บทที่ 14 นายคิดว่าตัวเองเป็ใคร?
เสียงเย้ยหยันของลู่เจียวเจียวดังขึ้นทันที ชัดเจนว่ากำลังเยาะเย้ยเื่ที่เมื่อหลายปีก่อน ลู่ชิงเมิ่งถูกหลัวเซิงแย่งความบริสุทธิ์ไป
เมื่อได้ยินประโยคนี้ สายตาของหลัวเซิงก็เต็มไปด้วยความโกรธแค้น เขาหันไปมองที่ลู่เจียวเจียวอย่างเ็า ชั่วขณะนั้น ลู่เจียวเจียวรู้สึกเหมือนิญญาของเธอกำลังสั่นสะท้าน
“ดีมาก! ในเมื่อพวกคุณจะดื้อดึงแบบนี้ ผมจะเรียกโจวสุ่ยหนิวมาตอนนี้เลย แล้วมาดูกันว่าเขาจะพูดยังไง!”
“ฮ่า ๆๆๆ!”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ของหลัวเซิง ทุกคนรอบข้างก็หัวเราะกันลั่น
“ไอ้ขยะก็คือไอ้ขยะจริง ๆ พูดอะไรไม่เคยคิดก่อนเลย!”
“ไอ้หนุ่มคนนี้ช่างไม่รู้จักฟ้าสูงดินต่ำเอาเสียเลย! กล้าพูดว่าจะเรียกเศรษฐีโจวมา ทำไมไม่บอกว่าจะเรียกองค์จักรพรรดิมาเลยล่ะ?”
“หลัวเซิง! นายคิดว่าตัวเองเป็ใคร ลองส่องกระจกดูตัวเองสิว่าเป็ยังไง เศรษฐีโจวจะมาตามคำเรียกของไอ้ขยะอย่างนายได้ยังไง?”
เสียงเยาะเย้ยดังระงมเข้ามาราวกับคลื่นั์
ตู้ิอวี่เห็นทุกคนกำลังดูถูกหลัวเซิง เขาก็อยากเข้าไปร่วมวงด้วยเป็ธรรมดา
“หลัวเซิง นายอย่ามาตลกน่า! ว่าง ๆ ก็ไปตรวจสมองที่โรงพยาบาลดีกว่า! ยังคิดจะให้เศรษฐีโจวมาอธิบายอีก อย่าฝันไปเลย! ฉันว่านะ เื่นี้ต้องเป็อย่างที่เจียวเจียวพูดแน่ ๆ เศรษฐีโจวจำผิดคน ถึงได้เอื้อประโยชน์ให้ลู่ชิงเมิ่ง!”
แต่หลัวเซิงกลับหัวเราะด้วยความโกรธจัด “ฮ่า ๆ แล้วถ้าผมเรียกโจวสุ่ยหนิวมาได้จริง ๆ ล่ะ?”
“ฮ่า ๆๆๆ! ตลกชะมัด ได้! ถ้านายเรียกเขามาได้จริง ฉันจะคุกเข่าให้นาย! พอใจยัง!”
ตู้ิอวี่พูดอย่างดูแคลน
“ได้ จำสิ่งที่คุณพูดไว้ให้ดี”
พูดจบประโยคนี้ หลัวเซิงก็หันหน้าไปทางลู่ชิงเมิ่ง แล้วพูดว่า “ชิงเมิ่ง โทรหาโจวสุ่ยหนิวสิ! ให้เขามาอธิบายหน่อย”
“หลัวเซิง! คุณรู้ไหมว่าคุณกำลังพูดอะไรอยู่!”
ลู่ชิงเมิ่งใทันที “ไม่มีทางที่ประธานโจวจะมาเพื่อพวกเราหรอก แล้วฉันก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะติดต่อเขายังไง!”
“นี่ไง?”
หลัวเซิงหยิบสัญญาฉบับก่อนหน้านี้ขึ้นมา แล้วชี้ไปที่เบอร์โทรศัพท์ที่อยู่้า “ไม่เป็ไร คุณโทรไปก็พอ ในเมื่อโจวสุ่ยหนิวเซ็นสัญญากับคุณแล้ว เขาต้องช่วยคุณแน่ ๆ!”
เมื่อได้ยินคำพูดของหลัวเซิง ลู่ชิงเมิ่งก็มีความมั่นใจขึ้นมาบ้าง เธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วโทรออกไป
ยังไม่ทันพูดอะไรมากนัก สีหน้าของลู่ชิงเมิ่งก็เปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็ความดีใจ เธอพยักหน้าไม่หยุด “ได้ค่ะ ๆ! เศรษฐีโจว ขอบคุณค่ะ!”
หลังจากวางสาย ใบหน้าของลู่ชิงเมิ่งเต็มไปด้วยความใและเป็เกียรติ
“สำเร็จแล้วเหรอ?”
ใบหน้าของหลัวเซิงเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“เศรษฐีโจวตกลงที่จะมาช่วยฉันจริง ๆ!”
ลู่ชิงเมิ่งะโด้วยความดีใจ
เมื่อประโยคนี้จบลง คนรอบข้างต่างก็ตาโต ลู่เจียวเจียวกับตู้ิอวี่มีสีหน้าเหมือนกินแมลงวันเข้าไป
“ลู่...ลู่ชิงเมิ่ง นี่มันเป็ไปไม่ได้ แค่ตัวเธอเอง เศรษฐีโจวจะมาช่วยเธอได้ยังไง?”
ลู่ชิงเมิ่งไม่สนใจลู่เจียวเจียว เธอหันไปพูดกับลู่กั๋วฟู่โดยตรงว่า
“ลุงใหญ่ รอก่อนนะ เศรษฐีโจวจะมาในอีกห้านาที”
ในตอนนี้ทุกคนไม่เชื่อว่าสิ่งที่ลู่ชิงเมิ่งพูดเป็ความจริง เพราะโจวสุ่ยหนิวเป็ถึงเศรษฐีอันดับหนึ่งแห่งเจียงหนาน จะเป็ไปได้อย่างไรที่จะถูก ลู่ชิงเมิ่ง สาวน้อยที่ไม่มีชื่อเสียงคนนี้ โทรศัพท์ไปหาเพียงครั้งเดียวแล้วเขาจะมา นี่เป็ไปไม่ได้เลย!
ทุกคนกอดอกคิดว่าควรจะเยาะเย้ยลู่ชิงเมิ่งอย่างไรดี
แต่เพิ่งผ่านไปเพียงสามนาที ประตูห้องประชุมก็เปิดออกอีกครั้ง
โจวสุ่ยหนิวก้าวเข้ามา! ในมือถือกระเป๋าเอกสาร เสื้อผ้าเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เห็นได้ชัดว่าเพิ่งจะยุ่งอยู่ พอรับโทรศัพท์เขาก็รีบมา!
“โจวสุ่ยหนิว?”
ชั่วขณะหนึ่ง ทุกคนต่างเบิกตากว้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
ลู่ชิงเมิ่งเรียกโจวสุ่ยหนิวมาจริง ๆ!
ลู่กั๋วฟู่ตัวสั่นไปหมด แต่ก็ยังคงเดินเซซวนมาที่ข้าง ๆ โจวสุ่ยหนิวด้วยท่าทางนอบน้อม แล้วพูดว่า
“สวัสดีท่านโจวสุ่ยหนิว ท่านมาที่กลุ่มบริษัทลู่ของเรา นับเป็เกียรติอย่างยิ่ง!”
แม้ว่าลู่กั๋วฟู่จะอายุใกล้เคียงกับโจวสุ่ยหนิว แต่ยังคงมีท่าทางเหมือนผู้น้อยพบผู้ใหญ่อย่างเห็นได้ชัด
โจวสุ่ยหนิวไม่แม้แต่จะแสดงท่าทีว่าสนใจเขา แล้วหันหน้ามองไปทางที่หลัวเซิงกับลู่ชิงเมิ่งอยู่
ยังไม่ทันที่เขาจะเดินไปทักทายหลัวเซิงด้วยตัวเอง ตู้ิอวี่กับลู่เจียวเจียวก็เดินมาที่ข้าง ๆ เขาแล้ว
“คุณลุงโจวครับ ผมคือตู้ิอวี่ ลูกชายของร้านยาเย่าหวัง”
“ครั้งนี้ต้องเชิญหมอเซวีย ทางตระกูลเราก็ได้ปรึกษากับทางคุณมาก่อนแล้ว”
“ดังนั้นครั้งนี้ที่คุณให้เกียรติกลุ่มบริษัทลู่ของพวกเรา ก็เป็เพราะการจัดการของตระกูลเราก่อนหน้านี้ใช่ไหมครับ?”
“แต่คุณคงเข้าใจผิดแล้ว ต้องยกความดีความชอบให้แฟนสาวของผม ลู่เจียวเจียว ไม่ใช่คนที่อยู่ตรงข้ามที่มีแต่จะฉวยโอกาส…”
ยังไม่ทันที่ตู้ิอวี่จะพูดจบ โจวสุ่ยหนิวก็มีท่าทีโกรธเป็ฟืนเป็ไฟ
“ทั้งหมดเป็เพราะการจัดการของพวกคุณงั้นเหรอ?”
“ร้านยาเย่าหวังของพวกคุณมันเป็อะไรกัน ต่อหน้าผม มันก็แค่ขี้หมาเท่านั้นแหละ!”
ตู้ิอวี่ตะลึงในทันที รู้สึกได้ถึงความร้อนวูบวาบบนใบหน้า ราวกับถูกตบอย่างแรง
ผู้บริหารระดับสูงของตระกูลลู่คนอื่น ๆ ต่างอ้าปากค้างกันหมด ไม่เข้าใจเลยว่าเกิดอะไรขึ้น
“เศรษฐีโจว คำพูดนี้ของคุณหมายความว่าอย่างไรคะ หรือว่าที่คุณเลือกตระกูลเรา ไม่ใช่เพราะความดีความชอบของแฟนหนุ่มของฉัน?”
ลู่เจียวเจียวยังไม่ยอมแพ้ เอ่ยถามขึ้น
“แฟนหนุ่มของคุณมีความดีความชอบอะไร ติดสินบนเหรอ! นี่มันขี้หมา!”
โจวสุ่ยหนิวเต็มไปด้วยโทสะ เขารู้ว่านี่คือโอกาสที่ดีที่สุดที่จะแสดงตัวต่อหน้าหลัวเซิง
คนเหล่านี้กล้าทำให้ท่านหลัวโกรธ จำเป็ต้องลงมือ! เขาจึงวางกระเป๋าเอกสารลงทันที
เมื่อเปิดออก ข้างในเต็มไปด้วยเงินสดและยาสมุนไพร ชัดเจนมากว่าของพวกนี้เป็สิ่งที่ร้านยาเย่าหวังส่งให้กับลูกน้องของโจวสุ่ยหนิวก่อนหน้านี้
ดวงตาของโจวสุ่ยหนิวเต็มไปด้วยความเฉียบขาด เขามองไปรอบ ๆ เมื่อมองไปที่หลัวเซิง ความเฉียบขาดในดวงตาของเขากลายเป็ความเอาอกเอาใจอย่างเต็มเปี่ยมในทันที จากนั้นจึงมองไปที่ลู่กั๋วฟู่อย่างเ็า
“คุณลู่ เหตุผลที่ผมเชิญหมอเทวดาเซวียมาก็เพื่อให้โอกาสตระกูลทั้งหมดในเจียงหนานได้มารวมตัวและแลกเปลี่ยนกัน ทั้งหมดนี้ก็เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจของพวกเาาวเจียงหนาน ไม่ใช่ให้พวกคุณมามอบของขวัญให้ผม!”
“อีกอย่าง ของที่พวกคุณให้มานั้น เข้าตาผมเหรอ? ผมเห็นของดี ๆ มาเยอะแล้ว ขยะพวกนี้ ก็มีแต่พวกลูกน้องี้เีของผมเท่านั้นที่จะชอบ!”
“ผมไล่พวกเขาออกไปหมดแล้ว ของก็เอามาคืนพวกคุณด้วย!”
“และครั้งนี้ที่เลือกตระกูลของพวกคุณ ก็เพราะความสามารถเหนือคนของคุณหนูลู่ชิงเมิ่งทั้งนั้น! เธอใช้ความสามารถทำให้ผมประทับใจ! ดังนั้น ผมถึงให้โอกาสพวกคุณ!”
“ไม่อย่างนั้น แค่เพียงสิ่งที่พวกคุณทำ ก็เพียงพอที่จะทำให้พวกคุณถูกขึ้นบัญชีดำของตระกูลโจวตลอดไป!”
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ ทุกคนรอบข้างต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ ไม่คิดเลยว่าทั้งหมดนี้ ลู่ชิงเมิ่งจะพึ่งความสามารถของตัวเองจนได้มาจริง ๆ
ไม่เกี่ยวอะไรกับลู่เจียวเจียวและตู้ิอวี่เลย!
ทุกคนต่างใ ลู่กั๋วฟู่ยิ่งเบิกตากว้าง