บทที่ 16 แทงตรงไหนก็เจ็บตรงนั้น
ไม่ว่าจะชาติที่แล้วหรือชาตินี้ หนิงหรานก็รักการแพทย์แผนจีนมาก
ด้วยเหตุนี้ เธอจึงชินกับการใช้เข็มเงิน และทะนุถนอมเข็มเงินที่เป็เครื่องมือสำคัญในการรักษามาก
ในชาติที่แล้ว หนิงหรานยังขอให้องค์กรนั้นหาช่างฝีมือดีมาทำเข็มเงินคุณภาพดีชุดหนึ่งให้เธอ เนื่องจากเข็มแต่ละเล่มมีลายดอกเหมยเล็กๆ สลักอยู่ที่ปลายเข็ม และมีจำนวนน้อยมากเพียงแค่เก้าเล่ม จึงตั้งชื่อว่า เข็มเก้าบุปผา
เข็มทุกเล่มมีความคมกริบไม่แพ้ใบมีด ฝีมือประณีตงดงามราวกับงานเทพเ้าสร้าง
หลังจากทำเสร็จ หนิงหรานก็ชอบมากเก็บไว้ในกำไลเงินอย่างถนอมแทบจะไม่เคยใช้เลย
เพราะกลัวว่าจะเผลอทำมันพังและกลัวทำหาย
หลังจากเกิดใหม่ หนิงหรานไม่มีอุปกรณ์ที่ใช้ได้สะดวกและไม่เป็ที่สังเกตเท่าเข็มเก้าบุปผา ส่วนมีดสั้นก็ไม่เหมาะที่จะใช้
หนิงหรานคิดว่าเธอทะนุถนอมเข็มเก้าบุปผามาก ั้แ่เกิดใหม่นี่เป็ครั้งแรกที่เธอใช้เข็มเก้าบุปผากับคนอย่างจางชุ่ยเฟิน เธอก็รู้สึกขยะแขยงไม่น้อย
เห็นจางชุ่ยเฟินยังทำหน้าระรื่น หนิงหรานจึงตัดสินใจทิ้งไม้เท้าแล้วพุ่งเข้าไป
"ยัยเด็กบ้า แกจะทำอะไร!"
จางชุ่ยเฟินเห็นหนิงหรานพุ่งเข้ามาก็ใแทบสิ้นสติ
ลูกชายของเธอโดนซ้อมจนาเ็สาหัส แถมยังกระดูกหักอีก! ถ้าโดนยัยเด็กนี่ทำร้ายอีกลูกชายเธอจะแย่ขนาดไหน!
ตอนนี้จางชุ่ยเฟินก็ไม่สนใจจะรีดไถเงินแล้ว รีบเข้าไปห้ามหนิงหราน
แต่พอกำลังจะยกเท้าเตะหนิงหรานก็ได้ยินเสียงบางอย่างพุ่งผ่านอากาศ มีอะไรบางอย่างพุ่งเข้ามาที่หัวเข่าของเธออย่างแม่นยำ
จางชุ่ยเฟินยังไม่ทันตั้งตัว ก็รู้สึกปวดหัวเข่าอย่างรุนแรง จนหน้าซีดเผือด
จางชุ่ยเฟินร้องลั่น กุมหัวเข่าด้วยความเ็ป
หนิงหรานได้ยินเสียงของจางชุ่ยเฟินก็ใเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก รีบเอาเข็มเงินจิ้มไปที่ตัวหวังเถี่ยหลินแล้วดึงออกอย่างรวดเร็วก่อนจะกลิ้งตัวไปด้านข้าง
คนที่มุงดูอยู่ต่างอึ้งไปหมด
จู่ๆ จางชุ่ยเฟินก็ร้องออกมา จากนั้นเด็กผู้หญิงคนนั้นก็พุ่งเข้าหาเด็กที่นอนอยู่ที่พื้นไม่รู้ว่าทำอะไร พอกลิ้งตัวไปด้านข้างเด็กที่นอนสลบอยู่ก็หยุดตัวสั่น ดูเหมือนจะร้องออกมาด้วยความเ็ป แล้วก็ลุกขึ้นมาร้องโวยวาย
แต่เขาคงไม่ทันได้สังเกตว่าแม่ของเขาะโเข้ามาพอดีเลยชนเข้ากับแม่ของเขาเต็มๆ จนจางชุ่ยเฟินมึนงงไป
เด็กคนนั้นเองก็โดนแรงกระแทกจนหน้ามืด แล้วทั้งคู่ก็ล้มลงไปพร้อมกัน
แต่คนอื่นๆ เห็นชัดเจนว่าทั้งสองคนแค่ร้องออกมาด้วยความเ็ป ไม่ได้สลบไปจริงๆ
หนิงหรานอดขำไม่ได้
หวังเถี่ยหลินมีจุดฝังเข็มอยู่เต็มตัว เธอจิ้มไปตรงไหนก็เจ็บตรงนั้น
ต่อให้หวังเถี่ยหลินสลบไปจริงๆ เธอก็จะทำให้เขาเจ็บจนตื่นขึ้นมาให้ได้!
แต่พอกลิ้งตัวไป หนิงหรานก็รู้สึกไม่ค่อยดี เหมือนขาที่เจ็บอยู่โดนกระแทก ก็เลยเจ็บขึ้นมาอีก
หนิงหรานกำลังจะลุกขึ้นยืน ก็เห็นมือหยาบๆ คู่หนึ่งยื่นเข้ามา
เธอเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นเหลียงเจิ้งอิงกำลังมองเธอด้วยสายตาจับผิด ดูจริงจังมาก
โดนเหลียงเจิ้งอิงจับได้แล้วสิ
หนิงหรานก็ไม่ได้ปิดบัง จับมือเหลียงเจิ้งอิงลุกแล้วลุกขึ้นยืน
ส่วนจางชุ่ยเฟินกับลูกชาย ก็ถูกคนพาไปหาหมอแล้ว
เมื่อไม่มีอะไรให้ดู ฝูงชนก็แยกย้ายกันไปทางเดินก็โล่งขึ้นทันที
"เธอ ฝังเข็มเป็ด้วยเหรอ?" เหลียงเจิ้งอิงขมวดคิ้วถามหนิงหราน
ตอนที่หนิงหรานพุ่งตัวไป เหลียงเจิ้งอิงใมาก
เขาคิดว่าเด็กคนนี้โดนคนอื่นผลัก กำลังจะยื่นมือไปช่วย
พอเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็เข้าใจได้ทันที
หนิงหรานพยักหน้า เธอไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังเขาอยู่แล้ว
"รู้เื่แพทย์แผนจีนด้วยเหรอ?" เหลียงเจิ้งอิงถามด้วยความประหลาดใจ
่นี้แพทย์แผนปัจจุบันกำลังเป็ที่นิยม แพทย์แผนจีนแทบไม่มีคนสนใจ แล้วเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ แบบนี้จะรู้เื่แพทย์แผนจีนได้ยังไง?
แพทย์แผนจีนไม่เหมือนแพทย์แผนปัจจุบัน ต้องใช้เวลาศึกษาและมีความอดทน
เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ น่าจะกำลังซุกซน ใครจะไปสนใจเื่สมุนไพร?
เมื่อกี้เด็กคนนี้บอกว่ายาของเขาไม่ผิด แสดงว่าต้องมีความรู้เื่นี้อยู่บ้าง
ถึงจะรู้น้อย เหลียงเจิ้งอิงก็ยังรู้สึกประหลาดใจ
"รู้บ้างเล็กน้อยค่ะ" หนิงหรานลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
เหลียงเจิ้งอิงก็เงียบไป
ทั้งสองยืนอยู่ที่ทางเดินมองหน้ากัน แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรหนิงหรานรู้สึกแปลกๆ
แต่เธอก็เป็คนเงียบๆ อยู่แล้ว เหลียงเจิ้งอิงไม่พูดเธอก็เงียบไป
เหลียงเจิ้งอิงดูเหมือนมีอะไรจะพูด สายตาของเขาจ้องไปที่ขาที่าเ็ของหนิงหรานอยู่สองสามครั้ง แล้วขมวดคิ้ว
สุดท้าย หนิงหรานก็เป็ฝ่ายเริ่มบทสนทนาก่อน "อาจารย์เหลียง ฉันเป็นักเรียนที่โรงเรียนของคุณ ปีนี้กำลังจะขึ้นม.3 ค่ะ"
สมัยนั้นใช้ระบบ 6-3 ประถม 6 ปี มัธยมต้น 3 ปี ตอนที่หนิงหรานใกล้จะถึงวัยเรียน หัวหน้าหมู่บ้านได้ประกาศว่าเด็กทุกคนที่มีอายุถึงเกณฑ์ต้องไปโรงเรียน
ดังนั้นถึงหนิงชิงเฟิ่งจะไม่เต็มใจ สุดท้ายก็จำใจต้องส่งหนิงหรานไปโรงเรียน
แต่หนิงชิงเฟิ่งไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้ง่ายๆ
ถ้าขัดขวางการเรียนของหนิงหรานไม่ได้ ก็ต้องหาทางอื่น
เธอก็เลยส่งหนิงหรานเข้าเรียนชั้นประถมก่อน โดยไม่สนใจว่าหนิงหรานยังเด็กเกินไป จะเรียนไหวไหม
ตอนนั้นหนิงหรานยังเล็ก อ่านหนังสือแทบไม่ออก ยังบวกเลขลบเลขไม่เป็ แถมยังเป็เด็กที่ตัวเล็กที่สุดในห้องเรียน พูดน้อยและเงียบขรึม เลยโดนเพื่อนรังแกบ่อยๆ และไม่กล้าฟ้องใคร
ทำให้่วัยเด็กของหนิงหรานมี่เวลาที่เลวร้ายมาก โดนรังแกจนกลายเป็เด็กเก็บตัวและไม่ชอบพูด หนิงเฉิงฮุยและสวีอวี้จูต้องใช้เวลานาน กว่าจะทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง
ถึงตอนนี้ ถึงแม้หนิงหรานจะอายุแค่ 13 ปี แต่เธอก็อยู่ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 จริงๆ ผลการเรียนก็กลางๆ เรียนอยู่ห้องธรรมดา
เหลียงเจิ้งอิงเป็ครูที่โรงเรียนของหนิงหรานจริงๆ
พอได้ยินว่าเธอเรียนอยู่ชั้น ม.3 เขาก็ตกตะลึง
มองหนิงหรานอย่างไม่อยากจะเชื่อ
จะมีเด็ก ม. 3 ตัวเล็กขนาดนี้ได้ยังไง?