หลังจากนั้นหนึ่งเดือนอี้เหรินเฟิ่งและจินฉาน ได้ร่ำลาโม่หลิงเพื่อออกเดินทางสู่เมืองหลวง
ทั้งสองเดินทางออกจากสำนักท่ามกลางป่าเขารกร้าง ดินแดนอันหนาวเหน็บ น้อยครั้งนักจะเห็นสิ่งมีชีวิตไดๆ
ออกจาสำนักมาร่วมสามวันอี้เหรินเฟิ่งก็เริ่มบ่นกับจันฉานแล้ว "นี่จินฉานทำไมเ้าถึงบินไม่ได้กันเล่า"
"ท่านพี่ ข้าเพิ่งเกิดได้เพียงมิกี่ปีรอข้าเติบโตขึ้นกว่านี้ข้าจะพาท่านขี่หลังละโบยบินไปสุดหล้าเอง"
"แล้วมันอีกนานไหมเล่ากว่าเ้าจะโต"
"ไม่นานท่านพี่อีกร้อยกว่าปีเท่านั้นเอง"จินฉานตอบกลับอย่างภูมิใจ
"ป่านนั้นข้ามิแก่ตายไปแล้วหรือเ้ากบบ้านี่"อี้เหรินเฟิ่งเอ็ดกลับไป
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า"จินฉานหัวเราะตอบกลับไป
กำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนานทันไดนั้นอี้เหรินเฟิ่งรู้สึกได้ถึงอันตรายอย่างฉับพลัน
จู่ๆกองหิมะข้างทางก็แตกกระจุยออกมาด้านในเป็หมีขาวตัวใหญ่ั์ กระโจนออกมาจู่โจมด้วยความรวดเร็ว
อี้เหรินเฟิ่งะโหนีในทันที
ตูม !!
ตรงจุดที่เคยยืนอยู่บัดนี้กลายเป็หลุมลึกกว่าหนึ่งเมตร ถ้าหนีช้ากว่านี้คงจะได้รับาเ็ไปแล้ว
อี้เหรินเฟิ่งคิดในใจ
เ้าหมีั์ตัวนี้มันได้กบดานดักรอเหยื่ออยู่ที่นี่มานานแล้วพอเห็นอี้เหรินเฟิ่งผ่านมามึนจึงเข้าจู่โจมในทันที
หมีขาวยืนสองขาแยกเขี้ยวใส่อี้เหรินเฟิ่งคำรามอย่างดุดัน มันโมโหที่โจมตีไม่โดน หมีั์ตัวนี้พอยืนแล้วสูงกว่า 5 เมตร
เป็สัตว์อสูรระดับ 4ที่แข็งแกร่งเลยทีเดียว
อี้เหรินเฟิ่งเห็นหมีขาวตัวใหญ่ก็ไม่ได้ใอะไร เขากำลังคิดอยู่ในใจ ว่าจะนำเ้าตัวนี้ไปทำอะไรกินดี อุ้งตีนหมีเขาไม่ได้กินมานานแล้วเช่นกัน
อีเหรินเฟิ่งค่อยๆหยิบเขี้ยวหมาป่าออกมาจากนั้นจึงค่อยๆเดินเข้าไปหาหมีขาวตัวนั้น
เ้าหมีเห็นดังนั้นมันโมโหยิ่งมันกำลังถูกท้าทายโดยเ้ามนุษตัวเล็กจ้อยตรงหน้า มันอ้าปากกว้างคำรามออกไปพร้อมกับกระโจนไปด้านหน้า
อุ้งมือใหญ่ั์กางออกเล็บมือยาวสีดำแวววาวกางออกมาสุดเหยียดตระปบไปหาอี้เหรินเฟิ่งแต่จู่ๆเ้าเด็กน้อยก็หายไปแล้ว รู้สึกตัวอีกทำก็มีเขี้ยวหมาป่าสีแดงดุจเืแทงเข้าสู่ใต้ท้องของมันช้อนขึ้นไปแทงทะลุหัวใจมันเสียแล้ว
โครม !หมีั์ในตาพร่ามัวล้มตัวลงแน่นิ่งไปเสียแล้วจากนั้นอี้เหรินเฟิ่งก็ได้ตัดขาทั้งสี่ของมันออกมา แล้วก็จัดการถลกหนังของมันเก็บไว้
หนังหมีผืนใหญ่ขนาดนี้ใช้กันลมกันหิมะได้ดีทีเดียวสำหรับดินแดนแสนกันดารเช่นนี้
จากนั้นจึงมุ่งหน้าลงใต้ต่อไปเรื่อยๆเดินทางมากว่าหนึ่งสัปดาห์ในที่สุดก็เริ่มพบเจอร่องรอยของผู้คนเรื่มมีถนนหนทางให้เห็นแล้ว
อี้เหรินเฟิ่งััได้ว่าด้านหน้านั้นมีผู้คนซุ่มอยู่ข้างทางนับสิบคน แต่เขาก็ไม่ได้สนใจใดๆยังคงเดินทางต่อไปข้างหน้าไม่หยุด
เขาเองก็อยากรู้เช่นกันว่าเ้าคนพวกนี้ตั้งใจจะทำอะไรกันแน่
พอเดินไปถึงตรงหน้าที่คนพวกนั้นซุ่มอยู่ก็มีลูกธนูดอกหนึ่งยิงมาปักตรงพื้นด้านหน้าของอี้เหรินเฟิ่ง
จากนั้นคนกลุ่มหนึ่งก็เดินออกมาจากข้างทาง
"เฮ้เ้าหนู เ้ามาจากไหนกันทำไมมาเดินอยู่ที่นี่คนเดียว เ้ารู้หรือมไม่ว่าออกมาเพ่นพ่านคนเดียวแบบนี้มันอันตราย"โจรคนหนึ่งะโออกมา
"จับมันมัดเอาไว้ก่อนตอนเย็นค่อยพากลับค่าย"
จากนั้นเหล่าโจรก็เข้ามามัดอี้เหรินเฟิ่งไว้พวกเขาไม่ได้เอะใจอะไรกับเขาเลย เห็นเป็เพียงเด็กน้อยคนหนึ่งเท่านั้น
เหล่าโจรพวกนี้ทั้งฆ่าทั้งปล้นแล้วยังขายทาสอีกด้วย พวกมันจึงหวังว่าจะนำตัวอี้เหรินเฟิ่งไปขายต่อไป
อี้เหรินเฟิ่งก็ไม่ได้ขัดขืนไดๆอยากจับข้าก็จับไป ข้าอยากจะไปเที่ยวบ้านเ้าอยู่เหมือนกัน เขาแอบยิ้มเบาๆ
หลังจากมัดอี้เหรินเฟิ่งปิดตาปิดปากเขาไว้แล้วพวกโจรก็นำเขาเข้าป่ารกข้างทาง แล้วพวกมันก็รอคอยเหยื่อรายต่อไปอยู่ที่เดิม
วันนี้ทั้งวันพวกมันไม่สามารถดักปล้นไครได้เลยช่างน่าหงุดหงิดยิ่ง เหล่าโจรพาอี้เหรินเฟิ่งกลับค่ายโจรในปป่าลึกไปด้วยพร้อมกับบ่นปอดๆแปดๆ
ยังโชคดีที่อย่างน้อยก็จับตัวเด็กน้อยหน้าจาจิ้มลิ้มมาได้คนหนึ่ง
เมื่อกลับมาถึงค่ายพวกโจรได้นำอี้เหรินเฟิ่งไปขังไว้ยังห้องใต้ดินห้องหนึ่งด้านในนั้นมีเด็กและผู้หญิงประมาณ 10 คนเห็นจะได้
อี้เหรินเฟิ่งรออย่างใจเย็นอยู่ด้านในนั้นรอคอยค่ำคืนอันแสนหอมหวนของเขา ใช่แล้ว อี้เหรินเฟิ่ง้าปล้นค่ายแห่งนี้กวาดสมบัติของโจรเหล่านี้มาไห้หมด จากที่ดูแล้วในค่ายนั้นผู้แข็งแกร่งที่สุดเป็เพียง ผู้ฝึกยุทธระดับกายทองขั้นกลางเท่านั้น
ในค่ายมีโจรอยู่ราวๆสองร้อยคนเ้าพวกนี้คงเป็โจรกันมานานแล้ว ถึงได้สะสมกำลังคนได้มากมายปานนี้ภายในค่ายคงมีสมบัติไม่น้อยเลยทีเดียว
และแล้วก็ถึงเวลากลางคืนอี้เหรินเฟิ่งรอจนถึงเวลาเที่ยงคืน คืนนี้เป็คืนเดือนมืด เหมาะแก่การสังหารยิ่งเขาะเิพลังทำลายเส้นเชือกที่พันธนาการเขาออกไป เขาไม่ได้ช่วยคนที่เหลือในห้องเพราะจะทำไห้พวกโจรรู้ตัวเสียเปล่าๆ
อี้เหรินเฟิ่งโยนจินฉานออกไปจัดการยามที่อยู่ด้านนอกเสียก่อนจากนั้นจึงทำลายประตูออกไปเงียบๆ
ตัวเขาค่อยๆกลืนไปกับความมืดมิดอย่างช้าๆเดินสำรวจไปตามห้องต่างๆอย่างช้าๆ ทุกที่ๆเข้าไป ล้วนทิ้งไว้เพียงแต่ร่างไร้ิญญาเขาเก็บของมีค่าที่ติดตัวเหล่าโจรออกมาจนเกลี้ยง แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไรนัก
อี้เหรินเฟิ่งจึงคิดว่าตามหาห้องเก็บสมบัติน่าจะดีกว่าต้องมาไล่จัดการเ้าพวกนี้ทีละคน
เขาจึงหายไปในความมืดอีกครั้งอี้เหรินเฟิ่งเดินตรงไปยังอาคารหลังใหญ่กลางค่ายในที่สุดก็เจอกับห้องใต้ดินห้องหนึ่ง หน้าห้องนั้นมีคนเฝ้าอยู่ 5 คน
น่าจะเป็ที่นี่มิเช่นนั้นเหล่าโจรคงไม่เฝ้ายามเยอะเช่นนี้ เขาค่อยๆค่องเข้าไปในอาคารเงียบๆกลายเป็เงาดำวูบไหวในความมืด
โผล่มาทีหนึ่งก็เชือดคอไปคนหนึ่งยามทั้ง 5คนถูกจัดการไปภายในอึดใจเดียว ไม่มีแม้แต่เสียงเล็ดลอดออกมา อี้เหรินเฟิ่งเดินไปยังประตูห้องเก็บสมบัติ จากนั้นจึงจัดการทำลายกลอนเเล้วเปิดประตูเข้าไป
ด้านในห้องนั้นเต็มไปด้วยของมีค่าแก้วแหวนเงินทองบรรจุไว้เป็หีบๆ อี้เหรินเฟิ่งเดินสำรวจจนทั่ว พบเจอเต่เงินทองไม่มีของวิเศษไดๆเลย เขาจึงเก็บเงินเ่าั้ไว้ในแหวนมิติ
"หรือว่าสมบัติที่แท้จริงจะอยู่กับหัวหน้าค่าย"อี้เหรินเฟิ่งบ่นอุบ
จากนั้นเขาก็ออกมาแล้วตรงไปไปยังชั้นบนของอาคารที่นี่ต้องเป็ที่พักของหัวหน้าค่ายอย่างแน่นอน
อี้เหรินเฟิ่งขึ้นไปยังชั้นสองแล้วตรงๆไปยังห้องพักเพียงห้องเดียวนั้นจัดการคนเฝ้ายามหน้าห้องทั้งสองคนเรียบร้อยแล้ว จึงค่อยๆเปิดประตูเข้าไปด้านใน
เขาเปิดประตูเข้าไปเบาๆทันไดนั้นประกายดาบก็สว่างวาบขึ้นมา อี้เหรินเฟิ่งฉากหลบออกไปด้านข้างคมดาบโดนใส่ประตูแตกกระจายเสียงดังโครมคราม
ทันไดทั่วทั้งค่ายก็ค่อยๆสว่างขึ้นมาหัวหน้าค่ายะโเสียงดัง "มีคนบุกเข้ามา รวมพล"
หัวหน้าค่ายหลังจากะโแล้วก็จู่โจมอย่างต่อเนื่องเพลงดาบะเิออกมาอย่างกับสายน้ำไหล เชี่ยวกราก รุนแรง ต่อเนื่อง
อี้เหรินเฟิ่งชักเขี้ยวหมาป่าออกมาต้านทานต่อสู้กับหัวหน้าค่ายอย่างสูสี
หัวหน้าค่ายโจรผู้นี้ถึงกับเป็ระดับหลอมจิตขั้นต้น! มิน่าเล่าค่ายโจรแห่งนี้ถึงได้ใหญ่โตนัก