“อวิ้นหยาง” รองประมุขเงยหน้าจากผ้าเช็ดหน้าที่กำลังปักหลังจากที่เมื่อวานเขาแลกเปลี่ยนทักษะกับหัวหน้าคณะแสดงดนตรีตลอดทั้งวันยาวไปจนถึง่ตะวันตกดินในที่สุดวันนี้รองประมุขก็ได้ปักหน้าเช็ดหน้าของตัวเองได้เสียที
“ท่านพี่”
“ทำอะไรอยู่รึ” ไป๋เฮ่อมองน้องชายวันนี้อวิ้นหยางไม่ได้อยู่ที่หอตำราอย่างเช่นทุกครั้งแต่มาเห็นอยู่ที่เรือนดนตรีไป๋เฮ่อจึงเดินมาดูว่าน้องชายกำลังทำอะไรอยู่
“ปักผ้าเช็ดหน้าขอรับ” ถึงการปักผ้าเช็ดหน้าสำหรับบุรุษในที่แจ้งเช่นนี้จะไม่ค่อยเป็ที่เจริญตาเท่าไหร่นักแต่อวิ้นหยางมีหรือจะสนใจ สิ่งที่เขาทำไม่ใช่เื่ที่น่าอายตรงไหน
“จะเอาไปโยนให้แม่ทัพใหญ่รึ” รองประมุขเกือบทำเข็มแทงมือท่านพี่พูดอะไรกัน
“จะเป็เช่นนั้นได้อย่างไรขอรับ” แล้วถึงจะโยนไปจริงใช่ว่าแม่ทัพใหญ่จะรับเสียหน่อย
“ข้าก็นึกว่าเ้าจะปักผ้าเช็ดหน้าไปโยนให้กับแม่ทัพใหญ่เสียอีก”ประมุขมองน้องชาย แต่ลองสักหน่อยก็ไม่เสียหายมิใช่หรอกรึ
“ข้าจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร”
“ทำไมจะทำไม่ได้แม่ทัพใหญ่นับว่าเป็บุรุษที่เพียบพร้อมทุกอย่างไม่แปลกตรงไหนที่เ้าจะอยากเกี้ยวเขา” อวิ้นหยางนิ่วหน้าท่านพี่พูดอะไร เขาน่ะรึจะไปเกี้ยวแม่ทัพใหญ่มีคนมากมายที่เหมาะสมกับแม่ทัพใหญ่มากกว่าเขาเสียอีก
“ข้าไม่ทำเช่นนั้นหรอกขอรับที่ข้าปักผ้าเช็ดหน้าเพราะผ้าเช็ดหน้าที่ท่านแม่ปักเอาไว้ให้เหลือแค่ผืนเดียวแล้วข้าไม่อยากจะเอามาใช้จึงได้ปักเพิ่ม”อวิ้นหยางอธิบายให้ฟังเื่นี้ไม่ได้เกี่ยวกับการที่แม่ทัพใหญ่จะมาที่เมืองหลวงเสียหน่อยแค่เวลามันประจวบเหมาะกันเท่านั้นเอง
“ลองดูไม่เสียหายมิใช่หรอกรึ” เขาจะได้มีน้องเขยเป็ถึงแม่ทัพใหญ่ของฉางหวั่นแล้วยังได้กำจัดเื่น่ารำคาญใจออกไปด้วย อวิ้นหยางควรจะลองดูเสียหน่อย
“ไม่เอาหรอกขอรับ น่าอายเกินไป”
“เ้าเองก็นับว่ารูปงามหากเ้าโยนผ้าเช็ดหน้าให้กับแม่ทัพใหญ่มีหรือใครจะกล้าแย่งชิงแม่ทัพใหญ่กับเ้า”รองประมุขของฉางเก๋อทอดสะพานให้ถึงขนาดนี้มีหรือแม่ทัพใหญ่จะไม่ทอดสะพานกลับ
ถึงขนาดนัดหมายมาชมดนตรีด้วยกันได้เช่นนั้นต้องสานสัมพันธ์ต่อถึงจะถูกต้อง
“ท่านพี่ล่ะก็”
“เอาล่ะๆ ข้าไม่ล้อเล่นกับเ้าแล้ว แต่เื่โยนผ้าเช็ดหน้าข้าก็ยังแนะนำให้ทำข้าให้เวลาเ้าหนึ่งปีในการหาคู่แต่งงานมิใช่หรอกรึเริ่มจากแม่ทัพใหญ่เป็คนแรกก็นับว่าเป็การเริ่มต้นค้นหาที่ไม่เลว” ใครบ้างที่จะไม่อยากได้แม่ทัพใหญ่เป็เขย ไป๋เฮ่อยังอยากได้เลย
แต่ไม่รู้ว่าน้องชายคนนี้จะคิดเช่นเดียวกันหรือเปล่า
“แล้วท่านพี่มีเื่อันใดกับข้าหรือขอรับ” อวิ้นหยางเอ่ยถาม ท่านพี่เดินมาหาเขาถึงที่นี่มีเื่ด่วนอะไรอย่างนั้นรึ
“ไม่มีอะไร ข้าเดินผ่านเรือนดนตรีของเ้าจึงได้แวะมาดูนี่น่ะรึผ้าเช็ดหน้าที่ท่านแม่ปักเอาไว้ให้” ประมุขมองไปยังผ้าเช็ดหน้าที่อยู่ในกล่องไป๋เฮ่อเองก็มีผ้าเช็ดหน้าที่ปักด้วยฝีเข็มเดียวกันคงจะเป็ท่านแม่ที่ปักเอาไว้ให้เขาเหลืออยู่สักสามสี่ผืนกระมังเพราะไป๋เฮ่อนั้นไม่ค่อยได้ใช้และเพราะสูญเสียความทรงจำไปทั้งหมดด้วย่ที่เขาจำอะไรไม่ได้จึงไม่ได้แตะต้องผ้าเช็ดหน้าพวกนั้นเลย
“ขอรับ ถึงฝีเข็มข้าจะไม่ดีเท่าท่านแม่แต่ก็พอจะดูได้ขอรับ” ต้องปักปีกกระเรียนถึงสองปีกนับว่าใช้ความสามารถอยู่มากเหมือนกัน
“เ้าอยู่เฝ้าที่หอตำราตลอดคงจะเบื่อ หาอะไรทำให้ผ่อนคลายตัวเองหน่อยย่อมดี”ประมุขพยักหน้าในเมื่อเหลือผ้าเช็ดหน้าของท่านแม่แค่ผืนเดียวแบบนี้ไป๋เฮ่อคงจะแอบเอาไปโยนให้ไม่ได้เช่นนั้นรอคอยจังหวะดีๆในการเอาผ้าเช็ดหน้าผืนใหม่ของอวิ้นหยางไปก็แล้วกัน
เขยของฉางเก๋อไม่ว่าใครก็ห้ามขวาง
หลังจากที่ไป๋เฮ่อแวะมาดูน้องชายแล้วเขาก็เดินกลับไปยังเรือนของตัวเองประมุขไม่อยากอยู่ห่างจากภรรยานานๆ ไม่อย่างนั้นความคิดถึงจะกำเริบเอา
รองประมุขนั่งปักผ้าเช็ดหน้าอยู่แบบนั้นจนถึงเย็นเพราะวันนี้ไร้ซึ่งคนรบกวนทำให้เขาปักได้เยอะมากทีเดียวแล้วยังปักออกมาได้สวยเสียด้วย ค่อยน่าใช้หน่อย
หากตอนนี้มีขนมอร่อยๆของแม่ทัพใหญ่มานั่งกินเพื่อให้หายเมื่อยก็คงจะดี
อวิ้นหยางนึกสงสัยอยู่ว่าร้านขนมที่แม่ทัพใหญ่ซื้อขนมมาให้เขานั้นขายขนมอะไรบ้างเพราะที่แม่ทัพใหญ่ส่งมาให้เขากินนั้นไม่ซ้ำกันเลยสักชนิดดูๆแล้วคงจะเป็ร้านขนมที่ใหญ่น่าดู ทำอร่อยถึงเพียงนั้นพอขายหรือเปล่านะคนต้องรอต่อแถวกันเยอะแน่ๆ ไม่รู้ว่าแม่ทัพใหญ่ไปต่อแถวซื้อมาหรือเปล่าอวิ้นหยางไม่กินขนมนั้นก็ได้หากมันจะทำให้แม่ทัพใหญ่ลำบากแค่หน้าที่แม่ทัพก็ยุ่งพอแล้วหากต้องปลีกตัวไปซื้อขนมให้เขาอีกอวิ้นหยางก็รู้สึกผิดกับแม่ทัพใหญ่มากอยากให้เแม่ทัพใหญ่พักผ่อนเยอะๆ ร่างกายจะได้ไม่ล้มป่วย
หรือว่าอวิ้นหยางควรทำน้ำแกงบำรุงสุขภาพให้ไปแม่ทัพใหญ่ดี
เื่ทำอาหารอวิ้นหยางก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยมวันที่แม่ทัพใหญ่เดินทัพมาที่เมืองหลวงเขาจะทำน้ำแกงบำรุงสุขภาพไปให้แม่ทัพใหญ่ดีกว่าแค่อ่านตำราพิชัยาจะไปเทียบเท่าการกินอิ่มท้องได้อย่างไรดังนั้นอวิ้นหยางตัดสินใจแล้วว่าเขาจะทำน้ำแกงบำรุงสุขภาพกับอาหารฟื้นกำลังไปให้แม่ทัพใหญ่หากแม่ทัพใหญ่ชอบก็คงจะดี
่เวลาสิบวันผันผ่านไปอย่างรวดเร็ววันที่ฉางหวั่นต้องเดินทัพมาที่เมืองหลวงก็มาถึง
รองประมุขแต่งกายด้วยชุดสีเขียวอ่อนที่มักจะใส่เป็ประจำทุกครั้งยามที่อยู่ที่พรรคแต่วันนี้เพิ่มเติมตรงที่สวมเสื้อคลุมเอาไว้บนบ่าอีกชั้นเช่นเดียวกับประมุขวันนี้เป็งานที่ค่อนข้างเป็ทางการเล็กน้อยดังนั้นอวิ้นหยางจึงต้องแต่งกายให้ดูดีเสียหน่อยจะได้ไม่ขายหน้า
“นั่นอะไร” ไป๋เฮ่อมองมาที่กล่องบางอย่างที่อวิ้นหยางหิ้วมาด้วยจนวันนี้ไป๋เฮ่อก็ยังหาวิธีเอาผ้าเช็ดหน้าของอวิ้นหยางมาไม่ได้ไม่รู้ว่าเด็กคนนี้รู้ทันเขาหรือเปล่าถึงได้เก็บซ่อนผ้าเช็ดหน้าเสียดีนักสงสัยว่าเขาจะต้องบังคับเด็กคนนี้เสียหน่อยแล้ว
“แค่ของตอบแทนนิดหน่อยน่ะขอรับ ไปกันเถอะขอรับท่านพี่”อวิ้นหยางบ่ายเบี่ยงที่จะไม่ตอบก่อนจะดันหลังท่านพี่ให้ขึ้นรถม้าที่อยู่ด้านหน้าไป๋เฮ่อเลิกคิ้วอย่างสงสัย ของตอบแทนอะไรกัน เอาไปให้ใครอย่างนั้นรึ
“อวิ้นหยาง เ้าเอาผ้าเช็ดหน้าของเ้ามาด้วยหรือเปล่า”ประมุขเอ่ยถามกับน้องชาย เื่นี้จะไม่ทำไม่ได้อย่างน้อยๆก็ต้องลองสักครั้ง
“ท่านพี่ จะให้ข้าโยนผ้าเช็ดหน้าจริงๆหรือขอรับ”อวิ้นหยางโอดครวญหากว่าเขาโยนลงไปแล้วแม่ทัพใหญ่คว้าเอาไว้ขึ้นมาความสัมพันธ์ของพวกเขาจะยิ่งไปกันใหญ่นะ
“นั่นย่อมแน่นอน ลองดูก็ไม่เสียหายมิใช่รึ” โอกาสที่จะได้ใกล้ชิดกับแม่ทัพใหญ่แบบนี้ไม่ได้หากันได้ง่ายๆหากแม่ทัพใหญ่ไม่รับเอาไว้ก็ไม่เป็ไรแต่หากรับเอาไว้ก็จะเป็การประกาศความสัมพันธ์ต่อหน้าสาธารณะชนไม่ว่าใครก็ขวางไม่ได้ทั้งนั้น
แม้จะเป็คนรักเก่าของน้องชายก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะมาโวยวายอะไรทั้งสิ้น
“หากเขาไม่รับข้าจะไม่เสียดายผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นแย่รึ”ปักออกมาเสียสวย หากตกลงไปที่พื้นจะต้องถูกคนเหยียบย่ำน่าสงสารจะตายไป
“ข้าจะใช้วิชาเก็บมันขึ้นมาเองหากแม่ทัพใหญ่ไม่รับเอาไว้”ผ้าเช็ดหน้าที่ปักเป็ลายปีกกระเรียนจะให้ตกลงบนพื้นได้อย่างไร
“หากเกิดว่าแม่ทัพใหญ่รับขึ้นมา….”
“เ้าจะได้ไม่ต้องเสียเวลาหาคนมาแต่งงานด้วยอีกเพราะแม่ทัพใหญ่เลือกเ้าแล้ว”นี่สินับว่าเป็เื่ดีแม่ทัพใหญ่ผู้มากด้วยความสามารถกับผู้ดูแลหอตำราที่เปี่ยมไปด้วยความเฉลียวฉลาดไม่เหมาะสมที่ตรงไหนกัน
“ท่านพี่อยากได้แม่ทัพใหญ่เป็เขยหรือขอรับ”
“ใครจะไม่อยากได้ ฝ่าายังทรงอยากได้เลย” ต้องรีบชิงตัวแม่ทัพใหญ่มาก่อนที่ฝ่าาจะทรงนึกขึ้นได้ว่าเหล่าพระขนิษฐาของพระองค์ยังไม่แต่งงานมิเช่นนั้นคงหมดโอกาสแน่
แล้วเป็โชคดีมากที่ฝ่าาประทับอยู่ที่วังหลวงไม่ได้เสด็จมาที่ประตูเมืองร่วมกับไป๋เฮ่อและเซียวเฟิงเหยียนนอกจากนั้นยังสั่งห้ามเหล่าองค์หญิงที่เป็พี่น้องร่วมอุทรณ์ออกมาเพ่นพ่านที่นอกตำหนักอย่างเด็ดขาดทำให้เหล่าองค์หญิงไม่เคยได้เห็นหน้าค่าตาของแม่ทัพใหญ่สักเท่าไหร่นักแต่เชื่อเถอะว่าหากได้เห็นจะต้องเป็ปลื้มและอยากจะได้เป็พระสวามีอย่างแน่นอน
“ข้าอาจจะไม่อยากแต่งกับเขานี่ขอรับ”
“ก่อนหน้านี้ข้าได้ยินคณะแสดงดนตรีเอ่ยถึงเ้ากับสามีของเ้าน่าสงสัยจริงว่าใครกันที่เ้าเอามาแอบอ้างเป็สามีแล้วบอกกับคณะการแสดงดนตรีไปเช่นนั้น”รองประมุขชะงัก เื่นี้ท่านพี่ก็ได้ยินด้วยหรอกรึ
“เื่นั้น…”
“สามีผู้เป็แม่ทัพที่เ้าพูดถึงเป็ใครกันแน่นะตอนนี้เรามีแม่ทัพที่ยังไม่แต่งงานอยู่กี่คนกัน ข้าเดาไม่ออกจริงๆ” ยิ่งไป๋เฮ่อพูดใบหูของรองประมุขก็ยิ่งแดงคนเป็พี่รู้ว่าทำไมอวิ้นหยางถึงบอกกับคณะการแสดงดนตรีไปเช่นนั้นแต่ในเมื่อขุดหลุมเองแล้วไป๋เฮ่อจะช่วยผลักลงหลุมนั้นให้เอง
พร้อมทั้งผลักแม่ทัพใหญ่ลงไปด้วย
“ท่านพี่….”
“เ้าจะตั้งใจโยนผ้าเช็ดหน้าใช่หรือไม่ ดีข้าจะคอยดูผลลัพธ์” ผู้เป็พี่ไม่รอให้น้องชายปฏิเสธดูเหมือนวันนี้เขาจะมีเื่ดีๆกลับไปบอกภรรยาของเขาแล้ว
รองประมุขได้แต่ถอนหายใจ ท่านพี่นั้นเป็คนฉลาดแล้วก็เป็คนเก่งหากเื่ใดที่ไปจุดประกายความสนใจเข้าแล้วล่ะก็ ท่านพี่ไม่มีทางวางมือง่ายๆแน่
เขาต้องโยนผ้าเช็ดหน้าไปให้แม่ทัพใหญ่จริงๆหรือ
ที่ประตูเมืองหัวหน้าองครักษ์มาถึงแล้วพร้อมกับฮูหยินและลูกชายตัวน้อย นายเหนือน้อยกำลังวิ่งไปมาโดยมีองครักษ์คอยดูอยู่ใกล้ๆวันนี้ได้ยินว่าสองแม่ทัพน้อยจะมาที่เมืองหลวงพร้อมกับแม่ทัพใหญ่เซียวเยว่กวางจึงมารอรับพี่ชายทั้งสองกระมังเมื่อนายน้อยเซียวเห็นราชครูก็รีบวิ่งมาหา
“ท่านลุง!” ไป๋เฮ่อย่อตัวลงก่อนจะรับตัวเด็กน้อยมาอุ้มเอาไว้ถึงอายุของไป๋เฮ่อจะน้อยกว่าท่านเทพทั้งสองมากแต่ไป๋ซูเจี้ยนก็ยังยืนยันว่าจะให้เซียวเยว่กวางเรียกไป๋เฮ่อว่าท่านลุง
“วันนี้อาจารย์ปู่ไม่มาเยว่กวางค่อยไปหาอาจารย์ปู่พร้อมท่านลุงนะ” ร่างสูงของนายเหนือยืนเท้าเอวทำไมลูกชายของเขาถึงวิ่งไปหาใครต่อใครแต่ไม่วิ่งมาหาพ่อแท้ๆบ้างเล่า
“ลูกชายข้าวิ่งหาทุกคนยกเว้นข้า”
“เขารักคนอื่นมากกว่าพ่อนี่” ั้แ่ที่ได้เห็นเซียวเยว่กวางไป๋เฮ่อก็รู้แล้วว่าเด็กคนนี้เกิดมาเพื่อเป็คู่แข่งของเซียวเฟิงเหยียนและในอนาคตจะไปได้ไกลยิ่งกว่าเซียวเฟิงเหยียนเสียอีกเป็หัวหน้าองครักษ์และนายเหนือของป้าเตาที่น่าภาคภูมิใจและเื่เขม่นพ่อคงจะเป็ไปอีกนาน
“ท่านพ่อน้อยใจนะ”
“แต่ลูกเ้าคงจะไม่สนว่าเ้าจะน้อยใจหรือเปล่า” เซียวเยว่กวางกอดคอท่านลุงเอาไว้ก่อนจะหัวเราะอย่างสนุกสนานไม่นานก็หันมามองอวิ้นหยางที่ยืนอยู่ด้านหลัง มือเล็กๆชี้มาที่กล่องที่อวิ้นหยางถืออยู่
“ท่านน้าเอาของกินมาด้วย” คนที่อยู่ตรงนั้นหันมามองไป๋เฮ่อเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจทำไมนายเหนือน้อยถึงคิดว่าสิ่งที่อยู่ในกล่องนั้นเป็ของกินอย่างนั้นรึ
“ทำไมเยว่กวางถึงคิดว่าเป็ของกินเล่า?”
“เยว่กวางได้กลิ่นของอร่อย” เด็กน้อยทำจมูกฟุดฟิดอย่างน่ารักทำให้คนที่อยู่รอบๆเอ็นดูเด็กน้อยนักหรือว่าจะหิวแล้วรึ
“เยว่กวางหิวแล้วหรือลูก” ผู้เป็แม่เอ่ยถามเพราะเอาแต่วิ่งเล่นั้แ่มาถึงสงสัยจะหิวแล้วเซียวเยว่กวางขอให้ท่านลุงวางตนลงก่อนจะวิ่งไปหาท่านแม่
“อื้อ เยว่กวางหิวแล้ว” ท่านเทพอุ้มลูกชายขึ้นก่อนจะบีบจมูกอย่างนึกหมั่นเขี้ยวเพราะทำตัวน่ารักแบบนี้อย่างไรทุกคนจึงได้เอ็นดูเด็กคนนี้นัก
“เช่นนั้นเยว่กวางกับท่านแม่รออยู่ที่ค่ายข้างล่างท่านพ่อกับท่านลุงจะไปรอรับแม่ทัพใหญ่ที่บนกำแพงเยว่กวางต้องดูแลท่านแม่เข้าใจหรือไม่” นายเหนือเดินมาหาภรรยาและลูกชายก่อนจะหอมแก้มภรรยาจากนั้นก็เอื้อมมือมาลูบผมเด็กน้อยเบาๆถึงนายน้อยเซียวจะชอบทำตัวเป็ไม้เบื่อไม้เมากับท่านพ่อแต่เด็กน้อยก็เชื่อฟังท่านพ่อยิ่งกว่าใครคนที่ถูกฝากฝังท่านแม่ให้ดูแลพยักหน้าอย่างแข็งขัน
“เยว่กวางจะปกป้องท่านแม่เอง!”
“ดีมาก” นายเหนือเอ่ยอย่างพอใจก่อนจะหันไปพยักหน้าให้กับสหายที่อยู่ไม่ไกลสองประมุขเดินขึ้นไปยังกำแพงเมืองที่มีทหารองครักษ์คอยรักษาการอยู่จำนวนมากการเดินทัพมาที่เมืองหลวงนั้นอะไรก็เกิดขึ้นได้ดังนั้นต่อให้เป็นักรบย่อมต้องมีการคุ้มกันเพิ่มเพื่อความปลอดภัย
กำแพงของเมืองหลวงนั้นแบ่งออกเป็สามชั้นชั้นนอกสุดจะอยู่ที่ขอบเมืองหลวง ชั้นกลางจะอยู่ที่ใจกลางเมืองส่วนชั้นในสุดคือกำแพงที่คอยปกป้องวังหลวงเอาไว้เพราะเมืองหลวงค่อนข้างใหญ่จึงต้องมีการสร้างกำแพงขึ้นมาถึงสามชั้นเพื่อให้เ้าหน้าที่ของทางการสามารถสอดส่องได้ทุกพื้นที่แม้ว่าท้ายที่สุดยังจะเกิดปัญหาเื่การโจรกรรมเล็กๆน้อยๆก็ตามเื่นี้คงจะอยู่ที่สามัญสำนึกของมนุษย์มากกว่าจะเป็การทำงานที่ผิดพลาดของทางการแล้ว
อวิ้นหยางยืนอยู่บนกำแพงเมืองชั้นที่สองอันที่จริงเขาก็อยากจะไปรับแม่ทัพใหญ่ที่กำแพงเมืองชั้นนอกแต่ด้วยเหตุผลเื่ความปลอดภัยของประมุขและรองประมุขฝ่าาจึงไม่อนุญาตให้พวกเขาไปรอรับถึงที่กำแพงเมืองชั้นนอกอีกทั้งประมุขนั้นเปรียบเสมือนตัวแทนพระองค์ของฝ่าาหากไปถึงที่กำแพงเมืองชั้นนอกจะต้องจัดเตรียมกองทหารองครักษ์เพิ่มจำนวนคนที่เยอะมากเกินไปจะทำให้การเคลื่อนไหวไม่สะดวกเท่าไหร่นักเซียวเฟิงเหยียนและไป๋เฮ่อเห็นพ้องต้องกันในเื่นี้ว่าเป็เื่ที่น่ารำคาญหากต้องจัดวางกำลังคนเพิ่มเพื่อคุ้มกันพวกเขาดังนั้นพวกเขาจึงมารอรับแม่ทัพใหญ่ที่อยู่กำแพงเมืองชั้นสองแทน
ถึงประมุขจะดูแลตัวเองได้แต่ด้วยกฎเกณฑ์ที่มีพวกเขาจะต้องปฏิบัติให้ถูกต้องดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงกฎเกณฑ์พวกนั้นพวกเขาสู้อยู่ที่กำแพงเมืองชั้นสองเพื่อความสะดวกในการเคลื่อนไหวจะดีกว่า
และเพราะพวกเขายืนอยู่บนกำแพงที่กลางเมืองอวิ้นหยางจึงเห็นว่าเหล่าสตรีภายในเมืองหลวงนั้นกำลังฮึกเหิมกันมากทีเดียวสองปีครั้งที่กองทัพของฉางหวั่นและเทียนเช่อจะเดินทัพมาที่เมืองหลวงเพื่อให้เหล่าสาวเล็กสาวน้อยได้มองแล้วกระชุ่มกระชวยบางคนเตรียมผ้าเช็ดหน้ามาเต็มตะกร้าเพื่อหว่านให้เหล่านักรบโดยเฉพาะ
น่ากลัวโดยแท้ แบบนี้ทางเดินในเมืองหลวงคงเต็มไปด้วยผ้าเช็ดหน้ากระมัง
“เห็นกี่ครั้งก็น่ากลัว” หัวหน้าองครักษ์เอ่ยขึ้นสตรีภายในเมืองหลวงกำลังจับจองพื้นที่ของตัวเองในการหว่านผ้าเช็ดหน้าให้กับชายที่ถูกใจเซียวเฟิงเหยียนสงสัยนักว่าพวกนางจะโปรยให้ใครบ้างกันแน่ถึงได้เตรียมมาเยอะถึงเพียงนี้
“พวกนางจะมีสามีกี่คนกันแน่ไยเตรียมมาเยอะขนาดนี้”
“คนที่ใช่ไม่ต้องพยายาม แต่หากไม่ใช่ก็ต้องลงแรงกันบ้างเ้าเห็นตรงนั้นหรือเปล่า หนึ่งตะกร้าตรงนั้นไม่รู้จะถูกโปรยไปให้ใครบ้าง” สตรีของเมืองหลวงแรงกายเยอะเสียจริงเซียวเฟิงเหยียนเห็นภาพนั้นแล้วพาลให้นึกถึงครั้งหนึ่งในอดีตที่ฮูหยินหลิวก็เคยทำเช่นนี้
นอกจากสตรีในเมืองหลวงก็ฮูหยินหลิวนี่แหละที่น่ากลัวมาหนึ่งตะกร้าเต็มๆเทเสร็จก็หายไปกับสายลมปล่อยให้แม่ทัพใหญ่ต้องจมอยู่กับกองผ้าเช็ดหน้านั้นด้วยความหัวเสีย
แล้วปีนี้แม่ทัพใหญ่ลี่ฮุ่ยซิ่วก็เป็ที่หมายปองของเหล่าสตรีมากเสียด้วยหากเขาไม่ถูกกองผ้าเช็ดหน้านั้นทับจนคอเคล็ดก็คงจะดี
“ปีนี้แม่ทัพใหญ่คงจะต้องเผชิญชะตากรรมเดียวกันกับผู้าุโหลิวแล้วกระมัง”
“มีแค่หนึ่งผืนเท่านั้นที่จะตกไปอยู่ในมือของแม่ทัพใหญ่”ไป๋เฮ่อมองไปทางน้องชายที่ยืนอยู่ถัดไปไกลเกือบสิบก้าวหัวหน้าองครักษ์มองตาม
“เ้าจะชิงลงมือก่อนที่ฝ่าาจะรู้ตัวรึ”
“แต่งกับองค์หญิงก็ไม่แย่ แต่เื่นี้ใครเร็วใครได้แม้เป็ฝ่าาข้าก็ไม่ยอมให้” กำลังจะเกิดศึกชิงแม่ทัพใหญ่กันหรืออย่างไรแล้วนี่รองประมุขอวิ้นหยางจะโยนผ้าเช็ดหน้าให้กับแม่ทัพใหญ่ด้วยอย่างนั้นรึ
“จะได้แน่รึ”
“ไม่ได้ด้วยเล่ห์ต้องเอาด้วยกลไม่ได้ด้วยมนตร์ต้องได้ด้วยคาถา”
“เ้านี่น่ากลัวจริงๆจะจับคู่ให้น้องชายตัวเองแต่ถามความเห็นเขาแล้วรึ” เื่การจับคู่ไม่เหมือนกับที่ไป๋เฮ่อหรือเซียวเฟิงเหยียนเจอมาเสียหน่อยไปบังคับแบบนั้นจะดีรึ
“ก่อนหน้านี้อวิ้นหยางกับแม่ทัพใหญ่ไปชมการแสดงดนตรีด้วยกันแล้วยังมาส่งอวิ้นหยางถึงที่หน้าพรรค ได้ยินว่าพวกเขาสองคนส่งสารพูดคุยกันตลอดก่อนหน้านี้หัวหน้าคณะการแสดงดนตรีเข้าใจผิดคิดว่าอวิ้นหยางกับแม่ทัพใหญ่เป็สามีภรรยากันตัวอวิ้นหยางก็ไม่ได้เอ่ยแก้ไขความเข้าใจผิดนี้ถึงจะไม่ได้มีใจแต่อย่างน้อยก็ไม่ได้เกลียดกันอย่างแน่นอน” นายเหนือมองไปยังรองประมุขของฉางเก๋อที่ยืนอยู่พร้อมทั้งหิ้วกล่องนั้นเอาไว้หรือว่าของกินที่อยู่ในนั้นจะเป็ของกินที่ทำมาให้แม่ทัพใหญ่อย่างนั้นรึ
น่าสนใจจริงๆ
“น้องชายเ้าก็แพรวพราวไม่ใช่เล่น” แม่ทัพใหญ่นับว่าเป็ตัวเลือกที่ดีมากในการเป็คู่ชีวิตแล้ว่นี้านับว่าสงบลงมากดังนั้นไม่ต้องกลัวว่าแม่ทัพใหญ่จะไปสละชีพในสนามรบ เท่าที่เซียวเฟิงเหยียนมองแม่ทัพใหญ่ทั้งเป็คนที่สุภาพ น่าคบหา ฐานะดี หน้าตาหล่อเหลาแล้วยังมีแรงดึงดูดบางอย่างกับคนที่อยู่รอบๆแม้แต่ฝ่าายังตรัสเอาไว้ว่าหากแม่ทัพใหญ่ยังไม่แต่งงานฝ่าาจะทรงหาคู่แต่งงานให้ซึ่งต้องไม่ใช่ใครที่ไหนจะต้องเป็พี่น้องร่วมอุทรณ์ของฝ่าาที่ยังไม่อภิเษกอย่างแน่นอน
แม้แต่องค์หญิงยังอยากได้แม่ทัพใหญ่เป็สวามีทำไมประมุขของฉางเก๋อจะอยากได้มาเป็เขยบ้างไม่ได้
“ข้าจะปูทางให้ราบรื่น ใครก็อย่าได้ขวางทั้งนั้น”จะฝ่าาหรือองค์หญิง ก็อย่าหวังที่ได้จะตัวแม่ทัพใหญ่ไป
“ข้าสนับสนุนเต็มที่” หวังว่ารองประมุขจะเตรียมผ้าเช็ดหน้ามาพอ
เสียงแตรที่อยู่บนกำแพงเมืองชั้นนอกดังขึ้นเป็สัญญาณบอกว่ากองทัพของฉางหวั่นนั้นกำลังเคลื่อนทัพใกล้เข้ามาแล้วเหล่าทหารองครักษ์ต่างตรึงกำลังเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่เมื่อได้ยินว่ากองทัพของฉางหวั่นใกล้เข้ามาแล้วเหล่าสตรีภายในเมืองต่างยิ่งฮึกเหิมมากขึ้นไปอีกหัวหน้าองครักษ์มองด้วยความเหนื่อยใจ
แบบนี้ผ้าเช็ดหน้าของรองประมุขจะไปถึงแน่รึ
อวิ้นหยางมองไปยังเส้นทางภายในเมืองที่กองทัพของฉางหวั่นจะเดินผ่านเขาหัวเราะน้อยๆกับความฮึกเหิมของบรรดาสาวงามภายในเมืองแม่ทัพใหญ่ต้องรับศึกหนักเสียแล้ว
เขาเองก็มีศึกกับตัวเองเช่นเดียวกัน
รองประมุขรู้สึกกดดันเล็กน้อยหากเขาไม่โยนผ้าเช็ดหน้าลงไปท่านพี่จะต้องน้อยใจเป็แน่แต่หากโยนลงไปทุกคนจะต้องรู้ว่าเขาสนใจในตัวแม่ทัพใหญ่หลังจากนี้คงจะมีข่าวลือมากมายเกิดขึ้นที่สำคัญคือเขาจะทำอย่างไรเมื่ออยู่ต่อหน้าแม่ทัพใหญ่
ในขณะที่รองประมุขกำลังคิดฟุ้งซ่านโดยที่ในมือถือผ้าเช็ดหน้าที่ปักเองอยู่นั้นกองทัพของฉางหวั่นก็ค่อยๆเคลื่อนตัวเข้ามาภายในเมืองผู้คนที่มารอรับต่างส่งเสียงโห่ร้องด้วยความประทับใจร่างสูงสง่าของแม่ทัพใหญ่อยู่บนอาชาสีดำทมิฬดูองอาจและเต็มไปด้วยความดุดันของนักรบใบหน้าหล่อจัดนั้นโดดเด่นท่ามกลางผู้คนที่อยู่รายล้อมเขา ดวงตาสีทองเปล่งประกายรับกับกรอบหน้าที่คมเข้มไม่ว่าจะมองมุมไหนแม่ทัพใหญ่ช่างหล่อเหลาเสียนี่
แล้วยังไม่สะทกสะท้านกับคลื่นผ้าเช็ดหน้าที่กำลังถูกโปรยลงมาจากเหล่าสาวงามที่หมายตาเขาแม่ทัพใหญ่ยังคงนิ่งเฉยกับผ้าเช็ดหน้าหลากสีสันนั้นราวกับว่าพวกมันไม่ได้อยู่ในสายตา
ต้องเผชิญกับคลื่นผ้าเช็ดหน้ามากมายแบบนี้ลี่ฮุ่ยซิ่วก็ได้แต่ปั้นหน้าทำเป็ไม่สนใจเท่านั้นหากเผลอปล่อยมือออกจากบังเหียนม้าเมื่อไหร่ต้องมีผ้าเช็ดหน้าสักผืนหล่นลงมาใส่มือเขาอย่างแน่นอนดังนั้นเขาจะเผลอไม่ได้อย่างเด็ดขาด
หลังจากที่เดินทัพเข้ามาในเมืองได้ประมาณหนึ่งจนเกือบจะถึงกำแพงชั้นที่สองดวงตาสีทองก็เหลือบไปเห็นร่างบางระหงส์ที่อยู่บนกำแพงเ้าของร่างนั้นกำลังส่งยิ้มให้กับเขา แม่ทัพใหญ่ยิ้มตอบด้วยความอ่อนโยนรองประมุขมารับเขาจริงๆเสียด้วย แล้วชุดที่สวมใส่มาวันนี้ก็เหมาะกับรองประมุขมากแม้จะไม่ได้ดูเด็กดั่งเช่นวันนั้นแต่ในยามที่แต่งกายอย่างสุขุมเช่นนี้ก็ทำให้น่ามองมากยิ่งนัก
ในระหว่างที่แม่ทัพใหญ่กับรองประมุขกำลังสบสายตากันอยู่นั้นไม่ทันรู้ตัวผ้าเช็ดหน้าปักลายปีกกระเรียนที่อยู่ในมือของรองประมุขก็ถูกสายลมที่ไร้ที่มาที่ไปกระชากออกจากมือดวงตาสีเขียวตื่นใเขามองไปทางท่านพี่ของตัวเองที่ยืนนิ่งราวกับว่าไม่รู้ไม่เห็นอะไรแต่อวิ้นหยางสังเกตเห็นว่าบนมือของท่านพี่มีลมปราณสายหนึ่งแล่นผ่านอยู่
ท่านพี่ใช้สายลมดึงผ้าเช็ดหน้าของเขาไปอย่างนั้นรึ!
รองประมุขได้แต่เก็บสีหน้าเอาไว้มองผ้าเช็ดหน้าของตัวเองที่กำลังล่องลอยไปยังกองทัพที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้กำแพงสีหน้าของรองประมุขเดี๋ยวขาวเดี๋ยวแดง ดูแล้วน่าเป็ห่วงนัก
พรึ่บ!