บ้านของสิน
สินขับรถจักรยานยนต์ไปรับฟ้ามาที่บ้าน ส่วนหมอกให้ลุงแสงมาส่งเพราะต้องขนอุปกรณ์สำหรับทำโปรเจกต์ส่งอาจารย์มาด้วย ตอนนี้ที่บ้านของสินกำลังไถกลบดินเพื่อเตรียมทำแปลงนา สินอธิบายให้หมอกกับฟ้าฟังว่า บ้านของเขาโชคดีที่มีที่ดินเป็ของตัวเองพื้นที่ประมาณ 2 ไร่กว่าๆ โดยแบ่ง 1 ไร่ไว้สำหรับปลูกข้าว แม้จะดูเป็พื้นที่น้อยเมื่อเทียบกับการทำเกษตรทั่วไป แต่ด้วยกรรมวิธีบางอย่างทำให้ข้าวที่บ้านได้ผลผลิตสูงถึง 6 ตัน ซึ่งถือว่าเยอะมากเมื่อเทียบกับพื้นที่เท่ากันของบ้านอื่น สินไม่ค่อยรู้รายละเอียดความต่างนัก เพราะส่วนใหญ่พ่อของเขาเป็คนดูแล หลังจากพาเพื่อนทั้งสองไปทักทายพ่อแล้ว สินก็พาเพื่อนมาที่ใต้ถุนบ้าน
"เราจะเริ่มจากอะไรกันดี" สินถามขึ้นหลังจากยกน้ำดื่มมาต้อนรับเพื่อน
"นั่นสินะ เรามีสว่านไฟฟ้าอยู่ ทำแบบโครงแล้วร้อยเอ็นก่อนไหม" หมอกเสนอ และทั้งสามคนก็เริ่มตกลงกัน
"แล้วเราต้องทำกว้างยาวเท่าไหร่ดี" ฟ้าถาม
"ต้องห่างกันช่องละ 50 x 50 เิเนะ" สินตอบ
"งั้นเริ่มจากกว้าง 50 ยาว 150 แล้วกัน" หมอกสรุป
ในระหว่างที่ฟ้าวัดไม้ หมอกกับสินก็ช่วยกันเลื่อยไม้ สินพยายามหาเื่คุยโดยถามหมอกว่าทำไมถึงเลือกเรียนสายนี้ หมอกตอบเพียงว่าไม่ได้มีอะไรพิเศษ เขาแค่เรียนไม่เก่ง สินจึงสารภาพกับหมอกว่าเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงมาเรียนสายนี้ เขาแค่เห็นฟ้ามาเรียนและเป็ห่วงเพื่อนเลยตามมาเรียนด้วย ทั้งที่ความจริงก็ไม่แน่ใจว่าจะสอบติดมัธยมปลายไหม "แล้วเรียนจบแล้วนายจะทำอะไรต่อ" หมอกเริ่มเปิดใจถามกลับ สินนิ่งไปเล็กน้อยก่อนตอบ "จะทำอะไรได้ ไม่เป็ช่างในร้านเล็กๆ สักแห่ง ก็คงต้องกลับมาเป็เกษตรกรแบบพ่อ"
หลังจากนั้นพวกเขาก็ประกอบไม้เป็โครง ตีเส้น เจาะรู และร้อยเส้นเอ็นเข้าด้วยกัน เมื่อทำเสร็จก็ลองนำไปกดบนดินที่เตรียมไว้เพื่อดูว่าขึ้นเส้นชัดไหม ผลออกมาเป็ที่น่าพอใจ เส้นชัดเจนดีแต่ขอบซ้ายขวายังไม่เป็เส้น มีเพียงรอยโครงจางๆ
"เราน่าจะเพิ่มเส้นเอ็นด้านข้างด้วยนะ" ฟ้าออกความเห็น
"นั่นสินะ ถึงแบบนี้จะพอใช้ได้ แต่ถ้าทำให้เห็นเป็สี่เหลี่ยมสามรูปชัดๆ ไปเลยน่าจะใช้งานง่ายกว่า" สินเห็นด้วย
หลังพักกินข้าว พวกเขาก็แยกย้ายเพราะเริ่มมืดแล้ว หมอกทิ้งอุปกรณ์ไว้ที่บ้านสินเพราะไม่อยากขนไปมา พวกเขานัดแนะกันว่าจะมาทำงานต่อในวันเสาร์หรือวันพรุ่งนี้
วันต่อมา ทั้งสามคนมารวมตัวกันที่บ้านสินั้แ่เช้า วันนี้แม่ของสินอยู่บ้านด้วย ส่วนพ่อของสินที่ว่างงานในวันนี้ก็เข้ามาช่วยเลื่อยไม้และช่วยแก้ปัญหาหลายอย่าง โดยเฉพาะการทำโครงทรงกระบอกหกเหลี่ยม เมื่อทำเสร็จครบทั้งสามรูปแบบตามที่้าแล้ว เหลือเพียงขั้นตอนการทดลองใช้โครงทรงกระบอกหกเหลี่ยมกับแปลงนาจริง เนื่องจากมันมีขนาดใหญ่กว่าโครงสองแบบแรกมาก แต่เพราะพ่อของสินยังเตรียมดินไม่เสร็จ สินจึงเสนอว่าเขาจะเป็คนทดลองให้เองหลังจากเตรียมดินเสร็จ เมื่อตกลงกันได้หมอกก็เริ่มเก็บอุปกรณ์ แม่ของสินใจดีมาก เธอตักอาหารใส่ถุงแบ่งให้หมอกกับฟ้าเอากลับบ้านด้วย
เกือบสองสัปดาห์แล้วหลังจากที่เสือรู้ว่าพ่อเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ เนื่องจากแม่ของเขาไม่รู้หนังสือ เสือจึงต้องเป็คนจัดการเอกสารทั้งหมด บริษัทของพ่อให้เงินช่วยเหลือเล็กน้อยสำหรับจัดงานศพ ส่วนเงินประกันอุบัติเหตุเขาก็นำไปเป็ค่าจัดงานและปิดหนี้ธนาคารจนหมด เหลือเงินติดตัวเพียงไม่กี่พันบาท แต่อย่างน้อยบ้านหลังนี้ก็กลายเป็ของพวกเขาโดยสมบูรณ์ ไม่ว่าจะดีหรือแย่อย่างไรก็ยังมีที่ซุกหัวนอน แม่และน้องสาวของเขายังคงอยู่ในความเศร้าแม้จะผ่านพ้นงานศพมาแล้วก็ตาม
"พี่... อาจารย์ถามถึงค่าเทอมอีกแล้ว" สายเดินมาดึงชายเสื้อเสือเบาๆ
"โทษทีนะพอดีมีหลายเื่เกิดขึ้น พี่เลยลืมไป แล้วได้ลองถามแม่หรือยัง" เสือลูบหัวน้องสาว
"ยังเลยค่ะ หนูไม่กล้าถาม" สายตอบเสียงเบา
"ดีแล้ว เดี๋ยวเื่ค่าเทอมพี่จัดการเองไม่ต้องห่วง ค่าเทอมเท่าไหร่ล่ะ"
"ค่าเทอม 8,000 ค่าหนังสือ 800 แล้วก็ค่าทัศนศึกษาอีก 300 ค่ะ"
"โอเค งั้นเอาไปจ่ายค่าหนังสือกับค่าทัศนศึกษาก่อนนะ เดี๋ยวค่าเทอมพี่จะให้อีกที"
นี่เป็ครั้งแรกที่เสือรู้สึกว่าเงินเกือบหมื่นบาทมันช่างมากมายขนาดนี้ เมื่อก่อนเขามักภูมิใจกับการแต่งรถ แต่ตอนนี้พอมองไปที่รถ เขากลับเห็นแต่ราคาของแต่งแต่ละชิ้น หากเขาไม่แต่งรถคันนี้ เงินจำนวนนั้นคงพอจ่ายค่าเทอมน้องและเป็ค่าใช้จ่ายในบ้านได้เกือบสองเดือน "จะขายดีไหมนะ" ความคิดนี้ผุดขึ้นในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถ้าไม่ขายก็ต้อง... เสือได้แต่ถอนหายใจ
ตลาดนัด
ทไวท์มาเดินตลาดเพื่อซื้อของไปเลี้ยงฉลองกับสา เพราะในที่สุดร้านของเขาก็ตกแต่งเสร็จและเตรียมเปิดร้านในเย็นวันพรุ่งนี้ นี่เป็การทำธุรกิจครั้งแรกของเขา ปกติเขาเป็เพียงคนขายข่าวหาเงินไปวันๆ แต่เมื่อมีคนต้องดูแลมากขึ้น ลำพังงานขายข่าวคงไม่พอ แถมแต่ละเื่ที่เขารับรู้มายิ่งนับวันก็ยิ่งนำอันตรายมาให้เขามากขึ้นเรื่อยๆ
ระหว่างเดินหาของกิน เขาได้ยินเสียงที่คุ้นเคย "ผัดกะเพราจ้า ผัดกะเพราราดข้าวจ้า!" ทไวท์ถึงกับตะลึง "ลุง! ลุงมาทำอะไรตรงนี้เนี่ย" พ่อค้าเงยหน้ามองทไวท์ก่อนจะเขินจนหน้าแดง แสงกระแอมแก้เขินเล็กน้อย "ก็มาหาเงินไง ไหนๆ ก็มาแล้ว อุดหนุนหน่อยสิ" ทไวท์งงกับเหตุการณ์ตรงหน้า เมื่อก้มมองก็เห็นมีกะเพราหมูสับกับกะเพราไก่ เขาทำตัวไม่ถูกเลยสั่งไปว่า "เอาราดข้าวอย่างละหนึ่งครับ"
เย็นวันต่อมา ถนนแข่งรถของสัก
บรื้น บรื้น! เสียงเครื่องยนต์ที่คุ้นเคยยังคงดังกระหึ่ม วันนี้เป็วันที่กลุ่มของสักนัดแข่งแก้ตัวกับแก๊งต่างเมือง ครั้งก่อนสักแพ้ให้อันดับสองของอีกฝั่ง รอบนี้เขาจึงเปลี่ยนรถเป็ Kawasaki KR 150 รุ่นเดียวกับคู่แข่ง และฝึกซ้อมบนถนนเส้นนี้มาหลายร้อยรอบตลอดสัปดาห์
เสียงรถหลายคันขับเข้ามา สักรู้ทันทีว่าแก๊งต่างเมืองมาถึงแล้ว ลมลงจากรถบิ๊กไบค์แล้วเดินมาคุยกับสัก เขากวาดสายตามองหาใครบางคนโดยไม่สนใจรถคันใหม่ของสักเลย
"รอบนี้ใครจะเป็คนแข่ง" ลมถาม
"ฉันเอง" สักตอบ
"เหมือนคนของนายจะหายไปคนหนึ่งนะ... เอาเถอะ รอบนี้จะลงเงินไหม"
"ไม่ต้อง วันนี้ฉันไม่ได้อยากแข่งกินเงิน" สักตอบ
"ถ้าวันนี้เป็นายลงแข่ง งั้นฉันให้นายแก้มือกับอันดับ 2 ของแก๊งฉันแล้วกัน" ลมเสนอ "แข่งเส้นเดิม กฎเดิม เริ่มในอีก 10 นาที"
บรื้น บรื้นๆ! รถจักรยานยนต์คันหนึ่งขับเข้ามา สักจำได้ทันทีว่าเป็เสือ เขาเริ่มหงุดหงิดเพราะอยากแข่งในสภาพที่พร้อมที่สุด แต่กลับต้องมาเสียอารมณ์กับคนที่เขาเพิ่งไล่ออกจากกลุ่ม เสือลงจากรถแล้วเดินมาคุกเข่าก้มหัวให้สัก เขาอยากขอลงแข่งเพื่อพนันเงินแทนสัก "กลับไปซะ วันนี้กูไม่ได้แข่งกินเงิน" สักปัดรำคาญ "พี่ ผมขอเถอะ ให้ผมแข่งรอบนี้เป็ครั้งสุดท้าย ผมต้องใช้เงินจริงๆ" ระหว่างอ้อนวอน เสือเหลือบไปเห็นรถใหม่ของสัก เขาใมาก เพราะเขารู้ว่าสักไม่ได้มีฐานะดีขนาดที่จะเปลี่ยนรถราคาแพงได้ในเวลาไม่กี่สัปดาห์
สักครุ่นคิด เขาเริ่มไม่มั่นใจว่าจะชนะแม้จะมีรถใหม่ แต่เขารู้ดีว่าเสือคือมือหนึ่งที่มักจะชนะแบบฉิวเฉียดเสมอและยังไม่เคยแสดงฝีมือที่แท้จริง
"วันนี้ไม่ได้แข่งกินเงิน แต่ถ้ามึงชนะได้ กูจะคิดเื่ให้มึงยืมเงินแล้วกัน" สักยื่นข้อเสนอ
"ขอบคุณครับลูกพี่!" เสือรีบรับคำ เขา้าเงินไปจ่ายค่าเทอมน้อง แม้จะไม่รู้ว่าสักจะเอาเงินจากไหนมาให้ยืม
ลมที่ดูสถานการณ์อยู่รู้สึกตื่นเต้นจนเนื้อเต้น เขาประกาศลงแข่งเองเพราะอยากประลองกับเสืออยู่แล้ว รถที่เสือใช้คือ Cagiva Stella 125 ที่แต่งใหม่ทั้งคัน ปรับท่านั่งให้หมอบต่ำคล้ายบิ๊กไบค์ เปลี่ยนชุดเบรกใหม่ทั้งหมด แม้รถจะเล็กกว่าแต่เสือไม่มีความรู้สึกว่าจะแพ้เลย
รถทั้งสองคันเข้าจุดสตาร์ท สักยืนขวางหน้ารถทั้งคู่ ชูมือขึ้นแล้วฟาดลงพร้ะโกน "ไป!" ลมพุ่งนำออกไปก่อนด้วยกำลังเครื่องที่เหนือกว่า แต่เขากลับทิ้งเสือไม่หลุด เสือใช้วิธีขับจ่อท้าย (Drafting) เพื่อลดแรงต้านลม ทำให้เขาสามารถไล่กวดรถที่แรงกว่าได้
ใน่โค้งตัว S ทั้งคู่เอียงรถเข้าโค้งพร้อมกัน แต่เมื่อออกจากโค้ง ลมอาศัยอัตราเร่งที่ดีกว่าทิ้งห่างออกไปอีกครั้ง เมื่อเข้าสู่โค้งเลียบคลอง ลมตัดเข้าวงในตามปกติ แต่สิ่งที่ผิดคาดคือเสือไม่ได้ชะลอรถ เขาเร่งความเร็วและวิ่งตรงตัดเข้าเลนในเลียบขอบคลองจนดูเหมือนรถไต่ถัง แซงหน้าลมไปในทันที! แม้ลมจะตามติดมาจนถึงโค้งหักศอก ทั้งคู่ดริฟต์ผ่านโค้งไปได้อย่างสวยงาม ลมทึ่งในฝีมือเสือ ส่วนเสือก็ไม่เคยเจอใครเข้าโค้งได้เก่งเท่าลมมาก่อน
ทั้งคู่ขับตีคู่กันมาจนถึง่ขึ้นเนิน รถทั้งสองคันลอยพ้นพื้น ลมมั่นใจว่าเขาชนะแน่เพราะรถหนักกว่าน่าจะถึงพื้นก่อนและเร่งเครื่องทางตรง 50 เมตรสุดท้ายได้ดีกว่า แต่พอมองไปข้างๆ เขากลับเห็นเสือนอนตะแคงรถขนานกับพื้นกลางอากาศ นั่นคือเทคนิค Scrubs ของนักแข่งวิบาก! เสือทำให้ล้อแตะพื้นได้ก่อนและเร่งเครื่องเข้าเส้นชัยไปก่อนเพียงปลายจมูก
"ฉันแพ้แล้ว ไม่คิดเลยว่านายจะใช้เทคนิค Scrubs ได้" ลมยอมรับความพ่ายแพ้
"ชนะได้เพราะแข่งในถนนเส้นนี้เท่านั้นแหละครับ ถ้าเป็ที่อื่นผมคงแพ้" เสือตอบอย่างถ่อมตัว
"นายใช้รถที่แรงน้อยกว่าชนะได้ ไม่ต้องถ่อมตัวหรอก... เมืองศรีสันชัยยินดีต้อนรับ" ลมสวมหมวกกันน็อกแล้วขับรถจากไป
เสือเดินกลับไปหาสักด้วยความหวัง
"นายชนะ ฉันจะถือว่านายทำไถ่โทษ อยากกลับมาแข่งเมื่อไหร่ก็มา" สักเริ่มบทสนทนา
"ขอบคุณครับ... เออ... พี่ครับ..." เสือพยายามจะทวงสัญญาเื่เงิน
"เื่เงินน่ะ ฉันไม่มีให้ยืมหรอก แต่ฉันพอจะบอกวิธีหาเงินให้ได้" สักพูดพลางมองคนในกลุ่ม "พรุ่งนี้เจอกันที่ถนนบนเขาเส้นที่จะไปเมืองศรีนคร เวลาเดียวกับวันนี้นี่แหละ"
คืนต่อมา บนถนนูเา
เสือมาตามนัด สักรออยู่กับพรรคพวกอีก 3 คน สักสั่งให้เสือซ่อนรถไว้หลังพุ่มไม้แล้วเดินเท้าออกห่างจากจุดจอดรถมาสักพัก ก่อนจะนั่งซุ่มอยู่หลังพุ่มไม้ข้างทาง
"พี่ ตกลงเราจะทำอะไรกันแน่" เสือถาม สักไม่ตอบแต่โยนก้อนหินขนาดเท่าก้อนอิฐลงตรงหน้าเสือ
"มึงอยากได้เงินไม่ใช่หรอ ถ้าโชคดีเดี๋ยวก็มีรถผ่านมา"
เสือเข้าใจทันที นี่คือแก๊งปาหินปล้นทรัพย์! เขาใและสับสน "ไอ้สัก กูบอกมึงแล้วว่าอย่าพาไอ้เด็กนี่มา" ชายคนหนึ่งในกลุ่มหันไปว่าสักเมื่อเห็นสีหน้าเสือ "มึงจะเอายังไงไอ้เสือ ถ้าไม่อยากทำก็กลับไปซะ" สักพูด "ไม่ได้! มันรู้เื่แล้ว มันต้องทำ!" อีกคนสวนขึ้นมา
เสือรู้ตัวว่าถอยไม่ได้แล้ว เขาจำใจหยิบก้อนหินขึ้นมาเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง เมื่อเห็นแสงไฟรถขับมา ทุกคนเตรียมพร้อม เสือถูกผลักออกมาข้างหน้าเพื่อให้เป็คนปา เขาเครียดจนถึงขีดสุด เมื่อรถกระบะคันหนึ่งขับเข้ามาใกล้ เสือตัดสินใจวิ่งพรวดออกไปกลางถนนทันที!
พรรคพวกของสักจะเข้ามาฉุด แต่เสือปาก้อนหินใส่พื้นตรงหน้าเพื่อกันคนอื่นไว้ เขาโบกมือให้สัญญาณหวังให้รถหยุดหรือชะลอความเร็วเพื่อไม่ให้ใครปาหินใส่ได้ทันที แต่คนในกลุ่มก็พุ่งเข้ามารุมลากเสือกลับ เสือขัดขืน ชกต่อยพัลวันจนสักเข้ามาชกเสือจนล้มคว่ำกลางถนน ในจังหวะที่รถกระบะเกือบจะชนเขา รถเบรกดังสนั่นและหยุดได้ทันท่วงที
คนขับลงมาจากรถโดยไม่ดับเครื่อง แสงไฟหน้าจ้าส่องสว่างให้เห็นร่างของ แสง ที่เดินลงมา
"อะไรกันเด็กสมัยนี้ ขวางหน้ารถมันอันตรายนะ" แสงมองเสือที่ล้มอยู่แล้วหันไปมองก้อนหินที่แตกออก "ไม่เอานะเด็กๆ ฉันไม่รู้ว่าพวกนายจะรับน้องหรือพิสูจน์ความกล้าอะไรกัน แต่รุมคนคนเดียวมันไม่เท่หรอกนะ" แสงเดินเข้าไปช่วยพยุงเสือ "ในเมื่อพวกนายไม่ชอบขี้หน้าหมอนี่ เดี๋ยวฉันพาไปเองแล้วกัน"
แสงพยายามพาเสือไปที่รถ แต่คนในกลุ่มสักกลัวเสือจะไปแจ้งความ จึงพุ่งเข้าชกแสงเพื่อชิงตัวเสือ แสงผลักเสือออกไปข้างหลัง คว้าข้อมือและบิดล็อกแขนอีกฝ่ายจนล้มลง "ไม่เอานะ ฉันไม่อยากมีเื่กับเด็กๆ หรอก"
คนที่เหลือกรูกันเข้ามา แสงจัดการชกคว่ำไปทีละคน สักเห็นท่าไม่ดีจึงควักปืนลูกโม่ M 637 ออกมาด้วยความตื่นตระหนก แสงรีบใช้คนหนึ่งในกลุ่มมาบังตัวไว้เป็ตัวประกัน
"ไอ้แก่ขี้ขลาด! แน่จริงมึงปล่อยเพื่อนกูสิวะ!" สักะโ
"ขอโทษนะ แต่ลุงไม่คิดว่าต้องใจดีกับคนที่มีปืนหรอก"
แสงค่อยๆ ถอยไปขอบถนน สักเห็นเสือยืนอยู่จึงหันปืนไปทางเสือเพื่อขู่แทน แสงฉวยจังหวะนั้นถีบตัวประกันพุ่งใส่สัก แล้วคว้าก้อนหินปาใส่ปืนจนกระเด็นหลุดจากมือ ก่อนจะพุ่งเข้าไปล็อกแขนสักกดลงกับพื้น สักพยายามขัดขืนแต่ก็ต้องหยุดนิ่งเมื่อมองเห็นปืนที่ซ่อนอยู่ในเสื้อนอกของแสง
"ฉันไม่คิดจะหันปืนใส่เด็ก แต่ถ้านายล้ำเส้น ฉันก็ไม่ลังเลที่จะยิง" แสงพูดพลางใช้สายรัดพลาสติกรัดนิ้วโป้งทั้งสองข้างของสักไขว้หลังไว้ คนอื่นเห็นหัวหน้าโดนจับก็หมดทางสู้ แสงเก็บปืนของสักแล้วบอกให้เสือขึ้นรถ
"รถจอดตรงไหนล่ะ" แสงถาม
"ย้อนกลับไปทางเดิมครับ ไม่ไกลมาก" เสือตอบ
เมื่อรถเคลื่อนตัวออกไป เสือถามขึ้น "ลุงจะปล่อยพวกนั้นไปจริงๆ หรอครับ พวกนั้นมัน..."
"ถ้าหมายถึงเื่แก๊งปาหิน ตอนนี้ก็ทำได้แค่ปล่อยไปก่อนนั่นแหละ ไม่มีหลักฐาน ถ้ารถฉันโดนปาใส่ก็อาจจะใช้เป็หลักฐานได้นะ ฮ่าๆ" แสงหัวเราะ "แจ้งตำรวจไปตอนนี้ก็ทำอะไรไม่ได้มาก แต่ว่าวันนี้นายทำได้ดีแล้ว ขอบคุณมากนะ"
แสงจอดรถให้เสือลงที่จุดซ่อนรถ ก่อนจะขับมุ่งหน้าไปทางเมืองศรีนคร ทิ้งให้เสือยืนมองตามด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป
มุมนักเขียน: ต้นไทร
ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามนะครับ ตอนต่อไปจะพยายามทิ้ง่ให้น้อยที่สุดครับ