ที่ได้ยินคำพูดลู่ฉิงเกอถึงกับหยุดชะงัก กะพริบตาถี่ๆเอาแต่จ้องมองหน้า แม่สื่อก็จ้องเหมือนกันทำท่าเหมือนจะรำคาญ แต่ก็ยินยอมให้ถาม"อยากถามอะไรก็รีบถามมา"
"ไม่ทราบว่าที่นี่ที่ไหนเหรอ?" ลู่ฉิงเกอจึงไม่รอช้ารีบถามด้วยความอยากรู้เป็ที่สุด
"คุณหนูลู่ฉิงเกอ..." แม่สื่อเมื่อรู้ว่าตัวเองเรียก หญิงสาวที่อยู่ตรงหน้านี้ผิด จึงได้เรียกใหม่ และพูดกระแนะกระแหน
"ไอ้หยา! พระชายาวันนี้เป็วันแต่งงานของท่านกับท่านอ๋อง นี่ตื่นเต้น จนสมองกลับไปแล้วหรือยังไงถึงจำไม่ได้"
"ห๊ะ..แต่งงาน?"เมื่อเธอได้ยินถึงกับใอุทานเสียงดัง
จากนั้นก็เหมือนคนสติหลุดเอาแต่ส่ายศีรษะ ปากก็เอาแต่บ่นพร่ำว่า 'ไม่จริงไม่จริง' เป็สิบๆครั้ง ต่อด้วยประโยคถัดมาว่า 'เป็ไปไม่ได้' เมื่อตะกี้นี้เธอยังเห็นตัวเองนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยห้องไอซียูอาการปางตายแล้วตอนนี้มาโผล่ในห้องหอแห่งนี้ได้ยังไง แถมยังเป็งานแต่งงานของตัวเองอีกด้วย
"ทำไมต้องทำหน้าใด้วย งานแต่งงานนี้เป็ความเห็นชอบจากองค์ฮ่องเต้"
"องค์ฮ่องเต้?" เมื่อได้ยินคำนี้ก็ทำให้เธอยิ่งมึนงงไปใหญ่ว่าตอนนี้ตัวเองหลุดมาอยู่ในสมัยไหนกันแน่ แต่คงไม่ใช่ในปัจจุบันแน่นอน
ตอนนี้ลู่ฉิงเกอสับสนงุนงงไปหมดเธอพูดผิดๆถูกๆเพราะยังไม่ชินกับคำพูดของคนโบราณ แต่สิ่งที่อยากจะถามมากที่สุดก็คือเธอแต่งงานกับใคร?
"ท่านอ๋องมู่อี้จวิน พระอนุชาขององค์ฮ่องเต้ แถมยังมีตำแหน่งเป็ถึงแม่ทัพใหญ่ของแคว้นมู่ อะไรกันลืมได้ยังไง"
แม่สื่อพูดจบก็เอาแต่ส่ายศีรษะ มองดูลู่ฉิงเกอด้วยท่าทีเบื่อหน่ายที่เอาแต่ถาม ยิ่งแม่สื่อพูดลู่ฉิงเกอก็ยิ่งมึนงง มั่นใจว่าไม่รู้จักกับพระอนุชาอะไรนี่มาก่อน แล้วจะแต่งงานกับเขาได้ยังไงกันแต่ไม่ทันจะได้ถามต่อ
ก็ถูกแม่สื่อนำผ้ามาคลุมหน้าไว้เหมือนเดิมและสั่งให้อยู่เงียบไม่พูดอะไรอีกแล้ว ใกล้ถึงเวลาที่เ้าบ่าวจะเข้าหอ
"อะไรนะ เข้าห้องหอ?" ผ้าคลุมหน้าสีแดงถูกดึงออกอีกครั้งด้วยฝีมือของลู่ฉิงเกอเอง ไม่รู้จักกับเขาจะให้เข้าห้องหอด้วยกันได้ยังไง ไม่มีทางยังไงก็เป็ไปไม่ได้ ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ เธอจึงคิดเพียงอย่างเดียวว่าจะออกไปจากห้องหอนี้ให้ได้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แต่ก็ถูกแม่สื่อดึงตัวเอาไว้ไม่ให้ออกไปไหน
และยังเรียกบ่าวรับใช้คนอื่นให้เข้ามา ช่วยกันจับลู่ฉิงเกอเอาไว้จนวุ่นวายไปหมด แต่ด้วยที่ตัวเธอมีพื้นฐานในการต่อสู้ จึงป้องกันตัวเองจากคนอื่น ไม่ใช่เื่ยากอะไร ที่จะหนีไปจากที่นี่
"ปล่อยนะ! จะมาบังคับให้แต่งงานแบบนี้ได้ยังไงกัน เขาเรียกว่าคลุมถุงชนชัดๆยังไงก็ไม่แต่ง ได้ยินไหม"
ตอนนี้ภายในห้องหอดูวุ่นวาย เพราะทุกคนต้องไล่จับตัวพระชายาที่เอาแต่วิ่งหนีจะออกไปจากห้องอย่างเดียว จนแม่สื่อทนไม่ไหวะโออกมาอยู่ประโยคหนึ่งที่คิดว่าพูดแล้วเ้าสาวต้องหยุดอย่างแน่นอน
"พระชายา ถ้าท่านกล้าก้าวออกจากห้องนี้ไป คนตระกูลลู่ ต้องถูกปะาเจ็ดชั่วโคตร ยังจะออกไปอีกไหม"
"ตระกูลลู่?"เธอได้ยินก็หยุดวิ่งยืนอยู่นิ่งๆภายในใจก็คิดว่าที่นี่ก็มีตระกูลลู่ด้วยเหรอ เห็นท่าทีของลู่ฉิงเกอที่หยุดนิ่งไม่ไหวติงแล้ว จึงส่งสัญญาณให้กับบ่าวรับใช้ พาเ้าสาวกลับไปนั่งที่เตียงดังเดิมนำผ้าสีแดงมาคลุมศีรษะเป็ครั้งที่สาม เดินไปยืนอยู่ข้างๆยิ้มร้ายกาจก่อนจะใช้น้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยคำพูดข่มขู่
"พระชายาทำตัวดีๆอย่าดื้อเหมือนเช่น เมื่อกี้นี้อีก ถ้าท่านอ๋องมาแล้ว จะเต็มใจแต่งหรือไม่ก็ต้องยอมรับพระราชโองการขององค์ฮ่องเต้ ถ้าไม่อยากให้ครอบครัวถูกปะาเจ็ดชั่วโคตร"
ใบหน้าที่อยู่ใต้ผ้าคลุมสีแดงได้แต่ทำตาเลิ่กลั่ก กัดเม้มริมฝีปากของตัวเอง ก่อนที่แม่สื่อจะเดินออกจากห้องหอไปก็ได้พูด
"พระชายาถ้าไม่อยากทำให้ครอบครัวเดือดร้อน ก็นั่งรอคอยท่านอ๋องอย่างเงียบๆและทำหน้าที่ของพระชายาให้ดีที่สุด"
จนใจจริงๆเธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไม่มีทางเลือกหากขัดขืนไม่ยอมเข้าห้องหอ ก็ถือเป็การขัดพระราชโองการทำให้ครอบครัวเดือดร้อนอีก จากนั้นจึงคิดถึงผู้ชายที่จะต้องเข้าห้องหอด้วยไม่รู้ว่านิสัยเป็อย่างไร? หน้าตารูปร่างดีหรือเปล่า?
ยิ่งคิดก็ยิ่งเหนื่อยใจ ลู่ฉิงเกอได้แต่ปลง เมื่อกี้ยังอยู่ในห้วงเวลาแห่งความเป็ความตายอยู่เลย แต่เพียงแค่อึดใจเดียว ก็เปลี่ยนมาอยู่ใน่เวลาหนึ่งและสถานที่ ที่ไม่คุ้นเคยแถมยังต้องมาแต่งงานกับใครก็ไม่รู้
เธอไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองหรือจะเป็เพราะ์กลั่นแกล้ง ต้องใช่แน่ๆ ์คงจะจงเกลียดจงชัง มากถึงได้ทำให้ชีวิตของเธอวุ่นวาย
อยู่ๆก็ให้ทะลุมิติมาสถานที่ ไม่คุ้นเคยแถมยังมาใน่เวลาที่แต่งงานต้องเข้าหอกับคนแปลกหน้า เหมือนเป็การทำให้เธอทรมานยิ่งกว่าตายเสียอีก คิดแล้วมันน่าน้อยใจโชคชะตาครั้งนี้เหลือเกิน จึงได้ะโออกมาอย่างไม่กลัวฟ้ากลัวดิน
"์ชอบเล่นตลกกับโชคชะตาของคนเสียจริง ทำไมต้องแกล้งกันด้วย ทำไมไม่ปล่อยให้ตายไปเลย ดีกว่ามาเข้าหอแบบนี้ด้วยยยยย"
ลู่ฉิงเกอพูดจบก็มีเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าเกิดขึ้นทันที เหมือนเป็สัญญาณว่าเบื้องบนได้ยินที่เธอพูด ไม่ให้ลบหลู่์อีกถ้าไม่อย่างนั้น อาจจะทำให้เธอตายจริงๆก็ได้ พอได้ยินเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่า ก็ใมากได้แต่ทำหน้าแหยๆ ยกมือพนม ปากก็บ่นพึมพำ
"ขอโทษ ขอโทษ ์เบื้องบน ฉิงเกอจะไม่พูดแบบนั้นอีกแล้วอย่าพิโรธโกรธมนุษย์ตัวเล็กๆเลย"
มู่อี้จวิน เดินมาถึงกลางทางระหว่างที่กำลังจะไปห้องหอ ก็เกิดเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าทำให้เขาต้องเหลียวมองดูบนท้องฟ้า ว่าทำไมท้องฟ้าวันนี้ถึงได้ดูแปลกๆทั้งๆที่คืนนี้ก็มีดวงดาวอยู่เต็มท้องฟ้า
แต่กลับมีเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าเหมือนกำลังโกรธใครอยู่ เมื่อมองดูท้องฟ้าเรียบร้อยแล้วเขาก็ก้าวเดินต่อไปจนถึงหน้าห้องหอของตนเอง