ตาย คงลดลง
" อัลอาร์ม เอดินร่า " จอมปราชญ์ คายะ ร้องไห้ออกมา ที่สองคนนี้ต้องตายเพราะความประมาท ใบหน้าสุดสวยของเธอ เปรอะ ประไปด้วยน้ำตา
" เรายังมี ซิลวาเทีย อยู่ อย่าห่วงไปเลย เรายังชุบชีวิตพวกเขาสองคนได้ "
" จริงด้วย ซิลวาเทียร์ " จอมปราชญ์ คายะ ดีใจ ที่นึกถึง อาติแฟกซ์ แรร์ ระดับ เวิร์ลไอเทมชิ้นนี้ได้
" ข้าจะไปยืมมาจาก เลาห์คอน โกไทรอนนะ พวกเจ้าใช้เวทย์รักษาร่างให้พวกเขายังอุ่นอยู่ละกัน" จอมปราชญ์ มีนกล่าว
หลังจากนั้น พวกจอมปราชญ์ ก็ได้ชุบชีวิต จอมปราชญ์ อัลอาร์ม กับ จอมปราชญ์ เอดินร่าขึ้นมา ด้วยพลังของ ซิลวาเทีย
และภารกิจที่ได้รับมา ให้ช่วย อาณาจักร โฮลี่ รีไธน์ ก็สำเร็จ ลุล่วง..........จบ