เทพกระบี่เกิดใหม่เป็นศิษย์น้องหญิงผู้เป็นที่รัก

    บทที่ 31 ถูกแมวดำตัวน้อยเกาะติดแล้วหรือ?

    บทที่ 31 ถูกแมวดำตัวน้อยเกาะติดแล้วหรือ? 

     

    หลังจากกลับมาจากยอดเขาเทียนเหิน จีอู๋ซวงไปซื้ออาหารที่สัตว์วิเศษชอบจากยอดเขาโฉ่วเฉิน และใช้เงินมากมายซื้อของที่แพงที่สุด เตรียมไว้ให้แมวดำตัวน้อยกิน แต่มันกลับผลักออกด้วยสีหน้ารังเกียจ

     

    ยิ่งไปกว่านั้น มันยังกระโดดขึ้นไปบนโต๊ะอาหาร มองอาหารบนโต๊ะด้วยสายตาที่ทั้งสงวนท่าทีและคาดหวัง

     

    จีอู๋ซวงเข้าใจทันที ที่แท้ตัวนี้อยากกินอาหารวิเศษของนางนี่เอง

     

    “เจ้าเองก็อยากกินหรือ?”

     

    แมวดำตัวน้อยพยักหน้า มันมั่นใจมากว่าจีอู๋ซวงจะต้องแบ่งอาหารวิเศษให้มันแน่นอน

     

    ในเมื่อเมื่อครู่ปรมาจารย์กระบี่ผู้นั้นก็บอกแล้วว่า มันเป็นลูกหลานของสัตว์เทพไป๋เจ๋อ!

     

    ขอเพียงเด็กสาวคนนี้ไม่โง่ ก็ต้องพยายามทุกวิถีทางเพื่อเอาใจมัน

     

    แต่จีอู๋ซวงกลับเป็นข้อยกเว้น “ไม่ได้หรอก ไม่มีผลงานก็ไม่ควรรับรางวัล เจ้าไม่ได้ทำอะไรเลย ไม่มีคุณสมบัติที่จะกินอาหารวิเศษของข้า”

     

    แมวดำตัวน้อย “แง่ว แง่ว แง้ว!”

     

    สวรรค์เห็นใจแทนจีอู๋ซวง มันด่าเจ้านะ ด่าเสียสกปรกด้วย

     

    จีอู๋ซวงคว้าหลังคอแมวดำตัวน้อยไว้ เลิกคิ้วพูดว่า “ข้าไม่มีความเกี่ยวข้องกับเจ้า เจ้าก็ไม่ใช่สัตว์วิญญาณของข้า ข้าไม่จำเป็นต้องเลี้ยงเจ้าหรอก”

     

    แมวดำตัวน้อย “แงว แง่ว แง่ว!”

     

    มันบอกว่าแท้จริงแล้วเจ้าเองก็อยากทำสัญญากับมัน บอกว่าเจ้าช่างฝันเฟื่องเหลือเกินที่แกล้งทำเป็นปล่อยเพื่อจับ

     

    จีอู๋ซวง เขย่าแมวดำตัวน้อย พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาและไร้ความรู้สึก “ข้าไม่อยากทำสัญญากับเจ้า ข้าก็ไม่ได้แกล้งทำเป็นปล่อยเพื่อจับ เพราะเจ้าก็ได้ยินเมื่อครู่แล้ว ข้าไม่มีรากวิญญาณ ดังนั้นในร่างกายจึงไม่มีพลังวิญญาณ”

     

    แมวดำตัวน้อยตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ “แง่ว!!!”

     

    ขนของมันตั้งชันขึ้นมาแบบนั้น จีอู๋ซวงไม่อยากเสียมารยาทจึงยื่นมือไปลูบมันทีหนึ่ง แล้วพูดต่อว่า “แต่เห็นแก่ที่วันนี้เจ้ารู้ความ ไม่ได้มอบวาสนาให้บุตรแห่งโชคชะตาข้าจะเลี้ยงอาหารเจ้าสักมื้อแล้วกัน กินเสร็จแล้วต่างคนต่างไป อ้อ ใช่แล้ว ถ้าเจ้าไม่อยากเป็นสัตว์ที่ทำสัญญากับมนุษย์ ถ้าเป็นเช่นนั้นเจ้าก็ควรอยู่ห่าง ๆ จากมนุษย์จะดีกว่า”

     

    ในโลกนี้ ผู้ฝึกบำเพ็ญที่มีคุณธรรมจริยธรรมเหมือน เหยาชาง นั้นมีไม่มากนัก

     

    ถ้าคนอื่นเห็นร่างจริงของแมวดำตัวน้อย มันจะต้องเป็นทาสไปชั่วนิรันดร์ หรือไม่ก็ถูกคนลอกหนังแยกกระดูก แม้แต่ขนสักเส้นก็ไม่ปล่อย

     

    “กินเร็วเข้า”

     

    อาหารวันนี้ยังคงเป็นของที่ตระกูลจินส่งมาให้ ทั้งสีสัน กลิ่นหอม และรสชาติครบถ้วน อีกทั้งยังเปี่ยมด้วยพลังวิเศษ ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของความสะเพร่า

     

    โดยเฉพาะอย่างยิ่งปลามังกรดำนึ่ง ได้ยินว่าปลาชนิดนี้หากบำเพ็ญเพียรจนสำเร็จก็จะกลายเป็นมังกรน้ำ

     

    และหากมังกรน้ำผ่านการทดสอบสายฟ้าเก้าครั้ง ก็จะแปรเป็นมังกรแท้!

     

    พูดง่าย ๆ นี่คืออาหารล้ำค่าหายากยิ่งของสวรรค์และพิภพ เจ้าแมวดำตัวน้อยกินเข้าไปคำเดียวก็อร่อยจนร้องแง่ว ๆ

     

    จนสุดท้ายจีอู๋ซวงยังไม่ทันได้กินสักกี่คำ ก็ถูกเจ้าตัวน้อยนี่กวาดไปหมดแล้ว

     

    นี่มันลูกหลานไป๋เจ๋ออะไรกัน?

     

    ต้องเป็นของปลอมแน่ ๆ!

     

    นี่มันชัดเจนว่าเป็นเทาเที่ย*[1]ชัด ๆ!

     

    จีอู๋ซวง มุมปากกระตุกเล็กน้อย ยิ่งตัดสินใจแน่วแน่ว่า “เจ้าตัวนี้ข้าไม่อาจเก็บไว้ได้”

     

    ล้อเล่นหรือ หากเก็บมันไว้ แล้วต่อไปนางจะกินอะไร?

     

    ในมื้ออาหารนั้นแมวน้อยกินกันอย่างเอาเป็นเอาตาย สุดท้ายแมวดำตัวน้อยก็กินก้างปลาที่เหลือจนหมด แล้วเรอออกมาด้วยความอิ่ม มันหงายท้องผึ่งพุง เผยหน้าท้องนุ่มนิ่มให้จีอู๋ซวงเห็น

     

    “แงวว~”

     

    แมวดำจอมเจ้าเล่ห์พยายามใช้ความน่ารักเอาตัวรอด แต่ถูกจีอู๋ซวงจับคอโยนออกไปอย่างไร้ปรานี

     

    “เราเสมอกันแล้ว อย่าให้ข้าเห็นหน้าเจ้าอีก”

     

    “ปัง” จีอู๋ซวงปิดประตูอย่างไร้ความปรานี

     

    แมวดำตัวน้อย “???”

     

    มันรีบตะกุยประตูใหญ่ ใช้อุ้งเท้าเล็ก ๆ ตะกุยประตูสุดแรง

     

    “แงว แงว แง่ว!”

     

    หากมีฝีมือก็เข้ามาให้ได้สิ!

     

    “แง่ว แง่ว แง่ว!”

     

    ข้าคือไป๋เจ๋อ! ไป๋เจ๋อ! เจ้าอย่าได้ไม่รู้จักบุญคุณ!

     

    เมื่อศิษย์พี่หญิงรองฮวาฟ้านอิน มาเยี่ยมจีอู๋ซวง นางก็ต้องตกตะลึงกับภาพที่เห็นตรงหน้า ราวกับเป็นฉากในนิยาย - “สาวน้อยโกรธเกรี้ยวด่าทอชายใจร้าย ชายใจร้ายโหดเหี้ยมไม่ยอมออกมาพบหน้า?”

     

    นอกจากเสียงร้องประท้วง แง่ว ๆ ๆ แล้ว บางครั้งก็ยังได้ยิน

    เสียงตอบของ “ชายใจร้าย”

     

    “เจ้าไปเถิด ข้าไม่ต้องการเจ้าหรอก เจ้ากินจุเกินไป”

     

    “แง่ว ๆ ๆ”

     

    เสียงของ’ชายใจร้าย’นี้ ไม่ใช่ว่าคือศิษย์น้องคนเล็กของพวกเราหรอกหรือ?

     

    ฮวาฟ้านอินทนไม่ไหวอีกต่อไป นางหัวเราะพรืดออกมาแล้วก้าวไปอุ้มแมวดำตัวน้อยขึ้นมาแล้วเคาะประตูห้องของจีอู๋ซวงเบา ๆ

     

    “ศิษย์น้องเล็ก ข้าเอง เปิดประตูด้วย”

     

    จีอู๋ซวงพอได้ยินว่าศิษย์พี่ร่วมสำนักของตนมาถึง ย่อมไม่อาจแกล้งตายต่อไปได้ จึงต้องเปิดประตูต้อนรับ

     

    แต่ทันทีที่แมวดำตัวน้อยเห็นจีอู๋ซวง มันก็กระโดดขึ้นมาแล้วงับนิ้วมือของจีอู๋ซวง โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง เกือบจะทำให้ฟันของมันหักไปแล้ว

     

    แต่ด้วยความเป็นสัตว์เทพ ในที่สุดมันก็กัดจนเลือดออกได้เล็กน้อย

     

    ลวดลายของกฎเกณฑ์สวรรค์และโลกปรากฏขึ้นใต้เท้าของจีอู๋ซวงและแมวดำตัวน้อย แสดงว่าทั้งสองได้ทำสัญญาที่เท่าเทียมกันแล้ว

     

    ฮวาฟ้านอินตกตะลึง รีบเข้ามาถามว่า “ศิษย์น้องเจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่?”

     

    จีอู๋ซวง “......”

     

    จีอู๋ซวงจับหลังคอแมวดำตัวน้อยอย่างจนใจแล้วพูดว่า “เจ้าทำสัญญากับข้าทำไม? รีบแก้สัญญาเดี๋ยวนี้!”

     

    แมวดำตัวน้อย “แงว แง่ว แง่ว!”

     

    ข้าไม่ยอมหรอก!

     

    เสียงเล็ก ๆ ดังขึ้นในสมองของจีอู๋ซวง คราวนี้ดีแล้ว ไม่ต้องใช้แผนภาพทำนายฟ้าแต่จีอู๋ซวงก็เข้าใจคำพูดของคู่อริตัวน้อยนี้ได้แล้ว

     

    จีอู๋ซวงพยายามเกลี้ยกล่อมด้วยความหวังดี พยายามชักจูงลูกแกะน้อยให้กลับใจ “ข้าไม่สามารถฝึกวิชาได้ การทำสัญญากับข้าไม่มีประโยชน์อันใดสำหรับเจ้า หลังจากร้อยปีผ่านไปข้าก็จะตาย แม้เจ้าจะไม่ตายไปพร้อมกัน แต่ก็จะได้รับผลกระทบเช่นกัน”

     

    อายุขัยของสัตว์วิเศษนั้นยืนยาวนักหนา แม้แมวดำน้อยจะมีเลือดของไป๋เจ่อไม่มากนัก แต่การมีชีวิตอยู่หลายพันปีก็เป็นเรื่องง่ายดายสำหรับมัน

     

    “แงว แง่ว แง่ว!”

     

    อย่ามาพูดจาหว่านล้อมเลย เจ้าแค่เสียดายอาหารทิพย์ต่างหาก!

     

    “...” จีอู๋ซวงรู้สึกละอายใจ ถูกมองทะลุปรุโปร่งเสียแล้ว

     

    “แง่ว แง่ว แง่ว!”

     

    ข้ารู้นะ! อย่าคิดหลอกข้า ข้าคือไป๋เจ๋อนะ!

     

    เห็นแมวดำน้อยกำลังจะพูดต่อ จีอู๋ซวงก็รีบลงมือบีบปากสามแฉกของมันทันที แล้วหันไปมองฮวาฟ้านอินพลางกล่าวว่า “พี่ศิษย์ ท่านมาได้อย่างไรกัน?”

     

    ฮวาฟ้านอินเพิ่งจะได้สติจากภาพ “ศิษย์น้องทะเลาะกับแมวน้อยช่างน่ารักจริง ๆ” นางกระแอมเบา ๆ แล้วพูดว่า “โอ้ ข้ามาดูว่าเจ้าสำเร็จหรือยัง ถ้ายังไม่สำเร็จ ก็ให้ข้าไปสั่งสอนนางเถอะ!”

     

    จีอู๋ซวงส่ายหน้าพลางกล่าวว่า “ศิษย์พี่ ท่านอย่าได้ยุ่งเกี่ยวเลย เรื่องนี้ข้าจะหาทางจัดการเอง”

     

    ฮวาฟ้านอิน เพียงแค่พยักหน้า แล้วหยิบหนังสือกองใหญ่ออกมาจากห้วงมิติ มีหนังสือสารพัดชนิดปะปนกันอย่างไม่เป็นระเบียบ

     

    “ข้าเกรงว่าเจ้าจะเบื่อ หนังสือเหล่านี้ให้เจ้าอ่านเพื่อฆ่าเวลา”

     

    “ดีแล้ว ขอบคุณท่านพี่มาก”

     

    ทั้งคนและแมวต่างจ้องมองนางด้วยดวงตากลมโต ฮวาฟ้านอินรู้สึกใจอ่อนยวบ นางลูบหัวทั้งสองเบา ๆ ก่อนจะบอกลา

     

    หลังจากฮวาฟ้านอินจากไป จีอู๋ซวงและลูกแมวดำก็ต่อสู้กัน

     

    ในที่สุดไม่มีใครได้เปรียบ จึงต้องหยุดพักชั่วคราว

     

    ทั้งสองทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มเหมือนปลาเค็มแผ่

     

    “เจ้าชื่ออะไร?”

     

    “ไป๋เจ๋อก็คือไป๋เจ๋อ แล้วจะเรียกอะไรอีกเล่า แง่ว”

     

    “ชื่อน่ะสิ พวกเจ้าเผ่าไป๋เจ๋อมีสัตว์มากมาย ถ้าทุกตัวเรียกว่าไป๋เจ๋อ มันจะไม่วุ่นวายหรอกหรือ”

     

    “ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้น แต่ข้าจะได้พบกับพวกพ้องของข้าอีกหรือไม่ แง้ว”

     

    “อืม งั้นเรียกเจ้าว่าเสี่ยวหมี่แล้วกัน”

     

    “ข้าจะข่วนเจ้า แง่ว”

     

    “งั้นเรียกเจ้าว่าไป๋เย่ดีกว่า ตัวเจ้าดำปี๋เหมือนราตรีกาล ไป๋เย่เหมาะสมดี”

     

    แมวดำน้อยครุ่นคิดสักครู่ แล้วยอมรับชื่อนี้

     

    นับแต่นั้นมา มันก็กลายเป็นไป๋เย่

     

    จู่ ๆ จีอู๋ซวง ก็นึกถึงคำถามอีกข้อหนึ่ง นางหยิบหินที่เสี่ยวไป๋มอบให้ออกมา แล้วกล่าวว่า “นี่คืออะไร เหตุใดตอนที่เจ้ามอบให้ข้าจึงดูอาลัยอาวรณ์นัก”

     

    “โอ้ นั่นคือเมล็ดพันธ์ุเทียนหยวน แง่ว”

     


    *[1] สัตว์ปีศาจในตำนานของจีนมีร่างกายเป็นแกะ มีมือและมีใบหน้าดังเหมือนมนุษย์ มีฟันแบบเสือ และเสียงร้องเหมือนเด็ก เป็นสัตว์ปีศาจจอมตะกละตะกลาม

    คล้ายกับเรื่องเทพกระบี่เกิดใหม่เป็นศิษย์น้องหญิงผู้เป็นที่รัก ที่คุณอ่าน