ฉันปัดมือเขาออกจากริมฝีปากทันที ก่อนจะรีบพาตัวเองขึ้นจากสระอย่างไม่สนใจอะไรทั้งนั้น
“ชุดว่ายน้ำ... สวยดีนะครับ” ฉันหันขวับไปมองตามปลายเสียง ก่อนจะก้มลงมองเรือนร่างตัวเอง ที่ตอนนี้มีแค่บิกินี่ทูพิชตัวจิ๋วปกคลุมอยู่ ถ้าสถานการณ์ปกติทั่วไปก็คงไม่รู้สึกอะไร เพราะคนอื่นเขาก็ใส่ว่ายน้ำกัน แต่เขาพูดขึ้นมาแบบนี้แสดงว่าสายตาเขากำลังจ้องมองเรือนร่างของฉันั้แ่หัวจรดเท้า
ไอ้บ้าโรคจิตเอ๊ย ฉันไม่ได้พูดตอบโต้อะไรออกไปหรอก ในใจคิดแค่ว่าต้องพาตัวเองออกไปจากที่นี่และกลับไปที่ห้องให้เร็วที่สุด
ฉันรีบเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวที่วางอยู่มาคลุมตัว ก่อนที่จะรีบเดินจ้ำกลับห้อง
แต่ระหว่างเดินอยู่นั้น ฉันก็รู้สึกเหมือนกับว่ามีคนเดินตามฉันมา ฉันจึงหยุดเดินและหันขวับกลับไปทันที
“โอ๊ย!” ฉันอุทานขึ้นเมื่อใบหน้าและหน้าอกของฉันกระแทกกับร่างแกร่งอย่างจัง แรงกระแทกทำให้ฉันเซถอยหลัง แล้วฉันก็รู้สึกถึงมือใหญ่ที่คว้าโอบเอวของฉันขึ้นมา
“...” ฉันสตั๊นนิ่ง เหมือนหยุดหายใจไปในเสี้ยววิ เมื่อเงยหน้าขึ้นมาสบสายตากับดวงตาคู่สวยที่ชวนให้หลงใหล
“...” เขาไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่กลับกระตุกยิ้มมุมปาก และเลิกคิ้วขึ้น ปลุกฉันให้ตื่นจากภวังค์
“ปะ...ปล่อยฉันนะ” ฉันพยายามบิดตัวออกจากอ้อมแขนเพียงข้างเดียวของเขาที่โอบกอดร่างของฉันอยู่ แต่ทว่าขยับยังไงก็ไม่หลุด
“หนีผมเหรอครับ” อีตาบ้านี่ รู้แล้วยังจะตามมา หนำซ้ำยังจะมาถามอีก
“เปล่า ฉันจะกลับห้อง”
“จริงเหรอ” เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้และมองจ้องเข้ามาั์ตา ทำให้ฉันต้องรีบหลบสายตาของเขา เพราะไม่อยากให้เขาจับได้ว่าฉันโกหกอยู่
“ปล่อย...ปล่อยฉันนะ” ยิ่งขยับตัว เขาก็ยิ่งฉุดเอวฉันเข้ามาชิดตัวเขาแน่นขึ้น
“จะปล่อยดีๆ หรือจะให้ฉันะโให้คนช่วย” ฉันเริ่มหมดความอดทน และหันไปจ้องหน้าเขาจริงจัง
“...” เขานิ่งไป แต่ดวงตาก็ยังคงไม่ละไปจากใบหน้าของฉัน
แล้วร่างฉันก็กระตุก พลางหายใจเข้าเฮือกใหญ่ ดวงตาเบิกกว้าง จากตอนแรกที่เอวฉันถูกโอบด้วยแขนเพียงข้างเดียว เขาเอื้อมมืออีกข้างมาโอบลำตัวฉันไว้ ทำให้ตอนนี้ร่างเล็กๆ ของฉันเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของเขาเต็มๆ และใบหน้าที่อยู่ห่างตอนนี้เลื่อนเข้ามาใกล้ใบหน้าฉันอย่างรวดเร็ว จนฉันต้องหลับตาปี๋ด้วยความใ
“ถ้าคุณะโ ผมก็แค่บอกว่า ผัวเมียทะเลาะกัน” เสียงกระซิบดังขึ้นเบาๆ ข้างใบหู ลมหายใจอุ่นๆ รดต้นคอทำให้ฉันขนลุกซู่ไปทั้งตัว
แต่ที่ยิ่งกว่านั้นคือสิ่งที่ทำให้ฉันเบิกตากว้างขึ้นมา ก็คือคำพูดของเขาที่บอกว่า ผัวเมียทะเลาะกัน
คำพูดของเขาทำให้ฉันรู้สึกกลัวขึ้นมา เพราะการกระทำของเขาตอนนี้มันเลยเถิดไปไกลมาก ถึงเมื่อคืนเราจะมีอะไรกัน แต่เขาก็ไม่มีสิทธิ์มาใกล้ชิดและพูดจาใส่ฉันแบบนี้ เพราะเราไม่ได้รู้จักกันเลย
แต่จะให้สู้ด้วยแรงฉันก็สู้ไม่ได้แน่ๆ จากที่ตอนนี้ที่ยิ่งดิ้นเขาก็ยิ่งกอดรัดฉันแน่นขึ้น และถ้าฉันใช้อารมณ์โวยวายก็ไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไรไม่ดีกับฉันอีกหรือเปล่า
ฉันเลือกที่จะหยุดนิ่ง และมันก็ได้ผล เพราะเขาคลายกอดลงนิดหนึ่ง ทำให้ฉันหายใจได้โล่งขึ้น
ฉันสูดหายใจเข้าลึกยาวเต็มปอด ก่อนจะรวบรวมสติพูดออกไป
“ฉัน… เมื่อคืนฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันเมา ฉันไม่รู้ตัว ลืมๆ มันไปเถอะนะคะ และที่สำคัญเราก็ไม่รู้จักกันด้วย อย่าเจอกันอีกเลยนะคะ” ฉันพูดสุภาพขึ้น มีคำลงท้าย เผื่อว่าจะทำให้คนร่างสูงใจอ่อนลงและยอมปล่อยฉันออกจากอ้อมกอด แต่ความลนลานก็ทำให้ฉันพูดเร็วจนหายใจแทบไม่ทัน เพราะหัวใจที่เอาแต่เต้นแรงไม่เป็จังหวะ ที่ใบหน้าของฉันแทบจะแนบชิดกับอกแกร่งที่เปลือยเปล่าของเขา
“คุณลืมได้เหรอครับ” ฉันไม่ได้เงยหน้าขึ้นไปมอง แต่รับรู้ได้ถึงรังสีบางอย่างที่บอกว่าเขากำลังจ้องมองลงมา
“...”
“ว่าแต่…เราจะคุยเื่นี้กันตรงนี้เหรอ คุณไม่กลัวคนอื่นได้ยินเหรอครับ เหมือนคนที่คุณรู้จักหลายคนก็ยังพักต่อที่นี่นะ” ฉันใกับคำพูดของเขา ลืมคิดไปเลยว่าหลายคนที่มาร่วมงานแต่งก็อยู่เที่ยวต่อ ถึงแม้ฉันจะไม่สนิทด้วยแต่ก็รู้จักหน้าค่าตากัน ไหนจะคนที่บริษัทที่รู้ว่าฉันพึ่งเลิกกับแฟน ขืนมาเจอฉันกอดกับผู้ชายแบบนี้ต้องเอาไปพูดเสียๆ หายๆ แน่ ถึงฉันจะพยายามไม่สนใจเื่คนนินทา แต่ไม่ถูกนินทาก็ดีกว่าอยู่แล้ว แต่จะทำยังไงดีล่ะในเมื่อเขากอดฉันแน่นไม่ยอมปล่อยแบบนี้
ฉันพยายามจะคิด แต่ก็คิดไม่ออก เพราะสมองของฉันตอนนี้มันว้าวุ่นไปหมด
“แล้วคุณจะเอายังไงคะ” ทันทีที่ฉันพูดจบเขาก็สวนกลับขึ้นมาทันที
“ไปคุยกันที่ห้อง” ฉันสตั๊นกับคำพูดของเขา
“ไม่ๆ ไม่มีทาง” ฉันพูดโพล่งออกไปอย่างไม่ต้องคิด
“ผมไม่ทำอะไรคุณหรอก โอเคไหม” เขาถอนหายใจ พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงติดรำคาญเล็กน้อย
“ฉันจะเชื่อคุณได้ยังไง” ฉันจ้องมองหน้าเขาอย่างรอคำตอบ แล้วเขาก็เลื่อนใบหน้ามากระซิบข้างหูฉันใกล้ๆ
“เมื่อคืน...คุณเป็คนเริ่มก่อนนะครับ แล้วก็...”
ฉันหน้าร้อนผ่าว กับความรู้สึกที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ถึงความทรงจำจะเลือนราง แต่ความจริงที่ว่าฉันเป็ฝ่ายจูบเขาก่อนกลับจำได้อย่างแม่นยำ หืมมม มันน่าตบกระบาลตัวเองจริงๆ เื่ที่ควรลืมกลับจำซะงั้น
โอ๊ยยยย ฉันอยากจะบ้าตาย
“พอๆ หยุด!” ฉันรีบเอามือมาปิดปากเขา แต่ก็ต้องใเองที่มือไปัักับริมฝีปากนุ่มๆ ของเขา ฉันจึงรีบผละมือออกมา
“อะ...โอเค ไปคุยที่ห้องฉัน” เขามองฉันพลางยิ้มมุมปากอย่างพอใจ
“ตอนนี้ปล่อยฉันได้รึยัง” ฉันมองค้อน เขาจึงปล่อยฉันออกจากอ้อมแขน และเดินตามฉันไปที่ห้อง
.
.
“แกร๊ก!” ฉันเปิดประตูห้องตัวเองเข้ามา รีบเดินตรงไปที่ตู้เสื้อผ้าเพื่อหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำมาใส่แล้วเดินมายื่นให้เขาหนึ่งตัว เพราะตอนนี้เขามีแค่ผ้าเช็ดตัวจากสระว่ายน้ำพันรอบเอว ท่อนบนเปลือยเปล่าโชว์ให้เห็นแผ่นอกกว้างและกล้ามท้องซิกแพคที่ยิ่งมองยิ่งใจสั่น ซึ่งแน่นอนว่าฉันไม่สามารถที่จะทนนั่งคุยกับเขาในสภาพนี้ได้แน่นอน
“คุณใส่นี่ก่อน” เขาทำหน้าใเล็กน้อย ก่อนจะเผยยิ้มมุมปากออกมา
“ต้องใส่ด้วยเหรอ เมื่อคืนทั้งคืนผมก็ไม่เห็นต้องใส่” หน้าของฉันร้อนผ่าวขึ้นมาทันที พออยู่ในห้องกันสองคน คิดจะพูดอะไรก็พูดอย่างงั้นเหรอ จะมากไปแล้วนะ
“นี่คุณ…” กะว่าจะตักเตือนสิ่งที่เขาพูดออกมาสักหน่อย แต่ก็ยังไม่ทันพูดจบ เขาก็ดึงแขนฉันเข้าไปหาตัว
“อุ๊ย!” ฉันไม่ทันได้ตั้งตัว เลยเซล้มเข้าไปในอ้อมอกเขา
เขารีบโอบกอดตัวฉันแน่นด้วยสองแขน ทำให้ฉันขยับตัวดิ้นไม่ได้เลย จากนั้นเขาก็ปล่อยมือข้างหนึ่งดึงสายผูกเสื้อคลุมของฉันออก เผยให้เห็นร่างด้านหน้าลำตัวของฉัน ที่มีบิกินี่ตัวจิ๋วปิดอยู่
“นะ…นี่คุณจะทำอะไร คุณรับปากแล้วนะว่าจะไม่ทำอะไรฉัน” ฉันดิ้นพยายามจะให้แขนออกจากอ้อมกอด เพื่อที่จะได้ดึงเสื้อคลุมมาปิดร่าง แต่เขากลับโอบรัดตัวฉันมาแแ่กับตัวของเขามากขึ้น แน่นจนลำตัวของฉันััได้ถึงของแข็งบางอย่างภายใต้ผ้าเช็ดตัวที่พันรอบเอวของเขา
“อุ๊ย!” ฉันอุทานเบิกตากว้างด้วยความใ ไม่นะ ฉันจะเสียตัวรอบที่สองไม่ได้.....
“ปล่อยยยยยย” ฉันะโเสียงดัง พยายามดิ้นอย่างสุดแรง แต่ทว่าแรงของฉันไม่สะท้านแรงของเขาเลย ฉันว้าวุ่นลนลาน ไม่รู้จะทำยังไง ตอนนี้ก็อยู่ในห้องสองต่อสอง หรือฉันควระโให้คนช่วย แต่ถ้าเกิดเขาทำร้ายฉันล่ะ ฉันจะทำยังไงดี
“หยุด!” เขาตะคอกเสียงเล็กน้อย ทำให้ฉันหยุดชะงักลงด้วยความใ
ดวงตาคู่สวยกวาดมองลงไปที่หน้าอกของฉัน ที่ถูกปิดด้วยบิกีนี่ตัวน้อย แต่ทว่าตอนนี้มันปูดตูมขึ้นจากการกอดรัดของเขา
“คุณชอบอ่อยเหรอ”
----------