ภายในห้องส่วนตัว
หลังจากที่เข้ามาในห้องอาหารส่วนตัวแล้วไลท์ก็สำรวจแมคโวลัคทันที
แมคโวลัคดูเหมือนจะเป็นชายหนุ่มเจ้าสำอางคนหนึ่งที่มีใบหน้าสวย รูปร่างดี ผมสีฟ้าอ่อน
“ ยินดีที่ได้รู้จักนะไลท์ ฉันแมคโวลัค ”แมคโวลัคแนะนำตัวเองด้วยรอยยิ้ม
“ ผมไลท์ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณแมคโวลัค ” ไลท์เองก็แนะนำตัวแบบง่ายๆ
ไลท์และแมคโวลัคนั่งกันคนละฝั่ง
บนโต๊ะมีอาหารหรูหรามากมายวางเอาไว้เป็นจำนวนมาก
“ กินอาหารก่อนเถอะเรื่องอื่นค่อยว่ากัน ” แมคโวลัคพูดพร้อมกับค่อยๆตักอาหารใส่จานของตัวเอง
“ อื้ม..ไม่เลวเลยนะเนื้อของที่นี้ ” แมคโวลัครู้สึกพึงพอใจอย่างมากกับเนื้อของป้อมปราการมาการ์
ไลท์เองก็นั่งกินอาหารพร้อมกับดื่มเหล้าชนิดพิเศษที่จะมีแค่ในภัตตาคารดวงดาว
หลังจากที่กินอาหารจนพอประมาณแล้วทั้งสองก็เริ่มเข้าสู่ช่วงเวลาจริงจัง
“ นี้คือแบบแปลนที่ฉันวาดขึ้นมาให้กับสภาจอมเวทย์โดยเฉพาะ ” ไลท์พูดจบก็หยิบแบบแปลนประมาณห้าแผ่นให้กับแมคโวลัค
แมคโวลัคไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้อยู่แล้วเขาจึงดูครู่หนึ่งก่อนที่จะเก็บมันใส่ลงไปในแหวนมิติ จากนั้นเขาก็หยิบป้ายขนาดเท่ากับฝ่ามือออกมาให้กับไลท์
“ นี้คือตราสัญลักษณ์ของแขกผู้ทรงเกียรติของสภาจอมเวทย์ ” แมคโวลัคพูดขึ้น
ไลท์หยิบขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นตราที่มีสัญลักษณ์ของสภาจอมเวทย์และมีตัวอักษรที่เขียนเอาไว้ว่าแขกผู้ทรงเกียรติของสภาจอมเวทย์
“ จริงสิคุณแมคโวลัค ผมมีเรื่องอยากจะบอกคุณสักเรื่องหนึ่ง ” ไลท์พูดขึ้น
“ เรื่องอะไรงั้นหรอ? ” แมคโวลัคสงสัย
จากนั้นไลท์ก็เล่าเรื่องที่คนขององค์กรเดธการ์เดี้ยนเตรียมการบางอย่างที่ป้อมปราการมาการ์
“ ที่นายพูดมาเป็นความจริงใช่ไหมไลท์? ” แมคโวลัคแสดงสีหน้าจริงจัง
“ ใช่แล้วล่ะ ฉันได้สั่งให้คนของฉันคอยติดตามคนที่ชื่อเฮิร์ทเอาไว้แล้ว ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ” ไลท์พูดขึ้น
แมคโวลัคครุ่นคิดบางอย่างก่อนที่จะลอบวางแผนการบางอย่างกับไลท์ทันที
หลังจากที่วางแผนการเสร็จแล้วทั้งสองก็แยกย้ายกันไป
วันต่อมาเรือรบของสภาจอมเวทย์ก็ออกจากท่าเรือยนต์
ไลท์ยืนอยู่บนหน้าผาพร้อมกับมองลงมายังป้อมปราการมาการ์ด้านล่างพร้อมกับแววตาสงบนิ่ง
“ ไลท์นายคิดจะทำอะไรกันแน่? ” เบเรียลที่ยืนอยู่ข้างๆถามด้วยความสงสัย
ไลท์เงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่จะตอบว่า “ ฉันจะทำให้เจ้าพวกองค์กรเดธการ์เดี้ยนเผยตัวตนออกมา ”
“ หมายความว่ายังไง? ” เบเรียลสงสัยยิ่งกว่าเดิม
“ เดี๋ยวเธอก็จะรู้เองแหละ ” ไลท์พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มสบายๆ
หลายวันผ่านไป
ณ ศูนย์บัญชาการใหญ่ของสภาจอมเวทย์(หอคอยแห่งนิรันดร์)
ทันใดนั้นก็มีชายคนหนึ่งวิ่งเข้ามาในห้องของคีเลียน ซึ่งเป็นหัวหน้าของหน่วยข่าวกรองทั้งหมดภายในหอคอยแห่งนิรันดร์
“ หัวหน้าเกิดเรื่องแล้วครับ ” ชายสวมแว่นพูดขึ้นด้วยท่าทีตกใจ
“ เกิดอะไรขึ้นแชค? ” คีเลียนถามด้วยความสงสัย
“ หน่วยสอดแนมที่เฝ้าระวังองค์กรเดธการ์เดี้ยนติดต่อกลับมาว่าพวกเขาเห็นว่าองค์กรเดธการ์เดี้ยนมีการเคลื่อนไหวแปลกๆครับ นอกจากนี้ตัวตนระดับSมากกว่าสิบคนก็ออกมาจากฐานของพวกมันและแยกย้ายกันไปคนละที่ ” แชคพูดขึ้น
ทันใดนั้นดวงตาของคีเลียนก็กลายเป็นตกใจและรีบลุกขึ้นยืนทันที
“ เป็นเรื่องจริงใช่ไหม? ” คีเลียนถามขึ้นเพื่อความมั่นใจ
“ เป็นเรื่องจริงครับหัวหน้าตอนนี้หน่วยสอดแนมกำลังเร่งติดตามพวกตัวตนระดับSของพวกมันอยู่ ” แชคตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเทา เพราะทุกครั้งที่องค์กรมรณะเคลื่อนไหวพวกมันจะสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก
“ ฉันเข้าใจแล้ว นายกลับไปก่อนฉันจะไปบอกกับพวกผู้พิทักษ์ก่อน ” คีเลียนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังและเดินออกจากห้องไป
ตัดกลับมาที่ป้อมปราการมาการ์
ไลท์ที่กำลังนั่งอยู่ที่ร้านคาเฟ่เครื่องมือสื่อสารของเขาก็สั่นขึ้น
“ เป็นไงมั้งไลก้า? ” ไลท์ถามขึ้น
“ เป็นอย่างที่ลูกพี่บอกเลย หลังจากที่พวกเราได้กระจายข่าวเรื่องที่องค์กรเดธการ์เดี้ยนจะโจมตีป้อมปราการมาการ์ เจ้าพวกที่อยู่ในบ้านหลังนั้นก็ตื่นตระหนกและติดต่อกับบุคคลอื่นทันที หลังจากที่แอบฟังพวกมันอยู่นานก็ได้ข้อสรุปว่าอีกห้าวันพวกมันจะเริ่มส่งกองกำลังมาบุกป้องปราการมาการ์แล้ว ” ไลก้าพูดขึ้น
“ เข้าใจแล้วจากนี้ไปพวกนายก็คอยคุ้มครองผู้คนด้วยล่ะ ” ไลท์พูดขึ้น
“ เข้าใจแล้วครับลูกพี่ ” ไลก้าพูดจบก็วางสายไป
ไลท์ยกแก้วกาแฟขึ้นมาดื่มพร้อมกับรอยยิ้มที่เย็นชา “ ฉันจะดูว่าพวกแกจะมาไม้ไหนกันแน่ ”
ไม่นานตรินคอร์สก็เข้ามาในร้านคาเฟ่พร้อมกับมานั่งตรงข้ามไลท์
“ ท่านไลท์ครับเรียกผมมามีงานอะไรให้ผมทำครับ? ” ตรินคอร์สถามขึ้น
“ นายได้รับคำสั่งมาจากคุณแมคโวลัคแล้วใช่ไหม? ” ไลท์ถามขึ้น
“ ใช่แล้วครับ ผมได้รับคำสั่งจากหัวหน้าแล้วว่าให้ปฏิบัติตามคำสั่งของท่านไลท์อย่างเคร่งคัด ” ตรินคอร์สพยักหน้ารับ
“ งั้นก็ดี ” ไลท์พูดจบเขาก็หยิบเศษกระดาษออกมาให้ตรินคอร์สอ่าน
เมื่อตรินคอร์สอ่านจบใบหน้าของเขาก็กลายเป็นจริงจังและทำลายแผ่นกระดาษที่่อ่านไปเมื่อครู่ทันที
“ ผมเข้าใจแล้วครับท่านไลท์ อย่างงั้นผมขอไปจัดการธุระของผมก่อนเลยนะครับ ” ตรินคอร์สพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ ฝากด้วยล่ะ ” ไลท์พยักหน้า
ตรินคอร์สลุกขึ้นและเดินออกจากร้านด้วยท่าทีเร่งรีบ
ไลท์เองก็ลุกขึ้นและเดินออกจากร้านคาเฟ่ไป
เมื่อออกมาจากคาเฟ่แล้วไลท์ก็ตรงไปยังร้านตีเหล็กสวิลดัลทันที
บนชั้นสอง
สตีฟและไลท์นั่งตรงกันข้ามกัน
“ เป็นเรื่องจริงใช่ไหมไลท์? ” สตีฟถามขึ้นด้วยความตกใจ
“ ใช่แล้วล่ะคุณสตีฟ ” ไลท์พยักหน้า เมื่อกี้ไลท์ได้เล่าเรื่องที่องค์กรเดธการ์เดี้ยนกำลังวางแผนที่จะบุกป้อมปราการมาการ์ให้กับสตีฟฟัง
“ แล้วนายมีวิธีจัดการพวกมันไหม นายจะจัดการพวกมันได้หรือเปล่า ” สตีฟถามด้วยความหวาดกลัว
องค์กรเดธการ์เดี้ยนหนึ่งในห้าองค์กรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในดินแดนมนุษย์ พวกมันแข็งแกร่งและทรงพลังอย่างมาก นอกจากนี้พวกมันยังมีตัวตนระดับSSมากกว่าสามคนด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าครั้งนี้ระดับSSของพวกมันจะมาด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้
“ คุณสตีฟไม่ต้องเป็นห่วง ผมได้วางแผนกับทางสภาจอมเวทย์เอาไว้แล้ว พวกมันจะต้องถูกกำจัดทิ้งอย่างแน่นอน ” ไลท์ตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ เข้าใจแล้ว ที่ฉันเป็นห่วงก็คือมาราน ” สตีฟถอนหายใจเพราะตอนนี้เขาไม่สามารถย้ายมารานไปไหนมาไหนได้สะดวก
“ ผมจะบอกให้ไลก้าและคอลรุยมาช่วยคุณที่นี้แล้วกัน ” ไลท์พูดขึ้น
“ งั้นฉันก็ต้องขอบใจเธอมากนะไลท์ ” สตีฟขอบคุณ
“ ไม่เป็นไรครับ ” ไลท์ส่ายหน้า
“ จริงสิฉันทำหอกของไลก้าเสร็จแล้ว เธอจะเอาไปให้ไลก้าเลยไหม? ” สตีฟพูดขึ้น
“ งั้นผมเรียกไลก้ามาที่นี้เลยแล้วกัน ” ไลท์พูดขึ้นพร้อมกับหยิบเครื่องมือสื่อสารและติดต่อไปหาไลก้าทันที
“ เข้าใจแล้วงั้นฉันไปหยิบอาวุธมารอเลยแล้วกัน ” สตีฟพูดจบเขาก็เดินลงไปข้างล่างก่อนที่จะเดินขึ้นมาพร้อมกับกล่องไม้ที่ยาวประมาณสองเมตรห้าสิบเซนติเมตร
ผ่านไปสิบกว่านาทีไลก้าก็วิ่งขึ้นมาที่ชั้นสองด้วยความตื่นเต้น
“ ลูกพี่ไหนๆอาวุธใหม่ของฉัน ” ไลก้าพูดอย่างตื่นเต้น
“ โน้น ” ไลท์ชี้ไปยังกล่องไม้ที่วางไว้บนโต๊ะ
ไลก้าหยิบออกมาดูก็พบว่าเป็นหอกสีเงินแวววาวและมีรูปมังกรสีทองตรงที่ด้ามจับดูสวยงามอย่างมาก และตรงปลายหอกก็มีลวดลายมังกรสีทองดูทรงพลัง ปลายหอกสีเงินออกมาจากปากของมังกรสีทองและดูน่าเกรงขามอย่างมาก
“ โคตรสวยเลยลูกพี่ คุณสตีฟ ” ไลก้าหยิบหอกออกมาควงเล่นเขาก็พบว่าน้ำหนักของหอกมันพอดีกับที่เขาต้องการเลย แถมยังรู้สึกเข้ามือกว่าหอกเก่าของเขามาก นอกจากนี้เขายังรู้สึกว่าหอกเล่มนี้มีจิตวิญญาณของมันเองอีกด้วย ซึ่งไลก้ารู้สึกว่ามันพยายามต่อต้านเขาอย่างสุดความสามารถ
“ ไลก้านายต้องปราบหอกเล่มนี้ให้ได้ ไม่งั้นนายจะไม่สามารถใช้มันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ” สตีฟพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“ เข้าใจแล้วครับคุณสตีฟ ผมจะต้องปราบหอกมังกรทองเล่มนี้ให้ได้ ” ไลก้าพูดขึ้น
“ นี้นายคิดชื่อหอกเล่มนี้แล้วงั้นหรอ ” ไลท์อึ้ง ส่วนสตีฟเองก็รู้สึกประหลาดใจที่ไลก้าคิดชื่อหอกเล่มนี้แล้ว
“ ใช่แล้วครับลูกพี่ หอกเล่มนี้ชื่อว่าหอกมังกรทอง ” ไลก้าพยักหน้ารับ
“ งั้นนายก็มาจ่ายเงินคุณสตีฟด้วย ” ไลท์พูดขึ้น
ไลก้าพยักหน้าอย่างตื่นเต้นและจ่ายเงินทันที ซึ่งหอกเล่มนี้ก็มีราคาสูงมาก ซึ่งราคาของหอกเล่มนี้อยู่ที่หกสิบห้าล้านจีเซล เพราะวัสดุที่ใช้ในการสร้างหอกเล่มนี้นับว่าเป็นวัสดุชั้นเลิศที่หาได้ยากมากๆในดินแดนของมนุษย์ และที่สำคัญคือหอกเล่มนี้ได้ใช้วัสดุที่ทางสภาจอมเวทย์หามาให้ด้วยนะ ถ้าหากต้องหาด้วยเงินตัวเองไม่รู้ว่าจะมีราคาสูงขนาดไหนกัน
จากนั้นไลก้าก็ขอตัวออกไปทำความคุ้นเคยกับหอกมังกรทองของตัวเองก่อน
“ เดี๋ยวก่อนไลก้า ” ไลท์พูดขึ้น
“ ครับลูกพี่? ” ไลก้าที่กำลังจะเดินลงบันไดก็หยุดชะงักและหันมามองไลท์ด้วยความสงสัย
“ อีกห้าวันนายและคอลรุยจะต้องมาที่นี้เพื่อคุ้มครองคุณสตีฟและคุณมาราน ” ไลท์พูดขึ้น
“ เข้าใจแล้วครับลูกพี่ ” ไลก้าตอบรับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ก่อนที่จะวิ่งลงบันไดไป
หลังจากนั้นไลท์ก็ขอตัวกลับ
พริบตาเดียวก็ผ่านไปสองวัน
แม้ว่าบรรยากาศรอบๆป้อมปราการมาการ์จะดูสดใสและมีสายลมอ่อนๆพัดผ่านอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าอีกไม่นานจะมีการต่อสู้ที่รุนแรงเกิดขึ้นที่นี้
ภายในห้องใต้ดินของบ้านเฮิร์ท
“ ตอนนี้คนของพวกเราเข้ามาในป้อมปราการมาการ์กันหมดแล้ว ตอนนี้เหลือแค่รอเวลาเท่านั้น ” เฮิร์ทพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังและแฝงไปด้วยความตื่นเต้น
“ การปฏิบัติการครั้งนี้ท่านคาลอสจะเป็นผู้นำการโจมตีในครั้งนี้ ” ชายสวมหน้ากากผีพูดด้วยน้ำเสียงเคารพ
“ จริงหรอ ท่านคาลอสจะเป็นผู้นำการโจมตีในครั้งนี้ ” เฮิร์ทที่ได้ยินก็ตกใจก่อนที่จะใบหน้าจะเต็มไปด้วยความเคารพเช่นกัน
ท่านคารอสที่พูดถึงคือตัวตนระดับSS ขององค์กรเดธการ์เดี้ยน
“ เมื่อไม่กี่วันก่อนมีเรือรบของผู้พิทักษ์แมคโวลัคได้มาจอดที่ท่าเรือของป้อมปราการมาการ์ เพราะฉะนั้นเพื่อความปลอดภัยท่านคารอสจึงจะมาเป็นผู้นำในการโจมตีครั้งนี้ นอกจากท่านคารอสแล้วก็ยังมีพวกระดับSอีกสิบคนในการโจมตีครั้งนี้ด้วยเช่นกัน ” หน้ากากโครงกระดูกพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสบายๆ
“ เข้าใจแล้ว แผนการของพวกเราจะต้องไม่ผิดพลาด พวกเราจะทำลายป้อมปราการมาการ์และจับตัวพวกช่างตีเหล็กเหล่ากลับไปให้หมด ” เฮิร์ทพูดขึ้นพร้อมกับถูมือไปมาด้วยความตื่นเต้น
สาเหตุที่พวกเขาไม่ได้บุกโจมตีป้อมปราการมาการ์พร้อมกับที่บุกโจมตีเมืองข้างก็เพราะฐานะองค์กรระดับสูง พวกเขาไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นช่วยเหลือ พวกเขาสามารถทำลายเมืองต่างๆได้ด้วยตัวเอง เพียงแต่ทุกครั้งที่พวกตัวตนระดับSหรือSSของพวกเขาเคลื่อนไหว ทางสภาจอมเวทย์ก็จะส่งกองกำลังมาสกัดทำให้พวกเขาต้องใช้เวลาหาทางหลบสายตาของสภาจอมเวทย์ที่อยู่รอบๆฐานของพวกเขานั่นเอง
และเมื่อหลายวันก่อนท่านคาลอสสามารถหลบสายตาของสภาจอมเวทย์ได้สำเร็จประจวบเหมาะกับที่มีเรือรบของผู้พิทักษ์แมคโวลัคมาที่ป้อมปราการมาการ์ ทำให้ท่านคาลอสต้องมาเป็นผู้ดูแลการโจมตีในครั้งนี้แทน แม้ว่าเรือรบของสภาจอมเวทย์จะกลับไปนานแล้วแต่ไม่มีอะไรที่แน่นอนเพราะฉะนั้นพวกเขาจะต้องปลอดภัยไว้ก่อน
คนขององค์กรเดธการ์เดี้ยนทั้งสามไม่รู้เลยว่าการสนทนาของพวกมันถูกคนๆหนึ่งแอบฟังอยู่
ไลก้าแสยะยิ้มก่อนที่จะค่อยๆลอบเล้นออกไปจากบ้านของเฮิร์ท
พริบตาเดียวก็ถึงวันที่พวกองค์กรเดธการ์เดี้ยนต้องการลงมือ
ไลก้าและคอลรุยถูกส่งมาอยู่ที่ร้านตีเหล็กของสตีฟ
ส่วนเดซี่ เวโรนิก้าและเบเรียล สามสาวอยู่ด้วยกันเพื่อช่วยเหลือประชาชน
บนหน้าผาสูงเหนือป้อมปราการมาการ์
ไลท์และชายในชุดคลุมสีดำพร้อมกับหมวกที่ปิดบังใบหน้า
ทั้งสองนั่งมองป้อมปราการกมาการ์จากบนหน้าผา
ชายในชุดคลุมสีดำก็คือผู้พิทักษ์แมคโวลัคนั่นเอง
ตามแผนที่พวกเขาได้วางไว้ ผู้พิทักษ์แมคโวลัคจะแกล้งทำเป็นเดินทางออกจากป้อมปราการมาการ์ แต่ความจริงแล้วหลังจากที่ออกไปได้สองวัน ผู้พิทักษ์แมคโวลัคจะแอบกลับมาที่ป้อมปราการมาการ์ในตัวตนของพ่อค้าขายของ
สายลมแผ่วเบา บรรยากาศเย็นสบาย แต่การต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่กำลังจะเริ่มแต่ทั้งสองคนกลับแสดงสีหน้าสบายๆราวกับว่าการต่อสู้ที่จะเกิดขึ้นไม่ได้เป็นปัญหาแต่อย่างใด
ไลท์นอนลงบนพื้นดินพร้อมกับมองแสงแดดยามเช้า ปากของเขาก็คาบหญ้าเอาไว้
ส่วนทางด้านแมคโวลัคก็หยิบกีตาร์ออกมาบรรเลงเพลงเพื่อผ่อนคลายอารมณ์