โปรแกรมสร้างนักรบ

    นักเวทย์ผู้เก่งกาจ 31 – ดำเกิง!

            ตาต่อต่อ ฟันต่อฟัน ถ้าเอาเกลือจิ้มเกลือได้ ทำไมจะเอาไฟสู้ไฟไม่ได้!?


            ออสการ์ไม่มีทางปล่อยให้สถานการณ์กลับกลายไปเป็นเหมือนเดิมอีกแน่ ถ้าไม่มีเวทย์ชั้นสูงออกมาให้ซื้อ?


            เขาก็จะสร้างมันขึ้นมาเอง!


            ออสการ์มุ่งหน้ากลับไปยังโถงถ้ำที่ 8 ด้วยความมุ่งมั่น เขาจะเลิกใช้เวทย์น้ำแข็งอย่างภูษาเหมันต์ในการเคลียร์ถ้ำที่ 3 แห่งนี้ และจะหันไปใช้เวทย์ไฟในการจัดการกับสไลม์ลาวาที่เหลือแทน


            เพลิงไร้ลักษณ์จะต้องร้อนแรงจนแผดเผาหินลาวาให้ละเหิดหายไปได้ เด็กหนุ่มคิดเอาไว้แบบนั้น


            ดาบยักษ์ถูกถืออยู่ในมืออย่างเตรียมพร้อม ออสการ์ค่อย ๆ ลงมือตามแผนการสุดโต่งที่เพิ่งคิดขึ้นมาได้สด ๆ ร้อน ๆ อย่างไม่ยอมเสียเวลาคิดทบทวนซ้ำ ถ้าแผนการนี้ล้มเหลวเขายอมตาย!


            ม่านวารีบำบัดถูกบีบให้บางแต่หนาแน่นมากที่สุด มันจะถูกใช้เป็นปราการด่านสุดท้าย ในขณะที่ปีกแห่งสายลมถูกกระตุ้นแล้วถูกส่งต่อเข้าไปในดาบยักษ์พร้อมกับคำสั่งที่เคร่งเครียดจริงจัง


            “สุดหล่อ! เอาให้เหลือน้ำหนักแค่ 30 เปอร์เซ็นต์ แล้วคงที่เอาไว้อย่างนั้นจนกว่าจะสั่งให้หยุด ถ้าทำไม่ได้! ฉันจะงดของหวานแก 3 วันติด ไม่ได้ขู่! ถ้าทำไม่ได้ ฉันจะลงโทษแกจริง ๆ”


            ดาบยักษ์มีน้ำหนักเบาลงอย่างทันตาเห็น และเด็กหนุ่มไม่ได้สนใจว่าน้ำหนักในตอนนี้จะเหลือแค่ 30 เปอร์เซ็นต์จริงหรือไม่ เขากำลังกระตุ้นเวทย์โจมตีส่งตามเข้าไปอย่างขมักเขม้น


            และมันเริ่มต้นด้วยเพียงแค่เพลิงสีชาดเท่านั้น!


            ฟู่ววว…..


            ดาบยักษ์ที่ทอประกายสีแดงระเรื่อถูกกวัดแกว่งด้วยกระบวนท่าดาบลมกรดอย่างรวดเร็ว ม่านบาเรียสีแดงก่อนตัวขึ้นล้อมรอบร่างกายของออสการ์ที่พุ่งไปยืนอยู่กลางโถงถ้ำ สายลมแรงกรรโชกออกไปรอบ ๆ ราวเป็นเกิดพายุใหญ่ ทำให้หอกลาวาที่พุ่งเข้าใส่ถูกพัดพาเปลี่ยนทิศทางจนไม่สามารถแตะต้องได้แม้แต่ม่านบาเรีย เปลวไฟบนตัวของเหล่าสไลม์ลาวาลุกโชนทวีความรุนแรงมากขึ้น


            ลมช่วยส่งเสริมไฟ ออสการรู้เรื่องนี้ดี


            และยังรู้อีกด้วยว่าสายลมที่รุนแรงมากเกินไป จะทำให้เปลวไฟดับลงได้ แต่เด็กหนุ่มไม่ได้หวังถึงขั้นนั้น


            เขาแค่จะส่งเสริมให้มันมอดไหม้เผาผลาญจนถึงขีดสุด!


            ฟู่ววววววว…..


            พายุที่ก่อตัวขึ้นจากใบดาบขนาดใหญ่ที่เคลื่อนไหวจนมองตามไม่ทันเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ม่านบาเรียสีแดงเริ่มปรากฏมีประกายสีฟ้าครามแซมออกมาให้เห็น


            อุณหภูมิในโถงถ้ำเริ่มพุ่งสูงเป็นเท่าทวีคูณ ม่านวารีบำบัดที่ปกคลุมร่างกายของออสการ์อยู่เริ่มระเหยกลายเป็นไอ

    แต่ความร้อนแค่นี้หยุดเด็กหนุ่มไม่ได้


            เขาต้องการให้มันร้อนแรงมากกว่านี้เสียด้วยซ้ำ แค่นี้มันยังไม่ถึงครึ่งของความต้องการเลย


            ดาบยักษ์ถูกกวัดแกว่งเร็วขึ้นอีก น้ำหนักของมันในตอนนี้ถูกลดลงจนเหลือเพียงแค่น้ำหนักของดาบยาวเล่มหนึ่งเท่านั้น ประกายสีแดงสลับฟ้าครามเริ่มจางหายไปจากเพลิงไร้ลักษณ์ที่ถูกกระตุ้นใช้เสริมขึ้นมา


            นี่ไม่ใช่การใช้เพลิงไร้ลักษณ์แทนเพลิงฟ้าครามและเพลิงสีชาด แต่ออสการ์กำลังใช้เพลิงทั้ง 3 ชนิดออกมาพร้อมกัน


            เขาต้องการให้เวทย์เพลิงทั้งหมดที่มีอยู่ผสานซ้อนทับกันอย่างสมบูรณ์แบบ


            และหวังว่ามันจะกลายเป็นเวทย์ใหม่ขึ้นมา เวทย์ที่มีอานุภาพเป็น 3 เท่าของเพลิงไร้ลักษณ์ เวทย์เพลิงที่ร้อนแรงจนเผาผลาญได้แม้แต่หินแกร่งหรือเหล็กกล้า


            ฟวู้ม……..


            ตึง! ตึก!


            หลังจากที่คลื่นความร้อนลูกสุดท้ายระเบิดตัวออกไปพร้อมกับสายลม ดาบยักษ์ในมือของเด็กหนุ่มก็ห้อยตกลงมากระแทกพื้น พร้อมกับเข่าทั้ง 2 ข้างที่ทรุดตามลงมาอย่างหมดสภาพ เรี่ยวแรงที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดถูกใช้ไปในการล้วงเม็ดยาแก้หิวและเม็ดยาเติมมานาจากกระเป๋ามายัดใส่ปาก


            ออสการ์ใช้ทั้งพลังกายและพลังเวทย์ออกไปแทบจะเรียกว่าจนหยาดสุดท้าย


            และดูเหมือนว่ามันจะได้ผล


            บ่อลาวาที่อยู่บนพื้นตอนนี้กลายเป็นเพียงเถ้าถ่านสีดำปนเทา ไม่มีสไลม์ลาวาหลงเหลือให้เห็นอีก


            “ม่านวารีบำบัด!”


            เด็กหนุ่มกระตุ้นเวทย์ฟื้นฟูออกมาอีกครั้ง พร้อมกับส่งผ่านมันเข้าไปที่ดาบยักษ์โดยไม่ต้องรอให้ ‘วิญญาณสัตว์เลี้ยง’ เรียกร้องออกมา มันสมควรจะได้รับของหวานเป็นรางวัล


            “หืม…? อยากได้อะไรเย็น ๆ อย่างนั้นหรือ? ได้เลย! ภูษาเหมันต์!”


            ออสการ์เปลี่ยนเวทย์ให้มันโดยไม่มีการอิดออดแม้แต่นิดเดียว


            เพราะการจัดการเคลียร์โถงถ้ำแห่งนี้ใช้เวลาไปทั้งหมดเพียงไม่ถึง 5 นาที เสียมานาไปเพียงแค่หลอดเดียว แถมยังสร้างเวทย์เพลิงชนิดใหม่ที่มีอานุภาพร้ายแรงสุดยอดขึ้นมาได้


            อยากจะกินอะไรเท่าไรก็เต็มที่เลย เขาเต็มใจที่จะเลี้ยงฉลองกับความสำเร็จในครั้งนี้แบบไม่อั้น


            ออสการ์ดีใจถึงขนาดคิดชื่อเวทย์เพลิงชนิดใหม่เอาไว้แล้วด้วยซ้ำ


            เพลิงบรรลัยกัลป์ถล่มโลกา!


            ลองนึกภาพดูว่าตอนตะโกนบอกท่าไม้ตายมันจะเท่ห์ขนาดไหน!?

            …………………


            “หืม? หิวอีกแล้วหรือ? อือ… รู้แล้ว ๆ ไม่ต้องเลีย… เฮ้ย!”


            เด็กหนุ่มทะลึ่งตัวพรวดลุกขึ้นนั่งอย่างตกใจ มือถูกยกขึ้นไปลูบสัมผัสใบหน้าของตัวเองเพื่อตรวจสอบความว่าไม่มีอะไรผิดปกติ สายตากวาดมองสำรวจไปทั่วห้องพักอย่างรวดเร็ว คิ้วขมวดเข้าหากันแน่น ในหัวรีบทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ก็สรุปได้อย่างรวดเร็วว่ามันไม่ใช่ความฝัน


            เพราะตั้งแต่เข้ามาอยู่ใน ‘เกมส์’ ออสการ์ไม่เคยฝันมาก่อน ไม่เคยเลยแม้แต่ครั้งเดียว


            แต่… แล้วตัวอะไรมาเลียหน้าเขา? ในห้องพักที่อยู่ในหมู่บ้านเริ่มต้น มันไม่น่าจะมีใครหรือตัวอะไรเข้ามาได้


            “หิว… อย่างนั้นเหรอ?”


            เด็กหนุ่มพึมพำออกมาพร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบ ๆ อีกครั้ง แต่ก็ยังไม่… มีตัวอะไรดำ ๆ ซ่อนอยู่หลังดาบยักษ์ที่เขาพิงเอาไว้ข้างผนัง!!


            “ถ้าหิวก็ขึ้นมา”


            ออสการ์ไม่แน่ใจนัก แต่ก็ทำเป็นใจดีสู้ลูกแมว ใช้น้ำสียงที่นุ่มนวลเรียกเจ้าสิ่งมีชีวิตขนาดประมาณฝ่ามือให้ออกมาจากที่ซ่อน ในขณะที่สมองเริ่มทำการประมวลผลถึงความเป็นไปได้ทั้งหมด


            “สุดหล่อ! มา! ขึ้นมาเร็ว ๆ”


            เขาเรียกมันซ้ำอีกครั้ง คราวนี้เริ่มได้ผล เจ้าตัวน้อยโผล่หัวออกมาให้เห็นได้ชัดขึ้น ถ้าดูเผิน ๆ ก็เหมือนกับเป็นลูกแมวตัวหนึ่ง แต่ก็มีความแตกต่างบางอย่างที่บอกไม่ถูก เด็กหนุ่มไม่รู้ว่ามันคือตรงไหนกันแน่เหมือนกัน


            “จะกลัวอะไร? ขึ้นมาเร็ว ๆ หิวแล้วไม่ใช่เหรอ อยากกินสีอะไร? แดงหรือเหลือง?”


            ‘ดาบ’


            “หือ… อะไรนะ?”


            ‘ดาบ’


            “จะกินได้ยังไง? แข็งจะตาย แล้วฉันยังต้องใช้มันต่อด้วย!”


            ออสการ์มั่นใจแล้วว่าเจ้าตัวน้อยที่เห็นคือสัตว์เลี้ยงวิญญาณของเขา แต่ปัญหาใหม่คือมันปรากฏตัวออกมาได้ยังไง แล้วไอ้คำว่า ‘ดาบ’ ที่ดังอยู่ในหัวคือมันต้องการกินจริง ๆ ใช่มั้ย?


            ‘กิน ดาบ ดี’


            “หือ?… ตามใจ! อยากกินก็กินเลย! ต้องให้ปอกเปลือกให้ก่อนมั้ย?”


            หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดเด็กหนุ่มก็เอ่ยปากอนุญาตออกไป นั่นเป็นเพราะเจ้าตัวน้อยไม่ได้ต้องการจะกินดาบยักษ์ มันขยับตัวไปยืนอยู่ใกล้ ๆ กับดาบยาวที่วางพิงผนังอยู่ข้าง ๆ มองมาที่เขาสลับกับมองไปที่ดาบยาว ถ้าแปลความหมายไม่ผิดมันคงตั้งใจจะบอกว่า


            ‘จะกินเล่มนี้!’


            ออสการ์ขยับลุกออกจากเตียงไปหยิบดาบยาวมาชักออกจากฝักก่อนจะวางมันกลับลงไปที่พื้น เสร็จแล้วก็ย้อนกลับมานั่งลงบนเตียง พร้อมกับเอ่ยปากอนุญาตเจ้าตัวน้อยที่ถอยเข้าไปหลบอยู่หลังดาบยักษ์ซ้ำอีกครั้ง


            “กินสิ! ฉันปอกเปลือกให้แล้ว!”


            ร่างเล็ก ๆ ที่ค่อย ๆ ก้าวออกมานั้นปกคลุมด้วยเกล็ดสีดำสนิทไปทั่วทั้งตัว ศีรษะเป็นทรงค่อนข้างกลม ส่วนจมูกและปากยื่นยาวออกมาและมีแผงฟันพร้อมเขี้ยวที่แหลมคมซ่อนอยู่ด้านใน ถ้าพิจารณาจากลักษณะของส่วนหัวอย่างเดียว มันไม่แปลกเลยที่ตอนแรกเด็กหนุ่มคิดว่าเป็นลูกแมว เพราะหน้าตาของมันกระเดียดไปทางสัตว์ตระกูลแมวใหญ่จริง ๆ


            แต่คอของมันยืดยาวขึ้นมาจากลำตัวและมีหนามแหลมเรียงอยู่เป็นแผงเหมือนขนม้า ขาหน้าแม้จะเป็นอุ้งเท้าที่ซ่อนกงเล็บอันแหลมคมเอาไว้ แต่ขาหลังดันกลายเป็นกีบเท้าที่เหมาะสมสำหรับการตะกุยเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ช่วงขาเมื่อเทียบกับลำตัวแล้วยาวเกินว่าจะบอกว่ามันเป็นลำตัวของเสือหรือสิงโต แถมหางยังมีหนามงอกเรียงเป็นแผงอยู่เหมือนครีบปลา


            ออสการ์ที่นั่งดูอยู่ไม่รู้ว่า ‘วิญญาณสัตว์เลี้ยง’ ของตนเองเป็นตัวอะไร และระหว่างที่นั่งดูเจ้าตัวน้อยค่อย ๆ กัดแทะดาบยาวเข้าปาก เด็กหนุ่มก็กำลังครุ่นคิดอย่างหนักไปด้วย


            ดำเกิง!


            ในที่สุดเขาก็สรุปออกมาได้ สูงศักดิ์ สง่างาม และมีสีดำสนิทไปทั้งตัวแบบนี้


            ตั้งชื่อให้ว่า ‘ดำเกิง’ จะเหมาะสมที่สุดแล้ว…