ตอนที่ 50
เสียงก้องตะโกนดังกระหึ่มขึ้นเมื่อซุน ได้รับชัยชนะ ทั้งเป็นการเอาชัยที่เหนือชั้น โดยไม่ใช้อาวุธใด ๆแต่อาศัยศักยภาพที่ถูกพัฒนาขึ้น จากการฝึกฝนเพลงขวานวายุ จุดอ่อนที่เคยเป็นที่ครหามาเนิ่นนานบัดนี้ถูกลบล้างลงในการประลอง...
ซ่งไห่เฟิง สั่นสะท้านไปทั่วร่าง...
“เพลงขวาน ที่ไร้ขวานงั้นหรือ!!เจ้าเด็กนั่นมันทำได้จริง ๆ สามารถแง้มประตูสู่เจตจำนงได้ด้วยการฝึกฝนเพียงแค่ 10วัน ช่างเป็นเรื่องที่บ้ามาก... กว่าข้าจะเข้าถึงความรู้แจ้งระดับนี้ยังใช้เวลาร่วมสิบปีในการฝึกฝน...
ซุน มันเกิดมาในฤกษ์มังกร ยามพยัคฆ์ หรือยังไงกันนะ!!”
บนอัฒจันทร์นอกจาก ซ่งไห่เฟิง แล้ว... ยังมีเจ้าเมือง ฉีเฟยเทียนและบุตรชาย ฉีเฟยหลง ที่อดไม่ได้ตื่นตะลึงเช่นกัน...
“ตามที่ มู่เจี้ยน รายงายเข้ามา ว่าเจ้าเด็กผู้นี้มิใช่ระดับสามัญข้าหลงนึกว่า มู่เจี้ยน มันจะตาถั่วรายงานเกิดความเป็นจริง... แต่พอได้เห็นการประลองที่ผ่านๆ มาในวันนี้แล้ว มันยิ่งกว่าที่ข้าได้รับรายงานมาเสียอีก...” ฉีเฟยเทียนเอ่ยพึมพำ
“ความสามารถของเด็กคนนี้ไม่ด้อยไปกว่าระดับอัจฉริยะรุ่นเยาว์ในทวีปเลย... น่าแปลกจริง ๆที่มันเพิ่งจะปรากฏตัวขึ้น ทั้งยังไม่เป็นที่รู้จักส่วนหนึ่งคงเพราะไม่มีการสนับสนุนที่ดีพอ ปิดกั้นตนเองอยู่ในเขตชุมชนหมู่บ้านเล็กๆ ในชนบท
รอบต่อไปดูเหมือนว่า ลู่ชิงเอ๋อ ของพวกเรา จะเจองานหนักเข้าเสียแล้ว...”ฉีเฟยหลง กล่าวพลางถอนหายใจ
มีเพียงผู้เดียวที่ไม่เคยปากอะไรออกมาเลย ทั้งยังสั่นสะท้านไปด้วยความหวาดหวั่นที่มากขึ้นเรื่อยๆ แน่นอนว่าคนผู้นั้น คือ หานเต้าหยี!! ยามนี้ชายชราได้แต่ก่นด่าตนเองในใจ
‘บัดซบ! บัดซบ! บัดซบ!นี่ข้าถูกเจ้าเด็กนั่นมันล่อลวงให้เข้าเดิมพันหรือนี่!!มิน่าเล่ามันจึงปีกกล้าขาแข็ง เอ่ยท้าทายข้าเช่นนั้น... ยังเหลืออีกเพียงสองรอบคู่ต่อสู้ของมันยังเป็น 2 ผู้เยาว์ที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองบุปผาแดงยังพอมีโอกาสพลิกสถานการณ์!!’
เสียงเกรียวกราว ของเหล่าหญิงสาวข้างเวทีประลองดังขึ้นไม่ขาดสายยามนี้อาจกล่าวได้ว่า เหยาซุน กลายเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็วในฐานะดาวดวงใหม่ของเมืองบุปผาแดง... และหนึ่งในกลุ่มผู้ชมการประลอง ที่เฝ้าดูอยู่ด้วยสีหน้ามืดดำก็คือ เกาทงหลิน
จากความตั้งใจเดิมของ เกาทงหลิน คือการมาที่เมืองนี้เพื่อหาทางตีสนิทกับสาวงามอันดับ 1 อย่าง ฉีลู่ชิง โดยอาศัยตระกูลหานช่วยสานความสัมพันธ์ แต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้...นอกจาก ฉีลู่ชิง จะไม่ชายตามองตนแม้แต่น้อยแล้ว ยังถูก เหยาซุนเด็กหนุ่มที่มาจากที่ใดก็ไม่ทราบ แทรกแซงบทบาทของตนไปจนเกือบจะเลือนหายไปจากเมือง...
กลุ่มหญิงสาวเบื้องหน้าให้ความสนใจกับ เหยาซุน บนเวทีประลองมากยิ่งกว่าบุรุษเพียบพร้อมอย่างตนที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ เสียอีกมันย่อมสร้างความขุ่นเคืองใจให้กับ เกาทงหลิน อยู่ไม่น้อย... และอีกสิ่งที่ทำให้เกาทงหลิน ไม่สบอารมณ์มากที่สุด นั่นคือความสามารถที่ เหยาซุน ได้แสดงออกมาให้เป็นที่ประจักษ์!!
ในฐานะที่ตนเอง ก็เป็นอัจฉริยะด้านการต่อสู้ผู้หนึ่งมีชื่อเสียงตั้งแต่เยาว์วัย... ไหนเลยจะมองไม่เห็นประกายแสงที่เจิดจรัสของ เหยาซุน!! ภาพที่ เหยาซุน ถูก ฉีลู่ชิง เรียกให้ติดตามไปหลังจากที่ปฏิเสธตนก่อนหน้านั้น ยังติดตาตรึงใจไม่ลบเลือน...
หากปล่อยไว้เช่นนี้ นามของ เหยาซุน คงจะขยับขึ้นมาเบียดเสียดตนเองเข้าในสักวันมิใช่เพียงแค่ ฉีลู่ชิง เท่านั้นที่จะถูกแย่งชิง แม้แต่ตำแหน่งอัจฉริยะรุ่นเยาว์ของเกาทงหลิน ก็ยังอาจถูกแทนที่!!
“หากมันเติบโตขึ้นมากกว่า เห็นที่จะต้องหาทางกำจัดมันเสียแต่เนิ่นๆ” เกาทงหลิน พึมพำกับตนเองเบา ๆ
รอบ 4 คนสุดท้าย...
การประลองในรอบนี้ หานเฉียง และ ตู่เหยียน เป็นคู่แรกที่ขึ้นปะทะกัน...ความแข็งแกร่งทั้งคู่แตกต่างกันมากก็จริง หากแต่ด้านกลยุทธและรูปแบบเพลงกระบี่ตู่เหยียน สามารถใช้ออกมาได้ดีเกินคาด จนฝากรอยแผลไว้ที่ต้นของ หานเฉียง รอยหนึ่งถึงจะไม่ลึกมากแต่ก็ส่งผลต่อความเร็วอยู่ไม่น้อย
ทว่าสุดท้าย ความแข็งแกร่งย่อมตัดสินทุกสิ่ง... หานเฉียง เอาชนะได้ด้วยเพลงดาบตระกูลหานทั้งยังเดือดดาลอย่างยิ่งที่ตนได้รับบาดเจ็บก่อนเข้ารอบชิง จึงกระหน่ำฟาดฟันเข้าใส่ตู่เหยียน จนกรรมการต้องเข้าไปห้ามปรามการต่อสู้ ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายแรง…
จวบมาถึง คู่ที่หลายคนเฝ้ารอคอย...
เหยาซุน ปะทะ ฉีลู่ชิง...
ชื่อเสียงของหญิงสาวนั้น เป็นที่รู้จักอยู่ก่อนแล้ว ในฐานะสาวงามอันดับ1 ทั้งยังเป็นหญิงงามเพียงหนึ่งเดียว ที่อยู่ในชนชั้นแนวหน้ายอดฝีมือในระดับผู้เยาว์...ความสามารถของนางนอกจากจะยอดเยี่ยมแล้ว ยังได้รับการสนับสนุนจากตระกูลฉี ในทุก ๆด้าน จึงสุกสกายเจิดจ้า แม้แต่ภายในเมืองหลวง ชื่อเสียงของนางยังเป็นที่รู้จักอยู่ไม่น้อย...
ทางด้านเด็กหนุ่ม เป็นม้ามืดที่ทุกคนจับตามอง เจิดจรัสมากที่สุดภายในงานประลองครั้งนี้อีกทั้งด้วยความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ รูปแบบการต่อสู้ที่ไม่เหมือนใคร จึงเป็นเรื่องง่ายที่จะถูกตราตรึงในจิตใจของผู้ที่พบเห็นชื่อเสียงสำนักขวามวายุ ตระกูลซ่ง กลายเป็นที่เลื่องลือก็เพราะเด็กหนุ่มนามเหยาซุน...
ฉีลู่ชิง เป็นสาวงามอันดับ 1 ย่อมมีบุรุษน้อยใหญ่จับจ้องตาเป็นมัน ส่วนเหยาซุน ก็มีกลุ่มหญิงสาวส่งเสียงเป็นกำลังใจอยู่แทบจะครบทุกทิศทางในเวลานี้...การขึ้นเวทีประจันหน้ากันของคู่หนึ่งสาวอาจกล่าวได้ว่าเป็นที่สนใจมากที่สุดในเมืองบุปผาแดง ทำให้การแข่งมีสีสันเป็นอย่างยิ่ง...
ตึง! เสียงขวานศิลาที่ถูกปลดโซ่กระแทกสู่พื้น...
“เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่วันนี้เราทั้งคู่ได้เผชิญหน้ากัน...เมื่อราว 3 เดือนก่อน พวกเราสองคนยังเคยร่วมเป็นร่วมตายกันมาอยู่เลยนี่นะ...” ซุนกล่าวขึ้นทั้งรอยยิ้ม
พรึบ! เสียงพัดเหล็กถูกสยายออก...
“ขอยอมรับ ว่าข้านั้นตกใจมากจริง ๆ ในการพบกันครั้งแรกเจ้ายังไม่มีพื้นฐานลมปราณใด ๆ ด้วยซ้ำ แต่กลับช่วยชีวิตข้าเอาไว้ได้... ผ่านไป 3เดือน เจ้ากลับดีดตัวขึ้นมาเสมอเทียบ หรืออาจจะเหนือกว่าข้าขึ้นไปแล้ว ช่างเป็นบุรุษที่...อืม ช่างเถอะ!” นางตัดสินใจไม่กล่าวต่อ
กรรมการหันมองความพร้อม...
“เริ่มการประลองได้!!”
ซุน กดหัวคิ้วลงต่ำ กำขวานศิลาแนบแน่น...เป็นครั้งแรกที่พอสิ้นเสียงกรรมการประกาศแล้ว คู่ต่อสู้ของ ซุน ยังไม่ลงมือใด ๆอาจเพราะคราวนี้หญิงสาวไร้ซึ่งความประมาท สายตาที่จดจ้องมายัง ซุน นั้น มิต่างอะไรกับคู่แข่งที่มีฝีมือเหนือกว่า...
บนอัฒจันทร์...
“!!!!!!!”จู่ ๆ ซ่งจื่อฮุ่ย ก็แสดงสีหน้าตกใจขึ้น...
“แย่ล่ะสิ!! หลงลืมไปเลยว่าอุปนิสัยของ ซุน โดยพื้นฐานแล้วมีความเป็นสุภาพบุรุษอย่างมาก... ตลอดเวลาจะไม่เคยละลาบละล้วงใด ๆ กับหญิงสาว แม้แต่สายตาก็ยังไม่เคยใช้เสียมารยาทแล้วคนเช่นนั้นจะต่อสู้กับ ฉีลู่ชิง ได้เยี่ยงไรกัน!!”
ซ่งไห่เฟิง ได้ยินเช่นนั้นก็ใบหน้าเคร่งขรึม...
“นั่นสินะ... บุรุษทุกคนมีพื้นฐานที่ไม่อยากทำร้ายสตรีเป็นทุนอยู่แล้วและยิ่งหากคนผู้นั้นมีความเป็นสุภาพบุรุษด้วยล่ะก็ คู่ต่อสู้ที่น่ากลัวที่สุดก็คือสตรีนั่นแหละ”
เหล่าผู้ชมรอบ ๆ เวที ก็ล้วนเห็นมิต่างหญิงสาวและชายชราตระกูลซ่ง...การเผชิญหน้าอิสตรีในการประลอง มากน้อยเพียงใด บุรุษย่อมหนักใจ ต่อให้มิตั้งใจออมมือแต่ด้วยสัญชาตญาณแห่งบุรุษ ก็เป็นเรื่องยากยิ่ง ที่จะเค้นสุดกำลังเล่นงานสตรี...
บนเวที...
ฉีลู่ชิง สายตานิ่งสงบ ก่อนนางจะเริ่มตวัดพัดเหล็กในมือด้วยท่วงท่าร่ายรำเป็นทักษะการต่อสู้ที่งดงามที่สุด เท่าที่ ซุน เคยเห็นมา... สำนักหงส์สราญ มิใช่สำนึกฝึกยุทธที่แข็งแกร่งมากมายนักเนื่องด้วยเกิดจากรูปแบบประยุกต์ ผสานการเคล็ดวิชาลงในศิลปะการร่ายรำ แต่เพราะฉีลู่ชิง เป็นอัจฉริยะคนหนึ่ง นางชื่นชอบทั้งการร่ายรำ และการฝึกยุทธ จึงผลักดันสำนักเล็กๆ ให้กลายเป็นที่รู้จักภายในเมืองบุปผาแดงแห่งนี้...
“ระบำเพลงพัด ผสานแปดทิศ”
ในตอนนั้นเองที่ ซุน รู้สึกราวกับเห็นภาพหลอน มองการร่ายรำของหญิงสาวเกิดเป็นภาพทับซ้อน ราวกับ ฉีลู่ชิง สามารถแยกร่างเพิ่มขึ้นมาได้!!ก่อนที่เงาร่างกว่าแปดเงา จะพุ่งเข้ามาโอบล้อม ซุน รอบทิศทาง...
พัดเหล็กทั้งแปดเล่ม มีประกายแหลมคมมิต่างกระบี่... การตวัดแกว่งคมพัดด้วยท่วงท่าร่ายรำทั้งยังมีมากถึงแปดทิศทางรอบกาย จึงยากที่จะคาดเดาการเคลื่อนไหวอย่างสมบูรณ์...
“ปัดกวาด!!”
ซุน ตัดสินใจฟาดฟันขวานหมุนวนรับมือรอบทิศ... แต่กลับกลายเป็นว่าเงาร่างทั้งแปดกระโดดทะยานขึ้นด้านบนหลบเลี่ยงรัศมีเพลงขวานที่พุ่งไปด้านหน้านางเฝ้ามองการต่อสู้ของ ซุน มาตั้งแต่รอบแรก ดังนั้นจึงมองเห็นตำแหน่งช่องว่างเหนือศีรษะ...
“เพลงพัด เงาวิหควายุ”
หญิงสาวสะบัดพัดออกไปคราหนึ่ง ก่อเกิดกลุ่มก้อนสายลมที่รวมตัวกันกลายเงาวิหคพุ่งตรงออกไป พลังของมันแฝงไว้ด้วยประกายคมกริบจากพัดและวายุเชือดเฉือดฉีกอาภรณ์ของ ซุน มิต่างเศษผ้า ยังดีที่ ซุน เกร็งกล้ามเนื้อที่หนาแน่นไว้ได้ทันจึงมีเพียงรอยถลอกตื้นเขินที่ปรากฏ ยังไม่อาจเรียกโลหิตหยดแรกได้...
“ฟาดฟัน”
ซุน ตวัดขวานขึ้นด้านบน... หญิงสาวหดนัยน์ตาแคบเล็กน้อย ก่อนจะใช้พัดในมือรับการปะทะเอาไว้!! น่าแปลกที่ ซุน ไม่อาจสัมผัสถึงแรงปะทะได้เลย กว่าจะรู้ตัวหญิงสาวก็ดีดตัวกระโดดหนีไปโดยไม่ได้รับอันตรายจากขวานศิลา...
เด็กหนุ่ม กดหัวคิ้วลงต่ำทันที...
“นางมิได้ตั้งใจเข้าปะทะ แต่นางใช้แรงปะทะจาก ขวานศิลาเพื่อหลบหนีสินะ...”
จบการปะทะแรก เสียงตะโกนโห่ร้องก้องดังไปทั่วพื้นที่เป็นการให้กำลังใจชื่นชมกับทั้งสองฝ่าย... ฉีลู่ชิงเป็นคนแรกที่สามารถรับมือกับขวานศิลาโดยที่ไม่ได้รับบาดเจ็บใด ๆ ทั้งยังฝากรอยแผลไว้บนร่างของเด็กหนุ่มได้เป็นคนแรกในการประลองครั้งนี้...
แต่ทว่า... ข้างเวทีก็เริ่มมีเสียงเซ็นแทรกขึ้น...
“เหยาซุน ออมมือให้งั้นสินะ...”
“เอาน่า ไม่แปลกเลย ก็ในเมื่อคู่ต่อสู้เป็นผู้หญิงนี่...”
“ใครจะกล้าโจมตีใส่ คุณหนูฉี กันเล่า!! หากนางบาดเจ็บขึ้นมา ใครจะกล้ารองรับโทสะคนตระกูลฉี!!”
“ที่นางผ่านเข้ารอบมาได้ ส่วนหนึ่งก็เพราะไม่มีใครกล้าเล่นงานนางนี่แหละ”
เสียงรอบข้างเหล่านี้ดังขึ้นมิขาดสาย แม้จะมีหลายประโยคที่กล่าวขึ้น...หากแต่คำพูดโดยมาก จะเป็นคำกล่าวในลักษณะที่เหน็บแนม ฉีลู่ชิง ว่าการประลองของนางมิอาจนับเป็นการประลองที่แท้จริง จากหลาย ๆ ปัจจัย...
แน่นอนว่า ฉีลู่ชิง ได้ยินคำพูดเช่นนี้มาโดยตลอด... ในทุก ๆการประลอง นางล้วนต้องแบกรับสิ่งที่เรียกว่าแรงกดดันจากสายตาและการดูหมิ่นทุกชัยชนะที่นางได้รับ ล้วนแล้วแต่มีคำครหา บ้างก็ว่าเพราะเป็นหญิงสาวบ้างก็ว่าเพราะเป็นตระกูลชนชั้นพิเศษ แทบไม่มีใครเอ่ยชื่นชมว่าเป็นความสามารถจากแก่นแท้ของตัวนาง!!
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่นางเย็นชา และไร้ซึ่งมนุษย์สัมพันธ์กับคนรอบตัว...ยิ่งนางแสดงความเป็นอิสตรีออกมามากเท่าใด ชัยชนะของนางก็จะยิ่งกลายเป็นที่ครหามากขึ้นเท่านั้น!! ทางเดียวคือนางต้องฝ่าฝัน และก้าวข้ามทุกการดูหมิ่นเพื่อไปให้ถึงจุดสูงสุด!!
“ระบำพัด เทพหงสาสยายปีก!!”
บัดนี้พัดของนางโหมลุกไปด้วยเปลวเพลิง สร้างวังวนแห่งอัคคีท่ามกลางเวทีประลอง!! นอกจากทักษะร่ายรำและวรยุทธ นางยังดึงเอาปราณธาตุเข้ามาประสานทุกอย่างล้วนเกิดจากความสามารถในระดับอัจฉริยภาพ แต่กลับไม่มีผู้ใดมองเห็น!!
นอกเสียจาก...
“ฟาดฟัน!!”
ตูม!!
ซุน ระเบิดเพลงขวานวายุอย่างรุนแรง สร้างกระแสลมกรรโชกแหวกเปลวเพลิงก่อนที่เด็กหนุ่ม จะระเบิดฝีเท้าพุ่งเข้ามาด้วยสีหน้าที่ดุดัน!! แผ่ล้นจิตคุกคามในระดับที่หญิงสาวไม่เคยสัมผัสจากผู้ใดมาก่อน...
“อะไรกัน!!”
ซุน ดีดตัวขึ้นสูงจากพื้น เงื้อขวานไปด้านหลังก่อนจะฟาดฟันลงมาอย่างเต็มกำลัง!! หญิงสาว ระเบิดท่าร่างรนถอยหลบได้อย่างเฉียดฉิว ทำให้ขวานศิลาฟาดฟันลงพื้นเวทีในตำแหน่งเบื้องหน้าของนาง จนทำให้นางเสียการทรงตัวเล็กน้อย...
จังหวะนั้นเอง ที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน...
ซุน ตวัดปลายเท้า เตะเข้าไปที่ใบหน้าของนางเต็มหลังเท้า!!
ตูม!!
หญิงสาว ใบหน้าสะบัดอย่างรุนแรงตามแรงเตะ กระพุ้งแก้มด้านในเกิดบาดแผลฉีกขาดจนทำให้โลหิตไหลออกมาจากมุมปาก... ผ้าผืนบางที่ปิดใบหน้าของนางหลุดไปเป็นที่เรียบร้อยทั้งยังไปติดอยู่ที่ปลายเท้าของ ซุน เสียอย่างนั้น...
เด็กหนุ่ม หยิบผ้าชิ้นนั้นขึ้นมาสูดดม พร้อมแสยะยิ้ม...
“ได้เตะใส่ใบหน้าหญิงงามอันดับ 1 เช่นนี้... นับเป็นเกียรติของข้ายิ่งนัก...”
“!!!!!!!!!!!” ไม่เพียงหญิงสาวที่ตกตะลึงกระทั่งเหล่าผู้ชมโดยรอบ ต่างพากันอ้าปากค้างประหนึ่งว่าปลายคางหนักขึ้นอีก 10ชั่ง!! ไม่มีใครคาดคิดสักเพียงนิด ว่า เหยาซุน จะโจมตีไร้ปราณี กับหญิงสาวถึงเพียงนี้เพ่งเล็งยังใบหน้าที่หญิงสาวทะนุถนอมเป็นที่สุด...
............................................
**ในตอนถัดไปขออนุญาตเริ่มเก็บหัวใจนะครับ แต่จะเป็นการเก็บในอัตราส่วน5 ตอน เก็บ 1 ตอนเท่านั้น หากมีการขยับหรือเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้ทราบเป็นระยะ ฝากผู้อ่านและติดตามช่วยสนับสนุนเป็นกำลังในการเขียนต่อไปด้วยนะครับ ขอบคุณครับ Free-J **