ผู้นำนิกายใหญ่ทั้งสี่พลันยกยิ้มในราชวงศ์โจวนั้นมีระดับจักรพรรพิอยู่เป็น 10คนถ้ามันสามารถใช้ระดับจักรพรรดิไปกดดันนิกายบุปผาได้จริงทำไมจักรพรรดิโจวถึงต้องเรียกรวมคนละ
“พวกเจ้าคิดตื้นเกินไปแล้วท่านจักรพรรดิบอกแล้วมิใช่หรือว่าซงเทียนมีพลังที่สามารถต่อกรกับท่านจักรพรรดิได้เจ้าคิดว่าระดับจักรพรรดิทั่วไปๆสามารถต่อกรกับซงเทียนได้งั้นรึ”ผู้นำนิกายสตรีหยกกล่าว
“แต่ถ้าพวกเราลงมือด้วยตนเองละ”ผู้นำนิกายกู่กล่าว
“แน่นอนว่าไม่มีปัญหาถ้าพวกเจ้าที่อยู่ที่นี่ช่วยกันลงมือข้าลับรองเลยว่าซงเทียนย่อมต่อต้านไม่ได้แน่”จักรพรรดิโจวกล่าว
“นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่าพวกเราจะได้ประโยชน์อะไรจากสถานการณ์นี้”ผู้นำนิกายมารกล่าว
“หรือเจ้าจะปล่อยให้นิกายมารโลหิตของเจ้าตายฟรีละ”ผู้นำนิกายสตรีหนกกล่าว
“เรื่องนี้ข้าย่อมต้องเอาคืนเจ้าพวกนั้นแน่แต่ข้าได้ข่าวมาว่าคนที่ลงมือกับนิกายมารโลหิตและนิกายสัตว์ร้ายไม่ใช่เจ้าฉางเฟิงอะไรนั่นแต่เป็นใครก็ไม่รู้ และการลงมือยังโหดเหี้ยมมากคนทั้งหมดตกตายด้วยการโจมตีครั้งเดียว”ผู้นำนิกายมารแสดงสีหน้าจริงจัง
“ไม่ผิดจากที่สายรายงานมาศพทู่กพบเห็นนั้นเหมือนกับไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าถูกฆ่านั่นแสดงให้เห็นว่าคนที่ลงมือ 1.ต้องรวดเร็วอย่างมาก 2.จะต้องเชี่ยวชาญการลอบสังหารในระดับหนึ่งอย่างแน่นอน”ผู้นำนิกายกู่กล่าว
“ถึงอย่างไรตัวตนที่อยู่ในทวีปของพวกเราก็คงเป็นเพียงจักรพรรดิเท่านั้นเพราะงั้นไม่จำเป็นต้องกังวลให้มากนักและเรื่องนี้ข้าเห็นด้วยกับฝ่าบาทให้รีบลงมือดีกว่าเพราะจากที่ข้ารู้มาศิษย์ของซงเทียนนั้นมากพรสวรรค์เกินไปไม่เพียงแต่พลังจิตจะถึงระดับราชันขั้นที่ 9ในวัย 16 ปี แต่พลังปราณก็มาถึงระดับปฐพีขั้นที่ 9แล้วเช่นกันและยังมีพรสวรรค์ด้านการปรุงยาอีกพวกเจ้าก็รู้ว่าถ้าสมาคมนักปรุงยาเคลื่อนใหวเราจะลงมือลำบาก” ผู้นำนิกายดาบกล่าว
“นั่นสินะพรสวรรค์ของเด็กนั่นเป็นภัยคุกคามจริงๆ” ผู้นำนิกายมารกล่าว
ในตอนนั้นเองก็มีร่างเงาหนึ่งปรากฏด้านหลังของจักรรรพิโจวและกระซิบบางอย่างพริบตาใบหน้าของจักรพรรดิโจวก็กระตุก
“เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอฝ่าบาท”
“สมาคมนักปรุงยาเคลื่อนใหวแล้วไม่เพียงแค่นั้นหอสมบัติเองก็เคลื่อนใหวเช่นกัน” จักรพรรดิโจวมีสีหน้าที่ไม่สู้ดีทันที
“หมายความว่ายังไงที่ว่าเคลื่อนใหวแล้ว”หลายคนสงสัย
“ศิษย์ของซงเทียนได้ทำการทดสอบเป็นนักปรุงยากับสมาคมนักปรุงยาแล้ว”จักรพรรดิโจวกล่าว
“เฮ้อนึกว่าอะไร ต่อให้เด็กนั่นจะทดสอบเป็นนักปรุงยาอย่างมากก็เป็นได้แค่นักปรุงยาระดับ3 ทางสามาคมไม่มีทางที่จะยอมผิดใจกับพวกเราเพื่อนักปรุงยาระดับ 3 อย่างแน่นอน”
“นั่นสินะยังไงอีกฝ่ายก็ต้องทำเป็นมองไม่เห็นอะไรอยู่แล้ว”
“ถ้าเด็กคนนั้นเป็นนักปรุงยาระดับ3 ก็ดีนะสิ แต่ความจริงก็คือ เด็กคนนั้นได้ผ่านการทดสอบเป็นนักปรุงยาระดับ 5ขั้นสูงสุดอีกด้วย” จักรพรรดิโจวมีสีหน้ามืดมน
คราวนี้แม้แต่ผู้นำนิกายทั้งสี่ยังต้องตกตะลึงระดับ 5 ขั้นสูงสุดหมายความว่ายังไง หมายความว่าฉางเฟิงสามารถใช้เม็ดยาช่วยให้ระดับราชันจำนวนมากทะลวงสู่ระดับจักรพรรดิได้
ต้องรู้ก่อนว่าในสมาคมนักปรุงยามีนักปรุงยาระดับ6 แค่ 3 คนเท่านั้น และระดับ 5 มีไม่ถึง 10 คนยิ่งไม่ต้องพูดถึงขั้นสูงสุดเลยเพราะในทวีปจงโจวตอนนี้มีเพียงฉางเฟิงที่สามารถปรุงยาระดับ5 ที่มีคุณภาพสูงสุดได้ นั่นมันเทียบได้กับเม็ดยาระดับ 6 ไม่ใช่หรือ
“แบบนี้ไม่ดีแน่”ครางนี้หลายคนแสดงสีหน้ากังวลออกมา
ในทวีปจงโจวมีระดับราชันหรือระดับจักรพรรดิที่ไม่ได้เข้าร่วมกับสี่นิกายและราชวงศ์อยู่จำนวนมากพวกเขาเหล่านั้นเป็นจอมยุทธ์อิสระ และส่วนใหญ่คนเหล่านี้แหละที่เป็นลูกค้าหลักของสมาคมนักปรุงยาและหอสมบัติ
และเมื่อตัวตนของฉางเฟิงถูกเปิดเผยออกไปก็มีโอกาสที่คนเหล่านี้จะเข้าหาฉางเฟิงหรืออาจจะเข้าร่วมกับฉางเฟิงเลยก็ได้
“ดูเหมือนพวกเราจะลงมือตรงๆไม่ได้”ผู้นำนิกายกู่กล่าว
“ไม่ผิดถ้าเกิดเราโจมตีตรงๆทางสมาคมนักปรุงยาและหอสมบัติจะต้องเคลื่อนใหวและพวกเราไม่รู้ว่าสองขุมอำนาจนี้ซุกซ่อนความแข็งแกร่งเอาไว้ขนาดใหนอีกด้วยเพราะงั้นทางที่ดีพวกเราใช้วิธีลอบสังหารดีกว่า”
“แต่การจะลอบสังหารฉางเฟิงเกรงว่าคงจะยากก่อนอื่นพวกเราจะต้องทำให้ฉางเฟิงออกจากนิกายให้ได้ก่อน”
หลายคนเริ่มออกความเห็นไม่นานพวกเขาก็เริ่มวางแผนขึ้นมา ซึ่งแผนของพวกเขานั้นในช่วงแรกจะทำการตัดกำลังของนิกายบุปผาโดยการปิดกั้นเส้นทางการขนส่งของเสียก่อน
โดยการให้นิกายใหญ่ให้ศิษย์ปลอมตัวไปคอยดักปล้นสิ้นค้าหรือผู้คนที่ต้องการเดินทางไปกลับระหว่างนิกายบุปผาและอาณาจักรจงโจวหรืออีกสามอาณาจักรพวกจักรพรรดิโจวคิดจะปิดผนึกเส้นทางการหาทรัพยากรทั้งหมดของพวกฉางเฟิงทุกด้าน
จากนั้นเมื่อพวกฉางเฟิงไม่สามารถส่งคนออกมาหาทรัพยากรได้ทางนิกายก็ต้องออกมาเคลื่อนใหวรวมถึงฉางเฟิงด้วยเมื่อถึงตอนนั้นพวกจักรพรรดิโจวจะมีโอกาสสังหารฉางเฟิง
ทางด้านของฉางเฟิงก็ไม่ได้รับรู้อะไรและตอนนี้กำลังเตรียมพร้อมจะกินยาเสริมวิญญาณฉางเฟิงตั้งใจที่จะทำให้พลังจิตของตนยกระดับกลายเป็นระดับจักรพรรดิ
เพียงแต่ขณะที่ฉางเฟิงกำลังจะกินเม็ดยามือที่ขาวเนียนข้างหนึ่งก็ปรากฎและฉกชิงเม็ดยาไป
“นี่เจ้าคิดจะทำอะไร”ฉางเฟิงหันไปทางซีรั่วหยานทันที
“เจ้าไม่มีทางยกระดับพลังจิตได้ด้วยเม็ดยาพวกนี้หรอก”ซีรั่วหยานกล่าว
“เจ้าหมายความว่ายังไงทำไมข้าถึงยกระดับไม่ได้” ฉางเฟิงไม่เข้าใจ
“ดูเหมือนเจ้าจะยังไม่รู้ตัวสินะเอาละนายน้อยของเจ้าเองก็โตพอแล้วถึงเวลาที่พวกเจ้าจะต้องบอกความจริงแล้ว” ซีรั่วหยานกล่าว
พริบตาวิญญาณของภาพสวรรค์นิรันดร์ก็ปรากฏออกมา
“นายน้อยพลังจิตของท่านนั้นไม่สามารถฝึกฝนหรือใช้เม็ดยาในการทะลวงระดับได้เพราะแต่เดิมแล้วพลังจิตของท่านนั้นแข็งแกร่งมาตั้งแต่ท่านเกิดแล้ว”วิญญาณภาพสวรรค์นิรันดร์กล่าว
“หมายความว่ายังไงข้าไม่เข้าใจ”ฉางเฟิงงุนงง
“แต่เดิมเมื่อนายน้อยเกิดมาพลังจิตของท่านได้มีพลังระดับเทพแล้วเพียงแต่เพราะในตอนนั้นตัวท่านยังเด็กเกินไปและร่างกายและจิตใจไม่พร้อมที่จะรองรับพลังจิตที่แข็งแกร่งนี้ได้ทำให้นายท่านจำเป็นต้องผนึกพลังจิตของท่านเอาไว้และได้สร้างเงื่อนไขเอาไว้2 อย่าง อย่างแรกคือพลังจิตของท่านจะยกระดับตามพลังบ่มเพาะของท่าน เมื่อพลังบ่มเพาะของท่านถึงระดับจักรพรรดิพลังจิตของท่านเองก็จะยกระดับตามไปด้วย
ส่วนอีกเงื่อนไขคือเมื่อท่านมีจิตใจที่แข็งแกร่งเพียงพอจะลองรับพลังจิตที่แข็งแกร่งเกินกว่าระดับบ่มเพาะท่านสามารถใช้พลังของท่านคล้ายผนึกบางส่วนเพื่อรับพลังจิตดั่งเดิมของท่านกลับมาได้” วิญญาณภาพสวรรค์นิรันดร์กล่าว
ฉางเฟิงที่ได้ฟังก็ตกตะลึงเขาไม่แปลกใจเลยว่าทำไมฉางเฟิงฝึกฝนพลังจิตมาหลานเดือนแต่กลับไม่พัฒนาขึ้นเลยและยิ่งการทะลวงระดับยิ่งไม่สามารถทำได้จนฉางเฟิงคิดจะใช้เม็ดยาในการทะลวงระดับแต่กลับกลายเป็นว่าพลังจิตของเขาแข็งแกร่งอยู่แล้วแค่ถูกผนึกเอาไว้เท่านั้นเอง