บทที่ 10 ท่านลุงฮ่องเต้ไม่กินเด็ก
บนที่ประทับ ฮ่องเต้ิซีตรัสถามด้วยรอยยิ้มว่า
"พี่ชายเตะจูจูหรือ? เช่นนั้นจูจูอยากให้ลุงลงโทษเขาอย่างไร?"
หัวใจขององค์ชายเจ็ดเต้นระรัว ฝันร้ายจากชาติก่อนพรั่งพรูเข้ามาในห้วงคำนึงทันที จนทำให้เขาเกือบจะยืนไม่อยู่
ทว่า กลับได้ยินเสียงเล็ก ๆ ออดอ้อนของจูจูดังขึ้นว่า
"ไม่เ้าค่ะ! ไม่ลงโทษพี่ชาย!"
องค์ชายเจ็ดชะงักไป เขาเงยหน้าขึ้นด้วยความตกตะลึง คิดว่าตนเองหูฝาดไป
ก็เห็นเ้าก้อนกลมตัวน้อยที่ใบหน้าเลอะไปด้วยคราบน้ำตา กำลังส่ายหน้าอย่างจริงจัง
"จูจูเหยียบเท้าพี่ชาย พี่ชายถึงเตะจูจู พี่ชายไม่ผิด จูจูผิด"
ฮ่องเต้ิซีชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะะเิเสียงหัวเราะลั่น
ที่แท้จนถึงตอนนี้ นางก็ยังไม่เข้าใจเื่ราวทั้งหมด
พระองค์ทรงได้รับรายงานเหตุการณ์ทั้งหมดแล้ว ทั้งยังส่งคนไปตรวจสอบมาแล้ว จึงได้ตรัสกับนางด้วยรอยยิ้มเช่นนี้
จูจูพลันเข้าใจในทันที
"พี่ชายช่วยจูจูหยอ?"
"ใช่แล้ว" ฮ่องเต้ิซีตรัสยิ้ม ๆ "แล้วจูจูควรทำอย่างไร? ต้องขอบคุณพี่ชายหรือไม่?"
"ต้องเ้าค่ะ"
จูจูจึงลงจากตัก
องค์ชายเจ็ดจ้องมองนางตาไม่กะพริบ
จูจูเดินมาหยุดตรงหน้าเขา เงยหน้าขึ้นแล้วยื่นมือน้อย ๆ ออกไป
"พี่ชาย ท่านย่อลงมานิดหน่อย"
นางคิดจะทำอะไรอีก?
คิดจะกัดคอข้าให้ขาดหรือ?
หรือคิดจะตบหน้าข้า?
องค์ชายเจ็ดโกรธจัด แต่เนื่องจากเสด็จพ่อประทับอยู่้า เขาจึงจำต้องกัดฟันย่อตัวลง พร้อมระวังตัวอย่างเต็มที่
"ท่านหญิง ข้า..."
ยังไม่ทันสิ้นคำพูด ก็ถูกเ้าก้อนกลมนุ่มนิ่มโถมเข้าใส่เต็มอ้อมกอด แขนเล็ก ๆ ของนางโอบรอบคอของเขา และริมฝีปากนุ่มนิ่มก็ ‘จุ๊บ’ ลงบนแก้มของเขาอย่างแรง
ข้างใบหูมีเสียงเล็ก ๆ เอ่ยขึ้นว่า "ขอบคุณพี่ชาย!"
องค์ชายเจ็ดถึงกับตัวแข็งทื่อ บนใบหน้าของเขามีปานแดงที่แก้มขวา ลากยาวไปจนถึงหูขวา ดูน่ากลัวยิ่งนัก
ในชาติก่อน เซิ่งิจูไม่เคยแม้แต่จะชายตาแลเขาเลย แต่ตอนนี้เกิดอะไรขึ้น?
นี่ใช่เซิ่งิจูคนที่มองคนอื่นด้วยสายตาเหยียดหยามคนนั้นจริงหรือ?
เขาจ้องมองนางด้วยความตกตะลึง
ในระยะประชิด ดวงตาของเ้าก้อนกลมใสแจ๋ว นางยื่นปากน้อย ๆ แล้วจุ๊บที่แก้มของเขาอีกครั้ง
องค์ชายเจ็ดหน้าแดงซ่าน รีบยืดตัวตรงและถอยหลังออกไปหลายก้าวอย่างรวดเร็ว
ฮองเฮาทรงหลุดขำ
"ชีหลางขี้อายเสียแล้ว จูจูกลับมาเถิด ขอบคุณเสร็จแล้วก็พอแล้ว"
จูจูยิ้มจนเห็นฟันซี่เล็ก ๆ ให้พี่ชาย ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไป ฮองเฮาทรงตรัสกับนางด้วยรอยยิ้มว่า
"นี่คือลูกพี่ลูกน้อง พี่ชายเจ็ด จูจูจำไม่ได้แล้วใช่หรือไม่?"
จูจูตอบอย่างว่าง่าย "พี่ชายเจ็ด~"
เซิ่งิหลินนั่งอยู่ที่มุมหนึ่ง เฝ้ามององค์ชายเจ็ดผู้นี้อย่างเงียบ ๆ
แน่นอนว่าเขาจำความสัมพันธ์ระหว่างเขากับจูจูในชาติก่อนได้
องค์ชายเจ็ดตายก่อนเขาเสียอีก อย่างเขานั้นตอนตายก็ยังอยู่ในวัยหนุ่ม แต่คนผู้นี้... ตายตอนอายุเพียงสิบห้าปี
ดังนั้น ทันทีที่พบหน้า เขาจึงสังเกตเห็นว่ามีบางอย่างผิดปกติ
ในเวลานี้ องค์ชายวัยสิบขวบที่ไร้ตัวตน ควรจะมีท่าทางขี้ขลาด แต่ในดวงตาของเขากลับลุกโชนด้วยไฟแห่งความแค้น
อีกทั้งเขายังเป็คนละเอียดรอบคอบ ตอนที่องค์ชายเจ็ดเตะจูจูกระเด็น เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองเลย แล้วเขาจะรู้ได้อย่างไรว่า้ามีก้อนหินอยู่?
ดังนั้น เขาไม่ได้ตั้งใจช่วยจูจูเลยสักนิด
ทว่า ในตอนนั้นเอง ในหัวของเขากลับเหมือนมีแสงสว่างวาบขึ้นมา
นาง… ไม่ใช่นางคนเดิม
เมื่อเื่เกิดขึ้นกับตัวเองดวงตาย่อมมืดบอด แต่พอถอยออกมามองจากมุมอื่น เขาก็พลันตระหนักได้
นางไม่ใช่เซิ่งิจูที่เขารู้จักอย่างแน่นอน
นางดูซื่อบื้อและขี้กลัว แต่กลับใจดีและอบอุ่น นางแตกต่างจากเซิ่งิจูคนนั้นอย่างสิ้นเชิง
พระพุทธองค์ตรัสว่าโลกมีสามพันโลก หรือว่า... หรือว่าพระพุทธองค์ทรงเมตตา มอบโลกใบใหม่ให้แก่เขา?
ขณะนั้น ผู้บัญชาการองครักษ์หน้าพระที่นั่ง โจวลู่หลีที่ถูกส่งออกไปก็กลับมา และกราบทูลว่า
"ฝ่าา ก้อนหินก้อนนั้นแตกร้าวและร่วงหล่นลงมาเองตามธรรมชาติ ไม่มีร่องรอยของการกระทำโดยมนุษย์พ่ะย่ะค่ะ"
โจวลู่หลีชะงักเล็กน้อยก่อนกล่าวต่อ "ก้อนหินก้อนนั้นยาวประมาณห้าฟุต หนาเท่าถังน้ำ มีน้ำหนักมากยิ่งนัก กระหม่อมไร้ความสามารถ พยุงไว้ได้เพียงชั่วอึดใจเดียวพ่ะย่ะค่ะ"
"โอ้?" ฮ่องเต้ิซีทรงประหลาดใจเล็กน้อย จากนั้นจึงตรัสถามองค์ชายเจ็ดด้วยรอยยิ้ม "ชีหลาง เ้ามีกำลังมากถึงเพียงนี้เชียวหรือ?"
องค์ชายเจ็ดถูกเสด็จพ่อถามกะทันหัน จึงตอบตะกุกตะกักด้วยความประหม่า
ฮ่องเต้ิซีไม่ถือสา ทรงชี้ไปที่โต๊ะทรงงาน "ชีหลาง ลองดูซิว่าเ้าสามารถยกมันขึ้นมาได้หรือไม่"
องค์ชายเจ็ดก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว
ขันทีกำลังจะเข้าไปเก็บของบนโต๊ะ ก็เห็นเขาย่อตัวลง ใช้สองมือช้อนใต้โต๊ะ แล้วยกโต๊ะขึ้นมาตรง ๆ อย่างง่ายดาย
ฮ่องเต้ิซีทรงชะงัก สีพระพักตร์เคร่งขรึมขึ้นเล็กน้อย พร้อมโน้มพระวรกายไปข้างหน้าเพื่อจ้องมองเขา
องค์ชายเจ็ดใช้สองมือยกโต๊ะนั้นไว้ แล้วหันกลับมามองเสด็จพ่อ ดูเหมือนจะไม่ต้องออกแรงมากนัก ใบหน้าเรียบเฉยรอรับคำสั่งต่อไป
ฮ่องเต้ิซีจ้องมองเขาตาไม่กะพริบ องค์ชายเจ็ดก็ยังคงยกโต๊ะค้างไว้เช่นนั้น และรออยู่อย่างเงียบ ๆ
ผ่านไปประมาณหนึ่งเค่อ เขาจึงเริ่มแสดงสีหน้าว่าเริ่มหนัก และหลังจากนั้นครู่หนึ่ง ร่างกายก็เริ่มสั่นคลอน
ฮ่องเต้ิซีทรงพยักหน้าช้า ๆ โจวลู่ลีก้าวเข้าไปรับโต๊ะกลับคืนมา ฮ่องเต้ิซีทรงยินดีเป็อย่างยิ่ง ตรัสว่า
"ดี! ดีมาก!"
ฮองเฮาเองก็ตรัสว่า "ไม่นึกเลยว่าชีหลางจะมีพร์ถึงเพียงนี้!"
ฮ่องเต้ิซีทรงพยักหน้ายิ้ม ๆ ตรัสว่า "ชีหลาง เ้าเคยคิดหรือไม่ว่าในอนาคตเ้าอยากจะทำสิ่งใด?"
ความจริงแล้ว คำถามนี้หากอยู่ในโลกยุคอนาคต ถือเป็คำถามที่ตอบง่ายที่สุด
แต่เมื่อองค์ชายเจ็ดได้ยินคำนี้ เขากลับชะงักไป ในใจพลันเกิดความรู้สึกว่างเปล่าอย่างมหาศาล
ในชาติก่อน เขาดูเหมือนจะดิ้นรนอยู่ในฝันร้ายที่ต้องคอยหลบหนีและคิดฆ่าเซิ่งิจูมาตลอด ไม่เคยคิดถึงอนาคตเลย
แต่ยามนี้ ท่านแม่ยังคงมีชีวิตอยู่ และเขายังไม่ได้เปิดศึกกับเซิ่งิจู
เขา... เขายังมีอนาคตอยู่อีกหรือ?
เขาตกอยู่ในภวังค์ นิ่งเงียบไปนานโดยไม่ตอบ
ฮ่องเต้ิซีทรงเป็คนโผงผาง ทรงทนเห็นลูกชายท่าทางอึกอักเช่นนี้ไม่ได้ จึงขมวดคิ้วเข้ม
เ้าพูดออกมาเสียทีสิ! ทำเอาจูจูรอนจนร้อนใจจะแย่อยู่แล้ว
นางลงจากอ้อมกอดของพระชายาตวนอ๋อง โดยไม่สนความกลัวที่มีต่อฮ่องเต้ิซี วิ่งเข้าไปปลอบองค์ชายเจ็ด
"พี่ชายเจ็ด ไม่กลัว ๆ นะ! ถึงท่านลุงจาดูดุ แต่ท่านลุงเป็คนดีนะ! เมื่อก่อนจูจูกิดว่า ท่านลุงชอบกินเด็ก แต่จริง ๆ ไม่กิงเด็กเ้าค่ะ!"
ฮ่องเต้ิซี "...??"
เมื่อองค์ชายเจ็ดมองมา จูจูฉายแววตาจริงจังพลันพยักหน้าให้เขาหงึก ๆ ทันที
"จริงนะ จูจูไม่หยอก! ถ้าไม่เชื่อดู..."
จูจูหมุนตัวกลับมา ฮ่องเต้ิซีแกล้งทำหน้าดุจ้องมองนาง
จูจูคิดว่านางกับท่านลุงฮ่องเต้มีความสนิทสนมกันนิดหน่อยแล้ว พอเห็นพระองค์ทำเช่นนี้ก็นึกกลัวขึ้นมาอีก
แต่เพื่อพี่ชาย จูจูจึงรวบรวมความกล้าเดินเข้าไปไม่กี่ก้าว...
ยิ่งเดินเข้าไปใกล้ก็ยิ่งกลัว จูจูไม่กล้าแตะต้องพระองค์ นางหลับตาลง ใช้นิ้วแตะเบา ๆ ที่ชายฉลองพระองค์ เสียงสั่นเครือเหมือนจะร้องไห้
"ท่าน... ท่านดูจิ ท่านลุงฮ่องเต้ไม่ได้น่ากลัวเยยสักนิด"
นางตัวสั่นเทา "จูจูก็ไม่กลัวสักนิด"
ในตอนนั้นเอง ฮ่องเต้ผู้ขี้เล่นก็คว้ามือน้อย ๆ อวบ ๆ ของนางไว้ทันที
จูจูร้องกรี๊ดออกมา เหมือนลูกแมวน้อยที่ถูกเหยียบหาง ทั้งร้องไห้โฮและพยายามสะบัดมืออย่างสุดชีวิต
"ช่วยจูจูด้วย! อย่ากิงจูจู อย่ากิงจูจู! จูจูไม่กล้าแย้วเ้าค่ะ! แง ๆ!!"
ฮองเฮาทรงตรัสอย่างอ่อนใจ "ฝ่าา..."
พระนางรีบลุกจากที่ประทับ เข้าไปโอบกอดจูจู และปลอบโยนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"จูจูไม่ต้องกลัวนะลูก ท่านลุงฮ่องเต้แค่ล้อเล่นกับเ้าเท่านั้น"
พระนางค้อนมองฮ่องเต้ทีหนึ่ง "ฝ่าา รีบปล่อยมือเถิดเพคะ ระวังเยี่ยนชิงกลับมาแล้วจะโกรธเอาได้"
ฮ่องเต้ิซีทรงรู้สึกว่าแม่หนูน้อยคนนี้ช่างน่าสนุกยิ่งนัก ทรงหัวเราะ "แหะ ๆ" แล้วจึงยอมปล่อยมืออย่างเสียดาย
จูจูใกลัวจนร้องไห้โฮกอดฮองเฮา ฮองเฮาจึงอุ้มนางออกไปปลอบอย่างช้า ๆ
เมื่อถูกแม่หนูน้อยป่วนเช่นนี้ ฮ่องเต้ิซีก็ทรงหายกริ้ว ทรงหันกลับมาและเรียกอีกครั้งว่า
"ชีหลาง?"